ตระกูลฉี
ดินแดนทางตอนเหนือ ทางใต้ของเหมืองบรรพกาล หน้าเหมืองตระกูลฟาง
ชายและหญิงเกือบหนึ่งหมื่นคนที่แต่งกายด้วยชุดสีเขียวพร้อมตราประทับของตระกูลไฉที่ปักอยู่บนเสื้อผ้า
รอบตัวของพวกเขามีผู้ฝึกตนมารวมตัวมากขึ้นเรื่อยๆ
“ซู่ซ่า……”
ในสายตาของผู้ฝึกตนทุกคนเปล่งประกายด้วยแววตาที่ร้อนแรง
“ทำไมพวกเขาทั้งหมดถึงเป็นคนจากตระกูลชาย? คนจากตระกูลฟางอยู่ที่ไหน?”
“ยังให้ต้องบอกอีกหรือ? พวกเขาต้องถูกกำจัดไปแล้ว!”
“เราจะไปดูกันดีหรือไม่?”
“ยังต้องไปดูอะไรอีก? เจ้าเห็นตรงพื้นดินนั่นหรือเปล่า?”
หลังจากการชี้ของชายผู้นั้น ผู้ฝึกตนหลายคนก็อ้าปากค้าง พวกเขาเห็นศพหลายสิบศพกองอยู่บนพื้น
ฉากนี้กระตุ้นจิตใจของพวกเขาอย่างแรง
ศพบางร่างยังคงกระตุกอยู่เล็กน้อย ร่างของมันมีเลือดไหลออกมา
หลายคนที่ตอนแรกพร้อมจะพุ่งเข้าไปในถ้ำก็หยุดทันที พวกเขาตัดสินใจมองดูอยู่ห่างๆ
“คลื่นน……”
ทันใดนั้น
เสียงคำรามบางอย่างก็ดังมาจากแดนไกล เรือเหาะหลายสิบลำบินมาหยุดอยู่กลางอากาศ
เหนือเรือเหาะแต่ละลำมีคำว่า “ฉี” ตัวใหญ่ๆเขียนเอาไว้
“อะไรกัน แม้แต่ตระกูลฉีก็อยู่ที่นี่ด้วย!”
“เจ้าจะตกใจอะไร? ตระกูลอันดับสองของภาคเหนือ ถ้าพวกเขาไม่มาก็นับว่าแปลกแล้ว!”
“ถูกต้อง ขนาดข้ายังสามารถรู้ข่าวนี้ได้ ถ้าตระกูลฉีไม่รู้ก็แปลกแล้ว!”
เมื่อฝูงชนมองไปที่เรือเหาะ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกใจ
“โฮ …… ”
ชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนนำคนเกือบหมื่นคนบินลงมาจากท้องฟ้า
ชายอ้วนเดินตรงไปเบื้องหน้าคนของตระกูลไฉและมองไปที่พวกเขาอย่างเย็นชา
“ผู้ใดบุกเข้ามาจะต้องตาย!”
ผู้อาวุโสของตระกูลไฉเปิดปากพูดด้วยเจตนาฆ่าอันเยือกเย็น
“ผู้เฒ่าไฉ ตระกูลฉีไม่ได้มาที่นี่เพื่อบุกรุก แต่มาเพื่อพูดคุย!” ชายอ้วนกล่าว
"ไม่จำเป็น!"
“อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย ดูสิ นี่ผ่านมาสองสามวันแล้ว แต่ผู้นำตระกูลของเจ้าก็ยังไม่กลับออกมา มีอะไรเกิดขึ้นด้านในหรือเปล่า?” ชายอ้วนกล่าว
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ถูกกล่าวออกมา
“ฟิ้ง……”
ผู้อาวุโสยกดาบยาวของเขาแล้วฟันไปทางชายอ้วน “กล้าสาปแช่งท่านประมุก รนหาที่ตาย!”
“บูม……”
เสียงระเบิดดังขึ้น ร่างของชายทั้งสองคนถอยหลังกลับไปพร้อมๆกัน
“ข้าขอเตือนเจ้า ถ้าเจ้าทำร้ายผู้อื่นอีก อย่าคิดว่าข้าจะไม่กล้าลงมือกับเจ้า!” ชายอ้วนกล่าว
“ฮึ่ม ถ้าเจ้ากล้าสาปแช่งท่านประมุกอีก เจ้าตาย!”
"เจ้า!"
หน้าอกของชายอ้วนหยุดนิ่ง เขาไม่รู้จะกล่าวอะไรออกมาดี
เขาถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วยืนอยู่หน้ากลุ่มผู้ฝึกตน เขาหันกลับมาและประสานมือ
“สหายเต๋า พวกท่านทุกคนได้เห็นแล้ว ตระกูลไฉมาเยือนดินแดนทางตอนเหนือของเรา ทั้งยังทำตัวหยิ่งทะนง!”
