หาของอยู่เหรอเจ้าหลานชาย!
ตอนที่2 หาของอยู่เหรอเจ้าหลานชาย!
เดวิดยิ้มแล้วตอบโทนี่ไปด้วยท่าทีสบายๆราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ในขณะนี้เขากำลังดื่มด่ำกับความรู้สึกอันแสนจะสุดยอดจากร่างกายแข็งแกร่งคงกระพันที่พึ่งได้รับมา
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าร่างกายแข็งแกร่งคงกระพันเป็นร่างกายอันน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริงเพราะหากได้รับการขัดเกลามากกว่านี้แล้วจะสามารถโบยบินบนท้องฟ้าได้อย่างอิสระ ต่อกรกับขีปนาวุธแทบจะทุกรูปแบบด้วยกำปั้นเพียวๆ หรือจะลงไปแช่ในลาวาต่อด้วยว่ายน้ำคลายร้อนในแอนตาร์กติกาได้แบบสบายๆ
แน่นอนว่าสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งในความสามารถอันหลากหลายที่เขาจะได้รับในอนาคตหากเขาขัดเกลาร่างกายแข็งแกร่งคงกระพันได้ดีพอ
“นี่สินะคือความรู้สึกที่ชาวคริปโตเนียนได้สัมผัส มันช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ... ทุกๆวินาทีฉันกำลังกลืนรังสีจำนวนมหาศาล”
เดวิดมองไปที่มือของเขา ดวงตาเอกซเรย์ของเขาสามารถมองทะลุหนังกำพร้าเห็นโครงสร้างต่างๆที่อยู่ใต้ผิวหนังได้อย่างชัดเจน
และภายใต้แสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมายังร่างกายของเดวิด ความแข็งแกร่งของเขากำลังเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่งในทุกๆวินาที
“นี่นายเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ปะเนี่ย...?” โทนี่มองไปที่ชายตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ
เขาตกลงมาจากความสูงระดับหลายร้อยเมตรแถมยังตกมาชนรถของเขาที่กำลังแล่นอยู่บนถนนแบบเต็มเหนี่ยว แต่จากที่ดูแล้วแทบไม่เป็นอะไรเลย...นี่มันเป็นไปได้ยังไงกัน?
แถมเขายังดูคุ้นๆนิดหน่อยแฮะ
“ไม่ๆฉันเป็นมนุษย์ของแท้เลยล่ะ”
เดวิดขมวดคิ้วและเอามือปิดหูด้วยความเจ็บปวด ความสามารถในการได้ยินขั้นสุดยอดของเขาทำให้เขาได้ยินเสียงที่อยู่ห่างออกไปได้ถึงหลายพันกิโลเมตร แม้กระทั่งเสียงมดคลานเขาก็ยังได้ยินด้วยซ้ำ เสียงหลากหลายประเภทนับไม่ถ้วนกำลังหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขาอย่างไม่หยุดหย่อนทำให้เกิดความเจ็บปวดที่ไม่สามารถจินตนาการได้
ในหนังที่เขาเคยดูขนาดนายพลซอดที่ว่าเทพๆเมื่อมายังโลกครั้งแรกยังต้องปรับตัวอยู่สักพักแล้วนับประสาอะไรกับเดวิดที่พึ่งได้รับสายเลือดมา
โทนี่ถอนหายใจแล้วลงมาดูสภาพด้านหน้ารถที่พังยับเยินด้วยสีหน้าตกตะลึงยังไม่หาย
ถ้าไม่ใช่เพราะจาร์วิสทำการเบรกกะทันให้เมื่อกี้นี้เขาคงโดนทับตายไปแล้ว
“อยู่ไหมจาร์วิส?”
