สุนทรพจน์
“ทุกคนหิวหรือยัง? มา กินข้าวกันเถอะ!” เสียงของซุนห่าวปลุกทุกคนให้ตื่น
เมื่อมองไปที่ซุนห่าว ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเย็น
“นั่น…นั่นมันมังกร! โอ้พระเจ้า นายน้อยฆ่ามังกร? นายน้อย… นายน้อยกำลังจะกินเนื้อมังกรอีกแล้ว?” กลุ่มของหลัวหลิวหยานพึมพำกับตัวเองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกใจ
ทั้งห้าคนรู้ว่าซุนห่าวเคยกินเผ่ามังกรโบราณมาก่อน ดังนั้นพวกเขาจึงยังยอมรับความจริงนี้ได้
อย่างไรก็ตาม ซวนหยวนซียืนโง่เขลาอยู่กับที่ นางหยิกตัวเองสองสามครั้งด้วยความไม่เชื่อ
“นี่ … นี่คือมังกรแท้จริง! นายน้อยต้มมันในหม้อแล้วยังจะกินอีก? นายน้อยไม่แม้แต่จะสนใจราชาของเผ่ามังกร?” เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ซวนหยวนซีก็สูดหายใจเข้าอย่างหวาดกลัว
นางยืนขึ้นแล้วเดินไปข้างหน้าซุนห่าวก่อนจะโค้งคำนับ “พบนายน้อย!”
“แม่นางซวนหยวน เจ้าสุภาพมากเกินไปแล้ว!” ซุนห่าวกล่าว
ซวนหยวนซีหยิบตะเกียงซวนหยวนออกมาต่อหน้าซุนห่าวด้วยความเคารพ “นายน้อย โปรดรับของขวัญเล็กๆชิ้นนี้ด้วย!”
อะไร? ของขวัญเล็กๆ? นี่คือสมบัติของตระกูลซวนหยวน—ตะเกียงซวนหยวนไม่ใช่หรือ? แม้ว่าคนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่มู่ปิงรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี
ซวนหยวนเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับตะเกียงซวนหยวน มันเป็นสมบัติของหนึ่งในสามตระกูลที่โดดเด่นจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์
ตระกูลซวนหยวนกล้าเอามรดกของตระกูลออกมามอบเป็นของขวัญ ช่างเด็ดขาดยิ่งนัก!
นี่เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของผู้ที่อยากประจบ!
ไม่กลัวจะเสียเปล่าหรือ?
หลังจากนั้นมู่ปิงก็กำหมัดอย่างลับๆ “ดูเหมือนว่าข้าจะต้องกลับไปที่บ้านด้วย! คิดว่ามีเพียงตระกูลของเจ้าเท่านั้นหรือที่มีมรดก? ตระกูลมู่ของข้าก็มีเช่นกัน!”
ซุนห่าวมองไปที่ตะเกียงซวนหยวนในมือของซวนหยวนซีด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย ตะเกียงน้ำมันนี่มีช่องว่างทรงกลมอยู่ตรงกลาง
ไม่นานมานี้ แม่นางหลิวหยานเองก็ได้ให้ไข่มุกราตรีแก่เขา แต่เขาไม่ได้ใช้มันเพราะเขายังไม่รู้ว่าจะเอามันไปวางไว้ตรงไหนดี คงจะดีไม่น้อยหากเอาไข่มุกราตรีไปไว้ในตะเกียงนี้!
ต่อไป เขาจะได้เอามันไปแขวนไว้ที่หน้าโต๊ะเพื่อเขียนหรือระบายสีในตอนกลางคืนได้ ไม่เลวเลย แม่นางซวนหยวนคนนี้ช่างสังเกตจริงๆ!
ซุนห่าวหยิบตะเกียงซวนหยวนขึ้นมาดูแล้วกล่าวออกไป “แม่นางซวนหยวน เจ้าช่างใจกว้างจริงๆ! ข้าชอบของขวัญชิ้นนี้!” ซุนห่าวกล่าว
เมื่อประโยคเหล่านี้ถูกกล่าวออกมา ทุกคนที่อยู่รอบๆก็เต็มไปด้วยความตกใจ สายตาของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน มันไม่ง่ายเลยที่จะได้ยินคำว่าชอบจากปากของนายน้อย!
