รากวิญญาณสูงสุด

"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงเกิดระเบิดขึ้นที่บริเวณดินแดนต้องห้าม?”


“ไปดูกันเถอะ!”


สาวกหลายคนของตระกูลมู่มารวมตัวกันก่อนจะมองไปในทิศทางของดินแดนต้องห้าม


ในขณะที่พวกเขากำลังจะเคลื่อนไหวนั้นเอง


“ฟู้มม……” สายรุ้งยาวก็บินเข้ามาถึงอย่างรวดเร็ว รุ้งยาวนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากมู่ปิง


นางยืนอยู่บนห้องโถงใหญ่ของตระกูลมู่พร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆ


"ดูนั่น!"


"นางเป็นใคร? ทำไมนางถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่?”


“นางเป็นบุตรีของลุงห้า – มู่ปิง!”


“คนที่อยู่ในมือของนางดูเหมือนจะเป็นท่านประมุก!”


"อะไร? ท่านประมุกและท่านป้าถูกนางจับไว้? นางต้องแข็งแกร่งมากแค่ไหนกัน?”


“นางกำลังจะทำอะไร?”


ใบหน้าของสาวกหลายคนเริ่มแสดงอาการตื่นตระหนก เรื่องที่ผู้นำตระกูลถูกจับเป็นสิ่งที่อยู่เหนือจินตนาการของพวกเขา


“วูปป……” ร่างของคนหลายสิบคนบินขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วล้อมมู่ปิงไว้


“มู่ปิง เจ้ากำลังทำอะไร? ปล่อยท่านประมุกเดี๋ยวนี้!”


“จะขัดขืนหรือ? ทำไมเจ้าถึงจับท่านประมุกไว้?”


“มู่ปิง มาคุยกันดีๆ ปล่อยผู้นำตระกูลก่อน!” ผู้อาวุโสหลายสิบคนเข้ามารายล้อมมู่ปิง พวกเขาบีบบังคับและพยายามเกลี้ยกล่อมนาง


สำหรับคำพูดเหล่านี้ มู่ปิงเพิกเฉยต่อมันโดยสิ้นเชิง นางยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน


“ทำไมพวกเจ้าถึงยังยืนนิ่งอยู่? มู่ปิงก่อกบฏ ทำไมพวกเจ้าไม่รีบเข้าไปจับนาง!”


มู่หงพยายามดิ้นรนอย่างรุนแรงพร้อมกับเปล่งเสียงคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง


อย่างไรก็ตาม


"ปัง!" มือขวาของมู่ปิงทุบเบา ๆ เข้าที่หัวของมู่หง


มู่หงรู้สึกเหมือนกับโดนทุบที่หัวด้วยค้อนหนักๆ เขารู้สึกมึนงงก่อนจะสลบไป


“วุ้ย ……” มู่ปิงโยนพวกเขาออกไปเบา ๆ ทั้งสองถูกตรึงอยู่กลางอากาศแล้วไม่สามารถเคลื่อนไหวได้


ฉากดังกล่าวกระตุ้นอารมณ์ของกลุ่มผู้อาวุโสเป็นอย่างมาก


“อวดดี ถึงขนาดกล้าโจมตีผู้นำตระกูล!” หนึ่งในผู้อาวุโสไม่พอใจพุ่งตรงไปที่มู่ปิง


“ฟิ้ง……”


เขาดึงดาบยาวออกมาแล้วเล็งไปที่หัวใจของมู่ปิงก่อนจะแทงออกไป


หากดาบเล่มนี้แทงทะลุตัวนาง มันจะคร่าชีวิตของมู่ปิงไปในทันที


“ฮึ่ม ……”


มู่ปิงสูดลมหายใจก่อนจะเหยียดนิ้วสองนิ้วออกมาแล้วสะบัดไปข้างหน้า


“หาที่ตาย!” บนใบหน้าของผู้อาวุโสเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เย็นชา


“ปัง ……”


ดาบยาวในมือของผู้อาวุโสแตกออกเป็นเสี่ยงๆก่อนจะระเบิดออก


“เป็นไปได้อย่างไร?” ดวงตาของผู้อาวุโสเบิกกว้าง ตอนนี้เขารู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก


