ข้าจะกลับไปหาบรรพบุรุษ
นิกายวังทะเลสาบหยก ภายในห้องลับ
"หืม……"
หลัวหลิวหยานและอีกสี่คนลืมตาขึ้นมาจากการฝึกฝน
ความประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของแต่ละคน
“ความแข็งแกร่งของร่างกายข้าเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า! น่าจะสามารถสู้กับร่างเนื้อของมังกรขอบเขตครึ่งเซียนขั้นที่ห้าได้!” หลัวหลิวหยานกล่าว
"ไม่เลว!"
เหวินเหรินซียิ้มจาง ๆ “เพียงร่างกายของเราก็เพียงพอแล้วที่จะฉีกเผ่ามังกรที่ขอบเขตต่ำกว่าครึ่งเซียนขั้นที่สี่ออกเป็นชิ้น ๆ ได้!”
“ห้าวันมานี้นับว่าคุ้มค่า!”
“อย่างไรก็ตาม เมื่อเผชิญหน้ากับมังกรขอบเขตครึ่งเซียนขั้นที่หกหรือมังกรอมตะมันก็ยังยากที่จะรับมืออยู่ดี!” เฉินเต้าหมิงกล่าว
“บนดาวจื่อหยางทั้งหมด มีมังกรอมตะเพียงตัวเดียวก็คือเจ้าแห่งเผ่ามังกร เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะปรากฏตัว!”
“ถึงมังกรที่อยู่ในขอบเขตครึ่งเซียนขั้นที่หกนั้นค่อนข้างน้อย แต่ก็ยังยากที่จะรับมือพวกมันจริงๆ!” ใบหน้าของทุกคนแสดงท่าทางรู้สึกผิด
“หลิวหยาน ข้ามีอะไรจะกล่าว!” ตอนนั้นเอง มู่ปิงก็กล่าวขึ้น
"กล่าวมาเถอะ!" หลัวหลิวหยานกล่าว
“ข้าอยากจะกลับไปขอความช่วยเหลือจากบรรพบุรุษก่อน” มู่ปิงกล่าว
“บรรพบุรุษของตระกูลมู่?” หลัวหลิวหยานส่ายหัวไปมาเล็กน้อย “พวกเขาเหล่านั้นคือคนที่ปิดผนึกตัวเองอยู่ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาคงจะไม่ออกมาง่ายๆ แน่!”
“ใช่แล้ว พวกเขาจะไม่ออกมาจนกว่าตระกูลจะพบกับวิกฤต!” เหวินเหรินซีกล่าว
“ข้ามีสิ่งนี้!” หลังจากพูดอย่างนั้น มู่ปิงก็หยิบภาพโคลงคู่ที่นางขอมาจากซุนห่าว
“ครั้งสุดท้ายที่ตระกูลซวนหยวนสามารถกลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ ทั้งหมดก็เป็นเพราะภาพโคลงคู่ที่นายน้อยมอบให้นาง!”
“ข้าได้ยินมาว่าบรรพบุรุษของตระกูลซวนหยวนเองก็ตื่นขึ้นด้วย แล้วอายุขัยของบรรพบุรุษตระกูลซวนหยวนยังเพิ่มขึ้นอย่างมากอีก!”
“เมื่อข้ากลับไปคราวนี้ ตระกูลของข้าจะกลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์สูงสุด ข้าคิดว่ามันคงจะปลุกบรรพบุรุษให้ตื่นขึ้นมาด้วย จากนั้นข้าจะขอให้เขาช่วย คิดว่าน่าจะไม่มีปัญหา!” มู่ปิงกล่าว
ทุกคนฟังแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วยพร้อมกัน
บรรพบุรุษที่ผนึกตัวเองไว้ในพื้นที่ต้นกำเนิดศักดิ์สิทธิ์คือตัวตนที่เข้าใกล้กับขอบเขตเซียนเป็นอย่างมาก เมื่อมีพวกเขามาช่วยคุ้มกันเมือง ก็ไม่น่าจะมีปัญหาในการจะจัดการกับเผ่ามังกร
“ตอนนี้ยังไม่สายเกินไป น้องมู่ เจ้ากลับไปก่อน! ภายในสิบวัน ทุกคนต้องรวมตัวกันที่เมืองอมตะแดนตะวันตก!” หลัวหลิวหยานกล่าว
“เข้าใจแล้ว!” มู่ปิงพยักหน้าและรีบเดินออกไป
หลังจากที่มู่ปิงจากไป เหวินเหรินซีก็ยืนกล่าวออกมา “ทุกคน ถ้าอย่างนั้นข้าเองก็จะกลับไปที่วิหารเทพทางทิศตะวันตกเพื่อเตรียมการบางอย่างก่อน!”
"ดี!"
หลังจากที่หลัวหลิวหยานกล่าวเห็นด้วย เหวินเหรินซีก็จากไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ทั้งสองจากไป หลัวหลิวหยานก็ชี้ไปที่แผนที่พร้อมกับกล่าวขึ้น “สหายเต๋าเฉิน เจ้าคิดว่ามังกรจะโจมตีมาจากด้านใด?”
