นายน้อยต้องเป็นราชาแห่งเหล่าเซียนอมตะ!

ณ ลานหน้าบ้านของซุนห่าว


“เขายังคุกเข่าอยู่ข้างนอกหรือเปล่า?” ซุนห่าวถาม


“เขายังคุกเข่าอยู่ นายน้อย! เขาไม่ได้เคลื่อนไหวเลยในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา!” หวงหรูเหม่ย กล่าว


เขาจะดื้อรั้นขนาดนี้ไปทำไม?


มีความมุ่งมั่นที่จะไม่หยุดจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย!


การมีความเพียรเช่นนี้นั้นหายากมากที่จะได้เห็น แต่ถึงเขาต้องการกราบข้าเป็นอาจารย์ ข้าก็ไม่มีอะไรที่จะสอนเขาอยู่ดีไม่ใช่หรือ? ข้ายังรู้วิธีบ่มเพาะด้วยซ้ำ


"ขอข้าดูหน่อย!"


“เจ้าค่ะ นายน้อย!”


ทั้งสองมาถึงนอกประตูลานบ้าน พวกเขาเห็นโม่ฮาวฉือกราบลงบนพื้นไม่ขยับ เขาเป็นเหมือนกับรูปปั้นไม้แข็งๆ


เขาพูดพึมพำออกมาเป็นครั้งคราว “นายน้อย ข้าผิดไปแล้ว! โปรดรับข้าเป็นลูกศิษย์ด้วย!”


ซุนห่าวมองดูโม่ฮาวฉือและกล่าว “รับเจ้าเป็นศิษย์? เจ้าต้องการเรียนอะไร?"


ร่างกายของโม่ฮาวฉือสั่นไหวเมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ เขาค่อยๆเงยศีรษะขึ้น


เมื่อเขาเห็นซุนห่าวยืนอยู่เบื้องหน้า ดวงตาของเขาก็เปล่งกายออกมา


"นายน้อย!"


“ข้าอยากเรียนแกะสลักจากท่าน!” ดวงตาของโม่ฮาวฉือเป็นประกาย เขาก้มหน้าลงไปกับพื้นอีกครั้ง


“มันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะเรียนแกะสลักกับข้า แต่ ……” ซุนห่าวทำท่าอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่หยุดไว้ก่อน


“นายน้อย หากท่านมีคำสั่งอะไรก็กล่าวมาได้เลย!” โม่ฮาวฉือกล่าว


“อย่างแรก ข้าจะไม่รับเจ้าเป็นลูกศิษย์ แต่เจ้าสามารถมาดูข้าตอนแกะสลักได้!”


“ประการที่สอง ข้าจะไม่จัดหาที่พักให้เจ้า สำหรับที่อยู่ เจ้าต้องแก้ไขเรื่องนี้ด้วยตัวเจ้าเอง!”


“ประการที่สาม เจ้าสามารถมาได้เพียงวันละครั้งและอยู่ได้ไม่เกินสองชั่วโมง! ถ้าข้าไม่แกะสลักในวันนั้น ก็ให้กลับไปในทันที!” ซุนห่าวกล่าว


“นายน้อย ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาแน่นอน!” โม่ฮาวฉือพยักหน้าอย่างหนักแน่น


ถ้าเช่นนั้นก็ย่อมได้ ลุกขึ้นเถอะ!” ซุนห่าวกล่าว


“ขอบคุณมาก นายน้อย!” โม่ฮาวฉือยืนขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยความเคารพ


"มากับข้า!"


"ขอรับ!" โม่ฮาวฉือเดินตามหลังเขามายังศาลา


“เจ้ายังไม่ได้กินข้าวใช่หรือเปล่า? อยากกินอะไร?” ซุนห่าวถาม


“นายน้อย นี่ …… จะทำอย่างนี้ได้ยังไง?”


โม่ฮาวฉือมองไปที่จานสองจานด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เขาได้กลิ่นหอมลอยออกมาทุกวัน ตัวเขาเองก็อยากกินมานานแล้ว ไม่รู้ว่าท้องเขาร้องออกมากี่ครั้งแล้ว


“ไม่เป็นไร มากินข้าวกันเถอะ!”


“ขอบคุณมาก นายน้อย!”


โม่ฮาวฉือกำหมัดโค้งคำนับก่อนจะเดินไปที่โต๊ะและเริ่มกิน ซุนห่าวมองไปที่โม่ฮาวฉือและพยักหน้าอย่างลับๆ


อาหารทั้งสองจานนี้เขาจงใจทำไว้ให้โม่ฮาวฉือ แน่นอนว่าซุนห่าวจะไม่ยอมปล่อยแต้มอวยพรไปเด็ดขาด


“นายน้อย อาหารจานนี้อร่อยมาก! นายหญิงเป็นคนทำใช่หรือไม่?” โม่ฮาวฉือถาม


นายหญิง? เมื่อไหร่กันที่ข้ามีภรรยา?