ลมหายใจต่อมา รูม่านตาของเขาก็หดตัวลงอย่างรวดเร็ว หนังศีรษะของเขาก็กลายเป็นด้านชา


"ไม่ ……"


เสียงร้องหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน ความเร็วของนิ้วไม่ยังลดลง มันพุ่งไปที่หน้าผากของผู้อาวุโสอย่างรวดเร็ว


“บูม……”


สวรรค์และโลกสั่นสะเทือน


ผู้อาวุโสกลายเป็นละอองเลือดตั้งแต่หัวจนถึงเท้า เขาตายลงอย่างน่าสลดในชั่วพริบตา


ทุกคนเต็มไปด้วยความตะลึงเมื่อเห็นฉากนี้


เพียงหนึ่งนิ้วก็สามารถทำลายอาวุธวิญญาณได้?


นิ้วเดียวกำจัดครึ่งเซียน?


นี่ยังนับว่าเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า? มันน่ากลัวเกินไป


“ฮึก ……” ทุกคนพากันอ้าปากค้างทีละคน


ไม่ว่าจะเป็นผู้อาวุโสหรือเหล่าศิษย์สาวก พวกเขาต่างก็รู้สึกหวาดกลัวอย่างหาที่เปรียบมิได้ในขณะนี้


ตระกูลมีปีศาจเช่นนี้กำเนิดขึ้นมาแล้ว!


พวกเขาจ้องไปที่มู่ปิงด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง


มู่ปิงหลับตาลงและแน่นิ่งไป ทันใดนั้นรัศมีอันเจิดจ้าสองดวงก็พุ่งออกมาจากดวงตาของนาง


ครู่ต่อมา นางก็ตะโกนขึ้นไปบนฟ้า


“มู่เฉิน อย่ามัวแต่ซ่อนตัวอยู่อีกเลย ออกมา!”


เสียงนี้ดังราวกับฟ้าร้อง


“ฮ่าฮ่าฮ่า ……” เสียงหัวเราะอันร่าเริงดังขึ้น


ทันใดนั้น ชายชุดขาวก็บินเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขามีใบหน้าที่หล่อเหลาและมีออร่าอันสูงส่งรอบๆเขา


เพียงแค่เขาบินเข้ามายืนอยู่กับที่ เหล่าสาวกด้านล่างก็ต้องร้องอุทานออกมา


“พี่ใหญ่มาแล้ว!”


“หล่อมาก! ออร่าของเขานั้นไม่มีใครเทียบได้!”


“ข้าได้ยินมาว่าพี่ใหญ่นั้นเป็นครึ่งเซียนขั้นที่สองแล้ว แถมความแข็งแกร่งในการต่อสู้ที่แท้จริงของเขานั้นยังมากกว่า เขาสามารถต่อสู้กับกับครึ่งเซียนขั้นที่สี่ได้เลย ไม่รู้ว่าข่าวนี้เป็นจริงหรือไม่!”


“ไม่ใช่ นั่นคือความแข็งแกร่งของเขาเมื่อหกเดือนก่อนไม่ใช่หรือ? ตอนนี้เขาน่าจะก้าวหน้าขึ้นมาจากตอนนั้นอีก!”


การพูดคุยที่ดุเดือดดังออกมาอย่างต่อเนื่อง


เมื่อได้ยินเช่นนี้ มุมปากของมู่เฉินก็ยกขึ้นเล็กน้อย


เขามองไปที่มู่ปิงและพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่มู่ปิง ทำไมเจ้าถึงต้องจับพ่อกับแม่ของข้าไว้ด้วย?”


"เจ้าคิดยังไงล่ะ?"


มู่ปิงจ้องไปที่มู่เฉินจนทำให้เขารู้สึกตกใจและไม่กล้ามองกลับไปที่นางตรงๆ


“ข้าคิดว่าเจ้ากำลังจะทรยศตระกูล!” เสียงของมู่เฉินดังขึ้น


“โอ้ แล้วถ้าข้าเป็นคนทรยศต่อตระกูลล่ะ?”


“ในฐานะผู้นำตระกูล เขาปฏิบัติกับข้าในฐานะลูกหลานอย่างไร เจ้ารู้หรือไม่?”


“เขาดึงรากจิตวิญญาณของข้าออกแล้วใส่ไว้ในร่างกายของเจ้า!”


