ถนนที่แพงหูฉี่

ตอนที่ 28 ถนนที่แพงหูฉี่



“เถ้าแก่ นี่คือซ่งเฉิงจุน ผู้บัญชาการทีมลาดตระเวนของฐานผู้ลี้ภัยเรา คราวนี้เขามาที่นี่ในนามของผู้นำฐาน และต้องการสร้างร่วมมือกับคุณ”



“ผู้บัญชาการซ่ง นี่คือ ฉู่เจียงเยว่ เธอคือเจ้าของโรงแรมเจียงหลิน”



หลิงเฟิงริเริ่มแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน



“เถ้าแก่ฉู่ ยินดีที่ได้รู้จัก ผมได้ยินชื่อของคูณมานานแล้ว”



ซ่งเฉิงจุนยื่นมือออก



“สวัสดี” ฉู่เจียงเยว่ยื่นมือออกไปจับมือซ่งเฉิงจุนเบาๆ แล้วปล่อยมือหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาที



“โรงแรมของฉันเพิ่งเปิดทำการ มันอาจจะเล็กไปหน่อยแต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน”



จากนั้นคนทั้งกลุ่มก็เดินเข้าไปในตึกหนึ่ง ทำให้ที่แห่งนี้ดูแออัดเล็กน้อยเนื่องจากมีคนมากเกินไป



“มาจัดการเรื่องสำคัญกันก่อน ผมจะให้พวกเขาเข้าแถวเพื่อเติมเงิน และสมัครบัตรประจำตัว”



ซ่งเฉิงจุนนำคนมาด้วยไม่น้อยกว่า 100 คนในครั้งนี้ จุดประสงค์หลักคือ เพื่อให้คนในฐานมีบัตรประจำตัวให้ได้มากที่สุด และบรรลุการสื่อสารไร้สายในวงกว้าง



คนติดตามซ่งเฉิงจุนมาได้รับการคัดกรองอย่างเข้มงวด และจะทำความคำสั่งอย่างเคร่งครัด



เมื่อใดก็ตามที่เธอเห็นกลุ่มคนที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ฉู่เจียงเยว่ก็จะชื่นชมพวกเขาเสมอ



ในปีที่สามหลังวันสิ้นโลกมาถึง เธอได้รับการช่วยเหลือหลายครั้งโดยคนกลุ่มนี้ แต่ไม่เคยได้พบกับซ่งเฉิงจุน



ฉู่เจียงเยว่จำได้ว่าเมื่อเธอเข้าไปในฐานผู้ลึ้ภัยในเมือง B ในชาติก่อน ผู้บัญชาการทีมลาดตระเวนไม่ใช่ซ่งเฉิงจุน แต่เป็นคนอื่น



แล้ว...เกิดอะไรขึ้นกับเขา?



อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดถึงเรื่องนั้น



“คุณซ่ง คุณต้องการหารือกับฉันเกี่ยวกับความร่วมมือแบบใด”



“ฐานของเราต้องการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือระยะยาวกับโรงแรมของคุณ หากเป็นไปได้ เราต้องการสร้างถนนที่ปลอดภัยที่เชื่อมระหว่างโรงแรมเจียงหลินกับฐานผู้ลี้ภัย เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถไปมาหาสู่กันได้”



ซ่งเฉิงจุนอยู่ในกองทัพมาเป็นเวลานาน และชอบพูดตรงๆ ในการเจรจา



ฉู่เจียงเยว่ก็ชอบความตรงไปตรงมาของเขา หากฐานผู้ลี้ภัยในเมือง B ส่งผู้เจรจาที่ชอบขายฝันมา เธอก็คงไม่คิดจะตอบรับอะไรที่ขาดความแน่นอน



“การสร้างถนนที่ปลอดภัยในวันสิ้นโลกแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย”



ขณะนี้สนามแม่เหล็กโลกปั่นป่วน พวกเขาไม่สามารถสำรวจสถานที่หลายแห่งได้ และการวางแผนเส้นทางก็เป็นปัญหาใหญ่



“โฮสต์ แม้พวกเขาจะทำไม่ได้ แต่เราก็ทำได้! เรามีโรดแมป และวัสดุก่อสร้างมากมาย!”



ทันทีที่จิ้งจอกน้อยได้ยินบทสนทนาระหว่างฉู่เจียงเยว่ และซ่งเฉิงจุน มันก็รู้ว่าโอกาสของตนมาถึงแล้ว



นี่เป็นโอกาสสำคัญในการขยายฐานลูกค้าของโรงแรม!



