บทที่ 18: ของขวัญจากคนแคระ!

ฉินหลินเข้าไปในออฟฟิศจัดเก็บภาษี ช่วงนี้ไม่มีคนเลยไม่ต้องต่อคิว นอกจากนี้คนส่วนใหญ่จัดการขั้นตอนทุกอย่างผ่านทางออนไลน์อยู่แล้ว ทุก ๆ อย่างล้วนสำเร็จได้ด้วยมือถือเครื่องเดียว

ส่วนคนที่ยังมาจ่ายภาษีที่สำนักงานก็อาจเป็นคนที่มาครั้งแรกเหมือนฉินหลิน หรือไม่ก็พวกที่เคยชินกับแบบนี้และโลวเทคทำผ่านออนไลน์แล้วงงซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบรรดาผู้เฒ่าผู้แก่

“ขอบัตรประชาชนด้วยค่ะ เดี๋ยวจะช่วยตรวจสอบแบบยื่นภาษีให้” พนักงานที่นั่งโต๊ะเป็นหญิงสาวชื่อหลี่เจียฮุ่ย

ฉินหลินเอาบัตรประชาชนออกมายื่น เขาที่ยื่นภาษีไปแล้วพอรูดบัตรปุ๊บข้อมูลภาษีที่ยื่นไปก็ปรากฏขึ้นมาปั๊บ

เฉินฮ่าวได้เดินเข้ามาแล้ว

หมอนี่แสร้งทำเป็นเข่ามาเอาเอกสารและถ่วงเวลาไว้ก่อนเพราะอยากรู้เหลือเกินว่าผัวของจ้าวโม่ชิงจะต้องจ่ายภาษีเท่าไหร่

คนเรานี่มันก็แปลก พอความรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าหายไปก็ดันมีสิ่งที่หายตามไปด้วยอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือความมั่นใจ

หลี่เจียฮุ่ยเอาบัตรประชาชนของฉินหลินมารูดดูข้อมูลการยื่นภาษี พออ่านรายละเอียดแล้วก็ถึงกับต้องอุทานออกมา “ฮะ…”

จะตกใจก็ไม่แปลก เพราะข้อมูลมันน่าเหลือเชื่อเกินไป

เขาอายุแค่ 23 และพึ่งจะเรียนจบ... ใช่มั้ย? แล้วมีรายได้เดือนละแสนจนจะมาจ่ายภาษีสองหมื่น?

ในสถานที่อย่างอำเภอโหยวเฉิง คนอายุน้อยแต่สามารถหาเงินได้ปีละแสนหยวนได้ก็ถือว่าเก่งแล้ว ส่วนคนที่หาเงินได้เดือนละแสนนี่มีน้อยซะจนนิ้วมือข้างเดียวยังเกินเลยมั้ง

และนี่เป็นข้อมูลสุดยอดสำหรับผู้หญิงโสด

เธอรีบเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมเยอะ

“คุณผู้ชายคะ ยืนยันข้อมูลการยื่นภาษีให้แล้วนะคะ สามารถแสกนจ่ายได้ตอนนี้เลยค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะพิมพ์ใยเสร็จรับเงินให้~” น้ำเสียงของหลี่เจียฮุ่ยอ่อนโยนกว่าก่อนหน้านี้ราวกับจะนำเสนอตัวเอง

ฉินหลินหยิบมือถือออกมาจ่ายภาษี

ครู่ต่อมาก็มีเสียงของ AI ดังขึ้นมาจากลำโพง “ภาษีจำนวนสองหมื่นสี่พันสามร้อยเจ็ดสิบแปดหยวน!”

เมื่อเฉินฮ่าวได้ยินเสียงนี้ดวงตาก็เบิกกว้าง เสียงก่นด่าสาปแช่งนับหมื่นตีกันอยู่ในหัว

‘ภาษีแพงขนาดนี้แปลว่ามีรายได้เดือนหนึ่งเป็นแสนเลยไม่ใช่เรอะ?’

‘มีรายได้เดือนละเป็นแสนแล้วจะมาขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าต๊อกต๋อยมารับเมียให้คนอื่นเขาดูถูกทำมั่ย!’

