แม้แต่จักรพรรดิอมตะ ก็ยังไม่สามารถกลับออกมาได้!
“ฟูมม……”
เรืออมตะส่งเสียงดังกึกก้อง ระลอกคลื่นโปร่งใสกระจายไปทั่ว อากาศรอบๆเรืออมตะเริ่มบิดเบี้ยวด้วยคลื่นความร้อน
“ซู่ซ่า……”
ทันใดนั้น เรืออมตะก็หายไปจากที่เดิม เพียงพริบตาเดียว มันก็ปรากฏขึ้นมาอีกสถานที่หนึ่ง
ที่นี่มีอากาศมืดครึ้ม ไม่มีแสงตะวันแส่งมายังพื้นดินเบื้องล่าง
กลิ่นเหม็นที่บางเบาลอยมาตามอากาศอย่างต่อเนื่อง ถ้าไม่ตั้งใจที่จะดมจริงอย่างระมัดระวัง ก็ยากที่จะรับรู้ถึงกลิ่นนี้ได้เลย
ซุนห่าวมองไปรอบๆผ่านเรืออมตะและอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
นี่มันที่ไหนกัน? มีสถานที่เช่นนี้ในทวีปเทียนลั่วได้อย่างไร?
เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาเดินทางออกจากทวีปเทียนลั่วและมายังอีกทวีปหนึ่ง?
เมื่อซุนห่าวคิดถึงเรื่องนี้ หนังศีรษะของซุนห่าวก็เริ่มชา
แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ผู้ฝึกตน แต่เขาก็อ่านหนังสือหลายเล่มและได้ยินตำนานมามากมาย
บางทวีปแตกต่างจากทวีปเทียนลั่วอย่างสิ้นเชิง
ตัวอย่างเช่น ทวีปหนึ่งที่มีแต่พลังแห่งความตาย ทวีปนี้เหมาะสำหรับการอยู่ของเผ่าผีหรือเผ่าอันเดดเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีบางทวีป ที่มีแต่พลังแห่งความโกรธแค้น ซึ่งเหมาะสำหรับการอยู่ของปีศาจร้ายเท่านั้น หากมนุษย์เข้ามาในทวีปนี้ มันก็เหมือนกับปลาที่ออกมาจากแหล่งน้ำ ความตายก็คงเป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น
“มีอะไรผิดปกติหรือ?”
หวงหรูเหม่ยจับมือขวาของซุนห่าวอย่างนุ่มนวลพร้อมกับถามอย่างกังวล
“หรูเหม่ย ดูเหมือนว่าเราจะเดินทางมายังอีกทวีปหนึ่ง!” ซุนห่าวกล่าว
“ทวีปอื่น? นายน้อย ขอข้าดูหน่อย!” หวงหรูเหม่ยกล่าว
"เอาสิ!"
ซุนห่าวเคลื่อนไหวความคิด ทันใดนั้นทิวทัศน์รอบๆก็ตรงเข้าไปในจิตใจของหวงหรูเหม่ย
รูม่านตาของหวงหรูเหม่ยหดตัวลงอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความตกใจอย่างมาก ร่างกายของนางสั่นไหวอย่างอดไม่ได้
“นาย… นายน้อย นี่…… นี่คือดินแดนต้องห้าม หนีเร็ว!”
เสียงของหวงหรูเหม่ยสั่นเครือ ความกลัวที่อธิบายไม่ได้วิ่งพล่านไปทั่วร่างกายของนาง
เมื่อสัมผัสได้ถึงการแสดงออกของหวงหรูเหม่ย ซุนห่าวก็กลายเป็นตื่นตระหนกอย่างมาก
แม้แต่หรูเหม่ยก็ยังกลัวที่จะเผชิญหน้ากับสถานที่แห่งนี้ หากเขาตายหรือมีชีวิตอยู่อย่างสมบูรณ์
“เดินทางผ่านมิติ เป้าหมาย ภูเขาปีศาจแห่งทวีปเทียนลั่ว!”
ซุนห่าวสั่งให้เดินทางผ่านมิติโดยไม่ลังเล
“อาจารย์ รอสักครู่!”
