บทที่ 5: กินแตงโมแต่รู้สึกเหมือนลิ้มรสความอร่อยจากป่าเขาลำเนาไพร!

ฉินหลินนำแตงโมเลเวลสองทั้งสามลูกออกมา

ตอนนี้เขามีเวลาเทสต์แล้วว่าแตงโมเลเวลสองนี่มันจะทำให้คนต้องน้ำลายสออย่างที่โม้ไว้จริงรึเปล่า?

เขาเอาลูกหนึ่งไปผ่าครึ่ง ครึ่งแรกเข้าตู้เย็น อีกครึ่งหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอคำ

พอวางมีดลงปุ๊บก็ต้องตกใจปั๊บ เพราะเขาเห็นเจ้าหมาดำมันมานั่งชิดติดตัวเขาแล้วซะอย่างนั้นแถมยังชะเง้อหัวจ้องแตงโมที่หั่นแล้วอีก

“ไอ้หมาเวรนี่อยากมาก็มาอยากไปก็ไปทำตัวอย่างกะเจ้าของร้านเลยเว้ยเฮ้ย!” ฉินหลินพูดไม่ออกเมื่อเห็นท่าทางของมัน

ทว่าตัวเขาที่กำลังจะทำเงินได้วันละหมื่นหยวนตอนนี้กำลังอารมณ์ดีจึงเอาแตงโมมากินเองชิ้นหนึ่งและแบ่งหมามันกินอีกชิ้นหนึ่ง ถือว่าเจ้าหมามันโชคดีละกันวันนี้

แล้วฉินหลินก็เอาแตงโมเข้าปาก กัดเพียงคำเดียวดวงตาถึงกับเปล่งแสง!

‘แตงโมเลเวลสองนี่มันจะอร่อยสวดยวดเกินไปแล้ว! โอ๊ยยยย ชุ่มฉ่ำน้ำไหลไม่เลี่ยนน้ำตาลแถมยังหอมหวนอยู่ในปากเนื้อกรอบเคี้ยวเพลินอะไรจะสมบูรณ์แบบปานเน้~~~~~’

‘ไอ้ที่สำคัญก็ตรงกลิ่นหอมที่ไม่หายไปไหนนี่แหล่ะ’

‘หรือว่าจะเป็นคุณสมบัติติดปาก +2’

‘ทำเอาการกินแตงโมกลายเป็นกินอาหารเลิศรสไปซะอย่างนั้น!’

‘ดี ดีกว่าเวลหนึ่งเห็น ๆ’

เขาเหมือนไม่รู้จักโลกเลย ครั้งหนึ่งเขาเคยได้กินแตงโมนำเข้าพิเศษที่เพื่อนร่วมรุ่นโคตรรวยซื้อมาแบ่ง แน่นอนว่าที่กินตอนนั้นมันโคตรอร่อย แต่ตอนนี้เมื่อเทียบกับแตงโมลูกนี้แล้วลูกนั้นดูแย่ไปเลย

‘โมชิงต้องชอบแตงโมนี่แหงม ๆ’

ฉินหลินรีบยัดส่วนที่เหลือในมือเข้าปากทันทีและกำลังจะหยิบอีกชิ้นมากินต่อ แต่ตาก็เหลือบเห็นเจ้าหมาดำที่กินหมดไปแล้วและกำลังนั่งรอในสภาพที่อยู่ไม่สุขเหมือนอยากจะยื่นปากยาว ๆ นั่นเข้าไปใกล้ ๆ และตวัดลิ้นเอาชิ้นแตงโมบนโต๊ะเข้าปากใจจะขาด

พอมันหันมาเจอกับสายตาของเขามันก็ร้องคร่ำครวญและย่อตัวลงอย่างเขินอายแล้วช้อนตาแป๋ว ๆ มองเขาอย่างไม่กระพริบ

ฉินหลินขมวดคิ้ว ‘หมาที่กล้าโดดขึ้นโต๊ะกินข้าวมันต้องเป็นไอ้พวกหมาบ้านเท่านั้นแหล่ะ แต่ไอ้นี่มันหมาจรจัด’

‘ตกลงว่ามันไม่รู้สถานะตัวเองว่าเป็นหมาจรจัดหรือว่ามันสมองเพี้ยนไปแล้วกันแน่นิ?’

