นายน้อยคำนวณได้ทุกอย่าง!

“อาจารย์ ทำไมท่านถึงต้องเอา“ภาพวาดจากน้อยไปมาก”แลกเปลี่ยนกับเขา?” ซูอี้หลิงเต็มไปด้วยความสับสน




“ง่ายมาก นายน้อยส่งเขาให้เอาภาพไหว้พระจันทร์มามอบให้เรา มันต้องมีความหมายลึกซึ้งบางอย่าง เราต้องรับภาพไหว้พระจันทร์นี้ไว้!” หลัวหลิวหยานกล่าว




“ท่านอาจารย์ แค่รับมันไว้ก็พอ ทำไมท่านถึงต้องเอาภาพวาดแลกเปลี่ยนกับมันด้วย”




“เพราะภาพไหว้พระจันทร์เป็นของที่นายน้อยมอบให้เขา เราจะรับภาพวาดมาเฉยๆได้อย่างไร?”




“ท่านอาจารย์ ถ้าอย่างนั้นทำไมท่านไม่ใช้ภาพวาดมังกรทะยานในการแลกเปลี่ยน หรือไม่ก็ใช้ภาพวาดอื่น?”




“ไม่ได้ ภาพวาดทั้งห้านี้เป็นภาพชุดที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ มันจะต้องมีความหมายลึกซึ้งอย่างอื่นอีก! สำหรับภาพวาดต้นสนเขียวของเจ้า มันไม่สมบูรณ์!” หลัวหลิวหยานกล่าว




"ตกลง!" ซูอี้หลิงยิ้มมุมปากและพยักหน้าอย่างแผ่วเบา




……




……




บนท้องฟ้าเหนือทวีปเทียนลั่ว บนเรือเหาะที่กำลังมุ่งหน้าไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ กลุ่มของจ้านเทียนเผิงและผู้พิทักษ์ของเขานั่งอยู่ด้วยกัน




“นายน้อยขอให้พวกเราหาคนมาแทน พวกเราควรมองหาใครดี?” ผู้เฒ่าฟางกล่าว




“ไม่ต้องคิดมาก คุณชาย ให้ข้าเป็นเอง!” ผู้เฒ่าเจิ้งกล่าว




เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้านเทียนเผิงก็ส่ายหัวเล็กน้อย




“ไม่ได้! เนื่องจากนายน้อยไม่ได้บอกให้พวกเราแสร้งทำเป็นเซียนร้อยเล่ห์ เช่นนั้นมันก็ใช้ไม่ได้!”




“นอกจากนี้ เรายังอ่อนแอเกินไปที่จะเผชิญกับเผ่าปีศาจ เรายังห่างไกลจากการที่จะไปต่อกรกับพวกมัน!”




“การตายของเรานับเป็นเรื่องเล็ก แต่ความล้มเหลวในแผนที่นายน้อยมอบหมายนั้นเป็นเรื่องใหญ่!”




“เพราะฉะนั้น ยิ่งคนผู้นั้นดูแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งสามารถเพิ่มเวลาในการเตรียมการของนายน้อยให้นานขึ้นได้!” จ้านเทียนเผิงกล่าว




ชายชราสองคนฟังแล้วพยักหน้าเห็นด้วย




“คุณชาย ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปเทียนลั่วจะต้องเป็นบรรพบุรุษของทั้งสามตระกูลใหญ่ พวกเราจะไปหาพวกเขาดีรึเปล่า?” ผู้เฒ่าฟางถาม




“นั่นเป็นวิธีเดียว! ข้าได้ยินมาว่าบรรพบุรุษของตระกูลซวนหยวนเองก็รู้เรื่องของนายน้อยด้วย ข้าคิดว่าเขาจะต้องเห็นด้วย!”