บัดซบแท้! ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าต๊อกต๋อยเพราะไม่มีตังเรียกว่าคนจน แต่ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าต๊อกต๋อยทั้ง ๆ ที่รวยคือคนไม่คิดมาก!

ตอนนี้อารมณ์ของเฉินฮ่าวจึงซับซ้อนวุ่นวายมาก

หลี่เจียฮุ่ยได้พิมพ์ใบเสร็จมามอบให้ฉินหลินพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณฉินคะ ทางสำนักงานจัดเก็บภาษีเรามีบริการเสริมด้วยนะคะ ฉันชื่อหลี่เจียฮุยค่ะ แลกวีแชทกันมั้ยคะ? เวลามีปัญหาเรื่องภาษีสามารถปรึกษาฉันได้ตลอดเวลาเลย”

‘อี…’ เฉินห่าวบ่นในใจเมื่อได้ยินที่เธอนำเสนอตัวเอง

‘บริการเสริมกะผีน่ะสิ!’

“อ้าวฉินหลิน! มาทำไรที่นี่อะ?” เสียงใส ๆ และคมชัดดังขึ้น

จ้าวโม่ชิงวิ่งเห็นฉินหลินเลยวิ่งเข้ามาหาอย่างแปลกใจ

“โม่ชิง!” ฉินหลินเห็นเมียตัวเองวิ่งมาก็อยากจะจับเธอในชุดทำงานมากอดจูบลูบคลำให้สาแก่ใจแต่ก็ทำไม่ได้เพราะเป็นสถานที่ราชการ

หลี่เจียฮุ่ยเกิดอาการหึงหวงขึ้นมายังไงก็ไม่รู้เลยถามแทรกกลางปล้องไปเลยว่า “โม่ชิงรู้จักคุณฉินด้วยเหรอ?”

“สองคนนั่นเขาเป็นผัวเมียกัน!” เฉินฮ่าวกระซิบเบา ๆ ให้พอได้ยิน

“หา?” หลี่เจียฮุ่ยตกใจและผิดหวัง

‘โอ๊ย! ทำไมผู้ชายไฮสเปคแบบนี้ถึงไม่มีใครรอดกันซักคนเลยล่ะ มีแต่โดนตกไปตั้งแต่อายุยังน้อยทั้งนั้น!’

‘ไม่น่าแปลกใจที่จ้าวโม่ชิงไม่เคยสนใจเฉินฮ่าว’

จากนั้นก็หันมามองเฉินฮ่าวที่ต้องให้พ่อแม่พี่สาวของตนช่วยออกรถให้แล้วมันช่าง... ห่างกันหลายช่วงตึกโดยแท้

“…”

เฉินฮ่าวเหมือนจับพิรุธสายตาดูถูกของหลี่เจียฮุ่ยได้

‘อะไรอีก?’

“ฉันมาจ่ายภาษีน่ะ” ฉินหลินตอบจ้าวโม่ชิงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“ภาษี?” เห็นได้ชัดว่าจ้าวโม่ชิงประหลาดใจกับเรื่องนี้ เธอรู้ดีอยู่แล้วว่าสถานการณ์ทางบ้านของฉินหลินเป็นยังไง เขามีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีด้วยซ้ำ แล้วทำไมถึงมาจ่ายภาษีได้ล่ะ?

ฉินหลินเคยบอกเธอว่าเขาได้หยิบจับธุรกิจขายส่งและมีเงินมากขึ้นแล้ว แต่ดูท่ารายได้จะเพิ่มขึ้นเยอะกว่าที่เธอคาดไว้นะเนี่ย

เมื่อคิดได้แบบนั้นจ้าวโม่ชิงก็ยิ้มอย่างมีความสุขกับสามีตัวเองไปด้วยพร้อมกับหยิบใบเสร็จจากมือเขามาเช็คดูว่าที่รักของตนจ่ายภาษีไปเท่าไหร่กันหนอ

“หา? สองหมื่นสี่พันสามร้อยเจ็ดสิบแปด!!!” จ้าวโม่ชิงตกใจเมื่อเห็นจำนวนภาษีที่ฉินหลินจ่ายไป ภาษียิ่งมากแปลว่ารายได้ก็ยิ่งมากไปด้วย แปลว่าเดือนนี้เขามีรายได้เป็นกำไรเป็นแสนเลยน่ะสิ!!!

