กับดัก

ตอนที่ 86 กับดัก


เมื่อฉู่เจียงเยว่กำลังจะกระโดดลงมา เสิ่นจื้อกุยก็ต้องการที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่อรับตัวเธอเอาไว้โดยไม่รู้ตัว แต่โชคดีที่เขายังหักห้ามใจตัวเองไว้ได้อยู่


ท้ายที่สุดแล้ว ความสัมพันธ์ของพวกเขายังถือได้ว่าเป็นเพื่อนกันเท่านั้นในตอนนี้ และสิ่งที่เขากำลังคิดจะทำก็เหมือนนอกลู่นอกทางไปเสียหน่อย


อย่างไรก็ตาม เมื่อฉู่เจียงเยว่กระโดดลงมาถึงพื้นแล้ว เสิ่นจื้อกุยก็ก้าวไปข้างหน้าเพื่อถาม “คุณเป็นอะไรไหม?”


ฉู่เจียงเยว่ส่ายหัว ความสูงนี้ยังอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้สำหรับเธอ


“มาหากันก่อนว่าซอมบี้อยู่ตรงไหน”


มิฉะนั้น หากพบซอมบี้กะทันหัน พวกเขาอาจได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดได้


ฉู่เจียงเยว่พยักหน้า และตกลงตามข้อเสนอของเสิ่นจื้อกุย


พวกเขาทั้งสองจึงยืนอยู่กับที่ เงียบเสียง และตั้งใจฟังเสียงแผ่วเบาจากในบ้าน


"แฮ่...แฮ่..."


"ควรมีซอมบี้ตัวเดียวเท่านั้น ฉันรู้สึกว่า... มันควรจะอยู่ชั้นบนสุด"


ฉู่เจียงเยว่วิเคราะห์ และพูดออกมา


วิลล่าในชุมชนเซิงซื่อฮัวตู่มีตั้งแต่ 2 ถึง 3 ชั้น สถานที่ๆ พวกเขาอยู่คือวิลล่าสามชั้น


“ถ้าอย่างนั้นเราควรจะเข้าไปดู คุณคิดว่าไง?”


เสิ่นจื้อกุยมองไปที่ฉู่เจียงเยว่ และถามความคิดเห็นของเธอ


ฉู่เจียงเยว่พยักหน้า เมื่อมาถึงที่นี่แล้วจะยอมแพ้กลางคันไม่ได้


เสิ่นจื้อกุยมองไปที่ประตูที่ล็อคอยู่ จากนั้นก็นำลวดเหล็กเส้นหนึ่งมาจากในกระเป๋าเสื้อ แล้วเริ่มสะเดาะกุญแจ


"คุณรู้วิธีสะเดาะกุญแจด้วยเหรอ?"


เมื่อเห็นว่าเสิ่นจื้อกุยที่มักจะดูซื่อตรงทำเช่นนี้ เธอก็แปลกใจไม่น้อย


“ตอนที่ผมยังเด็ก ผมค่อนข้างดื้อจึงได้ลองเรียนอะไรหลายๆ อย่างดู คิดไม่ถึงว่าจะได้ใช้จริงๆ”


เสิ่นจื้อกุยมีความสุขมากที่ได้ให้ฉู่เจียงเยว่ค้นพบด้านอื่นของตน บางทีมันอาจจะโดนใจเธอก็ได้


“แน่นอน ผู้คนไม่ควรถูกตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอก ฉันแค่แปลกใจนิดหน่อยเท่านั้น”


ฉู่เจียงเยว่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเมื่อจู่ๆ เธอก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับอีกด้านหนึ่งของเสิ่นจื้อกุย


“เราทุกคนต่างก็ดื้อกับพ่อแม่กันทั้งนั้น แค่ขึ้นอยู่กับว่าช้าหรือเร็ว”


เสิ่นจื้อกุยไม่เคยรู้สึกว่าตนแตกต่างจากคนอื่นๆ ทุกสิ่งล้วนเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่า


ความสงบที่เขาได้รับในตอนนี้ก็มาจากรากฐานของประสบการณ์ที่สะสมมาในอดีต


“เอาเถอะ เร่งมือเข้า”


ฉู่เจียงเยว่มองไปที่การกระทำของเสิ่นจื้อกุยด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธออดไม่ได้ที่จะขยับเข้ามาใกล้เพื่อดู จึงไม่ได้สังเกตว่าระยะห่างระหว่างทั้งสองเริ่มใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ


เมื่อเสิ่นจื้อกุยสังเกตเห็นการเข้าใกล้ของฉู่เจียงเยว่ หัวใจของเขาก็เต้นเร็วขึ้น และแม้แต่มือของเขาก็ไม่มั่นคงเหมือนแต่ก่อน


โชคดีที่ฉู่เจียงเยว่เข้ามาในระยะหนึ่งเท่านั้น และไม่มีการสัมผัสทางกายระหว่างทั้งสอง เขาจึงสงบลงได้อย่างรวดเร็ว และมุ่งความสนใจไปที่การสะเดาะกุญแจ


ประมาณ 5 นาทีต่อมาก็มีเสียงแผ่วเบาดังขึ้น และเสิ่นจื้อกุยก็สามารถเปิดประตูหน้าของวิลล่าได้สำเร็จ


"ระวัง!"


