จับสายฟ้าอมตะด้วยมือเปล่า!

ทวีปเทียนลั่ว ดินแดนทางเหนือ ภูเขาต้าฉี ภายในถ้ำของหยูกุ้ย



หยูกุ้ยจื้อลืมตาขึ้นมาด้วยดวงตาอันเฉียบคม เขามองไปในทิศทางของแดนตะวันตกราวกับว่าดูเขาสามารถมองทะลุไปได้หลายล้านลี้



“สายฟ้าอมตะแห่งความทุกข์ยาก?”



“ข้าไม่ได้เห็นสายฟ้าอมตะแห่งความทุกข์ยากมาหลายหมื่นปีแล้ว!”



“คราวนี้ ผู้ใดกันที่ไม่สามารถกดพลังจนทำให้เกิดสายฟ้าอมตะแห่งความทุกข์ยากขึ้น?”



“ช่างเป็นสายฟ้าอมตะแห่งความทุกข์ยากที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!”



“สายฟ้าอมตะแห่งความทุกข์ยากนี้ทรงพลังเกินไป เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน มันแข็งแกร่งกว่าอย่างน้อยสิบเท่า!”



“ดูเหมือนว่าเต๋าสวรรค์จะไม่ยอมให้ใครได้กลายเป็นเซียน!”



หยูกุ้ยจื้อพึมพัมพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบา ๆ



……



……



ทวีปเทียนลั่ว ทางทิศตะวันตกมีทะเลที่ชื่อทะเลอันไร้ที่สิ้นสุด



ท้องฟ้าภายในทะเลอันไร้ที่สิ้นสุดนั้นมืดครึ้มจนทำให้มองไม่เห็นดวงอาทิตย์เลยตลอดทั้งปี



บนเกาะแห่งหนึ่ง ในหอคอยสูงที่ปกคลุมไปด้วยกระโหลกศีรษะ



โครงกระดูกมนุษย์ที่สูงห้าเมตรนั่งอยู่บนที่นั่งหลัก ภายในเบ้าตาอันกลวงโบ๋มีเปลวไฟวิญญาณอันน่ากลัวอยู่สองดวง



ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากจ้าวแห่งเผ่าปีศาจ – กุ้ยจู



ทันใดนั้น



“โฮ …… ”



ดวงไฟวิญญาณทั้งสองดวงสั่นไหวอย่างรุนแรง เปลวไฟวิญญาณสีขาวค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงจนในที่สุดมันก็กลายเป็นสีแดงเข้ม



“สายฟ้าอมตะแห่งความทุกข์ยาก? มีคนจากเผ่ามนุษย์กำลังเผชิญหน้ากับสายฟ้าอมตะแห่งความทุกข์ยาก?”



“ข้าอยากจะเห็นนักว่าเจ้าเป็นใคร?”



หลังกล่าวจบ เขาก็ยื่นมือออกแล้วชี้ไปข้างหน้า



“คลื่นน……” อากาศสั่นสะเทือน



“บูม ……” ทันทีหลังจากนั้นก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น



ร่างกายของกุ้ยจูถูกกระแทกถอยหลัง เปลวไฟวิญญาณของเขาก็สั่นไหวอย่างรุนแรง ไม่รู้ว่าเขากลัวหรือแปลกใจ



“มีพลังลึกลับปกคลุมไว้อยู่?”



“แค่สัมผัสเบาๆ ก็ผลักข้ากลับได้แล้ว?”



“ใครกัน? ทำไมมันถึงได้น่ากลัวขนาดนี้!”



“ข้าหวังว่าเขาจะไม่ประสบความสำเร็จในการข้ามผ่านความทุกข์ยาก มิฉะนั้น เกรงว่ามันจะส่งผลกระทบต่ออันยิ่งใหญ่ต่อข้าผู้นี้!” กุ้ยจูพึมพำกับตัวเอง



ฉากเช่นเดียวกันนี้ปรากฏขึ้นทั่วทั้งทวีปเทียนลั่ว



ในตอนนี้



ไม่ว่าจะเป็นอสูรโบราณหรือบรรพบุรุษที่ผนึกตัวเองอยู่ในพื้นที่ต้นกำเนิดศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนต่างก็ลืมตาขึ้นมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกใจ



ทั้งหมดจ้องมองไปยังแดนตะวันตก



“สายฟ้าอมตะแห่งความทุกข์ยากนี้รุนแรงมากกว่าเดิมหลายสิบเท่า!”



“ดูเหมือนว่าสวรรค์จะไม่ยอมให้ผู้คนได้กลายเป็นเซียนแล้วจริงๆ!”



“โชคดีที่ข้าได้กดขอบเขตของข้าและไม่ทะลวงไปยังขั้นต่อไป ไม่เช่นนั้น จิตวิญญาณของข้าจะต้องแตกสลายอย่างแน่นอน!”



