บทที่ 15: ของป่าแท้ ๆ! ผลลัพธ์อันน่าทึ่ง!

ฉินหลินจึงใช้เวลาก่อนที่กระเจี๊ยบเขียวกับสตรอว์เบอร์รี่จะสุกในการตกปลาริมน้ำทำให้มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นเรื่อย ๆ

[จับปลาคาร์พดำป่าได้ (เลเวล 1)]

[จับปลาเฉาป่าได้ (เลเวล 1)]



[จับปลาตะเพียนป่าได้ (เลเวล 1)!]

ในตอนแรกฉินหลินสั่งให้ตัวละครไปตกปลาและปลาก็ถูกตกได้มาเรื่อย ๆ

ตกได้เรื่อย ๆ จนในใจก็เพ้อไปว่าตลอดทั้งบ่ายนี้จะต้องได้ปลามาเป็นร้อย ๆ ตัวแน่นอน!

ทว่าไม่ว่าความคิดจะบรรเจิดเลิศล้ำเพียงใดมันก็หนีความจริงไม่พ้น ความจริงมักจะโหดร้ายทำลายเราอยู่เสมอ คือเมื่อจับไปจับมาจากที่ตกปุ๊บติดปั๊บกลายเป็นว่าเริ่มช้า ปลาเริ่มไม่ค่อยตอดเหยื่อ

จนเมื่อเขาจับได้ซักสามสิบกว่าตัวในเกมก็มรการแจ้งเตือนเด้งขึ้น:

[ดูเหมือนจะไม่มีปลาเหลือในแม่น้ำแล้ว กรุณารอการรีเฟรช!]

“อะ... ไอ้... ???” ฉินหลินบ่น

เป็นแค่เกมแท้ ๆ ต้องตบหน้ากันจริงจังเบอร์นี้เลยเหรอ? แค่จะให้ตกปลาได้เรื่อย ๆ ไม่ที่สิ้นสุดนี่มันจะตายมั้ย?

สิ่งนี้ส่งผลต่ออารมณ์ในการเล่นเกมเป็นอย่างยิ่ง

พอตกปลาต่อไม่ได้แล้วฉินหลินก็ให้ตัวละครเอาเบ็ดกับเหยื่อไปเก็บ แล้วก็เข้าห้องน้ำอีกรอบและเข้าเกม

เมื่อเข้าไปยังโกดังเก็บของในเกมเขาก็เห็นว่าในสระมีปลาว่ายอยู่เยอะแยะโดยที่มีแผงข้อมูลของสระเด้งขึ้นมาด้วย

เป็นข้อมูลบอกถึงจำนวนปลา

ปลาในสระตอนนี้มีทั้งหมด 35 ตัว โดยเป็นตะเพียนป่า 15 ตัว ปลาเฉาป่า 10 ตัว และปลาคาร์ปดำป่าอีก 10 ตัว

ปลาเฉาป่ากับปลาคาร์ปดำป่านั้นสามารถขายได้จินละ 20 หยวนเนื่องจากเป็นปลาที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง

นอกจากนี้ปลาเฉาป่า 10 ตัวและปลาคาร์ปดำป่า 10 ตัวดังกล่าวนั้นแต่ละตัวหนักกันเป็น 10 จินเลยทีเดียว

ซึ่งไม่ถือว่าแปลกเพราะปลาเฉากับปลาคาร์ปดำนั้นเป็นปลาขนาดใหญ่อยู่แล้ว ตามท้องตลาดเลยหาได้ทั่วไป

แต่ถ้าเป็นปลาเฉาป่ากับปลาคาร์ปดำป่าที่หนักยี่สิบสามสิบจินล่ะก็อีกเรื่อง ในยุคสมัยใหม่แบบนี้ปลาที่ใหญ่ขนาดนี้ต่างหาได้ยากยิ่งแล้ว

ฉินหลินมองดูรายละเอียดของปลาทั้งสี่แบบอย่างอึ้ง ๆ

[ปลาตะเพียนป่า: เลเวล 2 (12 จิน)]

[ปลาตะเพียนป่า: เลเวล 2 (11 จิน)]

...

