ตามหาชุดซิมไบโอต
ตอนที่10 ตามหาชุดซิมไบโอต
ฉากที่เดวิดกางแขนโอบรับแสงอาทิตย์ทำให้หลายคนที่เห็นคลั่งไคล้ ความสนใจของผู้คนที่มีต่อเดวิดก็เริ่มแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
เห็นได้ชัดว่าประชาชนคนธรรมให้ความสนใจและตื่นตัวกับฮีโร่คนนี้มาก
“นี่ฉันคิดไปเองหรือเปล่าทำไมหน้าตาเขาถึงคล้ายกับวีรบุรุษสงครามโลกครั้งที่2ขนาดนี้..”
ทุกคนช่วยกันสังเกต ระดมสมองคิดวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้หลากหลายอย่างจนได้ข้อสรุปว่า..
“เหมือนกันทุกประการ! เป็นไปได้ไหมว่า...ฮีโร่คนนั้นกลับมาแล้ว!”
“ฮีโร่เดวิดกลับมาแล้วเหรอ!!”
"ใช่!! นั่นต้องเป็นเขาแน่นอน"
ผู้คนนับไม่ถ้วนตกตะลึง
“ใช่ครับเป็นอย่างที่บอกไว้เลย ชายคนนั้นกลับมาแล้วจริงๆ!”
ฟิวรี่รายงานต่อหน้าผู้นำระดับสูงของโลกด้วยใบหน้าที่สงบ เขาพยายามอย่างเต็มที่ที่จะซ่อนอารมณ์ขึ้นๆลงๆของเขา
ตามที่เจ้าหน้าที่โคลสันรายงานมา นั่นเป็นเดวิดแน่นอน100%
ฮีโร่คนแรกในประวัติศาสตร์มวลมนุษย์ยอมรับกลับมาแล้ว!
“เอาล่ะฟิวรี่ ฉันต้องการให้คุณไปหาว่าเขาได้พลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้มายังไง”
“ความแข็งแกร่ง 10,000 ตัน บินด้วยความเร็วที่มากกว่าหรือเทียบเท่าความเร็วเสียงได้ทันที ยิงเลเซอร์สีแดงออกมาจากตา ความสามารถทุกอย่างของเขามันน่ากลัวเกินไปคุณต้องรู้ให้ได้ว่าเขาได้พลังพวกนี้มายังไง”
"จากข้อมูลเก่าที่เรามี เดิมทีเดวิดเป็นคนที่แข็งแกร่งมากกว่ากัปตันอเมริกาเพียงเล็กน้อย ยังถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ของมนุษย์ แต่ตอนนี้..."
เหล่าผู้นำระดับสูงกดดันฟิวรี่ให้หาคำตอบมาให้ได้
ฟิวรี่หายใจเข้าลึกๆแล้วพูดอย่างเคร่งขรึม "ทุกคนต่างก็มีความลับของตัวเองและสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเดวิดจะยินยอมบอกข้อมูลที่สำคัญขนาดนั้นไหม แม้ว่าเขาจะเป็นคนอัธยาสัยดี แต่ถ้าหากเราไปล้ำเส้นที่ไม่ควรข้ามของเขาเป็นเราเองที่จะถูกต่อต้าน ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆไม่มีใครรับมือกับผลที่ตามมาได้แน่ๆ”
หลังการประชุมฟิวรี่หรี่ตามองออกไปนอกหน้าต่างและค่อยๆวางเอกสารในมือลง "แผนการจัดตั้งทีมซุปเปอร์ฮีโร่"
“จำนวนอุบัติเหตุที่ลือกันว่ามาจากเรื่องเหนือธรรมชาติในโลกเพิ่มขึ้นทุกปี จำนวนมนุษย์กลายพันธุ์ที่พลังก็เริ่มเยอะขึ้นจนแทบจะควบคุมไม่ได้แล้ว อาศัยกลยุทธ์ในอดีตในการจัดการกับพวกมันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ถึงเวลาแล้วที่จะต้องจัดตั้งทีมซุปเปอร์ฮีโร่ขึ้นมาเพื่อค้ำจุนความปลอดภัยของโลกใบนี้"
เดวิดคือ1ในคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นผู้นำของทีมนี้
“ถ้าเพิ่มกัปตันอเมริกาเข้าไปให้พวกเขาสองคนเป็นผู้นำทีมทุกอย่างก็จะสมบูรณ์แบบ”
ฟิวรี่แตะคางของเขา
เขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มานานแล้ว ชีลด์มีข้อมูลลับของผู้มีพลังเหนือธรรมชาติอยู่มากมาย พวกเขาถูกเฝ้าสังเกตมาเป็นเวลานาน
แต่ส่วนใหญ่พวกเขาเหล่านั้นเลือกที่จะมีชีวิตเหมือนมนุษย์ธรรมดาๆกลมกลืนไปกับสังคมสมัยใหม่มากกว่า ถ้าจะให้เอาใครสักคนมาทำทีมฮีโร่มันคงไม่เวิร์ค
“ช่างเถอะ...หวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีและหวังว่าคุณจะยังคงเป็นคนเดิมเหมือนที่ฉันเคยรู้จักนะเดวิด”
ฟิวรี่เอามือไขว้หลังมองไปยังถนนที่มีผู้คนพลุกพล่านที่ด้านล่างด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย
“ท่านผอ.คะเราได้เฝ้าติดตามคุณเดวิดและได้รับรายงานว่าเขากำลังบินไปเกาะมาเลย์โดยไม่ทราบจุดประสงค์แถมดัชนีพลังงานของเขากำลังเพิ่มขึ้นในระดับที่บ้าคลั่งมากเลยค่ะ” เจ้าหน้าที่ฮิลล์รีบรายงาน
“หมายความว่าไงที่ว่ากำลังเพิ่มขึ้นไม่ใช่ว่าพลังของเขาตื่นแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ตามการคาดเดาจากนักวิจัยของเรา เขาน่าจะยังอยู่ในช่วงที่พลังพึ่งตื่นนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ความแข็งแกร่งของเขากำลังเพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่งค่ะ”
"มีพลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้แล้วแต่ยังแข็งแกร่งได้อีกมากเลยงั้นเหรอ... โชคดีที่เขาคือเดวิดถ้าเป็นคนอื่นเราคงเจอปัญหาใหญ่แน่"
ฟิวรี่พูดพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงต่ำ
ในขณะนี้เหนือมหาสมุทรแปซิฟิก
ความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวของเดวิดมาถึง5เท่าของความเร็วเสียงแล้วและยังไม่สิ้นสุดเท่านี้ ความแข็งแกร่งและความเร็วของเดวิดกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องภายใต้แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาที่ตัวเขา
“จาร์วิส ระดมดาวเทียมทุกดวงที่โคจรอยู่ใส่ใจการเคลื่อนไหวทั้งหมดจากท้องฟ้ารอบนอกอย่างใกล้ชิด ฉันต้องการยืนยันว่าจะได้รับข้อมูลที่ต้องการโดยเร็วที่สุด”
เดวิดสั่งจาร์วิสจากหูฟังที่ใส่อยู่
“รับทาบครับ”
“เดวิดนี่มันฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าคุณจะทำอะไร จะไปก่อเรื่องที่ไหนอีกล่ะนั้น?” เสียงขี้เล่นของโทนี่ดังขึ้น
“ไม่มีอะไรให้น่ากังวลหรอกน่าฉันแค่ต้องการชุดรบน่ะโทนี่ ถ้าเกิดการต่อสู้ขึ้นเสื้อผ้าปกติมันไม่สามารถรับความแข็งแกร่งของฉันได้หรอกนะ” เดวิดหัวเราะ
ในตอนนี้ไม่มีอะไรที่จะเหมาะเป็นชุดรบมากไปกว่าซิมไบโอตอีกแล้ว ถึงแม้ตามโครงเรื่องเดิมมันจะไปปรากฏในหนังเรื่องเวน่อมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่แล้วยังไงล่ะเขาต้องสนใจอะไรแบบนั้นด้วยเหรอ....
บูม!
เดวิดเร่งความเร็วอีกครั้ง คราวนี้ความเร็วของเขาพุ่งไปถึง7เท่าของความเร็วเสียงไปแล้ว
ไม่นานเขาก็มาถึงเกาะมาเลย์ หลังจากการคิดอะไรเล็กน้อยเขาก็ลงไปที่เกาะแล้วรอสิ่งๆหนึ่งอย่างอดทน
“ได้เวลาลองความสามารถไซบอร์กของฉันแล้ว…”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเดวิด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้ความสามารถของไซบอร์ก
ทันใดนั้นก็มีข้อมูลจำนวนมากโผล่ขึ้นมาในหัวของเขา สมองของเขามีความสามารถในการรับรู้สัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบ สามารถจับและติดตามสัญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนที่แพร่กระจายไปทั่วเกาะมาเลย์ทั้งหมดรวมถึงข้อมูลเครือข่ายได้สบายๆ
แม้กระทั่งเขาสามารถใช้สมองของตัวเองเพื่อเจาะผ่านไฟร์วอลล์เครือข่ายและควบคุมเครื่องจักรที่เกี่ยวข้องได้โดยตรง
นี่แหละคือความเจ๋งบางส่วนของซุปเปอร์แมนไซบอร์ก
"หืม?"
เดวิดเงยหน้าขึ้นเห็นยานอวกาศกำลังตกแถมข้างในยังมีลูกเรืออยู่ด้วย..
นี่มันอันตรายแล้ว!
“ไม่นะ! ระบบสื่อสารกับภาคพื้นมีปัญหาพยายามติดต่อเท่าไหร่ก็ไม่ได้รับสัญญาณตอบกลับเลย!”
"บ้าเอ้ยเครื่องยนต์ก็มีปัญหา!"
"ช่วยด้วย ช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยได้!"
"เป็นไปได้ไหมว่าข้างในยานอวกาศจะมี..." เดวิดพูดด้วยรอยยิ้ม
ที่ศูนย์บัญชาการภาคพื้นดินเริ่มวุ่นวายสีหน้าของเจ้าหน้าที่ทุกคนแสดงความกังวลอย่างชัดเจน
แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ด้านในยานอวกาศในตอนนี้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ยานนั้นตกลงมากระแทกพื้นโลกด้วยความเร็วระดับนั้น ทั้งยานและคนที่อยู่ด้านในเละไม่เหลือซากแน่
จู่ๆก็มีคนชี้ไปที่หน้าจอและพูดขึ้นด้วยความตกใจ "ดูสินั่นอะไรน่ะ คนเหรอ!"
ฟูม!
ในขณะนี้ เดวิดพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความเร็วมากกว่า10เท่าของความเร็วเสียง มันเร็วมากจนสามารถเห็นอากาศรอบๆตัวที่กำลังถูกฉีกกระชากได้อย่างชัดเจน
เขาพุ่งตรงไปหยุดยานอวกาศที่กำลังจะโหม่งพื้นในอีกไม่นาน
ความเร็วของยานอวกาศค่อยๆลดลงและหยุดนิ่งในที่สุด
"ได้รับค่าชื่อเสียงจากดร.เดรค +2"
"ได้รับค่าชื่อเสียงจากนิค ฟิวรี่ +3"