“ฟูมม……”
เรืออมตะเริ่มรวบรวมพลังงาน ชั้นของคลื่นปราณพุ่งพล่านในทุกทิศทุกทาง
“ฟู่……”
อย่างไรก็ตาม ประตูมิติที่เพิ่งเปิดออกไปก็หายไปอย่างฉับพลัน
“ไม่ดีแล้ว ท่านอาจารย์ มีสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักกำลังกลืนกินพลังงาน!”
“การเดินทางผ่านมิติต้องใช้พลังงานเป็นสองเท่า! โปรดยืนยันว่าท่านต้องการเปิดใช้งาน!”
“พลังงานปัจจุบัน แปดสิบเก้าหน่วย, แปดสิบแปดหน่วย ……”
เมื่อได้ยินคำกล่าวของฉีเล่ย ซุนห่าวก็ไม่ลังเลใจและยืนยันในทันที
“ฟูมม ……” เรืออมตะเริ่มรวบรวมพลังงานอีกครั้ง
ชั้นของคลื่นปราณสั่นสะเทือนออกมาจากเรือเหาะ
เมื่อมันกำลังจะเดินทางผ่านมิติได้สำเร็จ
ตอนนั้นเอง
“ฮาววว ……”
เสียงคำรามนี้แทบจะทำให้โลกแตกสลาย ลมกระโชกแรงเป็นเหมือนดาบยักษ์อันแหลมคม มันพุ่งชนเรืออมตะจนปลิวออกไปอย่างรุนแรง
“ติ๊ง……”
เสียงชนเข้ากับโล่ดังขึ้น ประตูมิติที่ใช้สำหรับเดินทางหายไปอีกครั้ง
คราวนี้ การเดินทางผ่านมิติก็ล้มเหลว!
ก่อนที่ซุนห่าวจะทันได้ตอบโต้
ทันใดนั้น
“บูม! บูม……”
เสียงดังนี้สั่นสะเทือนไปทั้งสวรรค์และโลก
ซุนห่าวมองไปยังระยะไกลผ่านเรืออมตะ ฉับพลันนั้นหนังศีรษะของเขาก็กลายเป็นด้านชา
ซุนห่าวเห็นว่าภูเขาขนาดยักษ์สองลูกกำลังเคลื่อนตัว ไม่สิ ควรจะกล่าวว่ามันสองเท้ายักษ์มากกว่า ขาของยักษ์ตนนี้สูงขึ้นไปเหนือเมฆบนท้องฟ้า มันกำลังเดินเข้าหาเขาทีละก้าว
นี่เป็นสัตว์ประหลาดชนิดใดกัน?
ซุนห่าวมองไม่เห็นตัวของมันด้วยซ้ำ เนื่องจากร่างกายของมันสูงเกินไป แม้แต่เรืออมตะก็ยังบินอยู่ในระดับเท้าของมันเท่านั้น
ทุกครั้งที่สัตว์ประหลาดยักษ์ตนนี้ก้าวเดิน มันเขย่าโลกทั้งใบ
ก้อนหินและฝุ่นกระเด็นออกมาจากการแรงกระแทก
คลื่นกระแทกที่น่าสะพรึงกลัวเป็นเหมือนดาวตกที่ตกลงสู่พื้น ภูเขาและทะเลถูกพลิกคว่ำ ท้องฟ้าและโลกเกือบจะถูกทำลาย
“พลังงานปัจจุบันเหลือ ห้าสิบสี่หน่วย, ห้าสิบสามหน่วย ……”
เมื่อได้ยินเสียงเหล่านี้ หัวใจของซุนห่าวก็เต้นแรง
“ฉีเล่ย มีวิธีแก้ปัญหาอะไรบ้าง?” ซุนห่าวถาม
“ท่านอาจารย์ มีทางเดียวเท่านั้น นั่นคือการใช้ร่างแยกเงา!”
“หากคิดคำนวณพลังงานในการเดินทางผ่านมิติด้วย ทั้งยังเผื่อไว้ในเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ในปัจจุบัน ต้องการพลังงานอย่างน้อยแปดสิบหน่วย โปรดเติมพลังงานโดยเร็วที่สุด!”