ซวนหยวนซีเลือกของขวัญได้ดีมาก!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลัวหลิวหยานและคนอื่นๆก็จ้องไปที่ซวนหยวนซีด้วยความอิจฉา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมู่ปิงที่แสดงอาการมากกว่าคนอื่น
ซวนหยวนซีถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก นางสัมผัสได้ถึงสายตาแห่งความอิจฉาที่อยู่ด้านหลังนาง นางยกคางขึ้นเล็กน้อยอย่างเย่อหยิ่ง ความภูมิใจปรากฏอยู่บนใบหน้าของนาง
“ตราบใดที่นายน้อยชอบ!” ซวนหยวนซีกล่าว
“ทุกคน อย่ามัวแต่ยืนนิ่งอยู่ นั่งลงเถอะ!” ซุนห่าวกล่าว
“ตามที่นายน้อยกล่าว!” หลังจากกล่าวตอบ ทุกคนก็เริ่มนั่งกันทีละคน
ซุนห่าวหยิบไวน์ชั้นเลิศออกมาก่อนจะยกขึ้นต่อหน้าทุกคน “นี่คือไวน์ผลไม้ที่ข้าเก็บไว้มานานกว่าสิบปี วันนี้ข้าจะให้ทุกคนได้สนุกกับมัน ไม่เมาไม่กลับ!”
“ไวน์ชั้นเลิศ? นายน้อย ข้าชอบสิ่งนี้!” ดวงตาของเฉินเต้าหมิงส่องประกายเจิดจ้า
“นายน้อย ข้าไม่เคยดื่มไวน์!” ซู่อี้หลิงดูกระตือรือร้น นางเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากลอง
“ถ้าไม่ดื่ม เอาแค่จิบๆก่อนก็ได้!” ซุนห่าวพูดขณะรินไวน์ให้ทุกคน
ตอนนั้นเอง ซุนห่าวก็พบว่ามีคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆเขา
“พี่หนิง ท่านกำลังทำอะไร? นั่งกินหม้อไฟด้วยกัน!” ซุนห่าวกล่าว
เมื่อหนิงหมิงจือได้ยินเช่นนั้น เขาประสานมือด้วยร่างกายที่สั่นสะท้าน “พระน้อยได้เป็นพระแล้ว กินเนื้อปลาไม่ได้ นายน้อย พระน้อยคนนี้ต้องขอตัวลาก่อน!"
"โง่เขลา!" ซุนห่าวดุเขาเบาๆ
"นายน้อย? ท่าน…” หนิงหมิงจือรู้สึกงุนงงเป็นอย่างมาก
“ทำไมไม่กินเนื้อ?” ซุนห่าวถาม
“นายน้อย พระภิกษุมีเมตตาและไม่ควรฆ่าสิ่งมีชีวิต ดังนั้น พระน้อยผู้นี้จึงงดกินเนื้อสัตว์!” หนิงหมิงจือกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“จิตใจของเจ้าช่างเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจยิ่งนัก! ข้าวที่เจ้ากินเป็นประจำคือสิ่งมีชีวิตหรือเปล่า? หรือว่าเจ้าจะคิดว่าพืชไม่ใช่สิ่งมีชีวิต”
“นี่คือความเมตตาหรือ? มันมีประโยชน์อะไรกัน?”
คำถามของซุนห่าวทำให้หนิงหมิงจือพูดไม่ออก แท้จริงแล้ว ข้าวทุกเมล็ดสามารถงอก ออกดอกและออกผล ทุกครั้งที่กินข้าวหนึ่งหม้อ ไม่ทราบว่าคร่าสิ่งมีชีวิตไปเท่าไหร่แล้ว! ร่างกายของหนิงหมิงจืออดไม่ได้ที่จะสั่น ดวงตาของเขาสั่นไหวราวกับว่าเขาพึ่งตรัสรู้อะไรบางอย่าง
“ตั้งแต่สิ่งมีชีวิตทั้งปวงถือกำเนิดมา ผู้อ่อนแอย่อมตกเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่ง นี่คือกฎแห่งธรรมชาติ! ถ้าสักวันหนึ่งปลาไหลตัวนี้เติบโตจนกินเราได้ แสดงว่ามันแข็งแกร่ง แต่ตอนนี้ มันถูกกินโดยเรา แสดงว่าเราคือผู้แข็งแกร่ง!”
