วางแผนร้ายต่อหน้า
ในรถแท็กซี่
เซินเหอมองไปที่ตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจ
[ความชื่นชอบจากดาวคู่แฝดระดับหกคนหนึ่ง, หลิวเหอ, เพิ่มขึ้น]
[ระดับความชื่นชอบปัจจุบัน: 70]
[... ]
[ความชื่นชอบจากดาวคู่แฝดระดับหกอีกคน, หลิวซาน, ถูกปลดล็อก]
[ระดับความชื่นชอบปัจจุบัน: 60]
[... ]
[ความชื่นชอบจากสุนัขกลายพันธุ์ระดับสี่ถูกปลดล็อก]
[ระดับความชื่นชอบปัจจุบัน: 70]
[... ]
เมื่อเห็นรายการสุดท้าย เซินเหอก็อดไม่ได้ที่จะตะลึงไปชั่วครู่
ไม่คิดเลยว่าเจ้าสุนัขตัวใหญ่จะสามารถปลดล็อกระดับความชื่นชอบได้เช่นกัน และยังเริ่มต้นที่ระดับ 70 ด้วย
แต่ทำไมในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการหลิวชิงถึงไม่มีระดับความชื่นชอบ นี่มันแปลกประหลาดจริงๆ!
หรือว่า...ในมุมมองของระบบ เขาเป็นคนที่ตายไปแล้ว…
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
เพราะระบบนี้ทำงานตามเส้นเวลาในอนาคต บางทีในเวลานั้น หลิวชิงอาจจะไม่อยู่แล้วจริงๆ
เซินเหอนั่งอยู่ในรถและพิจารณาดูคำอธิบายเกี่ยวกับระดับความชื่นชอบอย่างละเอียด
ระดับ 50 คือคนแปลกหน้า, ระดับ 60-70 คือมิตรภาพ, ระดับ 71-89 คือเพื่อนสนิท, และถ้าเกิน 90 ขึ้นไปก็คือมิตรแท้
ส่วนที่ต่ำกว่า 50 นั้น ก็ไม่พ้นพวกศัตรู เช่น หวังหลง หรือ จ้าวหู่
ยิ่งระดับต่ำก็ยิ่งเกลียดเขามากขึ้น
เซินเหอถอนหายใจยาวด้วยความรู้สึกโล่งใจ
เขาสั่งให้คนขับรถขับอ้อมไปที่อาคารหยุนติง แม้จะอย่างไร ที่นั่นก็เคยเป็นสถานที่ที่เขาทำงานหนักเหมือนทาสมาก่อน
และเขาก็อยากจะเห็นว่า จ้าวหู่เป็นอย่างไรบ้างในตอนนี้
เอกสารเหล่านั้นที่เขาส่งไป ไม่ว่าจ้าวหู่จะมีใครหนุนหลังอยู่ก็ตาม เขาก็ต้องถูกจัดการแน่ๆ
ถ้าเรื่องร้ายแรงขึ้นไปอีก เขาอาจจะถูกจับเข้าคุกด้วยซ้ำ
ทันทีที่รถมาถึงหน้าอาคารหยุนติง เซินเหอก็เห็นตัวอักษรบางบรรทัดปรากฏขึ้นตรงหน้า
[เตือนภัย! เตือนภัย! ผู้เล่นกำลังเข้าใกล้รังของสัตว์อสูรระดับสอง โปรดรักษาชีวิตให้ดีและอยู่ห่างจากอันตราย]
เซินเหอมองไปที่อาคารหยุนติงด้วยความประหลาดใจ
ที่นี่จะกลายเป็นรังของสัตว์อสูรระดับสองในอนาคตอย่างนั้นหรือ?
ถึงอย่างไร ที่นี่ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในอาคารสำคัญ
ดูเหมือนว่าแม้ในอนาคตผู้คนจะสามารถจัดตั้งเขตป้องกันได้ แต่ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ลำบากอยู่ดี
เพราะคลื่นพลังวิญญาณมาเร็วเกินไป พืชและสัตว์ต่างๆ กลายพันธุ์อย่างรวดเร็ว จนไม่มีใครสามารถตอบสนองได้ทัน
เซินเหอถอนหายใจออกยาวๆ
ในขณะนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง “ไอ้เซิน แกมาทำอะไรที่นี่?”