“ทำไมฉันไม่เห็นข้อมูลในส่วนนั้นเลย นอกจากห้องพัก และอาหารแล้ว ส่วนอื่นก็ถูกล็อคเอาไว้”



“หลังจากที่โฮสต์ลงนามในข้อตกลงกับฐานผู้ลี้ภัยในเมือง B สิ่งที่เกี่ยวข้องก็จะถูกปลดล็อค”



ถือได้ว่านี่เป็นภารกิจลับ จะถูกกระตุ้นหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับโชคล้วนๆ



ตอนนี้ดูเหมือนว่าฉู่เจียงเยว่จะยังมีโชคอยู่เล็กน้อย



เพียงไม่กี่วัน เธอก็ได้พบกับคนของฐานผู้ลี้ภัยที่ต้องการทำข้อตกลงด้วย



หลังจากได้ยินสิ่งที่จิ้งจอกน้อยพูด ฉู่เจียงเยว่ก็เข้าใจอย่างคร่าวๆ



หากเป็นเช่นนั้น เธอวางเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์เอาไว้ก่อน มันจะเป็นก้าวที่สำคัญเลยทีเดียว



“เถ้าแก่ หากคุณมีข้อเสนอแนะใดๆ อย่าลังเลที่จะพูด”



สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเสนอแนวคิดดังกล่าวก็คือ หลู่เจิ้งเหยาต้องการให้ผู้อยู่อาศัยทุกคนในฐานสามารถสมัครบัตรประจำตัวได้



ซึ่งจะทำให้บริหารจัดการได้สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้นในอนาคต



“เอาเป็นว่าฉันสามารถจัดหาวัสดุก่อสร้างทั้งหมดสำหรับสร้างถนนที่คุณต้องการได้ และสามารถรับประกันได้ว่าถนนเส้นนั้นที่ถูกสร้างขึ้นโดยวัสดุนั้นจะไม่ถูกรบกวนโดยซอมบี้ อย่างไรก็ตามวัสดุเหล่านี้ราคาไม่ถูก”



"คุณพูดจริงรึ!"



หากถนนเส้นนี้เป็นไปตามที่ฉู่เจียงเยว่พูด พวกเขาก็ไม่ต้องกังวลกับการแพร่ระบาดของซอมบี้ ไม่ว่าจะจ่ายราคาสูงเพียงใด มันก็คุ้มค่า



ฉู่เจียงเยว่เลิกคิ้ว ดูเหมือนฐานของพวกเขาจะร่ำรวยไม่น้อย



“คุณซ่ง นี่คือสัญญา ลองอ่านดูก่อน ถ้าคุณคิดว่ามันโอเคก็ลงนามได้เลย”



ฉู่เจียงเยว่โบกมือ และหน้าจอเสมือนจริงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขาทั้งสอง บนนั้นคือสัญญาขายวัสดุก่อสร้างสำหรับการก่อสร้างถนนที่เธอเพิ่งพูดถึง



ซ่งเฉิงจุนพลิกดูหน้าแล้วหน้าเล่า เมื่อเขาเห็นว่าวัสดุก่อสร้างมีราคา 1 เหรียญทองต่อเมตร เขาก็เจ็บปวดใจ



นั่นคือ เงินมหาศาล!



หนึ่งเหรียญทองเทียบเท่ากับ 10,000 เหรียญทองแดง หากแปรเป็นแก่นคริสตัลระดับหนึ่งก็จะเท่ากับแก่นคริสตัล 100 ก้อน



เมื่อเขาคิดถึงจำนวนเงินทั้งหมด ซ่งเฉิงจุนก็แทบจะลมจับ



นอกจากนี้ในสัญญาระบุอย่างชัดเจนว่าโรงแรมเจียงหลินเป็นเพียงผู้ขายวัสดุก่อสร้างเท่านั้น หลังจากซื้อวัสดุเหล่านี้ไปแล้วพวกเขาก็ต้องเป็นคนสร้างถนนเส้นนั้นด้วยตัวเอง



สิ่งที่มีมนุษยธรรมมากที่สุดน่าจะเป็นการที่ฉู่เจียงเยว่จะวางเส้นทางที่ดีที่สุดให้ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ตกอยู่ในอันตรายมากเกินไป เมื่อสร้างถนนเสร็จ เวลาที่ต้องใช้ในการเดินทางก็จะน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้



“เถ้าแก่ หนึ่งเหรียญทองต่อเมตรนั้นแพงไปหรือเปล่า? ระยะทางจากฐานถึงโรงแรมค่อนข้างไกลกันไม่น้อย แม้เป็นวัดเป็นเส้นตรงก็ยาวกว่าสิบกิโลเมตร”



หากเป็นก่อนวันสิ้นโลก การสร้างถนนเส้นนี้คงจะใช้เวลาไม่นาน แต่ตอนนี้มีซอมบี้อยู่ทุกหนทุกแห่ง และมีสิ่งกีดขวางที่ยากจะเคลื่อนย้ายอยู่ระหว่างทาง นี่เป็นโครงการขนาดใหญ่