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ซุนห่าวก็ไม่ลังเลเลย เขานำผลึกอมตะทั้งหมดออกมาแล้ววางลงบนแกนกลางของเรือ
“หกสิบหน่วย, ห้าสิบเก้าหน่วย, หกสิบสองหน่วย, หกสิบเอ็ดหน่วย ……”
ตัวเลขพลังงานเปลี่ยนแปลงไปมา แต่โชคดีที่มันยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“เร็วเข้า เร็วเข้า!” ซุนห่าวตะโกนอยู่ข้างในใจ
“บูม! บูม……” แรงสั่นสะเทือนดังขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อสัตว์ประหลาดยักษ์ที่น่ากลัวกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หัวใจของซุนห่าวก็เต้นแรงราวกับว่ามันกำลังจะกระโดดออกจากอกของเขา
ทันใดนั้น
หัวใจของซุนห่าวก็รัดแน่นขึ้น หยาดเหงื่อไหลลงมาจากหน้าผากเมื่อเขาเห็นว่าท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆดำแล้วกำลังตรงมายังเรืออมตะ
“จิ๊บ ……”
ท่ามกลางเมฆครึ้ม นกร้องอย่างต่อเนื่อง
สัตว์ประหลาดร่างนกตัวใหญ่กว่ามนุษย์ก็กางปีกออกแล้วโผเข้าหาเรือเหาะ
ทันใดนั้นรอบๆก็ถูกความมืดมิดเข้ากลืนกิน
ข้ามองไม่เห็นแม้แต่มือตนเอง มองไม่เห็นสิ่งใดรอบตัวเลย
“จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ ……”
เหมือนกับมีนกหลายพันล้านตัวพุ่งเข้าชนเรืออมตะจนทำให้เรือทั้งลำสั่นสะเทือนไม่หยุด
อาคมอันยิ่งใหญ่ดูเหมือนจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
“บูม! บูม……”
เสียงของสัตว์ประหลาดยักษ์ที่ยังคงก้าวเดินแล้วเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ
เนื่องจากเรืออมตะถูกฝูงนกล้อมไว้อยู่ ซุนห่าวจึงไม่อาจมองเห็นสิ่งที่อยู่รอบๆได้เลย
เหมือนกับกำลังถูกปิดตาอยู่ ไม่น่าแปลกใจเลยที่หวงหรูเหม่ยจะแสดงท่าทางความกลัวเช่นนั้นออกมา
"เร็วเข้า!"
ซุนห่าวร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่งอยู่ข้างในใจ
จนในที่สุด แกนเรือดูเหมือนจะได้ยินเสียงภายในใจของเขา ในตอนนี้ การเติมพลังของมันก็เสร็จสิ้น
“ฟูมม ……”
เรืออมตะเปล่งแสงระยิบระยับออกมาจนทำให้ความมืดรอบๆหายไปในทันที
นกแปลก ๆ เหล่านั้นเองก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วหายไปในชั่วพริบตา เรืออมตะเริ่มสั่นสะเทือนก่อนที่เรือทั้งลำจะหายไปจากในสถานที่แห่งนี้
เมื่อมันปรากฏขึ้นอีกครั้ง มันก็กลับมาอยู่ทางใต้ของภูเขาปีศาจอมตะแล้ว
ซุนห่าวมองดูแสงแดดที่สาดส่องลงมาพลางถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
แม้จะอยู่ในสถานที่แห่งนั้นเพียงไม่กี่ลมหายใจ แต่มันกลับรู้สึกเหมือนเวลาได้ผ่านไปหนึ่งพันล้านปี
อันตราย! ที่นั่นมันอันตรายเกินไป ทั้งยังน่ากลัวเกินไป!
โลกนี้อันตรายอย่างยิ่ง เป็นการดีกว่าที่จะไม่เข้าไปยุ่งกับมัน
โชคดีที่ข้าหนีออกมาได้ทันเวลา มิฉะนั้นผลที่ตามมาจะเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดคิด
ต่อไป ข้าจะต้องไม่เดินทางผ่านมิติอย่างมั่วซั่วเช่นนี้อีก!