เซินเหอหันกลับไปและพบว่าเป็นหวังหลงที่พูดขึ้น
ตอนนี้หวังหลงกำลังมองเขาด้วยความสงสัย เหมือนกับว่าเขาไม่ควรจะอยู่ที่นี่
เซินเหอจ้องมองหวังหลงแล้วตอบว่า “ไม่มีความเคารพเลยนะ นี่แกพูดกับพ่อแบบนี้ได้ยังไง?”
หวังหลงหน้าแดงจัดทันที
เขาชี้ไปที่หน้าของเซินเหอด้วยความโกรธ แต่ก็พูดอะไรไม่ออก
เซินเหอปัดมือของหวังหลงออกจากหน้าเขาด้วยแรงที่เกินควบคุม จนทำให้มือของหวังหลงเป็นรอยแดง
หวังหลงกุมมือที่ถูกปัดแล้วกระโดดไปมาด้วยความเจ็บปวด เขาทำตัวเหมือนตัวตลก
เซินเหอเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาแล้วพูดว่า “ขอโทษทีนะ! พ่อแรงเยอะไปหน่อย ให้อภัยด้วยแล้วกันนะ ลูกชาย!”
หวังหลงกัดฟันทนความเจ็บและพูดด้วยความโกรธว่า “แกโดนไล่ออกไปแล้ว จะมาที่นี่ทำไมอีก?”
“โอ้~”
“หรือว่าแกจะมาหางานทำ?”
“ฉันลืมบอกไปแกไป พี่เขยของฉันได้แจ้งเรื่องแกไปยังคนในวงการธรุกิจแล้ว ในมณฑลเหอหนานนี้ แกหางานทำไม่ได้หรอก ไม่มีใครจ้างแกแน่”
“ถึงแกจะหนีไปหางานทำที่อื่นก็เถอะ ก็คงมีแต่ตายสถานเดียว!”
“ฮ่าๆๆ…”
เซินเหอมองหวังหลงที่กำลังหัวเราะอยู่ด้วยความสงสัย แล้วเรียกหน้าจอระบบขึ้นมา โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับระดับความชื่นชอบ
ผ่านมานานขนาดนี้แล้ว แต่เจ้าหมอนี่ก็ยังไม่แสดงระดับความชื่นชอบขึ้นมา
แถมยังไม่ปรากฏในระบบ คาดว่าพลังของหมอนี่อาจจะยังไม่ตื่น หรือไม่ในอนาคตมันอาจจะตายเร็วมาก
เมื่อคิดเช่นนั้น เขาก็รู้สึกเสียดายขณะที่มองหวังหลง
หวังหลงเห็นสายตานั้นก็รู้สึกเย็นยะเยือก เขาหันหน้าหนีและพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยว่า “มองอะไรอีกล่ะ ถ้าจะขอร้องให้ยกโทษก็สายไปแล้ว แกตายแน่!”
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของหวังหลงก็ดังขึ้น
หวังหลงบ่นพึมพำขณะรับสาย เขาหันหลังให้เซินเหอและพูดเบาๆ ว่า “พวกแกทำงานกันยังไง ตอนนี้หมอนั่นยืนอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว เมื่อไหร่จะจัดการมัน?”
“อะไรนะ? นักศึกษาหญิงคนใหม่ที่มีปัญหาทางการเงินต้องการความช่วยเหลือ?”
“โอเค ฉันเข้าใจแล้ว แกทำให้แน่ใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงนะ คืนนี้ฉันจะพาคนไปด้วย แกรีบจัดการกับหมอนั่นให้เสร็จ”
“อย่าให้เขามีโอกาสหนีได้, เข้าใจไหม...”
ยังไม่ทันที่หวังหลงจะพูดจบ มือของเซินเหอก็วางลงบนไหล่ของเขา ทำให้เขาตกใจจนทำโทรศัพท์หล่นลงพื้น
เมื่อเขาหันกลับไป เขาก็พบกับรอยยิ้มของเซินเหอ
เซินเหอชี้ไปที่โทรศัพท์ที่ตกอยู่บนพื้นแล้วพูดว่า “แกนี่เป็นคนที่เปิดเผยดีนะ คิดจะวางแผนร้ายต่อหน้าฉันเลยเหรอ?”
“แกยังพานักศึกษาใหม่มาให้พี่เขยอีก, เล่นแบบนี้ทุกวันไม่กลัวติดโรคอะไรบ้างรึไง?”