“ข้าคิดว่าพวกมันจะโจมตีเข้ามาจากทั้งสี่ด้าน!”*
“พวกมังกรภูมิใจในตนเองมาตลอด ในสายตาของพวกมัน เผ่าพันธุ์มนุษย์เป็นเพียงแค่มดตัวเล็กๆเท่านั้น!”
“คราวนี้ นายน้อยฆ่ามังกรไปสองตัว พวกมันคงจะโกรธแค้นเป็นอย่างมาก ด้วยนิสัยของพวกมัน พวกมันคงจะกลาดล้างเมืองอมตะแดนตะวันตกจนกว่าจะไม่เหลือผู้รอดชีวิตอีก!”
“ดังนั้น พวกมันจึงต้องโจมตีเข้ามาจากทุกทิศทุกทางเพื่อป้องกันไม่ให้มดเช่นพวกเราหนีไปได้!” เฉินเต้าหมิงกล่าว
“นั่นสมเหตุสมผล!” หลัวหลิวหยานพยักหน้าอย่างลับๆ “แล้วเราจะป้องกันอย่างไร?”
“พวกเราทั้งห้าคนต้องแยกกันไปปกป้องทั้งสี่ทิศ มีคนหนึ่งยืนอยู่ใจกลางเมืองเพื่อเตรียมที่จะตอบโต้กับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดต่างๆ!”
“วิธีนี้ดีหรือไม่?” เฉินเต้าหมิงถาม
“ดี กลยุทธ์ของสหายเต๋าเฉินนั้นยอดเยี่ยมมาก ในการสู้กับเผ่ามังกรครั้งนี้ เราจะใช้กลยุทธ์นี้!”
ทั้งสองพูดคุยกันเรื่องแผนต่อไม่หยุด
ซูอี้หลิงยืนอยู่กับที่แล้วเกาหัวอย่างงุนงงเป็นครั้งคราว
“ข้ามันโง่เง่าจริงๆ!”
“ข้ากลับคิดไปว่านายน้อยเพียงแค่คร่ำครวญออกมาธรรมดาๆ ไม่ได้คิดเลยว่าสิ่งที่เขาพูดออกมาจะมีความหมายลึกซึ้งเช่นนี้!”
“การทดสอบของนายน้อย ทำไมมันจึงยากขึ้นเรื่อยๆ? หรือว่าข้าโง่เกินไปจริงๆ?” ซูอี้หลิงถอนหายใจออกมาอย่างหดหู่
ทันใดนั้นเอง
“ท่านเจ้าสำนัก มีคนสามคนมาอยู่ด้านนอกอาคม พวกเขาบอกว่าเป็นกลุ่มคุณชายแห่งหอหวังซิง!”
ในเวลานี้มีเสียงดังเข้ามาจากนอกประตูห้องลับ
“ฟึบ ……”
หลัวหลิวเหยียนเปิดประตูก่อนจะกล่าว “ข้าไม่อยากพบพวกเขา ให้พวกเขากลับไป!”
“ท่านเจ้าสำนัก เราได้กล่าวเช่นนี้ไปแล้ว แต่พวกเขาไม่มีความตั้งใจที่จะจากไป พวกเขาบอกว่ามีสมบัติที่จะมอบให้เรา!”
“ไม่จำเป็น บอกให้พวกเขาเก็บไว้ใช้เอง!” หลัวหลิวหยานกล่าว
“เจ้าค่ะ ท่านเจ้าสำนัก!” หลังจากที่เห็นศิษย์ผู้นั้นจากไป ใบหน้าของหลัวหลิวหยานก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เย็นชา
มีสมบัติที่จะมอบให้? ของขวัญ?
เกรงว่ามีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้นที่พวกเขามา นั่นคือการหาที่อยู่ของเทพเซียนร้อยเล่ห์!
นายน้อยกำลังฝึกเต๋าแห่งหัวใจอยู่ แล้วจะให้ข้าบอกคนอื่นเกี่ยวกับนายน้อยได้อย่างไร?
ในกรณีที่ข้อมูลที่ข้าบอกออกไปทำให้หัวใจเต๋าของนายน้อยแตกสลาย ข้าคงจะไม่สามารถยกโทษให้ตัวเองได้ไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน
“สหายเต๋าหลัว มีคนต้องการรู้ข้อมูลเกี่ยวกับนายน้อยอีกแล้วหรือ?” เฉินเต้าหมิงถาม
"ใช่!" หลัวหลิวหยานพยักหน้า “คนพวกนี้น่ารำคาญจริงๆ!”
“ถ้าคนผู้นี้เป็นคุณชายของหอหวังซิงล่ะ?” เฉินเต้าหมิงถาม
"เป็นไปไม่ได้!"
หลัวหลิวหยานส่ายหัว “ทุกวันนี้ พวกที่แสร้งทำเป็นคุณชายแห่งของหอหวังซิงนั้นมีไม่ต่ำกว่าห้าคนต่อวัน!”
“เอาล่ะ เรามาคุยกันต่อ!”
"ดี!"