ซุนห่าวกวาดตามองไปที่หวงหรูเหม่ย แต่กลับพบว่านางกำลังก้มหน้าลงอย่างเขินอาย


นางไม่พูดอธิบาย! ดูเหมือนนางจะยอมรับ?


ในเมื่อหวงหรูเหม่ยไม่ได้อธิบาย ทำไมเขาจะต้องอธิบายล่ะ?


"อืม!" ซุนห่าวพยักหน้าเล็กน้อย


“ทักษะการทำอาหารของนายหญิงไม่มีใครทัดเทียมได้! อาหารแต่ละจานเป็นเหมือนกับงานศิลปะที่ทำให้ผู้คนไม่สามารถวางตะเกียบลงได้!”


“อาหารที่อยู่ในปากเต็มไปด้วยกลิ่นหอมและรสที่ค้างอยู่ในคอไม่รู้จบ มันเป็นรสชาติที่ดีที่สุดในโลกจริงๆ!” โม่ฮาวฉือมักจะกินในขณะที่ชมเชย


เมื่อนางได้ยินเรื่องนี้ นางก็หน้าแดงขึ้นเล็กน้อย “ไหนเลยจะเป็นเช่นนั้น ฝีมือของข้าไม่ได้เข้าใกล้กับนายน้อยเลยด้วยซ้ำ!”


"อะไรกัน?"


โม่ฮาวฉือเต็มไปด้วยความตกใจ เขามองไปที่ซุนห่าวด้วยใบหน้าแห่งความชื่นชม “นายน้อย ท่านเป็นหัวหน้าพ่อครัวหรือ?”


“เกินจริงไปแล้ว ทักษะการทำอาหารของหรูเหม่ยอยู่ในระดับเดียวกับของข้าแล้ว!” ซุนห่าวกล่าว


“ดังนั้น กลายเป็นว่านายน้อยเป็นอาจารย์ที่ฝึกศิษย์นี่เอง!” โม่ฮาวฉือพยักหน้าและชื่นชมต่อไป


หลังอาหาร โม่ฮาวฉือมองไปที่ซุนห่าวแล้วพูดว่า "นายน้อย วันนี้ท่านจะแกะสลักหรือเปล่า?"


เมื่อมองดูท่าทางกระตือรือร้นของโม่ฮาวฉือ ซุนห่าวก็ยิ้มขึ้นอย่างแผ่วเบา “ได้สิ เจ้ามากับข้า!”


“ขอรับนายน้อย!” ทั้งสองคนเดินมาที่ห้องแกะสลัก


ซุนห่าวนั่งลงก่อนจะถือไม้ขึ้นมาในมือซ้ายและหยิบมีดแกะสลักขึ้นมาในมือขวา


“การแกะสลัก สิ่งที่ต้องให้ความสนใจก็คือ……” ซุนห่าวอธิบายในขณะที่เขาเริ่มแกะสลัก


รูปแบบอาคมแต่ละรูปแบบเสร็จสมบูรณ์ในจังหวะเดียว มันสมบูรณ์แบบจนไม่มีข้อบกพร่อง


ดวงตาของโม่ฮาวฉือเบิกกว้าง ยิ่งเขามองดูเท่าไหร่ก็ยิ่งมีหยาดเหงื่อเกิดขึ้นบนหน้าผากมากขึ้น


เทคนิคของนายน้อยอาจจะดูเหมือนธรรมดา แต่จริงๆแล้วมันมีพลังเต๋าที่ลึกลับซ่อนอยู่


นี้เหมือนกับการดูนายน้อยพัฒนาเต๋าที่น่ากลัวจนถึงขีดสุด ยิ่งจ้องนานเขาก็ยิ่งรู้สึกเวียนหัว


ถ้าพรสวรรค์ของคนๆหนึ่งไม่มากพอ มันก็เป็นเรื่องยากที่จะเห็นวิถีของเต๋าที่ซ่อนอยู่


“นายน้อย นี่…… ช่างเป็นเซียนอมตะที่ไร้เทียมทาน!”


“นายน้อยต้องเป็นราชาแห่งเหล่าเซียนอมตะ!” โม่ฮาวฉืออ้าปากกว้างด้วยความตกใจ


บนร่างกายของเขามีเหงื่อหลั่งไหลลงมาเหมือนกับฝน เสื้อผ้าของเขาเปียกโชก ในไม่ช้าอาการเวียนศีรษะก็รุนแรงมากขึ้น


โม่ฮาวฉือถอนสายตาออกมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่กล้ามองไปที่ซุนห่าวอีกเลย เขาแอบเช็ดเหงื่อเย็นบนใบหน้าที่ขาวซีดของเขา


“การรู้แจ้งในเต๋าของข้าต่ำเกินไป!”


