ไม่ดีแล้ว นายน้อยโกรธ!
“กล้าดียังไงมาขู่อาจารย์ของข้า เจ้าคิดว่าตำแหน่งนี้มีไว้ให้เจ้าหรือ?”
เสียงของหยิงโหยวตรงเข้าไปในหัวของโม่ฮาวฉือ เสียงนี้ทำให้เขาตกตะลึงจนเกือบทำให้จิตวิญญาณของเขาแตกสลาย
“กล้าข่มขู่อาจารย์ รนหาที่ตาย!” เสียงเด็กสาวสองคนดังขึ้นในหัวของเขา
“ในปัจจุบัน ผู้ที่กล้าข่มขู่อาจารย์ตายไปหมดแล้ว!” เสียงเหล่านี้ดังเข้ามาในจิตใจของโม่ฮาวฉือไม่หยุด
หัวของโม่ฮาวฉือกลายเป็นขาวโพลน ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังไม่มีความตั้งใจที่จะปล่อยมือ
“ผู้อาวุโส ฆ่าข้าซะถ้าท่านต้องการ! แม้ว่าข้าจะต้องตาย โม่ฮาวฉือผู้นี้ก็จะต้องกลายเป็นศิษย์ของอาจารย์ให้ได้!”
หลังจากกล่าวจบ โม่ฮาวฉือก็หลับตารอความตายอย่างเงียบๆ
ซุนห่าวมองดูหยิงโหยวที่ระเบิดอารมณ์ขึ้นมาร้องใส่โม่ฮาวฉืออีกครั้ง เขาก็อดไม่ได้ที่จะสั่นศีรษะไปมาอยู่ครู่หนึ่ง
“เสี่ยวหยิง!” ด้วยเสียงนี้ ความกดดันทั้งหมดบนร่างของโม่ฮาวฉือก็หายไปในทันที
โม่ฮาวฉือถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แต่ทว่า
“คลื่นน…… ”
ทันใดนั้นก็มีคลื่นอากาศเข้ามาล้อมรอบเขาไว้ในฉับพลันแล้วโยนเขาออกจากลานบ้านไป
“บูม ……” หัวของเขาตกลงกระแทกพื้นจนทำให้เขารู้สึกมึนงง
พื้นดินถูกปูด้วยหินอมตะ การล้มกระแทกมันนั้นทำให้หน้าของเขาบวมไปหมด
“ฮึ่ม กล้าที่จะข่มขู่นายน้อย? คราวนี้ข้าจะสอนบทเรียนให้เจ้า!”
“ถ้ามีครั้งที่สอง เจ้าตาย!” หวงหรูเหม่ยยืนอยู่กับที่ด้วยใบหน้าอันแสนเย็นชา เจตนาฆ่าที่เยือกเย็นพุ่งออกไปรอบๆโดยไม่มีการปกปิดใดๆ
เมื่อเห็นฉากนี้ กลุ่มของจ้านเทียนเผิงก็แอบเช็ดเหงื่อเย็นๆบนหน้าผากของพวกเขา เพียงชำเลืองมองด้วยตาเปล่าก็สามารถปล่อยพลังเช่นนั้นออกมาได้แล้ว
มีเพียงแค่ตัวตนระดับเซียนเท่านั้นที่จะทำเรื่องเช่นนี้ได้!
ไม่คาดคิดเลยว่านายหญิงก็ยังเป็นเซียนด้วย!
น่ากลัวมาก!
ซุนห่าวมองไปที่หวงหรูเหม่ย เขาไม่เห็นด้วยซ้ำว่านางโจมตีอย่างไรถึงทำให้โม่ฮาวฉือถูกโยนออกไปแบบนั้น
โม่ฮาวฉือคนนี้หน้าหนาเกินไป สมควรได้รับการสอนบทเรียนแล้ว
“อาจารย์ ถ้าท่านไม่รับข้าเป็นศิษย์ของท่าน ข้าจะคุกเข่าอยู่ที่นี่ทุกวันแล้วไม่ลุกไปใหน!” เสียงของโม่ฮาวฉือดังเข้ามาจากข้างนอกประตูลานบ้าน
“กล้าดียังไงถึงกล้าขู่นายน้อยอีกครั้ง!”