[ปลาคาร์ปดำป่า: เลเวล 2 (25 จิน)]

[คุณสมบัติ: ปลาคาร์พดำป่าบริสุทธิ์ เป็นปลาขนาดใหญ่ ผลิตจากเกมเลยไม่มีสารพิษตกค้าง เติมพลังชี่ +2, บำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร +2, บำรุงตับและสายตา +2, ปรับสมดุลเพิ่มความชุ่มชื้น +2, ต้านมาลาเรีย +2, อร่อย +2, รสสัมผัส +2]

[ปาเฉาป่า: เลเวล 2 (31 จิน)]

[คุณสมบัติ: ปลาเฉาป่าบริสุทธิ์ เป็นปลาขนาดใหญ่ ผลิตจากเกมเลยไม่มีสารพิษตกค้าง ร่างกายและกระเพาะอาหารอ่อนแอ -2, ตับขาดพลังหยาง -2, ความดันโลหิตสูง -2, ปวดหัวและหูอื้อ -2, อร่อย +2, รสสัมผัส +2]

เขายืนอึ้งกับพวกปลาทั้งหลายนี่อยู่นานมาก

เพราะปลาป่าทั้งสามชนิดที่เป็นเลเวล 2 ดูท่าจะมีสรรพคุณทางยาสูงมาก แถมยังเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ไม่ธรรมดาอีกด้วย ปลาตะเพียนป่าหนัก 10 จิน ปลาคาร์ปดำป่าหนัก 20 จิน และปลาเฉาป่าหนัก 30 จิน

เจ้าปลาพวกนี้ถ้าเป็นในการแข่งขันล่ะก็ ตกได้ที่เรียกว่าเป็นราชาของการแข่งขันกันเลยทีเดียว และสรรพคุณของพวกมันยังทำให้ปลาป่าเหล่านี้อยู่เหนือกว่าปลาป่าเดิม ๆ ไปหลายขุม

ถ้าเอาไปขายให้พวกผู้ป่วยกระเสาะกระแสะใกล้ตายล่ะก็ต่อให้ต้องจ่ายเงินขนาดไหนคนเหล่านั้นก็คงยอมอย่างไม่ต่อรอง

มันเป็นของที่ไม่อาจหาซื้อได้ด้วยเงิน จะว่าไปแค่ของป่าธรรมดา ๆ เองก็หาซื้อยากแล้ว

ฉินหลินมองดูปลาอีก 31 ตัวที่เป็นเลเวล 1

ปลาพวกนี้ดูออกไม่ยากเลยว่ามันไม่เหมือนปลาเลี้ยงทั่ว ๆ ไป เพราะความแตกต่างของมันนี่เห็นชัด ทั้งตัวใหญ่กว่า ปลาป่าจะมีความเพรียว ส่วนปลาเลี้ยงมันจะอ้วน ๆ สีเองก็ไม่เหมือนเพราะปลาป่าสีจะอ่อนกว่า ปลาเลี้ยงจะสีเข้มกว่า ขี้ของปลาป่ากลิ่งจะอ่อนกว่าส่วนขี้ของปลาเลี้ยงจะกลิ่นแรงกว่า

แต่ว่าตอนนี้ปลาป่าของเขายังมีไม่เยอะ ดังนั้นเขาจึงยังไม่รีบร้อนจัดการ โดยเฉพาะเจ้าตัวพิเศษทั้งสี่นั่นที่เขาตั้งใจเก็บไว้ให้แม่กินเพื่อบำรุงร่างกาย

ตอนเย็น

หลังจากที่สตรอว์เบอร์รี่และกระเจี๊ยบเขียวสุกแล้วฉินหลินก็ไปที่โกดังเช่าเพื่อโหลดของออกจากเกมแล้วเอาไปส่งที่ RT-Mart อีกรอบ โดยวันนี้สตรอว์เบอร์รี่มีรายได้รวม 18,505 หยวน และกระเจี๊ยบเขียว 19,870 หยวน ยอดคงเหลือในบัญชีอยู่ที่ 356,787 หยวน

หลังจากส่งสินค้าแล้วเขากลับร้านไปรับเจ้าวั่งไฉ แต่ก่อนหลับฉินหลินได้เข้าโลกในเกมไปช้อนเอาเจ้าตะเพียนป่าที่หนัก 12 จินออกมา

เจ้าตะเพียนใหญ่สุดนี่เขากะเอาไปให้แม่กินวันนี้เลย

เมื่อทั้งคู่หนึ่งคนหนึ่งหมากลับถึงบ้านฉินหลินก็พูดกับหลินเฟินว่า “แม่ครับมาดูนี่สิ เป็นไง ๆ ให้แม่กินบำรุงร่างกายนะ”

“ปลาตะเพียนตัวใหญ่อะไรขนาดนี้! ตะเพียนป่าด้วยเหรอเนี่ย?” หลินเฟินตะลึงอย่างอดไม่ไหวเมื่อรับเจ้าตะเพียนป่า 12 จินไปดู แค่ดูเธอก็รู้แล้วว่าเจ้าตะเพียนป่าตัวโตขนาดนี้ต้องเป็นของที่ราคาโคตรจะแพง เพราะถ้าเป็นในธรรมชาติไม่ใช่ในบ่อเลี้ยงกว่ามันจะโตขึ้นหนึ่งจินต้องมีสองสามปีได้ เพราะงั้นเจ้าตัวนี้จึงเป็นของที่ต่อให้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้