“ของดีย่อมต้องมีราคาแพง อีกอย่างนี่เป็นราคาที่ฉันให้ส่วนลดแล้ว ถ้าเป็นคนอื่น มันจะเพิ่มเป็นสองเท่า”



ฉู่เจียงเยว่ไม่ได้หลอกลวงซ่งเฉิงจุน ราคาต่อหน่วยตามสัญญาที่จิ้งจอกน้อยมอบให้คือ 80 เหรียญเงินต่อเมตร หากเธอต้องการหาเงิน เธอจะต้องเพิ่มราคาอย่างแน่นอน การมันไม่ได้เพิ่มไปถึง 1 เหรียญทอง 60 เหรียญเงินก็ถือว่าเธอเมตตาแล้ว



“หากพวกคุณไม่สามารถหาเงินจำนวนมากมาจ่ายได้ในคราวเดียว ก็ยังสามารถใช้วิธีผ่อนชำระได้”



“อย่างไรก็ตาม สัญญาจะมีการระบุวันชำระเงินเอาไว้ และโรงแรมจะหักเงินในส่วนนั้นโดยอัตโนมัติเมื่อถึงเวลาจากบัตรประจำวันที่ได้ระบุเอาไว้ หากมีเงินไม่พอจะคิดดอกเบี้ยวันละ 20 เหรียญเงิน”



ดอกเบี้ยเพียง 20 เหรียญเงิน และได้รับอนุญาตให้ผ่อนชำระเป็นงวดๆ ในวันนี้ เธอคิดว่าตนใจดีเป็นพิเศษแล้ว



เมื่อหลิงเฟิงได้ยินว่าหนึ่งเหรียญทองต่อเมตร เขาคิดว่ามันแพงมาก แต่เมื่อเขาคิดว่าเมื่ออยู่บนถนนเส้นนี้ พวกเขาจะไม่ถูกรบกวนจากซอมบี้ ราคาหนึ่งเหรียญทองต่อเมตร ก็ดูเหมือนจะไม่แพงนัก



ในขณะนั้น ซ่งเฉิงจุนกำลังจมอยู่ในห้องความคิด



ในการเดินทางครั้งนี้ เขาไม่ได้เตรียมแก่นคริสตัลมาด้วยมากนัก ไม่รู้ว่าจะสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้มากเท่าไหร่



นอกจากจะต้องซื้อวัสดุก่อสร้างเพื่อความปลอดภัยแล้ว ยังต้องจัดสรรเงินเพื่อซื้อสิ่งของอื่นๆ อีกด้วย



ไม่ว่าจะเป็นหมั่นโถว ซาลาเปา หรือผักกาดขาว เขาจะต้องซื้ออย่างแน่นอน



สำหรับจำนวนของที่เขาสามารถซื้อได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่เขาได้รับจากการเปลี่ยนแปลงจากแก่นคริสตัล และสิ่งของต่างๆ



ขณะนั้น บางคนที่ซ่งเฉิงจุนพามาด้วยกำลังเข้าคิวเพื่อเติมเงิน และสมัครบัตรประจำตัว และยังมีหลายคนที่กำลังรออยู่



“โฮสต์ ฉันจะจัดหาเครื่องแลกเปลี่ยนเพิ่มให้คุณเอง!”



เป็นเรื่องยากที่จะได้ลูกค้ากลุ่มใหญ่ ดังนั้นจิ้งจอกน้อยจึงยอมควักเนื้อตัวเอง และซื้อเครื่องแลกเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้กับฉู่เจียงเยว่ และวางไว้ข้างๆ เครื่องเดิม



ฉู่เจียงเยว่มองไปที่เครื่องแลกเปลี่ยนที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้น และจมลงสู่ความคิดอย่างลึกซึ้ง



ดูเหมือนว่าวันนี้จะเป็นวันดีเลยทีเดียว เธอได้ขอฟรีโดยไม่ต้องจ่ายเงินสักเหรียญ



“คุณซง หากคุณมีของมากมายที่ต้องการแลกเปลี่ยน ไปใช้เครื่องตรงนั้นได้เลย”



ฉู่เจียงเยว่ไม่ได้แสดงพิรุธใดๆ และนำทางซ่งเฉิงจุนไปที่เครื่องแลกเปลี่ยนที่จิ้งจอกน้อยเตรียมไว้ให้โดยตรง



เมื่อเห็น ซ่งเฉิงจุนก็เรียกผู้ปลุกพลังมิติเข้ามาหา



มีผู้ปลุกพลังมิติในฐานผู้ลี้ภัยของพวกเขาแล้วหรือ?



ดูเหมือนในชาติก่อน เธอจะมีความสามารถไม่มากพอหรือโง่เขลาเกินไปจึงไม่สังเกตเห็นในเรื่องนี้



ตอนก่อน

จบบทที่ ถนนที่แพงหูฉี่

ตอนถัดไป