“ใช่แล้ว ข้าจะคู่ควรกับการเป็นศิษย์ของนายน้อยได้อย่างไร!” โม่ฮาวฉือแอบส่ายหัวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความขมขื่น


ไม่นานหลังจากนั้น


"มันจบแล้ว!"


ซุนห่าววางมีดแกะสลักลงแล้วเอาแกนเรือวางลงไว้


หลังจากนั้นเขาก็นำผลึกอมตะสองร้อยก้อนออกมาแล้ววางลงไปบนแกนเรือ


“วูปปป……” ที่แกนเรือส่องแสงสีฟ้าพราวระยิบระยับออกมา


“นายน้อย แกนเรืออันนี้แข็งแกร่งกว่าอันที่ข้าเห็นก่อนหน้านี้อีก มันแข็งแกร่งกว่าสองถึงสามพันเท่า!”


“น่าแปลกใจที่มันต้องการเพียงแค่สองร้อยผลึกอมตะเพื่อเปิดใช้งาน!” โม่ฮาวฉือจ้องมองตรงไปข้างหน้า ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชม


“เสียดายที่ข้าเหลือผลึกอมตะอยู่ไม่มากนัก สามารถสร้างแกนเรือได้อีกแค่อันเดียวเท่านั้น!”


ซุนห่าวมองดูผลึกอมตะที่เหลืออยู่อีกสามร้อยก่อนจะแอบถอนหายใจออกมา


ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ร่างกายของโม่ฮาวฉือก็สั่นสะท้าน เขารีบหยิบผลึกอมตะออกมาจากพื้นที่จิตวิญญาณของเขาอย่างไม่ลังเลเลย


ผลึกอมตะที่เขาหยิบออกมามีทั้งหมดห้าร้อยชิ้น ซึ่งเป็นเงินออมที่เขาเก็บมาตลอดหลายร้อยปี


“นายน้อย ข้ามีผลึกอมตะอยู่บ้าง โปรดรับไว้ด้วย!”


โม่ฮาวฉือนำผลึกอมตะมอบให้ซุนห่าวด้วยท่าทางเคารพ


"ให้ข้า?"


ซุนห่าวตกตะลึงเล็กน้อย เขาหยิบถุงที่เก็บผลึกอมตะขึ้นมานับ จำนวนของผลึกอมตะทำให้ดวงตาของเขาเปล่งประกาย


ทั้งหมดนี้สามารถซื้อเมืองเจียงหยางได้ห้าเมือง! เขาต้องการที่จะให้ทั้งหมดนี่กับข้าหรือ? โม่ฮาวฉือผู้นี้รวยจริงๆ


ห้าร้อยผลึกอมตะ ข้าควรรับมันไว้ดีหรือเปล่า?


“น่าอายอะไรเช่นนี้!” ซุนห่าวกล่าว


“นายน้อย ตราบใดที่ท่านไม่รังเกียจ!” โม่ฮาวฉือ กล่าว


“เช่นนั้น ข้าจะรับไว้!” ซุนห่าวกล่าว


“ขอบคุณมาก นายน้อย!” ใบหน้าของโม่ฮาวฉือดูดีใจอย่างมาก


เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ซุนห่าวก็เต็มไปด้วยอาการตกตะลึง นี่ไม่ใช่คำที่ข้าต้องพูดหรือ?


แต่ผู้ชายคนนี้ดูเหมือนจะต้องการกราบข้าเป็นอาจารย์ ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะมอบผลึกอมตะให้ข้า


“ไม่ต้องมากมารยาท!” หลังจากพูดออกไปเช่นนั้น ซุนห่าวก็มอบแกนเรือให้โม่ฮาวฉือ “เจ้ารับไป!”


“นายน้อย นี่คือ?” ดวงตาของโม่ฮาวฉือเบิกกว้างด้วยด้วยความไม่เชื่อ


“สำหรับเจ้า!” ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ถูกกล่าวออกมา หน้าอกของโม่ฮาวฉือราวกับถูกกระแทกอย่างแรง เขาตะลึงแข็งค้างอยู่กับที่ ไม่มีคำใดอธิบายความรู้สึกของเขาได้


แกนเรือนี้เป็นแกนเรืออมตะ! มันเป็นสมบัติล้ำค่า หากใช้ในการประมูล จากการประมาณการของเขา แกนเรืออันนี้สามารถประมูลได้หลายหมื่นผลึกอมตะ


นายน้อยบอกว่าจะให้ข้าจริงๆหรือ? มันรู้สึกเหมือนกับกำลังฝันอยู่เลย


“ท่านอาจารย์ ข้ารับไว้ไม่ได้!” โม่ฮาวฉือกล่าว


"อะไร? รังเกียจมันหรือ?”