เพื่อความแน่ใจเธอถึงกับเอาใบเสร็จมาจ่อดูใกล้ ๆ เช็คตัวเลขทีละหลักอีกรอบ แต่ก็เห็นชัด ๆ เลยว่าสายตาตัวเองไม่มีผิดพลาด เธอจึงรีบลากตัวฉินหลินออกจากห้องสำนักงานจัดเก็บแล้วถามเขาอย่างเร็วเลยว่ “นี่เรื่องจริงใช่มั้ย? ขายส่งมันได้กำไรมากมายขนาดนั้นเลยจริง ๆ ใช่มั้ย?”

ฉินหลินยิ้มพลางเอามือโอบเอวภรรยา “จริงแท้แน่นอน ฉันต้องพยายามอย่างหนักเพื่อภรรยาสุดที่รักแล้วพาเธอเข้าบ้านอย่างเปิดเผยโดยเร็วที่สุด จะได้อยู่ด้วยกันซักที”

แน่นอนว่าสาวจ้าวนางย่อมต้องมีอารมณ์คล้อยตาม ทันทีที่จ้าวโม่ชิงได้ยินเธอก็รู้สึกประทับใจสุดขีดจนหอมแก้มเขาฟอดใหญ่อย่างอดไม่ไหว แม้ว่าเธอจะเตรียมใจไว้แล้วว่าทั้งชีวิตนี้ต้องอยู่กับเขาอย่างยากลำบากและตัดสินใจแอบจดทะเบียนสมรสกับเขาลับหลังครอบครัว แต่ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งแล้วมีใครบ้างไม่อยากเห็นสามีประสบความสำเร็จ?

“วันนี้ฉันทำงานล่วงเวลาเลิกค่ำหน่อย มารับด้วยล่ะ” จ้าวโม่ชิงกำชับฉินหลินด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

จากนั้นก็บอกเขาอย่างเขิน ๆ ว่า “วันนี้พ่อแม่ฉันกลับบ้านเกิดฉันเลยไปค้างนอกบ้านได้”

“เดี๋ยวฉันจองโรงแรมไว้เลย!” ฉินหลินเผลอหลุดปากพูดออกมาโดยไม่รู้ตัวจนจ้าวโม่ชิงต้องหยิกเอวเขา

“พอ ๆ ไปทำงานต่อละ” จ้าวโม่ชิงตัดบทด้วยน้ำเสียงดีใจ

ฉินหลินมองดูเมียรักเดินกลับเข้าไปยังที่ทำงานอีกครั้ง จากนั้นเขาก็เดินกลับเข้าห้องสำนักงานจัดเก็บภาษีเพื่อไปสมัครบริการชำระภาษีออนไลน์ที่ช่องของหลี่เจียฮุ่ย

ครั้งนี้หลี่เจียฮุ่ยค่อนข้างจะแข็งกร้าวกว่าเดิมเล็กน้อย แม้จะว่าเล็กน้อยแต่ก็เห็นได้ชัดว่าแตกต่างจากสาวอ่อนหวานคนเมื่อกี๊โดยสิ้นเชิง ทำเอาหลาย ๆ คนที่นั่นต่างสงสัยว่าตกลงเธอเป็นไบโพล่ารึเปล่าวันนี้

ฉินหลินเดินออกจากสำนักงานจัดเก็บภาษีด้วยความสุขสมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เขาขี่เจ้าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคู่ใจไปแวะร้านขายยาซื้อเจ้าร่มน้อย (ถุงยาง) แบบที่ราคาแพงสุดมาพกไว้

มันก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ก่อนจะพาโม่ชิงเข้าบ้านอย่างเปิดเผยจะปล่อยให้มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้ ไม่งั้นพ่อแม่ฝ่ายหญิงต้องระเบิดลงใส่เขาจนตายกันไปข้างอย่างแน่นอน