“พวกเขาจงใจห้ามไม่ให้เราเข้าไป!”
“ข้าคิดว่าตระกูลฟางต้องถูกสังหารอย่างทารุณ”
“บางทีเป้าหมายต่อไปอาจเป็นพวกท่าน หรืออาจเป็นข้า!”
“ถ้าเราทำตัวเป็นเหมือนทรายที่กระจัดกระจาย แดนเหนือก็จะไม่ใช่แดนเหนืออีกต่อไป แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลไฉ!”
“เรื่องนี้ พวกท่านทนได้หรือเปล่า?”
หลังจากคำพูดเหล่านี้ถูกกล่าวออกมา บริเวณโดยรอบก็ระเบิดขึ้นทันที
“ตระกูลไฉเย่อหยิ่งเกินไป! พวกเขาจะต้องถูกขับไล่ออกไป!”
“ใช่แล้ว ถ้าตระกูลซวนหยวนอยู่ที่นี่ พวกเขาจะกล้าทำตัวหยิ่งทะนงขนาดนี้อีกหรือ?!”
กลุ่มผู้ฝึกตนมีสีหน้าไม่พอใจ
เมื่อชายอ้วนเห็นฉากนี้ มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย
“ตระกูลไฉเย่อหยิ่งเกินไป ข้าในฐานะผู้ฝึกตน ได้ปล่อยวางเรื่องชีวิตและความตายไปนานแล้ว!”
“ถูกต้อง โชคอยู่ตรงหน้าเรา ตราบใดที่เราสามารถเอาทองคำอมตะกลับไปได้ ชีวิตนี้ก็ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจอีก เราจะยังต้องกลัวอะไร?”
เสียงพูดคุยเช่นนี้ดังขึ้นในกลุ่มของผู้ฝึกตน
ร่างกายของพวกเขาร้อนรุ่มด้วยเลือดที่พลุ่งพล่าน
ผู้ฝึกตนหลายคนแอบกำหมัดแน่น ดวงตาของพวกเขาเป็นประกายด้วยความต้องการสู้
“พวกที่ไม่กลัวตายตามข้ามา!”
“ฆ่ามัน พวกเรามีกันตั้งเยอะ ยังมีอะไรต้องกลัวอีก!”
“ใช่แล้ว เพียงแค่ถุยน้ำลายคนละหนึ่งคำก็เพียงพอที่จะทำให้พวกมันจมน้ำตายได้แล้ว!”
ผู้ฝึกตนหลายคนบินขึ้นแล้วพุ่งตรงไปหาคนจากตระกูลไฉ
เมื่อมีคนนำ คนอื่นก็เริ่มเคลื่อนไหวตาม ผู้ตนที่เข้าร่วมการต่อสู้มีมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ตระกูลไฉกลั่นแกล้งผู้คนมากเกินไป ข้า ฉีฉวน ขอสาบานว่าผู้ที่โจมตีในวันนี้จะได้รับการแบ่งปันเหมืองทองคำอมตะกับตระกูลฉีของข้า ทุกคนจะได้ส่วนแบ่งตามการสังหารคนจากตระกูลไฉ!”
เมื่อถ้อยคำเหล่านี้ถูกเอ่ยออกไป
กลุ่มผู้ฝึกตนที่ลังเลจะเข้าร่วมในตอนแรกก็เริ่มเข้าไปต่อสู้ในทันที
“ใครไม่กลัวตายก็เข้ามา!”
ผู้อาวุโสของตระกูลไฉมองดูผู้คนเหล่านี้ด้วยใบหน้าที่เย็นชา
"ฆ่า!"
ด้วยการโบกมือ คนจากตระกูลไฉหลายหมื่นคนก็เคลื่อนไหวพร้อมกัน
ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังจะต่อสู้ด้วยกัน
ตอนนั้นเอง
“ฟูมม……”
พื้นดินสั่นสะเทือนอยู่ครู่หนึ่ง
คลื่นกระแทกนี้ส่งเสียงออกมาก่อนจะกระแทกทั้งสองฝ่ายออกไปในทันที
“บูม! บูม……”
เสียงระเบิดดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ภูเขาถูกระเบิดออก หินและฝุ่นพุ่งขึ้นไปบนฟ้า
ทุกคนต่างตกตะลึง พวกเขาไม่ได้สติกลับมาเป็นเวลานาน
เมื่อฝุ่นจางลง ทุกคนก็หรี่ตามองไปรอบๆแล้วอดไม่ได้ที่จะจ้องมองไปที่ฉากเบื้องหน้าด้วยความไม่เชื่อ
พวกเขาเห็นภูเขาลูกใหญ่ที่สูงถึงหนึ่งพันเมตรเต็มไปด้วยหลุมและรู
หลุมและรูเหล่านี้ถูกเจาะลึกไปถึงส่วนในของภูเขา
“ภูเขาทั้งลูกเกิดระเบิดขึ้นได้อย่างไร?”