ใบหน้าของหวงหรูเหม่ยเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า ขณะที่นางกำลังจะเคลื่อนไหว ซุนห่าวก็โบกมือขวาของเขามาขวางไว้
“หรูเหม่ย ไม่เป็นไร ข้าได้เห็นรูปแบบสวรรค์ลึกลับของเขาแล้ว!”
“ในเมื่อเขาชอบคุกเข่า เราก็จะให้เขาคุกเข่า แค่ปิดกั้นเสียงของเขาไว้ก็พอ!” ซุนห่าวกล่าว
“เจ้าค่ะ นายน้อย!” ด้วยการโบกมือขวาของนาง ชั้นปราณก็ปกคลุมไปทั่วบ้านพัก ไม่ว่าโม่ฮาวฉือจะตะโกนเสียงดังเท่าไหร่ มันก็ไม่อาจทะลุกำแพงปราณนี้เข้ามาได้
“คุณชายจ้าน เจ้าต้องการแกนเรือกี่อัน?” ซุนห่าวถาม
“นายน้อย มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี แต่ตอนนี้ข้าไม่มีผลึกอมตะอยู่กับตัว นายน้อยสามารถให้ข้านำแก่นเรือกลับไปก่อนได้หรือไม่? เมื่อข้ากลับไปที่หอหวังซิง ข้าจะเอาผลึกอมตะมาให้ท่านในครั้งต่อไป!” จ้านเทียนเผิงถาม
"ไม่มีปัญหา!" ซุนห่าวพยักหน้า
“ขอบคุณมาก นายน้อย!”
"ไม่จำเป็น!" ซุนห่าวหยิบมีดขึ้นมาแล้วเริ่มแกะสลักต่อ
เนื่องจากซุนห่าวได้อ่านรูปแบบสวรรค์ลึกลับ เขาจึงมีภาพอาคมมากมายอยู่ในหัว ซุนห่าวเริ่มแกะสลักไปตามความคิดของเขา การเคลื่อนไหวของเขาเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่มีการหยุดชะงักเลย
จ้านเทียนเผิงจ้องมองไปที่ฉากนี้อย่างว่างเปล่า ในสายตาของเขา แก่นเรือเริ่มกระพริบด้วยแสงอมตะอันไร้ที่สิ้นสุด
“นี่ …… รูปแบบเหล่านี้ ข้าไม่เคยเห็นพวกมันมาก่อน พวกมันล้วนเป็นรูปแบบอาคมโบราณทั้งหมด!”
“นายน้อยใส่รูปแบบลงไปเยอะขนาดนี้เลย? เขาไม่กลัวมันจะระเบิดหรือ?”
“ทักษะของเขาสมบูรณ์แบบจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้”
“มัน…… น่ากลัวเกินไป!”
ภายในหัวใจของจ้านเทียนเผิงรู้สึกตกตะลึงเกินบรรยาย เขาอ้าปากกว้างและไม่ได้สติกลับมาเป็นเวลาครึ่งวัน
เมื่อซุนห่าวดึงมีดแกะสลักกลับมาแล้วเริ่มวางผลึกอมตะสองร้อยอันไว้ข้างๆเพื่อเปิดใช้งานแกนเรือ แสงที่สาดส่องออกมาจากแกนเรือทำให้จ้านเทียนเผิงกลับมาได้สติอีกครั้ง
“พลังของแกนเรืออมตะนี้แข็งแกร่งกว่าที่นายน้อยสลักไว้ก่อนหน้านี้เป็นร้อยเท่า ไม่สิ พันเท่า! อย่างไรก็ตาม การจะเปิดใช้งานมันก็ต้องใช้ผลึกอมตะมากขึ้นเป็นสองเท่าเช่นกัน!”
“วิธีการของนายน้อยนั้นช่างเหนือจินตนาการ!”