ฉินหลินตัดสินใจเมินเจ้าหมาดำหน้าด้านนี่แล้วหยิบแตงโมขึ้นมากินอีกชิ้น ‘ฟินน้าเล่~~~~’

พอกินชิ้นนั้นเสร็จเขาก็รู้สึกมีอะไรยุกยิก ๆ อยู่ที่เท้า เมื่อมองลงไปก็พบว่าเจ้าหมาดำมันกำลังเอาหัวถูกขาเขาอยู่และช้อนตาขึ้นมามองเหมือนว่าจะประจบประแจง

“ไอ้…” ฉินหลินพูดไม่ออก ‘ไอ้หมาเวรนี่มันบ้าป๊ะเนี่ย? ทำตัวน่ารักใส่อย่างกะเราเป็นเจ้านายมันงั้นแหล่ะ’

พอมองตามันแล้วก็ทนไม่ไหวจริง ๆ ทำได้แค่ยอมโยนแตงโมให้มันไปชิ้นหนึ่งพร้อมกับเตือนมันด้วยน้ำเสียงจริงจังโดยหวังว่ามันจะฟังรู้เรื่อง “ชิ้นสุดท้ายแล้วนะ! ไม่เหลือให้แล้ว!”


แตงโมที่อร่อยยิ่งกว่าแตงโมนำเข้าคัดพิเศษ รู้มั้ยว่ามีกี่คนที่ยังไม่เคยกิน? นี่เอาให้หมากินตั้งสองชิ้นเลยเชียวนะ แค่แตงโมนำเข้าคัดพิเศษก็เชื่อได้เลยว่ากว่า 99% ของประชากรทั้งหมดในอำเภอโหยวเฉิงยังไม่เคยกิน นับประสาอะไรกับแตงโมที่อร่อยกว่านั้นสองชิ้น

ฉินหลิกินแตงโมเลเวลสองหมดในเวลาไม่นาน ส่วนเจ้าหมาดำเมื่อกินชิ้นที่สองเสร็จแล้วก็ไปนอนแผ่หราโชว์พุงกะทิอยู่หน้าร้านอย่างมีความสุขแต่โดยดี

ตอนนี้ฉินหลินว่างจัดไม่มีอะไรทำ เขาจึงปิดประตูอีกรอบแล้วเข้าโลกในเกมโดยมีแผนว่าจะลองออกสำรวจโลกนั้นดู

เกมฮาร์เวสต์มูนนั้นไม่ใช่มีแค่ทำฟาร์มเท่านั้น แต่ยังมีแผนที่ขนาดใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วยเมืองต่าง ๆ ท่าเรือ ภูเขา ฯลฯ…



ฉินหลินเดินออกจากบริเวณฟาร์มไปดู แต่พบว่าเมื่อไปถึงประตูกลับเจอเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็นขวางอยู่ทำให้ไม่อาจเดินออกจากฟาร์มไปได้

ดูท่าจะยังล็อคเอาไว้อยู่

เขาจึงทำได้เพียงเดินเล่นไปทั่วฟาร์มซึ่งในฟาร์มสามารถเดินเล่นได้ทุกที่ไม่มีอุปสรรคใด ๆ ขวางกั้น มีพื้นที่ที่มีแปลงที่เต็มไปด้วยวัชพืชรอการบุกเบิก มีพื้นที่โล่ง ๆ ไว้สร้างโรงงาน มีแม่น้ำที่ไหลผ่านฟาร์ม...