ด้วยเวลาที่กระชั้นชิดเสิ่นจื้อกุยกอดเอวของฉู่เจียงเยว่เอาไว้ จากนั้นพาเธอหลบออกไปด้านข้าง


ในเวลานั้น ฉู่เจียงเยว่ก็ได้ยินเสียงตัดอากาศตัดก้อง


เมื่อเธอตั้งสติได้ เธอก็ได้เห็นลูกธนูสามดอกปักตรงเข้าไปในลำต้นของต้นไม้เหี่ยวๆ ตรงข้ามกับประตูหน้า


"คุณเป็นอะไรไหม?"


เสิ่นจื้อกุยหันมามองฉู่เจียงเยว่ และตรวจสอบว่าเธอได้รับบาดเจ็บอะไรหรือเปล่า


“ฉันสบายดี ขอบคุณที่ช่วย”


ถ้าไม่ใช่เพราะเสิ่นจื้อกุย แม้ว่าฉู่เจียงเยว่จะไม่ถูกยิงเข้าที่คอด้วยลูกธนูเหล่านั้น เธอก็คงจะได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน


“ไม่เป็นไร ดูเหมือนว่าคนที่ซ่อนซอมบี้ไว้ที่นี่ไม่ต้องการให้คนอื่นค้นพบความลับของเขา”


“แน่นอนว่าเขาต้องปกปิดมันเอาไว้ ไม่มีคนปกติคนใดจะเห็นด้วยกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน”


แค่ยังไม่รู้ว่า ทำไมคนที่อยู่ข้างในจึงซ่อนซอมบี้เอาไว้


“เราควรจะขึ้นไปชั้นบนตอนนี้เลยไหม?”


เสิ่นจื้อกุยก้มหัวลง และถามฉู่เจียงเยว่เพื่อขอความเห็น


เมื่อได้ยินเสียงของเสิ่นจื้อกุย ฉู่เจียงเยว่ก็เงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว จากนั้นจึงตระหนักว่าตนยังอยู่ในอ้อมแขนของเสิ่นจื้อกุย


ใบหน้าของฉู่เจียงเยว่แดงระเรื่อเล็กน้อย และเธอก็ก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็ว


“โทษที ฉันลืมตัวไปหน่อย”


เสิ่นจื้อกุยยิ้มเอามือไพล่แล้วกำแน่น “ไม่เป็นไร ตอนนี้ มันไม่น่าจะมีอันตรายอะไรแล้ว เข้าไปดูกันเถอะ?”


ฉู่เจียงเยว่พยักหน้า แม้ว่าบรรยากาศจะดูแปลกๆ แต่เรื่องการเลี้ยงซอมบี้คงต้องสำคัญกว่า และต้องรีบจัดการ


เสิ่นจื้อกุยเดินนำหน้า และพยายามบังร่างของฉู่เจียงเยว่ไว้ข้างหลัง


เมื่อเดินเข้าไปในอาคาร ฉู่เจียงเยว่แทบจะอาเจียนออกมาจากกลิ่นเหม็นที่รุนแรง


"คุณเป็นอะไรไหม?"


เสิ่นจื้อกุยพยายามอย่างเต็มที่เพื่อระงับความรู้สึกอาเจียน และยกมือขึ้นเพื่อตบหลังของฉู่เจียงเยว่


“จิ้งจอกน้อย เธอมีหน้ากากหรือเปล่า?” กลิ่นภายในวิลล่ารุนแรงมากจนเธอแทบจะทนไม่ไหว


ไม่มีสิ่งของที่ช่วยในเรื่องนี้ได้ร้านค้าของระบบ ดังนั้นฉู่เจียงเยว่จึงขอให้จิ้งจอกน้อยช่วยผ่านประตูหลัง


จิ้งจอกน้อยเป็นก้อนข้อมูล จึงง่ายที่ปิดกั้นประสาทรับรู้ แต่ฉู่เจียงเยว่ทำแบบนั้นไม่ได้


“หากโฮสต์ต้องการปลดล็อคไอเท็มใหม่ ต้องจ่าย 1 เหรียญทองสำหรับปลดล็อคครั้งแรก คุณเห็นด้วยหรือไม่”


“ตกลง”


แค่เพียง 1 เหรียญทอง ฉู่เจียงเยว่ไม่สนใจเลย


“ทำการหัก 1 เหรียญทองแล้ว หน้ากากป้องกันไวรัสและกลิ่นถูกปลดล็อค โฮสต์สามารถซื้อด้วยตัวเองได้เลย!”