จ้านเทียนเผิงดูตกตะลึงเป็นอย่างมาก
ซุนห่าวสังเกตเห็นความตกใจบนใบหน้าของทุกคนได้อย่างชัดเจน
ตัวเขาเองก็เป็นช่างแกะสลักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่แล้ว แถมหลังจากที่ได้อ่าน “รูปแบบสวรรค์ลึกลับ” เขาก็ยิ่งมีความคิดที่จะแกะสลักรูปแบบต่างๆมากยิ่งขึ้น
การกระทำของเขามันกลับทำให้พวกเขารู้สึกตกใจได้โดยไม่คาดคิด
ดูเหมือนว่าทักษะการแกะสลักขั้นสูงสุดของเขานั้นไม่ใช่การปกปิดได้จริงๆ!
หลังจากนั้น ซุนห่าวก็ยังคงแกะสลักต่อไป
ภายใต้การจ้องมองที่ตกตะลึงของทุกคน ซุนห่าวได้แกะสลักแกนเรือขึ้นมาอีกสองอัน หลังจากใช้ผลึกอมตะไปสี่ร้อยก้อน ทำให้ตอนนี้เขามีผลึกอมตะเหลือเพียงห้าร้อยยี่สิบก้อนเท่านั้น
“คุณชายจ้าน ข้าจะขายแกนเรือทั้งสี่อันนี้ให้เจ้า เป็นยังไง?” เสียงของซุนห่าวปลุกจ้านเทียนเผิงให้ได้สติ
“นายน้อย ได้…… แน่นอน!” จ้านเทียนเผิงพยักหน้าเหมือนกับไก่กำลังจิกข้าว
แกนเรือทั้งสี่นี้ ถ้าถูกนำมาประมูล ราคาสุดท้านของการประมูลของจะเป็นตัวเลขที่สูงลิ่วอย่างแน่นอน สมบัติเช่นนี้ล้วนเป็นสิ่งที่กลุ่มมหาอำนาจอยากได้!
อย่างไรก็ตาม ในดาวจื่อหยางนี้ ไม่มีใครสามารถหาซื้อสมบัติเช่นนี้ได้ สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถเอาออกมาให้โลกภายนอกเห็นได้ง่ายๆ
ในอนาคต หากมีการประมูลแกนเรือเกิดขึ้น ผลึกอมตะเก้าในสิบส่วนจะต้องตกเป็นของนายน้อย มิฉะนั้นข้าจะต้องรู้สึกละอายใจจนตาย
จ้านเทียนเผิงแอบคิดและตัดสินใจ
“ในเมื่อทุกคนมากันแล้ว เช่นนั้นก็มากินข้าวกันก่อนกลับ!” ซุนห่าวมอบแกนเรือให้จ้านเทียนเผิงพร้อมกับกล่าว
กินข้าว? ในฐานะผู้ฝึกตนในเส้นทางอมตะ พวกเขาไม่ได้กินอาหารของมนุษย์ธรรมดามานานมากแล้ว ไม่สิ ต้องถามว่าพวกเขายังต้องกินอยู่อีกหรือ?
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้นายน้อยใช่ชีวิตในฐานะมนุษย์ธรรมดา
หากเป็นกรณีนี้ ก็มากินข้าวกับนายน้อยสักหน่อยเถอะ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ จ้านเทียนเผิงก็พยักหน้าตอบตกลง “งั้นข้าต้องรบกวนนายน้อยแล้ว!”
“ไม่รบกวน ไม่รบกวนเลย!”
ซุนห่าวมองไปยังแต้มอวยพรที่เพิ่มขึ้นมาสี่พันแต้มจากการมอบแกนเรือให้พวกเขาด้วยความตื่นเต้น
หลังจากผ่านไปไม่นานอาหารก็พร้อม ทั้งห้าคนนั่งลงในศาลาพร้อมกัน
“เอาล่ะ ไม่ต้องเกรงใจ เริ่มกินกันเถอะ!” ซุนห่าวกล่าว
“ขอบคุณมาก นายน้อย!”