“อยู่ครับ สัญญาณชีพของคุณทั้งหมดเป็นปกติ-”
“ไม่ๆฉันจะถามว่านายสามารถหาที่มาหรือตัวตนของไอ้บ้านี่ได้ไหม? เขาเป็นพวกมนุษย์กลายพันธุ์หรือเปล่า? หรือเป็นตัวทดลองที่หลุดออกมาจากห้องทดลองของที่ไหนสักแห่งหรือเขาเป็นหุ่นยนต์หรือเปล่า?”
โทนี่มองสังเกตเดวิดตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วคาดเดาต่างๆนาๆถึงตัวตนของเดวิด
ในตอนนี้นี้โทนี่ยังไม่ใช่ไอรอนแมน เขายังเป็นเพลย์บอยที่มีดีแค่ฉลาดและรวยแต่ยังทำตัวบ้าๆบอๆไปวันๆอยู่
ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงตอบกลับจากจาร์วิสผ่านหูฟังขนาดเล็กที่เขาใส่อยู่
“ท่านครับผมเจอข้อมูลของเขาแล้ว เขาชื่อเดวิด เป็นวีรบุรุษแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นซูเปอร์ฮีโร่คนแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ที่ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน ตามข้อมูลมีเพื่อนสนิท2คนคือฮาเวิร์ด สตาร์คและกัปตันอเมริกา เป็นเจ้าของบริษัทคริปตันเทคโนโลยีมีข่าวลือว่าเป็นพ่อเลี้ยงของแมกนีโตและเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสองของสตาร์คอินดัสตรีส์รองจากคุณ”
“อะไรนะบ้าปะเนี่ย!!!”
โทนี่เบิกตากว้างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองพึ่งจะได้ยิน
ชายคนนี้ชื่อเดวิดแถมยังเป็นลุงของเขา..ไม่ใช่ว่าเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลังสงครามโลกครั้งที่2จบลงงั้นเหรอ? จำได้ว่าตอนนั้นทั้งโลกยังจัดงานรำลึกถึงเขาอยู่เลยนี่!!
หรือว่าจริงๆแล้ว......
“แกเป็นใครกันแน่ทำไมถึงปลอมตัวเป็นลุงเดวิด!” โทนี่พุ่งไปคว้าคอเสื้อของเดวิดด้วยความโกรธ
เรื่องที่ไม่สามารถเอาอะไรมายืนยันได้แบบนี้ เขายอมรับไม่ได้!
ทันใดนั้นเองบอดี้การ์ดก็วิ่งกรูกันออกมาจากตึกสตาร์ค
“คุณถูกล้อมแล้ว ขอแนะนำว่าอย่าขัดขืน!” หัวหน้าบอดี้การ์ดตะโกนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ฟุ่บ! แกร่ก!
มีเงาลางๆแวบผ่านหน้าบอดี้การ์ดที่อยู่รวมกันมากกว่า20นาย พวกเขารู้สึกเพียงว่ามีแรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นที่มือของพวกเขาและพอพวกเขามองไปที่มือก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าปืนที่ถืออยู่กลายเป็นเศษเหล็กไปเสียแล้ว
“ได้รับค่าชื่อเสียงจากเนลล์ เทอร์เรนซ์ +1”
"ได้รับค่าชื่อเสียง +1"
“ไอ้เด็กพวกนี้นี่อย่าจ่อปากกระบอกปืนง่อยๆนั่นมาทางฉันนะ ฉันอยู่ในสนามรบทั่วโลกโดยไม่มีคุณ”
เดวิดขมวดคิ้ว หลังจากเริ่มคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงของการมองเห็นและการได้ยินนิดหน่อยแล้ว เขาก็มองไปที่โทนี่แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "ไม่คิดเลยว่าลูกชายของฮาเวิร์ดจะโตขึ้นมากขนาดนี้แล้ว อ้อแล้วก็นะ..ฉันจำได้ว่าฉันถือหุ้น 20% ของบริษัทไว้ด้วยนี่ นายจะปฏิบัติกับฉันในฐานะลุงและผู้ถือหุ้นแบบนี้ไปอีกนานไหมไอ้เจ้าหลานชาย?”