……



……



แดนตะวันตก ทางใต้ของผู้เขาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ที่พักของซุนห่าว



ซุนห่าวมองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วมองไปที่หวงหรูเหม่ย หลังจากเห็นท่าทางที่สงบนิ่งของนาง เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกโล่งใจ



“ดูเหมือนว่าหรูเหม่ยจะไม่กลัวฟ้าร้องอีกต่อไปแล้ว!” ซุนห่าวพึมพำก่อนจะเริ่มกินเนื้อต่อไป



เมื่อเห็นฉากดังกล่าวภายในสายตา ทุกคนก็ค่อยๆผ่อนคลายลง



“นายน้อยอยู่นี่ ยังมีอะไรให้ต้องกังวลอีก!”



“แต่นี่เป็นสายฟ้าอมตะแห่งความทุกข์ยาก ไม่ใช่สายฟ้าแห่งความทุกข์ยากธรรมดา!”



“มันก็เหมือนเดิม! ไม่ว่าจะเป็นสายฟ้าแห่งความทุกข์ยากระดับใด เมื่ออยู่ต่อหน้านายน้อย มันก็ยังต้องคุกเข่าไม่ใช่หรือ?”



หลัวหลิวหยานและคนอื่นๆแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน จากนั้นพวกเขาถึงได้ผ่อนคลายจิตใจและกินเนื้อต่อไป



สี่บรรพบุรุษของตระกูลมู่มองขึ้นไปบนฟ้าก่อนจะหันมองที่ทุกคน ใบหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก



พวกเขาระงับความกลัวภายในใจของพวกเขาแล้วเริ่มกินเนื้อต่อตามคนอื่นๆ



เนื้อที่พวกเขาคีบขึ้นมาเกือบจะตกลงไปในหม้ออยู่หลายครั้งเพราะความกลัว



สายฟ้าอมตะแห่งความทุกข์ยาก! นายน้อยจะสามารถต้านทานได้หรือ? ทำไมทุกคนถึงได้ใจเย็นกันขนาดนี้! ถ้ามันผ่าลงมาจริงๆ พวกเราตายแน่!



เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ บรรพบุรุษทั้งสี่ของตระกูลมู่ก็เต็มไปด้วยความขมขื่น พวกเขามองดูท้องฟ้าเป็นครั้งคราว



เหนือท้องฟ้า ภายในเมฆดำ



“ฟุบบ……” ร่างที่หนึ่งก่อตัวขึ้นจากสายฟ้าอย่างรวดเร็ว เขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากยักษ์สายฟ้าแห่งความทุกข์ยาก



คราวนี้มีใครบางคนที่ตั้งใจจะเผชิญหน้ากับสายฟ้าอมตะแห่งความทุกข์ยาก พลังสายฟ้าที่เขาเรียกออกในครั้งนี้นั้นแข็งแกร่งมากกว่าครั้งก่อนนับสิบล้านเท่า



“เจ้าหนูน้อย เจ้ากล้าดีอย่างไรที่จะข้ามผ่านสายฟ้าอมตะแห่งความทุกข์ยาก เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ?”



“วันนี้ข้าจะให้เจ้าลองสัมผัสถึงความหมายของการที่อยากจะต่อต้านสวรรค์!”



“คราวนี้ ข้าจะเป่าวิญญาณของเจ้าทิ้งแล้วทำลายกระดูกของเจ้าไม่ให้เหลือ!”



“ตราบใดที่ภารกิจนี้เสร็จสิ้น ผลงานในปีนี้ของข้าก็นับว่าผ่านเกณฑ์แล้ว ฮ่าฮ่า ……”



“ฮึ่ม คราวนี้ข้าคงไม่ได้พบกับตัวตนสูงสุดอีกแล้วใช่หรือไม่?”



ด้วยความคิดเช่นนั้น ร่างของยักษ์สายฟ้าก็หยุดนิ่ง คลื่นแห่งความไม่สบายใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา จากนั้นเขาก็ส่ายหัวอย่างรวดเร็ว “เป็นไปไม่ได้!”



“ข้ารู้จักผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวตนสูงสุด พวกเขาเพิ่งไปถึงขอบเขตสวรรค์เท่านั้น! ไม่มีทางที่จะมาเผชิญหน้ากับสายฟ้าอมตะแห่งความทุกข์ยากได้!”



“ใครสนว่ามันจะเป็นใคร? กินค้อนสายฟ้าของข้า!”



หลังจากกล่าวออกมาเช่นนั้น ยักษ์สายฟ้าก็หยิบค้อนออกมาพร้อมกับแสงสายฟ้าเป็นประกาย



“จื่อ……”



ฟ้าร้องหมื่นสีปรากฏขึ้นบนค้อน สายฟ้าพวกนี้เคลื่อนไหวไปมาไม่หยุด พลังที่ระเบิดออกมานั้นสามารถทำลายล้างได้ทั้งสวรรค์และโลก



เมื่อมองไปที่สายฟ้าเหล่านี้ มันจะทำให้หัวใจและจิตวิญญาณของผู้คนสั่นสะท้าน



"ตาย!"