“ทรัพยากรครอบครัวทั้งหมดนั้นก็มีไว้สำหรับเจ้า!”


“ตอนนี้ เขายังจะต้องการทำลายพื้นที่จิตวิญญาณของข้าอีก เจ้าคิดว่า ข้าควรปล่อยเขาไปหรือไม่?”


ในขณะนี้ที่คำเหล่านี้ถูกพูดออกมา


“บูม ……” ความตกใจที่เหมือนกับฟ้าผ่าก็ระเบิดขึ้นในใจของทุกคน


ทุกคนมีสีหน้าตกใจและไม่อยากเชื่อ


ร่างกายของมู่เฉินสั่น ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้อีกต่อไป


เขาชี้ไปที่มู่ปิงและคำราม “เจ้ากำลังพูดเรื่องไร้สาระ! เจ้ากำลังโกหก!”


“เฮ้ ข้าโกหกหรือ? เจ้าเป็นแค่คนไร้ค่ามาตลอดจนกระทั่งเจ้าอายุได้แปดขวบ ตอนนั้นเองที่เจ้าได้กลายเป็นอัจฉริยะ บอกข้าที เจ้าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร?”


มู่ปิงก้าวไปข้างหน้ามู่เฉินจนทำให้เขาหายใจไม่ออก


“นั่นเป็นเพราะยารักษาจิตวิญญาณขั้นสูงสุดที่ท่านพ่อของข้าไปหามันในซากโบราณเพื่อมาล้างชำระไขกระดูกของข้า!” มู่เฉินคำราม


“อย่างนั้นหรือ?”


มู่ปิงยิ้มอย่างเย็นชา “มีบางสิ่งที่ไม่ใช่ของเจ้าและจะไม่มีวันเป็นของเจ้า!”


“ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ ทุกๆวันในช่วงเช้าตรู่ เจ้าจะรู้สึกราวกับนอนอยู่ในห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยความหนาวเย็น เจ้ารู้สึกทรมานอย่างไม่รู้จบใช่หรือไม่? แถมตอนนี้อาการนี้มันรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ? มันมาถึงจุดที่เจ้าจะทนไม่ได้แล้ว?” มู่ปิงกล่าว


“เจ้า … เจ้ารู้ได้อย่างไร?” ใบหน้าของเฉิมู่นเปลี่ยนไปอย่างมาก


“สิ่งที่เป็นของข้า ข้าย่อมรู้จักมันดี!”


“ต้องขอบใจเจ้ามากที่ช่วยทำให้รากวิญญาณของข้าอบอุ่นมาเป็นเวลาหลายปี!”


หลังจากกล่าวจบ มู่ปิงก็ยื่นมือขวาออกมา “กลับมา รากวิญญาณของข้า!”


เมื่อเสียงนี้ดังขึ้น


“ครึกๆๆ……”


ร่างกายของมู่เฉินก็สั่นไหวอย่างรุนแรง จุดตันเถียนของเขาเหมือนกับกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ


"อ๊ากกกก……"


มู่เฉินกรีดร้องออกมาอย่างน่าสังเวช ร่างกายของเขาสั่นสะท้านไปทั่วทั้งตัว


“ฉึก……” เสียงบางอย่างที่แทงทะลุออกมาจากเนื้อดังขึ้น


บนจุดตันเถียนของมู่เฉินเริ่มมีรอยแตกเล็กๆเกิดขึ้น ทันใดนั้นฟีนิกซ์น้ำแข็งขนาดเท่าฝ่ามือก็เจาะออกมา


“รากวิญญาณ นี่คือ …… รากวิญญาณสูงสุด!”


“ที่น่าประหลาดใจก็คือมันเป็นฟีนิกซ์น้ำแข็ง!”


“ไม่น่าแปลกใจที่มู่เฉินมักจะกรีดร้องออกมาเป็นประจำ ดูเหมือนว่าเขาจะถูกทรมานเป็นอย่างมากด้วยรากวิญญาณนี้ มันคงจะทรมานจนมนุษยไม่สามาถทนได้!”