“เป็นความคิดที่ดี แต่ข้าคิดว่าความแข็งแกร่งของบรรพบุรุษตระกูลซวนหยวนยังต่ำอยู่!” จ้านเทียนเผิงกล่าว




“คุณชาย หรือว่าท่านต้องการหาตัวตนอมตะมารับบทนี้?” ผู้เฒ่าฟางถาม




“มันจะเป็นการดีที่สุดถ้าเราได้ตัวตนอมตะมารับบทเป็นเซียนร้อยเล่ห์!” จ้านเทียนเผิง พยักหน้า




“แต่เก้าเซียนของเผ่ามนุษย์ไม่ได้ปรากฏตัวมาเป็นเวลาหลายหมื่นปีแล้ว ยิ่งกว่านั้น พวกเขาจะเต็มใจร่วมมือหรือเปล่าก็ไม่รู้?” ผู้เฒ่าฟางมีใบหน้าแห่งความไม่เข้าใจ




“ความจริงใจแยกโลหะและหินผาได้ ถ้าเรามีความจริงใจมากพอ เราจะสามารถทำลายโลหะและหินทุกชนิดได้ ข้าคิดว่าถ้าเราบอกทุกอย่างเกี่ยวกับนายน้อย เซียนผู้นั้นอาจจะเห็นด้วย!”




“ตอนนี้สิ่งที่ยากที่สุดคือการหาตัวตนในตำนานที่ว่า!”




ทันทีที่คำกล่าวนี้จบลง




“วูปป……”




จ้านเทียนเผิงหยิบแผ่นหยกจากมาจากอกของเขา เมื่อเขาเห็นข้อความในนั้น ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายด้วยแสงประหลาด




ในแผ่นหยกมีข้อความเขียนไว้ว่า: คุณชาย หน่วยสอดแนมรายงานกลับมาว่าถ้ำหยูกุ้ยเปิดแล้ว ข้าเชื่อว่าเซียนหยูกุ้ยจื้อกลับมาแล้ว




ย้อนกลับไปในตอนนั้น ข้าเริ่มหมดหนทางในการค้นหาที่อยู่ของตัวตนอมตะ




ในท้ายที่สุด ข้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องส่งหน่วยสอดแนมไปในถ้ำที่เซียนอมตะทั้งเก้าคนเคยอาศัยอยู่




เมื่ออมตะกลับมา หน่วยสอดแนมเหล่านี้จะส่งข่าวมาให้ข้าในทันที




ไม่คาดคิดเลยว่าตัวตนอมตะผู้นี้จะกลับมาในเวลานี้




"ดูสิ่งนี้!" จ้านเทียนเผิงถือแผ่นหยกแล้วยื่นให้ชายชราทั้งสองคนดู




เมื่อชายชราสองคนมองดู พวกเขาก็อดที่จะขยี้ตาด้วยความไม่เชื่อ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง




“คุณชาย สวรรค์อวยพรแล้ว ตอนนี้เราสามารถทำตามคำขอของนายน้อยให้สำเร็จได้แล้ว!” ผู้เฒ่าฟางกล่าว




"สวรรค์?"




“ในโลกนี้ จะมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้ได้อย่างไร?” จ้านเทียนเผิงยิ้มและส่ายหัว




เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ผู้เฒ่าฝางก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่จะทำท่าทางเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็หดตัวลงอย่างรวดเร็ว




“คุณชาย ท่านหมายความว่าเรื่องทั้งหมดนี้ถูกนายน้อยคำนวณไว้แล้ว?”




“นายน้อยคำนวณไว้แล้วว่าหยูกุ้ยจื้อกำลังจะกลับมา แล้วต้องการให้เราไปขอให้เขารับบทเป็นเซียนร้อยเล่ห์?”




"ถูกตัอง!" จ้านเทียนเผิงพยักหน้าอย่างเงียบๆ หัวใจของเขาเต้นแรง




ถ้าเขาไม่ได้ไปที่นิกายวังทะเลสาบหยก เขาจะเข้าใจเรื่องนี้หรือ?