“ทั้งครอบครัวของแกนี่ชอบทำอะไรแปลกๆ กันทั้งนั้น สนองความต้องการพี่เขยไม่พอ ทำให้พี่สาวของแกต้องไปหานายแบบที่คลับ แล้วแกก็ยังจะไปสนับสนุนนักศึกษาหญิงอีก”
“พวกแกมันเป็นพวกจิตผิดปกติหรือไง? ครอบครัวสับสนวุ่นวายขนาดนี้”
หวังหลงหน้าเขียวปนแดง เขาตอบกลับด้วยความโกรธ “แกพูดบ้าอะไร ระวังฉันจะฟ้องแกข้อหาหมิ่นประมาทนะ! แกมันต่างหากที่จิตผิดปกติทั้งบ้าน!”
พูดจบ เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเดินเข้าไปในอาคารหยุนติง
เซินเหอมองไปที่ทางเข้าอาคารหยุนติงและครุ่นคิดว่าจะเข้าไปสำรวจข้างในดีหรือไม่
ถึงแม้ระบบจะไม่บอกว่าเขาจะได้รับคะแนนสำรวจเพิ่มขึ้นจากการเข้าไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสได้รับคะแนนเลย
ทันใดนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นคนรู้จักคนหนึ่ง เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนจากมหาวิทยาลัยเหอหนาน
ได้ยินมาว่าหลังจากที่เธอเรียนจบแล้ว เธอก็ไปทำงานกับธนาคารที่เซี่ยงไฮ้ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดเมื่อปีที่แล้วถึงกลับมาทำงานในบริษัทการลงทุนแห่งหนึ่งในอาคารหยุนติงนี้
เซินเหอเดินเข้าไปทักทายเธอ
หลิวชิงชิง หญิงสาวที่สวมชุดสูทและสวมแว่นตาขอบทอง หันกลับมามองเซินเหอด้วยแววตาตกใจ
แม้ว่าเธอจะรู้ว่าระหว่างเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเหอหนาน เซินเหอทำงานในอาคารหยุนติง แต่ทั้งสองก็ไม่ได้ติดต่อกัน
เธอจึงไม่เข้าใจว่าทำไมเซินเหอถึงมาทักทายเธอ
เซินเหอเดินเข้าไปใกล้และพูดเบาๆ ว่า “เพื่อนเก่า ช่วยหน่อยสิ ฉันลืมบัตรพนักงาน ถ้าไม่เข้าไปตอนนี้เดี๋ยวจะไปทำงานสาย”
หลิวชิงชิงหัวเราะเบาๆ “นายเป็นคนขี้ลืมตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ทำงานแล้วก็ยังขี้ลืมอีก”
“แต่เพราะเป็นเพื่อนเก่า ฉันจะช่วยนายแค่ครั้งนี้นะ แต่คราวหน้าอย่าลืมอีกล่ะ”
เซินเหอตอบ “ขอบคุณนะ”
พูดจบ เขาก็เดินตามหลังหลิวชิงชิงเข้าไปในอาคารหยุนติง
หลังจากเข้าไปในอาคาร หลิวชิงชิงก็ขึ้นไปที่ชั้น 18 ส่วนเซินเหอก็กล่าวลาโดยอ้างว่าเขากำลังฟิตร่างกายและเลือกเดินขึ้นบันไดแทน
เมื่อประตูลิฟต์ปิดลง เขาก็ถอนหายใจยาว
ดูเหมือนว่าเพื่อนเก่าของเขาในอนาคตจะไม่ได้มีชีวิตที่ดีนัก มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายจริงๆ
เมื่อเขาเพิ่งก้าวไปยังบันไดขั้นแรก ตัวอักษรหลายบรรทัดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
[สำรวจรังของสัตว์อสูรระดับสอง]
[ความคืบหน้าของภารกิจที่สองเพิ่มขึ้น 55%]
[... ]
ดวงตาของเซินเหอเป็นประกายขึ้นทันที
ดูเหมือนว่าการเข้ามาในนี้จะช่วยกระตุ้นภารกิจได้จริงๆ และความคืบหน้า 55% ก็ถือว่าไม่เลวเลย
เมื่อรวมกับที่สถานพักฟื้นชิงซง ก็เป็น 70% แล้ว
พูดได้เลยว่าเมื่อเขาสำรวจอาคารหยุนติงเสร็จ เขาก็จะใกล้จะทำภารกิจที่สองเสร็จสมบูรณ์แล้ว