“หินที่ภูเขาแห่งนี้ เทียบได้กับอาวุธจิตวิญญาณระดับสูง มันระเบิดเช่นนี้ได้ยังไง?”
กลุ่มผู้ฝึกตนมองไปฉากนี้ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
"ดูนั่น!"
เสียงตะโกนดังขึ้น
"นั่นมัน? แสงห้าสีนี่คือแสงที่ปล่อยออกมาจากทองคำอมตะห้าวิญญาณ!”
เมื่อคำพูดนี้ดังขึ้น
“ซู่ซ่า……”
ร่างหนึ่งร่างกลายเป็นแสงแล้วพุ่งตรงไปยังเหมือง
“บัดซบ บัดซบ!”
พวกที่ตอบสนองช้า ๆ แอบสาปแช่งอยู่ในใจ สมบัติทุกชนิดถูกใช้อย่างต่อเนื่อง พวกเขารีบตรงไปที่เหมืองอย่างบ้าคลั่ง
ท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงราวกับดาวตกแล้วหายไปในภูเขา
เมื่อเห็นฉากนี้ ใบหน้าของผู้อาวุโสของตระกูลไฉก็เปลี่ยนไปอย่างมาก เขาโบกมือขวาอย่างเร่งรีบ “สู้เพื่อข้า!”
“ผู้อาวุโส ท่านประมุกบบอกให้พวกเราปกป้องที่นี่!”
“พวกมันเข้าไปหมดแล้ว จะอยู่ที่นี่ไปทำไม! มากับข้าแล้วปกป้องทองคำอมตะห้าวิญญาณ!”
“ขอรับท่านผู้อาวุโส!”
กลุ่มคนของตระกูลไฉมุ่งหน้าตรงไปภายในเหมือง
ในชั่วพริบตา นอกเหมืองก็เหลือเพียงร่างเดียว
ร่างๆนี้ทั้งบอบบางและดูอ่อนโยน นางยืนอยู่นอกเหมืองแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ
นางไม่ใช่ใครอื่นนอกจากซูอี้หลิง
“ดูเหมือนข้าจะยังไม่เจอผู้นำเฉิน!”
“เป็นไปได้หรือไม่ว่าพวกเขาไม่ได้มาที่เหมืองตระกูลฟาง”
“หรือว่าพวกเขาอยู่ที่เหมืองอื่น?”
“ถ้าอย่างนั้น มันเป็นที่ใดกัน?”
ซูอี้หลิงถือแขนรูปปั้นหักๆด้วยความสงสัยที่มีอยู่เต็มอก
“ถ้าไม่มีผู้นำเฉิน ข้าก็ไม่อาจเข้าใจเจตนาของนายน้อยได้!”
“จะดีแค่ไหนถ้ามีอาจารย์อยู่ด้วย!”
“นายน้อย การให้แขนนี้มาหมายความว่าอย่างไร?”
ซูอี้หลิงพึมพำ คิ้วของนางขมวดเข้าหากันแน่น
"โครกก ……"
ตอนนั้นเอง ท้องของนางก็ร้องขึ้นมา
นางจับท้องแล้วส่ายหัวไปมาครู่หนึ่ง “เมื่อข้านึกถึงนายน้อย ท้องข้าก็เริ่มหิวขึ้นมาแล้ว!”
“ถ้าเช่นนั้นก็กินข้าวก่อนดีกว่า!”
ซูอี้หลิงหยิบซาลาเปาออกมา หลังจากกัดไปสองคำ
“รสชาติของมันแย่มาก!”
“ข้าไม่หิวแล้ว!”
ซูอี้หลิงเก็บซาลาเปาแล้วมองดูรูหลายรูบนภูเขาหล่านั้น นางขมวดคิ้วพร้อมกับครุ่นคิดอยู่ลึกๆ
ทันใดนั้น ดวงตาของนางก็กลายเปล่งประกายวาววับขึ้นมา
“ทำไมข้าถึงได้โง่เขลาเช่นนี้! ด้วยความแข็งแกร่งของผู้นำเฉินและคนอื่นๆ พวกเขาคงจะเข้าไปในเหมืองนานแล้ว!”
“ผู้นำเฉิน ข้ามาแล้ว!”
หลังจากกล่าวจบ ซูอี้หลิงก็กลายเป็นลำแสงและตรงเข้าไปในเหมือง