……
……
นอกแนวป้องกันของนิกายของวังทะเลสาบหยก
จ้านเทียนเผิงกับชายชราสองคนยืนอยู่ด้านนอกและรออย่างเงียบ ๆ
ภายในรูปแบบอาคม ศิษย์หลายคนของนิกายวังทะเลสาบหยกยืนมือชี้ไปที่พวกของจ้านเทียนเผิงด้วยรอยยิ้ม
“ดูสิ มีคนปลอมตัวเป็นนายน้อยของหอหวังซิงอีกแล้ว!”
“เขาปลอมตัวเป็นคุณชายได้เก่งจริงๆ แต่เขาคิดว่าจะหลอกท่านเจ้าสำนักได้ด้วยเคล็ดลับเล็กๆนี้หรือ? ฝันไปเถอะ!”
“ใช่แล้ว คนเหล่านี้ตั้งใจแน่วแน่ที่จะได้พบกับเทพเซียนร้อยเล่ห์!” เมื่อได้ยินเสียงเหล่านี้ จ้านเทียนเผิงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
กล้าดียังไงถึงได้มีคนกล้าปลอมตัวเป็นข้า?
พวกมันปรารถนาที่จะตายหรือไง?
คิดว่าคุณชายแห่งหอหวังซิงเป็นลูกพลับอ่อนๆหรือ?
จ้านเทียนเผิงกำหมัดของเขาแน่น
“นายน้อย ให้ข้าทำลายอาคมเลยหรือไม่!” ชายชราคนหนึ่งถาม
“อย่าเพิ่งรีบ รอผู้ส่งสารมาก่อน!” จ้านเทียนเผิงกล่าว
“จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหลัวหลิวหยานไม่เต็มใจที่จะพบเรา” ชายชราถาม
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ต้องเข้าไปในนิกายวังทะเลสาบหยกให้ได้ วันนี้ เราต้องทำในสิ่งที่นายน้อยฝากไว้กับเราให้สำเร็จ เราจะมัวแต่กลัวอยู่ได้อย่างไร? มันก็แค่เทพเซียนเจ้าเล่ห์ไม่ใช่หรือ!” จ้านเทียนเผิงกล่าว
“ในเมื่อคุณชายมีความมุ่งมั่นเช่นนี้ ข้าก็จะยอมเสียสละชีวิตเพื่อติดตามท่าน!” ชายชราสองคนพยักหน้าอย่างลับๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่แน่วแน่
ครู่ต่อมาศิษย์ผู้ส่งสารก็เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว นางยืนอยู่ข้างหน้าของจ้านเทียนเผิงแล้วประสานมือโค้งเล็กน้อย ระหว่างพวกเขามีอาคมขวางกั้นไว้อยู่
“ท่านสุภาพบุรุษ ข้าต้องขอโทษจริงๆ!”
“ท่านเจ้าสำนักไม่สะดวกที่จะพบ ดังนั้นโปรดนำสมบัติของท่านกลับไปใช้เอง!”
หลังจากที่ศิษย์ผู้ส่งสารทำความเคารพแล้ว นางก็กลับไปยืนอยู่ข้างๆก่อนจะมองออกไปข้างหน้าโดยไม่สนใจจ้านเทียนเผิงอีก
“เจ้า ……” ชายชราคนหนึ่งโกรธมาก ร่างกายของเขาสั่นเล็กน้อยด้วยความโกรธ
ตัวเขาเองนั้นติดตามคุณชายมาหลายปีแล้ว เห็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่มาก็มาก
เขาเคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้มาก่อนหรือ?
นิกายระดับเจ็ดกล้าที่จะปฏิเสธคุณชาย?
ยกโทษให้ไม่ได้ ยกโทษให้ไม่ได้เด็ดขาด!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ชายชราก็บินขึ้นไปบนฟ้าอย่างรวดเร็ว เพียงแค่การสะบัดมือขวาของเขา ทั้งท้องฟ้าและพื้นดินก็เริ่มเปลี่ยนสี
“ฮู้ ……” พลังอันไร้ที่สิ้นสุดรวมเข้ามาตัวกันอยู่ในมือของชายชรา ลำแสงเล็กๆเหล่านนี้เข้ามารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ
ไม่กี่นาทีต่อมา พวกมันก็กลายเป็นลูกบอลแสง แสงนี้สว่างจ้าจนทำให้ผู้คนลืมตาขึ้นมองไม่ได้
“ฮึ่ม นิกายระดับเจ็ดเล็กๆ กล้าดียังไงถึงได้มาดูถูกคุณชายแบบนี้ คอยดูข้าทำลายรูปแบบอาคม!”
หลังจากกล่าวจบ ชายชราก็ถือลูกบอลแสงไว้ในมือก่อนจะเล็งไปที่อาคมแล้วโจมตีใส่มัน
ภายในอาคม เมื่อศิษย์มากมายเห็นฉากนี้ ใบหน้าของพวกนางก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของพวกนางก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
“มาอีกแล้ว ครึ่งเซียนที่รนหาที่ตาย!”
“รนหาที่ตายจริงๆ!”