นายน้อยคำนวณทุกอย่างและควบคุมทุกสิ่งไว้แล้วจริงๆ! เขาต้องเป็นตัวตนผู้อยู่ในจุดสูงสุดอย่างแน่นอน!




ในฐานะที่เป็นเบี้ยในมือของท่าน เราสามารถช่วยท่านเดินหมากในกระดานได้เพียงเท่านั้น




นี่นับเป็นเกียรติสูงสุด!




“คุณชาย หยูกุ้ยจื้อผู้นี้อยู่มานานหลายหมื่นปี ข้าเกรงว่าเราคงจะไม่สามารถเกลี้ยกล่อมเขาให้ตกลงได้!” ผู้เฒ่าฟางกล่าว




“ข้าก็คิดเช่นเดียวกัน!” ผู้อาวุโสเจิ้งกล่าว




จ้านเทียนเผิงยิ้มขึ้นอย่างแผ่วเบา “ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ สิ่งที่ข้ากังวลในตอนนี้ก็คือเรายังไม่พบที่อยู่ปัจจุบันของหยูกุ้ยจื้อ!”




“คุณชาย ท่านมีแผนแล้ว?”




“แน่นอน!” จ้านเทียนเผิงยิ้มจาง ๆ




……




……




วิหารเทพ ณ ลานตะวันตก




นอกอาณาเขตอันยิ่งใหญ่มีผู้คนนับพันยืนรออยู่อย่างเงียบๆ




ในหมู่ของพวกเขามีแม้กระทั่งตัวตนอันยิ่งใหญ่ของดินแดนทางเหนือ ผู้อาวุโสตระกูลฟาง – ฟางหนิง




ฟางหนิงยืนอย่างมั่นคงอยู่ด้านหน้าของผู้คนนับพันคน




ไม่ไกลจากพวกเขาคือประตูลานตะวันตกของวิหารเทพ




มีชายวัยกลางคนเกือบพันคนสวมชุดคลุมสีดำนั่งอยู่ด้านนอกประตู บนร่างกายของพวกเขามีเครื่องหมายของวิหารเทพติดเอาไว้




ชายที่นำพวกเขาอยู่สวมชุดสีม่วง เขาถือพัดในมือขวาแล้วนั่งหลับตาแน่นิ่งอยู่




แม้จะยังไม่ลืมตา แต่พลังที่เล็ดลอดออกมาจากร่างของเขานั้นทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าไปใกล้




"ผู้ชายคนนั้นคือใคร? ทำไมถึงได้แข็งแกร่งและทรงพลังมากขนาดนั้น!”




“เจ้าไม่รู้จักเขาหรือ? เขาคือหัวหน้าผู้ดูแลของวิหารเทพ—เจียงคุน!”




"อะไร? นั่นคือเจียงคุนที่มาถึงขอบเขตครึ่งเซียนขั้นที่สอง?”




“ใช่ เป็นเขา!”




ไกลออกไปก็มีผู้คนมากมายที่จากนิกายอื่น พวกเขามองไปที่ลานวิหารเทพแดนตะวันตกพลางพูดคุยกัน




เมื่อมองไปรอบๆ ทั้วบนดินและท้องฟ้านั้นหนาแน่นไปด้วยผู้คน มีผู้คนจำนวนมากมายหลายหมื่นมารอบตัวกันอยู่ที่นี้




“นี่มันก็นานมากแล้ว ทำไมเหวินเหรินซียังไม่กลับมาอีก?”




“หืม ข้าเชื่อว่าเขาไม่กล้ากลับมา ที่นี่มีครึ่งเซียนรออยู่มากมาย! ยังไม่ต้องกล่าวถึงเจียงคุนและฟางหนิงเลย!”




“ใช่ เป็นไปได้มากว่าเขาจะไม่กล้ากลับมา!”




“ถ้าเขาไม่กลับมา ผู้ดูแลวิหารเทพแดนตะวันตกจะต้องเปลี่ยนมือ!”