ทันทีที่ฟีนิกซ์น้ำแข็งปรากฏขึ้น มันก็ส่งเสียงตะโกนขึ้น


“เจี๊ยบ ……” ฟีนิกซ์น้ำแข็งร้องและบินไปรอบๆมู่ปิง มันบินวนอยู่รอบๆตัวนางอย่างมีความสุข


ฉากนี้เป็นเหมือนกับการได้พบกันของแม่กับลูก และเลือดย่อมข้นกว่าน้ำ


จากนั้นฟีนิกซ์น้ำแข็งก็บินเข้าไปในตันเถียนของมู่ปิงและหายตัวไป มู่ปิงหลับตาลงและรู้สึกถึงมันอย่างเงียบๆ


นางเห็นฟีนิกซ์น้ำแข็งอยู่ภายในจุดตันเถียนของนาง สายฟ้าแห่งความทุกข์ยากเริ่มหลอมรวมกับมันอย่างรวดเร็ว


ฟีนิกซ์น้ำแข็งกลายร่างเป็นฟีนิกซ์น้ำแข็งสายฟ้า มันปล่อยพลังมหาศาลที่ไม่อาจต้านทานออกมา


ด้านบนของฟีนิกซ์น้ำแข็ง รัศมีสีทองของเต๋าแห่งพุทธและแสงสีน้ำเงินเยือกแข็งเริ่มหลอมรวมเข้าด้วยกัน


ในชั่วพริบตา การหลอมรวมก็เสร็จสมบูรณ์


“คลื่นนน……”


ความแข็งแกร่งของมู่ปิงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในชั่วพริบตา นางก็มาถึงขั้นที่เจ็ดของขอบเขตสวรรค์


อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าของนางยังไม่ได้หยุด นางก็ไปถึงขอบเขตสวรรค์ขั้นเก้า จากนั้นก็ขอบเขตสวรรค์ขั้นสิบ!


หลังจากไปถึงขอบเขตสวรรค์ขั้นสิบแล้วมันก็หยุดลง


แล้วมันก็ไม่ใช่เพียงแค่ขอบเขตของนางที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ความแข็งแกร่งทางร่างกายของนางก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน


ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ทันใดนั้นนางก็ลืมตาขึ้น


“วูปปป ……”


พลังอันเยือกเย็นสองสายสาดส่องออกไปอย่างราวกับดาบ มันกวาดไปทั่วทั้งสวรรค์และโลกจนทำให้ผู้คนไม่กล้ามองตรงไปที่นาง


นางยกมือของนางขึ้น ทั่วทั้งร่างกายของนางถูกห่อหุ้มด้วยพลังอันเย็นยะเยือก


“เจ้า …… เจ้าแย่งรากจิตวิญญาณของข้าไป เจ้า …… เจ้าจะต้องตาย!” มู่เฉินตะโกน


“หึ!”


มู่ปิงเค้นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา “ดูแลตัวเองดีๆก่อนเถอะ ตอนนี้เจ้าได้กลับกลายไปเป็นขยะแล้ว เหล่าผู้คนที่เจ้าไปทำให้ขุ่นเคืองจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!”


“บูม……”


เสียงนี้เป็นเหมือนกับเสียงฟ้าร้องที่ดังขึ้นในใจของมู่เฉิน ทั่วร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างรุนแรง


หลายปีมานี้ เขาได้รังแกผู้อื่นมาโดยตลอด ตอนนี้เขากลับมากลายเป็นขยะไปแล้ว


แน่นอนว่าคนที่เขาไปรังแกเหล่านั้นจะไม่ยอมปล่อยเขาไปแน่


ข้าควรทำเป็นอย่างไรดี?


“มู่ปิง เจ้าเป็นฝ่ายบังคับข้าเอง!”


“ถ้าอย่างนั้นเรามาสู้กันให้ตายเถอะ ไปพาพ่อแม่ของนางมาที่นี่!”


หลังจากเสียงนี้จบลง สายรุ้งยาวหลายสายก็บินออกไปอย่างรวดเร็ว


หลังจากนั้นไม่นาน คู่ชายหญิงที่ถูกมันไว้ก็ถูกพาตัวมาอย่างรวดเร็ว


แน่นอนว่าสองคนนี้ก็คือพ่อแม่ของมู่ปิง


ตอนก่อน

จบบทที่ รากวิญญาณสูงสุด

ตอนถัดไป