คนบางคนโชคดีตกได้ยังไม่กล้ากินเองเลยด้วยซ้ำแต่ตัดสินใจเอาไปขายเพื่อแลกเงินก้อนโตดีกว่า

จากที่กะน้ำหนักจากมือดูแล้วเจ้าตัวนี้ต้องไม่ต่ำกว่า 2,000 หยวน

ที่ประเมินราคาเท่านี้ก็เพราะเธอไม่รู้ว่าเจ้าตัวนี้มันมีโบนัสคุณสมบิตเจ๋ง ๆ แฝงมาด้วย

เมื่อคิดถึงเรื่องเรื่องราคาเธอก็บ่นใส่ลูกชาย “เสี่ยวหลิน! ทำไมฟุ่มเฟือยอย่างนี้ล่ะลูก! แม่ไม่จำเป็นต้องกินของแพงขนาดนี้ก็ได้!”

“แม่ไม่ต้องห่วงไปหรอกคร้าบ ธุรกิจขายส่งช่วงนี้กำลังรุ่ง มีเงินพอซื้ออยู่แล้วไม่ลำบากหรอก เดี๋ยวผมเอาปลาไปทำก่อน อยากลองตะเพียนป่าตัวใหญ่ ๆ มานานแล้ว” ฉินหลินพูดพลางหยิบเจ้าตะเพียนป่าหนัก 6 กิโลฯจากมือแม่เดินเข้าครัวไป

จริง ๆ ได้ยินเสียงแม่บ่นมันก็ทำเอาหัวใจอบอุ่นอยู่เหมือนกันนะ

ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเวลาพ่อแม่ดุด่าจะรู้สึกรำคาญแท้ ๆ แต่ตอนนี้พ่อได้เสียชีวิตไปแล้ว ตัวเองตอนนี้ก็ได้แต่คิดถึงเสียงบ่นของแกแต่ก็ไม่มีวันได้ยินอีก ทว่ายังคงเหลือเสียงบ่นของแม่อยู่เขาจึงทะนุถนอมมันเป็นอย่างยิ่ง

“ฮึ่ม!” หลินเฟินได้แต่เดินตามเข้าครัวไปอย่างกระฟัดกระเฟียด

สำหรับฉินหลินแล้วการทำปลาไม่ใช่เรื่องยาก เขาจัดการฆ่า ผ่า ควักเครื่องใน เสร็จทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

แต่สองแม่ลูกจะกินปลาขนาดใหญ่แบบนี้ให้หมดในมื้อเดียวก็ไม่ไหวจึงต้องกินแค่ครึ่งตัวแล้วเอาอีกครึ่งใส่ตู้เย็นไว้

บังเอิญที่บ้านมีเต้าหู้อยู่พอดี และอาหารจานเด็ดของหลินเฟินคือซุปเต้าหู้ปลาตะเพียน น้ำซุปสีขาวขุ่นที่ทำจากเนื้อปลาตะเพียนของเธอนั้นเด็ดสะระตี่อย่าบอกใคร ยิ่งเป็นปลาที่อร่อย +2, รสสัมผัส +2 ด้วยแล้วยิ่งน่าคาดหวัง

ซึ่งก็เป็นดั่งที่คาดหวังไว้จนไม่มีความผิดหวังเจอปน ยามซุปเดือดแล้วเขาลองจิบดูเบา ๆ แล้วดวงตาก็สว่างวาบ!

ทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสมันอร่อยเกินไปจริง ๆ แม้แต่เชฟจากโรงแรม 5 ดาวระดับนานาชาติที่ลงมือปรุงอย่างพิถีพิถันก็ยังเทียบไม่ได้ แม้เขาจะไม่เคยกินรสมือของเชฟเหล่านั้นมาก่อนก็เถอะ

“โห! ปลานี่อร่อยมากเลย!” หลินเฟินเองก็อึ้งกับความอร่อยของมันเหมือนกัน เธอที่อยู่มานานย่อมโดนปลาตะเพียนมาแล้วไม่รู้กี่ตัว แต่ตัวที่อร่อยขนาดนี้ทั้งชีวิตก็ไม่เคยโดนมาก่อนเหมือนกัน