ทันใดนั้น




"ฟิ้วว!"




เสียงบินผ่านอากาศก็ดังเข้ามากระทบหูของทุกคน




เมื่อมองไปยังต้นเสียง รูม่านตาของผู้ฝึกตนหลายคนก็หดตัว ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ




“นั่นเหวินเหรินซี เยี่ยมมาก เขากลับมาแล้ว!”




“เขากล้ากลับมาแล้ว? มีความกล้าหาญมากจริงๆ!”




“น่าสนใจ มาดูกันว่าเขาจะรับมือได้อย่างไร?”




"รับมือ? ข้าว่าเขาจะต้องมอบดาบอมตะให้เราแต่โดยดีและบอกเราถึงที่อยู่ของเทพเซียนร้อยเล่ห์!”




“ถ้าเราสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับเทพเซียนร้อยเล่ห์ได้ เราก็จะได้รับโชคอันน่าอัศจรรย์!”




“กล้าไปรบกวนเทพเซียนร้อยเล่ห์ ระวังไว้เถอะว่าเซียนร้อยเล่ห์จะตบทุกคนจนตาย!”




บรรยากาศรอบๆเริ่มตรึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ผู้ฝึกตนหลายคนเริ่มเข้าใกล้วิหารเทพเพื่อหาตำแหน่งดูฉากอันน่าตื่นเต้น




นอกประตูหลักของวิหารเทพ




"เขากลับมาแล้ว?" ฟางหนิงลืมตาขึ้นด้วยมุมปากยกยิ้มขึ้น




“ข้าคิดว่าเจ้าจะไม่กลับมาแล้ว!”




เจียงคุนลืมตาขึ้นมาในทันใดแล้วพูดออกมาด้วยใบหน้าที่สงบ




บนท้องฟ้า




“ฟิ้วว……” รุ้งยาวบินเข้ามาถึงอย่างรวดเร็ว เขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเหวินเหรินซี เขามองรอบๆแล้วอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย




สถานการณ์นี้คืออะไร?




พวกเขากล้าดียังไงมาล้อมวิหารเทพไว้?




บ้าไปแล้วหรือ!




ทันใดนั้นเหวินเหรินซีเลิกคิ้วและจ้องไปที่ด้านนอกประตูหลักของวิหารเทพ




“หัวหน้าผู้ดูแลวิหารเทพ เจียงคุน?”




“ผู้อาวุโสตระกูลฟางจากทางเหนือ-ฟางหนิง?”




ผู้มาเยือนดูจะมีจุดมุ่งหมายที่ไม่ดี!




แต่แล้วมันยังไงล่ะ?




ไม่ว่าจุดประสงค์ของพวกเจ้าคืออะไร ข้าต้องกลัวพวกเจ้าหรือ?




“ฟึบ……” เหวินเหรินซีค่อยๆบินลงบนพื้น




เขาเดินตรงไปข้างหน้าเจียงคุนและโค้งคำนับ “ไม่ทราบว่าอะไรคือสาเหตุที่หัวหน้ามาถึงที่นี้?”




มุมปากของเจียงคุนยกขึ้นเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเปิดปากของเขา "อย่ารีบร้อน รอให้เจ้าแก้ปัญหาของตัวเองก่อนแล้วเราค่อยมาคุยกัน!"




หลังจากกล่าวจบ เจียงคุนก็หลับตาต่อ ท่าทางของเขานั้นเหมือนกับงูพิษที่พยายามจะซ่อนตัวอยู่ในความมืด ซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก




"ย่อมได้!"




เหวินเหรินซียิ้มจาง ๆ แล้วหันกลับมา เขาก้าวไปข้างหน้าและพูดเสียงดัง




“ทุกคน เจ้าต้องการอะไรถึงได้มาที่วิหารเทพในแดนตะวันตกของข้า”






ตอนก่อน

จบบทที่ นายน้อยคำนวณได้ทุกอย่าง!

ตอนถัดไป