จากนั้นก็กลับไปเฝ้าร้านที่ตลาดต่อ เมื่อเปิดจอเกมดูไปพลางก็ต้องประหลาดใจ

เพราะเนื้อเรื่องใหม่ในเกมได้ดำเนินแล้ว

เกมฮาร์เวสต์มูนนี้นอกจากการเพาะปลูก การเพาะพันธุ์ และการก่อสร้างแล้ว ยังมีแปลงบางส่วนกระจายอยู่ทั่วไปด้วย ซึ่งการจะได้มานั้นจำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์กับชาวเมืองแร่ดิบเหมือน ๆ กับตอนไปคุยกับแซ็คแล้วอีกฝ่ายมอบคันเบ็ดกับเหยื่อให้

โดยปกติแล้วเนื้อเรื่องพวกนี้อาจปรากฏขึ้นมาเพราะคุยกับสัตว์ไม่ก็สัตว์วิเศษหรืออะไรแปลก

อย่างเช่นชายร่างเตี้ยที่อยู่ข้างหน้าเขานี่แหล่ะ

คนแคระในป่าลึก ตามการตั้งค่าของเกมดูเหมือนว่าในเมืองแร่ดิบจะมีคนแคระอยู่ 7 คนซึ่งผู้เล่นสามารถเชิญให้คนแคระเหล่านี้มาช่วยทำงานในฟาร์มได้

“นายเป็นเจ้าของฟาร์มเหรอ? ฉันชื่ออาร์นี่เป็นคนแคระจากป่าลึกนะ พวกเรามีกันทั้งหมดเจ็ดคนตั้งรกรากอยู่นอกเมืองแร่ดิบ ฉันช่วยพวกนั้นสร้างบ้านทุกวันเลย!”

“ฉันชอบตกปลาสุด ๆ เห็นนายมาตกปลาตั้งหลายวันแล้ว มาตกปลาแข่งกันปะ?”

“ถ้านายชนะฉันได้ล่ะก็เอาของรางวัลไปเล้ย!”

เมื่อเห็นว่าคนแคระมาท้าแข่งตกปลาฉินหลินจึงบังคับตัวละครให้ตอบตกลง จากนั้นก็เป็นฉากที่ตัวละครเดินตามคนแคระไปที่แม่น้ำโดยอัตโนมัติ

คราวนี้หน้าจอเกมริมแม่น้ำแตกต่างออกไป หน้าจอได้มืดไปและปรากฏขึ้นมาเป็นหน้าจอแบบเกมตกปลาขนาดเล็ก

เนื้อหาของการแข่งขันน่าจะเป็นว่าใครจับปลาได้มากกว่ากันในหนึ่งนาที

การตกปลาในเกมเล็ก ๆ นี้แตกต่างจากการตกปลาครั้งก่อนที่เขาเคยตกมา มันต้องใช้ความเร็วในการบังคับ โดยเมื่อเห็นปลาว่ายผ่านมาปุ๊บให้โยนเบ็ดไปเกี่ยวขึ้นมาปั๊บ

เกมนี้ถ้าฉินหลินใช้มือเล่นล่ะก็ลำบากอยู่ แต่ถ้าใช้ความคิดควบคุมแบบนี้ล่ะก็ชิล ๆ

ดังนั้นฉินหลินจึงนำโด่งตั้งแต่เริ่มเกมยันจบเกมชนะอย่างหมดจด

หน้าจอเกมกลับสู่ปกติ คนแคระอาร์นี่ก็กล่าวคำชมเขาอย่างไม่มีอีโก้ “ทักษะการตกปลาของนายสุดยอดไปเลย ฉันยอมรับความพ่ายแพ้ ในเมื่อนายเป็นผู้ชนะฉันก็จะให้รางวัลตามที่ตกลง อะนี่พึ่งจับได้จากในป่าเลยนะ!”

คนแคระให้ภาชนะพิเศษแก่ตัวละครในเกม โดยในนั้นมีปลาสีน้ำตาลสลับขาวสวยงามมาก ๆ ว่ายอยู่ภายในใน

[ได้รับปลาสวยงามพิเศษราคาแพง: ปลาเสือตอเผือกป่า]

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 18: ของขวัญจากคนแคระ!

ตอนถัดไป