จ้านเทียนเผิงหยิบตะเกียบของเขาขึ้นมาแล้วคีบเต้าหู้ขึ้นมาชิ้นหนึ่งก่อนจะใส่เข้าไปในปากของเขา ทันใดนั้นคิ้วที่ขมวดคิ้วแน่นของเขาก็คลายออก
เต้าหู้สีเหลืองทองส่งกลิ่นหอมเฉพาะตัวอยู่ในปากของเขา เมื่อเขากัดเข้าไป เต้าหู้ที่หนานอกนุ่มในแทบจะละลายในปาก มันเป็นความนุ่มที่พิเศษ
รสชาติที่แสนอร่อยทำให้ต่อมรับรสของเขากลับมาทำงานอีกครั้ง
“มันอร่อยมาก!”
จ้านเทียนเผิงเริ่มกัดอย่างรวดเร็ว เมื่อกลืนเข้าไปในท้อง คลื่นพลังอมตะก็พุ่งไปทั่วร่างกายของเขา
ราวกับว่าเขากำลังอาบแสงแดดอันอบอุ่นอยู่ ร่างกายของเขารู้สึกสบายเป็นอย่างมาก จ้านเทียนเผิงรู้สึกได้ชัดเจนว่าร่างกายของเขากำลังแข็งแกร่งขึ้น!
“นี่ …… เป็นพลังอมตะที่สามารถหลอมร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นได้!”
“ของหายาก เมื่ออยู่ในบ้านนายน้อยมันกลับเป็นเป็นอาหารที่กินกันปกติหรือ?”
“ข้ายังรังเกียจที่จะกินมันในตอนแรก? ให้ตายเถอะ ข้ามันโง่เง่าจริงๆ สิ่งที่นายน้อยกินนั้นต้องไม่ใช่ของธรรมดาอยู่แล้ว!”
จ้านเทียนเผิงพึมพำและดุด่าตัวเองอีกครั้ง จากนั้นเขาก็เริ่มกินต่อ
“คุณชายจ้าน มีสิ่งหนึ่งที่ข้าต้องการให้เจ้าช่วย!” ซุนห่าวกล่าว
การแสดงออกของจ้านเทียนเผิงหยุดนิ่ง เขาหันไปตั้งใจฟังคำพูดของซุนห่าวอย่างตั้งใจ
นายน้อยมีคำสั่ง!
“นายน้อยได้โปรดกล่าวออกมา ตราบใดที่ข้าทำได้ ข้าจะทำมันอย่างแน่นอน!” จ้านเทียนเผิงกล่าว
“เรื่องนี้ไม่ต้องรีบร้อน!”
“ข้าได้ยินมาว่าเจ้ากำลังมองหาเทพเซียนร้อยเล่ห์อยู่?” ซุนห่าวถาม
เทพเซียนร้อยเล่ห์? นายน้อยหมายความว่าอย่างไร? เขาสนใจที่จะไปพบเซียนร้อยเล่ห์? นายน้อย ตั้งแต่ข้าได้พบท่าน ข้าก็ไม่ได้หาเทพเซียนร้อยเล่ห์อีกแล้ว ท่านเป็นเทพเพียงคนเดียวสำหรับข้า!
“นายน้อย ข้าเคยค้นหาเขามาก่อนแล้ว แต่ช่วงนี้ข้าไม่ได้ค้นหาเขาอีกเลย!” จ้านเทียนเผิงกล่าว
“ทำไมเจ้าถึงไม่ค้นหาต่อล่ะ?” ซุนห่าวขมวดคิ้วเล็กน้อย
ตัวตนสูงสุดอย่างเทพเซียนร้อยเล่ห์ ข้าหาเขาด้วยตัวข้าเองไม่พบอย่างแน่นอน มันจะง่ายกว่ามากหากให้หอหวังซิงช่วยในเรื่องนี้
เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงที่สีหน้าของซุนห่าว หัวใจของจ้านเทียนเผิงก็สั่วไหว
ไม่ดีแล้ว นายน้อยโกรธ!
ข้าควรทำอย่างไรดี?