ฉู่เจียงเยว่สั่งหน้ากาก 2 อันโดยตรง โดยสวมหนึ่งอันสำหรับตัวเอง และมอบอีกอันให้เสิ่นจื้อกุย


“ใส่เถอะ กลิ่นแรงเกินไป”


หน้ากากเป็นสีดำ แต่เมื่อมองใกล้ๆ จะพบด้ายสีเงินอยู่ตรงกึ่งกลาง


เสิ่นจื้อกุยไม่ปฏิเสธ และสวมหน้ากากเข้ากับหน้าของตัวเอง


“เฮ้อ ในที่สุดฉันก็รอดแล้ว”


หลังจากสวมหน้ากากแล้ว ฉู่เจียงเยว่ก็รู้สึกโล่งใจ


เสิ่นจื้อกุยหัวเราะเบาๆ “ไป ขึ้นไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”


ทั้งสองเดินขึ้นบันได เสิ่นจื้อกุยเดินนำหน้า และฉู่เจียงเยว่ก็เดินตามหลังไปติดๆ


ยิ่งพวกเขาก้าวขึ้นบันไดมากเท่าไหร่ เสียงของซอมบี้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น และสีหน้าของทั้งสองก็เริ่มเคร่งขรึมมากยิ่งขึ้น


เสิ่นจื้อกุยเดินขึ้นไปอย่างช้าๆ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกย่างก้าวจะปลอดภัย


กว่าทั้งสองจะมาถึงชั้นสองก็ผ่านไปหลายนาทีแล้ว


“รีบเข้าไปกันเถอะ ไม่น่าจะมีอันตรายอะไรแล้ว”


ถ้าเป็นคนธรรมดา พวกเขาคงถูกจัดการไปแล้วที่ประตูหน้า


ฉู่เจียงเยว่ไม่คิดว่าคนที่เลี้ยงซอมบี้ที่นี่จะมีการวางกับดักไว้อีก


ตอนนี้เสบียงขาดแคลน แม้ว่าเขาต้องการวางกับดักที่สอง เขาก็คงไม่อาจหาวัสดุที่จำเป็นมาได้


เสิ่นจื้อกุยพยักหน้า "ถ้าอย่างนั้น ก็ตามผมมา"


“พวกคุณเป็นใคร!”


เมื่อสองกำลังจะขึ้นไปบนชั้นสาม พวกเขาก็ได้ยินเสียงใครบางคนเดินเข้ามา และตะโกนเสียงดัง


ฉู่เจียงเยว่ และเสิ่นจื้อกุยมองหน้ากัน และแอบถอนหายใจว่าวันนี้ตนโชคดีจริงๆ


ฝั่งนี้มีสองคน และมีอีกฝั่งมีเพียงคนเดียวเท่านั้น พวกเขาจึงมั่นใจว่าจะสามารถจัดการกับอีกฝ่ายได้


“จัดการเขาก่อน”


แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่กลับมา พวกเขาก็จะไปตามหาคนต้นเรื่องหลังจากที่จัดการกับซอมบี้แล้ว


เสิ่นจื้อกุยพยักหน้า และเห็นด้วยกับข้อเสนอของฉู่เจียงเยว่


ดังนั้นทั้งสองจึงเดินลงไปอย่างรวดเร็ว โจมตีชายคนนั้นโดยไม่ออมมือเลยแม้แต่น้อย


เสี่ยวเติ๋งก็รู้สึกว่าตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับมันในทำหน้าที่อันทรงเกียรติ มันจึงกระโดดออกจากข้อมือของฉู่เจียงเยว่ จากนั้นก็ขยายตัวขึ้น โดยรัดร่างของชายคนนั้นเอาไว้


ด้วยความร่วมมือกันของทั้งสาม แม้ว่าชายคนนั้นจะเป็นผู้ปลุกพลังไฟที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอ


ฉู่เจียงเยว่พูดคุยกับเสี่ยวเติ๋ง และในที่สุดมันก็ใช้เถาวัลย์ที่แข็งแกร่งกว่ามัดชายคนนั้นไม่ให้ขยับตัวได้


“พวกคุณทำบ้าอะไร ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ!”


แม้ว่าจะถูกมัดไว้ แต่ชายคนนั้นก็ยังไม่ยอมแพ้ และพยายามจะตะโกนด่าฉู่เจียงเยว่ และเสิ่นจื้อกุย


ตอนก่อน

จบบทที่ กับดัก

ตอนถัดไป