ซุนห่าวคิดอย่างลับๆแล้วสงบจิตใจลงก่อนจะหันไปมองหวงหรูเหม่ย
เขาเห็นว่าร่างกายของนางเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ ผมของนางเปียกเหมือนกับนางเพิ่งไปสระผมมา
นางคว้าแขนของซุนห่าวด้วยมือทั้งสองข้าง ร่างกายของนางอ่อนแรงและตกลงไปในอ้อมแขนของซุนห่าว
“เรา …… เรารอดชีวิตมาได้จริงๆหรือ?”
“เหลือเชื่อ!”
"นายน้อย!"
หวงหรูเหม่ยกระโดดเข้าไปในอ้อมแขนของซุนห่าวแล้วร้องออกมา มือทั้งสองข้างของนางโอบกอดเขาแน่น
“นายน้อย ข้าคิดว่าเราจะตายอยู่ที่นั่นแล้วซะอีก!”
“หรูเหม่ยยังไม่ได้ตอบแทนนายน้อย ข้าจะตายแบบนี้ไม่ได้!”
“นายน้อย ทั้งหมดเป็นเพราะหรูเหม่ยอ่อนแอเกินกว่าจะปกป้องท่าน!”
น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของหรูเหม่ย ซุนห่าวตบหลังนาง “ไม่เป็นไร หรูเหม่ย!”
“มันเป็นความผิดของข้าเอง ข้าไม่สามารถควบคุมเรือเหาะได้! ในอนาคตข้าจะไม่ทำเช่นนี้อีก” ซุนห่าวกล่าว
“นายน้อย ข้าไม่โทษท่าน!”
หลังจากได้รับการปลอบโยนจากซุนห่าว หรูเหม่ยก็ค่อยๆสงบลง
เมื่อมองไปที่ดวงตาของซุนห่าว นางก็เต็มไปด้วยความชื่นชม
ออกมาจากดินแดนต้องห้ามได้ทั้งๆที่ยังมีชีวิตอยู่ นับตั้งแต่โบราณกาล ไม่เคยมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อน
ในโลกนี้ ยกเว้นนายน้อย ยังจะมีใครทำเช่นนี้ได้อีก!
แถมนางเองก็ยังออกมาจากข้าดินแดนต้องห้ามได้ด้วย!
นายน้อย ท่านเป็นตัวตนเช่นใดกันแน่? ท่านสามารถออกมาจากดินแดนต้องห้ามได้อย่างสมบูรณ์!
ยิ่งมองซุนห่าวมากเท่าไหร่ ความชื่นชมในสายตาของหวงหรูเหม่ยก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากขึ้นเท่านั้น
“หรูเหม่ย เจ้าช่วยบอกข้าเกี่ยวกับดินแดนต้องห้ามแห่งนี้ได้หรือไม่?” ซุนห่าวถาม
หวงหรูเหม่ยปล่อยซุนห่าวและมองไปรอบ ๆ ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง
“นายน้อย ดินแดนต้องห้ามนั้นน่ากลัวกว่าดินแดนแห่งความตายเป็นหมื่นเท่า!”
“ว่ากันว่าสำหรับดาวเคราะห์ทุกดวงมีดินแดนต้องห้ามเป็นของตัวเอง!”
“ไม่มีใครเคยเข้าไปในนั้นแล้วกลับออกมาได้ แม้จะเป็นจักรพรรดิอมตะก็ยังทำไม่ได้!”
“สามารถกล่าวได้ว่ามันเป็นดินแดนต้องห้ามสำหรับจักรพรรดิอมตะ!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซุนห่าวก็ขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความอิจฉา
จักรพรรดิอมตะ แค่ได้ยินก็พอรู้แล้วว่ามันต้องสุดยอดมาก!
สถานที่ที่แม้แต่จักรพรรดิอมตะก็ยังออกมาไม่ได้ แต่เขามีชีวิตกลับออกมาได้อย่างปลอดภัย
นี่มันเหลือเชื่อมาก! เป็นไปได้หรือไม่ว่าข้าจะเป็นตัวตนอมตะสูงสุด?
แข็งแกร่งกว่าจักรพรรดิอมตะ? หนึ่งลมหายใจก็สามารถทำลายจักรพรรดิอมตะได้แล้ว?
ฝันไปแล้ว! ข้าควรลดความคิดให้น้อยลงจะดีกว่า
ถ้าไปท้าทายตัวตนเช่นนั้น ข้าอาจตายโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