“ไม่ ไม่ใช่ นายน้อย! มันแพงเกินไป!” โม่ฮาวฉือกล่าว


“ไม่เป็นไร เอาไปเถอะ! เมื่อเจ้าแกะสลักได้ในระดับนี้ เมื่อเจ้าสามารถมาถึงระดับนี้ได้ นั่นคือตอนที่เจ้าสามารถเป็นลูกศิษย์ของข้า!” ซุนห่าวกล่าว


ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ถูกกล่าวออกมา


“บูม!” เหมือนกับสายฟ้าผ่าเข้าที่หัวของโม่ฮาวฉือ เขาตกตะลึงอยู่ในความเงียบ


ความสุขถาโถมเข้ามาอย่างกะทันหัน! นายน้อยตกลงรับข้าเป็นศิษย์แล้ว?


“ขอบคุณมาก นายน้อย!”


“ไม่ต้องกังวน สักวันข้าจะทำมันให้สำเร็จ!” โม่ฮาวฉือพยักหน้าด้วยใบหน้าที่แน่วแน่


มุมปากของซุนห่าวยกยิ้มขึ้นบางๆ


แต้มอวยพรเช่นนี้ ข้าจะปล่อยไปได้อย่างไร!


“พอแค่นี้สำหรับวันนี้ ได้เวลาน้ำชาแล้ว ไปกันเถอะ!” ซุนห่าวกล่าวว่า


“ขอรับนายน้อย!”


เมื่อทั้งสองมาถึงศาลาแล้ว ซุนห่าวก็หยิบใบชาจากถุงสีแดงใบออกมาแล้วใส่ลงในกาน้ำชา


ทันใดนั้น สีหน้าของโม่ฮาวฉือก็แสดงความประหลาดใจอย่างไม่อยากจะเชื่อออกมา


“รู้แจ้ง…ชารู้แจ้ง?”


“ชารู้แจ้งเป็นกำมืออย่างนั้นหรือ?” เสียงของโม่ฮาวฉือสั่นเครือแล้วยืนนิ่งอยู่กับที่ เขารู้ดีว่าชารู้แจ้งนั้นมีค่ามากเพียงใด


แต่ตอนนี้นายน้อยกลับหยิบมันออกมาเป็นกำมือใหญ่ๆ?


“ตาเฒ่าโม่ ดื่มสิ อย่าปล่อยให้เย็นไปซะก่อน!” เสียงของซุนห่าวปลุกโม่ฮาวฉือให้ฟื้นสติ


“ขอ ……ขอรับ นายน้อย!” โม่ฮาวฉือหยิบถ้วยชาขึ้นมาในขณะที่ตัวสั่นเล็กน้อย เขาเปิดปากแล้วดื่มมันลงไปในคราวเดียว


“ฟู่……”


พลังสายหนึ่งไหลจากเส้นลมปราณตรงเข้าสู่สมองของเขา จิตวิญญาณของเขาเหมือนกับถูกแช่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อน มันรู้สึกสบายเป็นอย่างมาก


ในตอนนี้ ความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณของเขาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ลืมตาและมองที่ซุนห่าวด้วยใบหน้าขอบคุณ


“อีกแก้วสิ!” ซุนห่าวเติมชาให้โม่ฮาวฉือทันที


“ขอบคุณมาก นายน้อย!” โม่ฮาวฉือเป็นเหมือนคนที่กระหายน้ำมาเป็นเวลานาน เขาดื่มชาไปห้าถ้วยก่อนจะหยุด


“อีกถ้วย?”


“นายน้อย ข้าอิ่มแล้ว!”


โม่ฮาวฉือโบกมือไปมาก่อนจะลูบท้องด้วยความพึงพอใจ


พรสวรรค์ของเขาเองยังอ่อนเกินไป


ตอนนี้เขาสามารถย่อยชาแห่งการรู้แจ้งได้เพียงถ้วยเดียวเท่านั้น ส่วนอีกสี่ถ้วยนั้นคงจะต้องใช้เวลาย่อยนานพอสมควร


เมื่อถึงเวลานั้น พรสวรรค์ของเขาคงจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า ไม่สิ เป็นพันเท่า!


มาเป็นลูกศิษย์ของนายน้อยได้เร็วกว่าที่คาดไว้!


“นายน้อย วันนี้ข้าจะกลับไปฝึกแล้ว!” โม่ฮาวฉือลุกขึ้นและป้องมือของเขาเป็นการคารวะ


“อืม!”



ตอนก่อน

จบบทที่ นายน้อยต้องเป็นราชาแห่งเหล่าเซียนอมตะ!

ตอนถัดไป