หลังจากที่เดินสำรวจจนรอบหมดแล้วฉินหลินก็ออกเกม

.........................................…

พอพระอาทิตย์เริ่มตกดินตลาดก็เริ่มคึกคัก ได้เวลาเตรียมผักผลไม้มื้อเย็นแล้ว

ฉินหลินมองจอเกมและเห็นว่าแตงโมยี่สิบสี่แปลงสุกหมดแล้ว เขาได้สั่งให้ตัวละครไปเก็บแตงโมทั้งหมดมา เก็บเอาต้นแตงโมเหี่ยว ๆ ทิ้งไป จากนั้นก็ปลูกเมล็ดแตงโมชุดใหม่ และแตงโมชุดนี้จะสุกตอนเช้าพอดี

จากนี้ไปถึงแม้เขาจะสามารถหาเงินวันละหมื่นหยวนจริง ๆ ก็ตาม แต่แตงโมที่มากมายขนาดนี้ยังไงก็ต้องหาตลาดใหม่เพิ่ม

เพราะอุปทานของร้านผักผลไม้ที่สั่งเขาผ่านวีแชทนั้นสามารถรองรับแตงโมของเขาได้วันละสี่ร้อยลูกซึ่งไม่เลวก็จริงอยู่

แต่ก็ถึงขีดจำกัดของแต่ละร้านแล้ว โดยลูกค้าประจำของพวกเขาอยู่ห่างจากร้านไม่เกินห้ากิโลเมตร

ถึงจะเป็นถนนคนเดินก็ตามก็ยังมีลูกค้าจำนวนจำกัด เพราะว่าที่จอดรถมันไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่จึงมักจะไปที่ห้างฝั่งตะวันออกกันมากกว่า เพราะที่นั่นเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอโหยวเฉิงซึ่งมีที่จอดรถกว้างพอ

ในขณะที่เขากำลังวางแผนว่าจะเอายังไงต่อดีอยู่นั้นเองวีแชทก็เด้ง

โม่ชิงเมียพี่ “ถึงสำนักงานแล้วอย่าลืมมารับด้วย”

ฉินหลินตอบตกลงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มจากนั้นก็ปิดร้านล็อคอย่างดีและกลับบ้านอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณอย่างดีและออกจากบ้านไปอีกรอบ เขาลงจากห้องและตรงไปยังสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันน้อยของตน

...............................................…

สำนักงานจัดเก็บภาษีของอำเภอโหยวเฉิงตั้งอยู่ริมแม่น้ำฝั่งตะวันออก ฉินหลินขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามาถึงก็เกือบ ๆ ห้าโมงเย็นแล้ว เป็นช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่สรรพากรเลิกงาน

และไม่นานเขาก็ได้เห็นจ้าวโม่ชิงเดินออกมา เธอเป็นผู้หญิงที่ดูผิวบางแต่งหน้าเบา ๆ ดวงตาที่เหมือนดอกท้อดูมีชีวิตชีวานั้นช่วยขับความสวยของเธอให้เพิ่มมากขึ้น

จ้าวโม่ชิงไม่ใช่หญิงงามล่มเมือง แต่ก็เป็นประเภทที่หนุ่ม ๆ ทั่วไปตามจีบอยู่บ้างเหมือนกัน

ทว่าสิ่งสำคัญมันอยู่ตรงที่ขอแค่ทั้งสองฝ่ายมีใจให้กัน แล้วอีกฝ่ายจะกลายเป็นคนที่งดงามที่สุดของตนเสมอ

ฉินหลินกำลังจะเอ่ยทักทายทว่ากลับเห็นว่ามีไอ้หนุ่มหน้าหล่อผมมันคนหนึ่งไล่ตามเธอออกมาจากตัวอาคาร “โม่ชิง ให้ฉันไปส่งบ้านเถอะ”

ขณะที่ไอ้หมอนั่นพูดมันก็กดกุญแจรถในมือไปด้วย รถออดี้ของมันกระพริบไฟแว้บ ๆ ประกาศศักดิ์ดาให้เจ้าของมัน

ดูก็รู้ว่ามันเล็งจีบโม่ชิงอยู่

ถึงจะเป็นเพียงข้าราชการระดับล่างแต่ก็สร้างต้นทุนให้ตัวเองดูดีกว่าเพื่อนคนอื่น ๆ ที่เรียนจบมาพร้อม ๆ กันโดยไปลำบากพ่อแม่ให้ซื้อรถให้ด้วยราคาถึงห้าพันหยวน