โทนี่พึมพำ "ไม่.. นี่มันเป็นไปไม่ได้ นายจะเป็นลุงเดวิดไปได้ยังไง... ถึงแม้ว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่จริงๆเขาก็ควรจะมีอายุเกินแปดสิบปีแล้วสิเป็นไปไม่ได้ที่จะยังดูเด็กขนาดนี้..."
“ก็ด้วยเหตุผลบางอย่างฉันเลยหลับยาวตั้ง63ปี แต่ไม่ต้องแปลกใจนะเพราะสตีฟเองก็เหมือนกับฉันนี่แหละ ตอนนี้เขาน่าจะยังนอนหลับอยู่ที่ไหนสักที่”
เดวิดหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อของโทนี่แล้วใช้เลเซอร์ที่ยิงออกมาจากตาจุดบุหรี่ด้วยท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“ของดีเลนะเนี่ย เป็นอะไรที่น่าคิดถึงจริงๆ”
เดวิดพ่นควันออกมาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "นี่ไอ้เจ้าหลานชาย นายจะปล่อยให้ฉันยืนอยู่ตรงนี้อีกนานไหมฉันเริ่มจะเมื่อยแล้วนะ"
โทนี่กัดฟันด้วยความหงุดหงิดแล้วบอกให้บอดี้การ์ดคนที่เหลือลดปืนลง
พวกเขาไม่ใช่คนโง่ มีคนธรรมดาที่ไหนบ้างตกตึกมากระแทกใส่รถที่กำลังแล่นอยู่บนถนนแล้วไม่เป็นอะไร นอกจากนั้นยังทำลายปืนที่กำลังถืออยู่แบบไม่ทันรู้ตัวได้ด้วยและหากสิ่งที่ชายคนนี้พูดเป็นเรื่องจริง เขาก็คือเดวิดที่เป็นเพื่อกับกัปตันอเมริกาจริงๆ
“ได้รับค่าชื่อเสียงจากแฮโรลด์ โฮแกน +1”
“ฟังนะ ฉันไม่รู้หรอกว่านายเป็นตัวอะไรถูกส่งมาจากองค์กรไหน ฉันจะหาคำตอบเองไอ้เจ้าหุ่นกระป๋องหุ้มหนังคนเอ้ย! แล้วเมื่อกี้ฉันเห็นนะว่านายยิงเลเซอร์ออกมาจากตาได้ยังจะมาบอกอีกว่าเป็นมนุษย์ธรรมดา”
โทนี่พูดกับเดวิดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
กริ๊ง!!!!
เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ดังขึ้น โทนี่ส่ายหัวแล้วหันไปหาโทรศัพท์ที่ตกอยู่ในรถ
“หาอะไรอยู่น่ะไอ้เจ้าหลานชาย มาๆเดี๋ยวลุงช่วยหาเอง”
เดวิดหัวเราะและใช้มือสองข้างจับด้านหน้าและหลังรถจากนั้นก็แยกออกเป็นสองส่วน
เอี๊ยด! ปัง!
เสียงแสบแก้วหูจากรถที่ถูกแยกออกเป็นสองส่วนดังขึ้น
รถที่มีโครงสร้างทำมาจากเหล็กโดนดึงจนฉีกเหมือนกระดาษเนี่ยนะ!!
ฝูงชนที่มามุงอยู่รอบๆแทบจะนิ่งจนจะเป็นหินแล้วในตอนนี้
“ได้รับค่าชื่อเสียงจากแอนเดอร์สัน โนอาห์ +1”
"ได้รับค่าชื่อเสียง +1"
"ได้รับค่าชื่อเสียง +1"
จักรวาลมาเวลในนิยายเรื่องนี้อาจไม่ได้เหมือนในหนังเป๊ะนะครับคงจะเป็นแบบคอมมิค จะมีพวกXmen นู่นนี่ปะปนด้วย ติดตามกันต่อไปนะครับ