ยักษ์สายฟ้าส่งเสียงคำรามแล้วระเบิดพลังออกไปยังเบื้องล่าง



“จื่อ……”



เมฆดำกระจัดกระจายไปรอบๆก่อนที่แสงหลากสีจะสาดส่องออกมาจนทำให้ทั้งโลกสว่างขึ้น



สายฟ้าส่งเสียงดังออกมาอย่างต่อเนื่อง



“ซู่ซ่า……”



ความกดดันที่น่าสะพรึงกลัราวกับสึนามิพุ่งเข้ากดทุกคนไว้ ใบหน้าของบรรพบุรุษทั้งสี่ของตระกูลมู่เปลี่ยนไปอย่างมาก พวกเขาพึมพัมขึ้น “ไม่ดีแล้ว”



"มันจบแล้ว!" พวกเขามองดูสายฟ้าที่กำลังผ่าลงมาด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง



ตอนนั้นเอง



“ว้าว ……” ร่างหนึ่งก็รีบวิ่งออกไป นางแต่งกายด้วยชุดสีขาว เสื้อผ้าของนางพลิ้วไหวไปตามสายลม บนใบหน้าที่สวยงามของนางมีรอยยิ้มที่แน่วแน่ประดับไว้อยู่ นางไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหวงหรูเหม่ย



นางมองดูสายฟ้าที่ผ่าลงมาจากท้องฟ้าอย่างไม่เกรงกลัวก่อนที่จะยื่นมือขวาออกแล้วจับไปบนท้องฟ้า



“จื่อ……”



สายฟ้าพุ่งตรงเข้าไปในมือของหวงหรูเหม่ย มันดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายในมือของนาง



ทุกครั้งที่มันดิ้นไปมา มันจะระเบิดด้วยพลังทำลายล้างอันมหาศาลออกมา



“บูม……”



พื้นที่รอบๆเริ่มแตกเหมือนกับกระจก



บรรดาผู้ที่ดูฉากนี้อดไม่ได้ที่จะรู้สึกชาไปทั้งตัว เหงื่อเย็นๆไหลออกลงมาจากแผ่นหลังของพวกเขา



จับสายฟ้าอมตะแห่งความทุกข์ยากด้วยมือเปล่า?



ตั้งแต่ยุคบรรพกาลไม่เคยเกิดเรื่องเช่นนี้มาก่อน!



ความแข็งแกร่งของนางช่างน่ากลัวยิ่งนัก!



เป็นไปไม่ได้!



“อย่าดิ้น มันไม่มีประโยชน์!”



"หยุด!"



หวงหรูเหม่ยบีบมือขวาเบา ๆ



“บูม ……”



สายฟ้าอมตะแห่งความทุกข์ยากระเบิดออกแล้วกลายเป็นเส้นสายฟ้านับพันล้านเส้น



พลังเหล่านี้เข้าห่อหุ้มหวงหรูเหม่ย นางหลับตาและอาบแสงสายฟ้าด้วยความเพลิดเพลิน



ไม่กี่นาทีต่อมา พลังสายฟ้าก็ถูกหวงหรูเหม่ยดูดกลืนลงไปทั้งหมด



นางหลับตาอยู่กลางอากาศแล้วสัมผัสถึงมันอย่างเงียบๆ



ในเวลานี้ ราวกับทั้งสวรรค์และโลกหยุดนิ่ง สายตาของทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงขณะมองไปที่หวงหรูเหม่ย



"อะไร? กลืนสายฟ้าอมตะแห่งความทุกข์ยากไปทั้งหมด!”



"น่าทึ่งจริงๆ! การจะทำเช่นนี้นั้นเป็นไปไม่ได้เลย!”



“น้องสาวหรูเหม่ยแข็งแกร่งมาก! เพียงแค่ร่างกายของนาง ข้าเกรงว่าแม้แต่มังกรอมตะก็ยังเทียบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!”



หลัวหลิวหยานและคนอื่นๆมองไปที่หวงหรูเหม่ยด้วยใบหน้าอันตกตะลึง



ถัดจากพวกเขา บรรพบุรุษทั้งสี่ของตระกูลมูแข็งค้างอยู่กับที่ พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเรื่องที่เห็นอยู่ตรงหน้า



ใช้มือจับสายฟ้าอมตะแห่งความทุกข์ยากแล้วกลืนพลังของสายฟ้าลงไปในร่างกายของนาง



พวกเขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน!



ไม่เคยมีใครทำได้ในรอบล้านปี!



วิธีการของนางช่างน่ากลัวและเหนือจินตนาการ



“ฮึก ……”



บรรพบุรุษทั้งสี่ของตระกูลมู่สูดลมหายใจเข้าลึกๆอยู่หลายก่อนจะสงบลง



สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่หวงหรูเหม่ยอีกครั้ง



พวกเขาเห็น



“ฟึบ…..”



หวงหรูเหม่ยเปิดตาอันเฉียบคมของนางขึ้น สายตาของนางมองทะลุผ่านเมฆดำแล้วตรงผ่านไปยังยักษ์สายฟ้า





ตอนก่อน

จบบทที่ จับสายฟ้าอมตะด้วยมือเปล่า!

ตอนถัดไป