“เมื่อเนื้อและเหล้าองุ่นผ่านลำไส้ พระพุทธเจ้าก็ทรงสถิตอยู่ในใจของเจ้า เมื่อมีความกรุณาในใจและความกรุณาในการกระทำ นั่นคือความกรุณาที่แท้จริง! การงดเว้นการรับประทานเนื้อสัตว์หรือการรับประทานเนื้อสัตว์ล้วนเหมือนกัน!” สุนทรพจน์ที่ยิ่งใหญ่ของซุนห่าวทำให้ทุกคนที่ได้ยินประทับใจ
ผู้คนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับ พวกเขาพยายามเข้าใจทุกคำพูดและทุกความหมายของซุนห่าวอย่างเงียบๆ
แม้แต่ต้นซากุระ เทพดอกบัวพันสี และหยิงโหยว … ในตอนนี้ พวกมันทั้งหมดหยุดนิ่งไม่ขยับ
ทั้งม้า ลิงและหมูที่อยู่ตรงประตูหน้า พวกมันก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงราวกับว่าพวกมันได้ตระหนักถึงบางอย่าง
“ต้องขอบคุณคำสอนของนายน้อย ข้าเข้าใจแล้ว!” หนิงหมิงจือนั่งลงในทันใด
“นายน้อย ข้าดื่มได้หรือไม่?” หนิงหมิงจือถาม
“แน่นอน มาดื่มกันเถอะ!” ซุนห่าวยกถ้วยขึ้นพร้อมกล่าว
“นายน้อย ดื่ม!”
“นายน้อย ดื่ม!”
ทุกคนยกถ้วยขึ้นมาจิบเล็กน้อย
“หุ … ” ทันใดนั้นกลิ่นหอมกลมกล่อมก็เข้ามาเต็มปาก ในตอนนี้ ทุกเซลล์ในร่างกายดูเหมือนจะตื่นขึ้นมา ทุกๆคนรู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมาก
คลื่นพลังอมตะไหลผ่านร่างกายของพวกเขาไปตามเส้นลมปราณ ทำให้ร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ซวนหยวนซีตกตะลึงอย่างสมบูรณ์
“นี่ … นี่คือไวน์อมตะ! เพียงแค่การจิบเพียงเล็กน้อยกลับทำให้ร่างกายของข้าแข็งแรงขึ้นถึงสิบเท่า! โอ้ ท่านบรรพบุรุษ ข้าโชคดีขนาดนี้จริงๆหรือ? การที่นายน้อยชอบมรดกของตระกูลเราถือเป็นพรอันยิ่งใหญ่!” ซวนหยวนซีพึมพัมเสียงสั่น
“มากินเนื้อกันเถอะ ข้าจับปลาไหลตัวใหญ่ตัวนี้ด้วยมือของข้าเอง ไม่ต้องเกรงใจ! กินให้อิ่มหนําสําราญกันเลย!” ซุนห่าวเป็นผู้นำ เขาคีบเนื้อมังกรเหลืองขึ้นมากินเป็นคนแรก
ซวนหยวนซีมองไปยังหม้อขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเนื้อมังกรอย่างตกตะลึง นางเริ่มทำตามคนรอบข้างด้วยการคีบเนื้อขึ้นมาก่อนจะกัดลงไป
ทันใดนั้น กลิ่นหอมที่เกินต้านทานก็พุ่งเข้ามา! เนื้อมังกรทั้งเด้งทั้งเคี้ยวได้อย่างหนึบหนับ
ในตอนนี้ ต่อมรับรสไม่ได้ใช้มาเป็นเวลาหลายปีก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว
อร่อยเกินคาด!
ถ้านายน้อยไม่อยู่ที่นี่ ซวนหยวนซีจะกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น ปรากฎว่าความอร่อยของโลกนี้ช่างดีเหลือเกิน
นางกัดเนื้อเข้าไปอีกคำหนึ่ง พลังปีศาจที่ผสมมากับพลังอมตะได้หลั่งไหลไปทั่วร่างของนาง
“ฟุ้ม…” ประตูที่ขวางกั้นขอบเขตของซวนหยวนซีแตกออก ในตอนนี้นางได้ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตใหม่
“เนื้อหนึ่งคำทำให้ข้าก้าวข้ามไปสู่ขั้นที่สี่ของขอบเขตสวรรค์? เรื่องนี้…” ซวนหยวนซีตกตะลึงอยู่ในใจ นางไม่สามารถอธิบายความรู้สึกในตอนนี้ออกมาเป็นคำพูดได้