“ไม่ต้องหรอกเฉินฮ่าว สามีฉันมารับแล้ว” จ้าวโม่ชิงที่โดนตามจีบต่อหน้าฉินหลินก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจหน่อย ๆ และเพื่อไม่ให้สามีของตนเข้าใจผิดเธอเลยเดินมาขึ้นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของเขา

“ปะ!” โมชิงกล่าว

ฉินหลินพยักหน้าและสตาร์ทรถออกไปเลย

เฉินฮ่าวมองตามสกูตเตอร์ไฟฟ้าที่กำลังแล่นออกไปก่อนไปที่รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังแล่นออกไปและก้มลงมองกุญแจรถออดี้ในมือโดยไม่รู้ตัวด้วยสีหน้างงงวย ‘เอ่อ... พลาดได้ไงวะเรา?’

‘ที่สำคัญเลยคือไหงเธอถึงมีผัวแล้วล่ะ?’

‘ทำไมกะหล่ำปลีดี ๆ ทั้งหมดต้องโดนพวกหมูโสโครกทำลายด้วย!’

………………………………………………….…

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแล่นไปตามท้องถนนโต้ลมด้วยความเร็วแปดสิบไมล์ต่อชั่วโมง

โม่ชิงกอดเอวฉินหลินแน่นและพิงหลังของเขาอย่างรักใคร่ “ฉันบอกว่าอยากกินแตงโมได้เตรียมไว้มั้ย?”

“เตรียมไว้แล้ว เธอต้องเซอร์ไพรส์ชัวร์ ๆ เลยแหล่ะ” ฉินหลินพยักหน้าตอบอย่างมีเลศนัย

พื้นฐานของคู่รักคือความไว้เนื้อเชื่อใจ หากแค่เห็นเมียตัวเองโดนผู้ชายมาจีบก็โกรธแล้วล่ะก็ ต่อไปมีหวังต้องเลิกกัน และสุดท้ายเขาอาจต้องไปลงเอยกับผู้หญิงขี้เหร่หรือไม่ก็ต้องครองตัวเป็นโสดไปจนตายก็เป็นได้

เมื่อพวกทั้งคู่มาถึงร้านโม่ชิงก็รีบถามอย่างตื่นเต้นว่า “ไหน ๆ เซอร์ไพรส์อะไร?”

ฉินหลินหยิบแตงเลเวลสองอีกครึ่งลูกในตู้เย็นออกมาหั่นเป็นชิ้น ๆ และยื่นให้โม่ชิง “อะ ลองดู”

จ้าวโม่ชิงรับแตงโมชิ้นนั้นมากิน ความหอมที่แผ่ซ่านไปทั่วปาก ความหวานอันกลมกล่อมเกินจะพรรณนาได้กระตุ้นต่อมรับรสให้เปิดออกอย่างเต็มที่จนน้ำลายมาเต็ม

“โห~ ทำไมอร่อยขนาดนี้เนี่ย!” จ้าวโม่ชิงอุทานออกมา ตั้งแต่เกิดมาทั้งชีวิตยังไม่เคยกินแตงโมที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย!

“เพราะรู้ว่าเธอชอบแตงโมก็เลยเตรียมไว้ให้ไง” ฉินหลินพูดพลางหยิบชิ้นหนึ่งขึ้นมากิน เขารู้อยู่แล้วว่าแตงโมถ้าหากเอาไปแช่เย็นแล้วมันจะอร่อยขึ้น

ถ้าสามารถปลูกแตงโมเลเวลสองนี้ได้ในปริมาณมากล่ะก็ การขายมันในราคาเดียวกับแตงโมนำเข้าคัดพิเศษย่อมไม่ใช้ปัญหา

“ขออีกชิ้นซิ” จ้าวโม่ชิงกลายเป็นนักชิมตัวน้อย เดิมทีเธอกะว่ะจะคุมอาหารเลยไม่คิดจะกินเยอะแม้จะชอบแตงโมมากก็เถอะ แต่ตอนนี้ไม่สนมันแล้ว หยิบเอาชิ้นที่สองสามสี่... เข้าปากอย่างต่อเนื่อง

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 5: กินแตงโมแต่รู้สึกเหมือนลิ้มรสความอร่อยจากป่าเขาลำเนาไพร!

ตอนถัดไป