‘เอ๊ะหรือว่าฝีมือทำอาหารเราจะดีขึ้น?’ อร่อยจนเพ้อไปเอง

หลังจากกินซุปไปชามหนึ่งแล้วเธอก็รู้สึกว่าเหมือนมีกระแสน้ำอุ่นไหลผ่านหลอดเลือดและเส้นประสาทของตนแบบยังไงก็ไม่รู้อธิบายไม่ถูก รู้แต่ว่าฟินมาก ๆ เท่านั้น

ไม่รู้ว่าคิดไปเองมั้ย? แต่ตอนนี้เธอรู้สึกสบายทั้งกายทั้งใจ มันผ่อนคลายไปหมด

ฉินหลินเองก็เป็นเหมือนกัน ความรู้สึกที่สัมผัสได้มันชัดเจนแจ่มแจ้ง นี่ถ้าเกิดเขาไม่รู้มาก่อนว่าปลาตะเพียนป่าตัวนี้มีสรรพคุณช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิต +2 ล่ะก็เขาคงนึกว่าตัวเองกลายเป็นจอมยุทธ์ที่มีกำลังภายในเหมือนในหนังไปแล้ว

ไอ้เรื่องผลก็เรื่องหนึ่ง แต่ความเร็วในการแสดงผลนี่สิ ออกฤทธิ์เร็วพอ ๆ กับกระเจี๊ยบเขียวเลเวล 2 เลย โคตรจะน่าทึ่ง!

ฉินหลินรู้สึกพึงพอใจกับซุปเต้าหู้ปลาตะเพียนมื้อนี้มาก ๆ จนต้องขออีกชามอย่างด่วน

หลินเฟินได้คีบชิ้นปลาแบ่งให้เจ้าวั่งไฉ มันไม่กินแค่เนื้อแม้แต่ก้างมันก็กะไม่ให้เหลือ

“จะว่าไปเสี่ยวหลิน แม่มรเรื่องจะบอกลูกนะ”

ทันใดนั้นหลินเฟินก็พูดกับฉินหลินว่า “ลูกก็รู้นะว่าฉินเหรินกำลังหมั้นหมาย พ่อของลูกไปยืมเงินจากครอบครัวนั้นมาห้าหมื่นเพื่อเป็นค่ารักษา แล้วตอนนี้ครอบครัวนั้นก็กำลังหาหยิบยืมคนอื่นเพื่อไปขอหมั้นด้วย”

“พวกเขารู้ความลำบากของเราดีเลยไม่ได้ทวงหนี้ แม้เราจะไม่มีเงินไปคืนแต่จะแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้นะลูก”

“คืนนี้ลูกไปถามที่บ้านเขานะว่ามีอะไรให้ช่วยบ้างมั้ย”

ฉินหลินพยักหน้า “โอเคครับเดี๋ยวผมไปดูให้”

ฉินเหรินเป็นเพื่อนสมัยเด็กของฉินหลินด้วย แต่ก่อนเขาเคยอาศัยอยู่ที่บ้านเก่าในชนบทและเรียนการถ่ายภาพตอนอยู่มหาลัย และตอนนี้เขาได้เปิดสตูดิโอโฆษณาในตัวเมืองของอำเภอโหยวเฉิงร่วมกับเพื่อน ๆ เขารับงานทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นงานโฆษณาหรืองานวิวาห์ล้วนเอาหมด

ยามพ่อของฉินหลินป่วยครอบครัวฟางยอมให้ยืมเงินห้าหมื่นดังกล่าวนั้นโดยไม่ลังเล นี่เป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่ต่อครอบครัวเขาแบบเหลือประมานจริง ๆ สิ่งสำคัญไม่ใช่ที่จำนวนเงิน แต่เป็นน้ำใจที่ให้กันได้โดยไม่ลังเลเลยนี่แหล่ะ

และตอนนี้เขากำลังจะหมั้น และฉินหลินเองก็มีเงินพอที่จะเอาไปคืนแล้ว ซึ่งคืนนี้ก็เป็นเวลาอันสมควรในการเอาเงินห้าหมื่นไปคือพอดี

ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ใจดีต่อครอบครัวของฉินหลินแบบนี้ และหากว่าฉินหลินสามารถคืนเงินได้ล่ะก็เขาจะเอาไปคืนคนเหล่านั้นโดยเร็วที่สุดด้วยเช่นเดียวกัน

ยืมมาคือรับน้ำใจ ส่วนคืนไปไม่ใช่ความแค้น

ดังนั้นฉินหลินจึงคิดว่าจะหาเวลาว่าง ๆ เอาเงินไปคืนเจ้าหนี้รายอื่น ๆ ด้วย

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 15: ของป่าแท้ ๆ! ผลลัพธ์อันน่าทึ่ง!

ตอนถัดไป