ตอนที่ 13 : โครงกระดูกเลเวลเจ็ด

ตอนที่ 13 : โครงกระดูกเลเวลเจ็ด



“ศพงั้นเหรอ?”



ยาซ์ดหยิบไม้เท้าสีเข้มที่อยู่ข้างโต๊ะขึ้นมาและพูดในขณะที่เขาเดิน “อาชญากรที่เจ้าสังหารไปนั้นได้ก่อให้เกิดปัญหาไม่น้อยในหลายเมือง เขาได้มาที่เมืองหินดำและต้องตายด้วยฝีมือของเจ้า”



“จดหมายตอบกลับจากสำนักงานใหญ่น่าจะใช้เวลาสักพัก แต่พวกเราก็สามารถมอบผลประโยชน์บางอย่างให้กับเจ้าล่วงหน้าได้ อย่างเช่นโครงกระดูกถูกฎหมาย”



หัวใจของหวู่เหิงรู้สึกปั่นป่วนขึ้นมาเมื่อได้ยินเช่นนี้



“ตอนนี้ข้าสามารถอัญเชิญอันเดดออกมาได้แล้วเหรอ?”



“ไม่ใช่ตอนนี้ แต่พวกเราสามารถอนุญาตให้เจ้าอัญเชิญมันก่อนได้ เพราะด้วยสภาพอากาศเช่นนี้ มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเก็บศพเอาไว้ และหากเจ้าต้องการจะอัญเชิญมันออกมาอย่างเป็นทางการ เจ้าก็ต้องรอจดหมายตอบกลับอย่างเป็นทางการซะก่อน”



พวกเขาแค่บอกให้เขาเปลี่ยนศพเป็นอันเดดซะก่อน และหลังจากที่เขาได้รับจดหมายตอบกลับอย่างเป็นทางการแล้ว เขาจึงจะสามารถครอบครองอันเดดได้อย่างเป็นทางการ



กลายเป็นว่าสมาคมนักผจญภัยช่างมีอิทธิพลเป็นอย่างมากจริงๆ



พวกเขาดูเหมือนจะมั่นใจว่าใบสมัครของหวู่เหิงจะได้รับการอนุมัติ และสุดท้ายเขาก็จะได้ครอบครองอันเดดอยู่ดี



“อืม” หวู่เหิงพยักหน้า จากนั้นก็พูดต่อ “เมื่อคืนผู้สมรู้ร่วมคิดของเขาได้หนีไปได้”



“ทหารลาดตระเวนของเมืองหินดำจะออกค้นหาตัวเขาเอง แต่เจ้าก็ควรจะระวังตัวเอาไว้ด้วย”



“ขอรับ”



ทั้งสองเดินไปด้วยกัน และเดินลงมาถึงชั้นใต้ดิน



ภายในห้องเย็น มันมีเตียงเหล็กสองสามเตียงวางอยู่ โดยหนึ่งในนั้นก็มีศพของอาชญากรที่เขาสังหารไปวางอยู่



พวกเขาต้องยืนยันตัวตนของเขาอีกครั้ง ดังนั้นเสื้อผ้าของเขาจึงถูกปลดออก และนอนอยู่ด้วยร่างอันเปลือยเปล่า



“แปรสภาพมันซะสิ” ยาซ์ดยืนเพียงไม้เท้าอยู่ที่ประตู



เมื่อไม่ต้องกังวลเรื่องอะไร หวู่เหิงก็ก้าวออกไปข้างหน้าและร่ายทักษะการควบคุมโครงกระดูกของเขา



[ความสามารถของอีกฝ่ายเหนือกว่าท่าน ปัจจัยความไม่เสถียรเพิ่มขึ้น…]



การแจ้งเตือนของระบบปรากฏขึ้น และพลังวิญญาณของเขาถูกสูบออกไปอย่างรวดเร็ว



ในเวลาเดียวกัน เนื้อหนังของศพก็หลุดรอดออกไป เผยให้เห็นโครงกระดูกสีขาวที่อยู่ภายใน



การกลายสภาพเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว และโครงกระดูกร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ลุกขึ้นมา



เบ้าตากลวงคู่หนึ่งเปล่งประกายขึ้นมาด้วยเพลิงวิญญาณสีฟ้า



[จอมโจรโครงกระดูก (เลเวล 7)]



ในฐานะโครงกระดูกเลเวลเจ็ด ชื่อของมันจึงมีการเปลี่ยนไป และไม่ได้มีชื่อธรรมดาๆ อย่างนักรบโครงกระดูกอีก แต่กลายเป็นจอมโจรโครงกระดูกไปแล้ว



นี่น่าจะเกี่ยวข้องกับอาชีพก่อนหน้านี้ของมันด้วย



และเพลิงวิญญาณก็เป็นเพลิงวิญญาณขั้นต้นด้วย เหมือนกับเท็ดดี้ไม่มีผิดเลย



โครงกระดูกลุกขึ้นจากเตียง เบ้าตาอันว่างเปล่าของมันมองไปยังทั้งสองคนที่อยู่ในห้อง และจากนั้นมันก็เดินมาอยู่ข้างๆ หวู่เหิง



“ใช่จริงๆ ด้วย เจ้าช่างมีพรสวรรค์จริงๆ แต่เจ้าก็ยังไม่อาจพาโครงกระดูกตัวนี้ออกไปได้ เพราะมันอาจจะก่อปัญหาโดยไม่จำเป็นได้” ยาซ์ดแนะนำจากด้านข้าง



“เข้าใจแล้วขอรับ” หวู่เหิงสั่งการจอมโจรโครงกระดูกทันที “อยู่ที่นี่และฟังคำสั่งท่านยาซ์ด”

เพลิงวิญญาณสีฟ้าในดวงตาของมันกะพริบ โครงกระดูกพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นมันก็ถอยไปที่มุมห้อง และยืนนิ่งเหมือนกับรูปปั้น



“ไปกันเถอะ มันไม่ใช่เรื่องดีเท่าไรที่จะอยู่ที่นี่นาน เพราะอุณหภูมิของมันค่อนข้างต่ำเลย” ยาซ์ดเสนอด้วยรอยยิ้ม



หวู่เหิงพยักหน้าและเดินออกมาจากห้อง



“เอาล่ะ เรื่องวันนี้ก็แค่นี้แหละ เมื่อจดหมายตอบกลับถูกส่งมาถึงแล้ว ข้าจะแจ้งให้เจ้าทราบทันที ส่วนทหารลาดตระเวนที่ห้องโถงก็กลับไปแล้ว และข้าก็ได้เตรียมคำอธิบายสถานการณ์ไว้แจ้งศาลากลางแล้ว” ยาซ์ดเว้นจังหวะไปชั่วขณะก่อนที่จะอธิบายต่อ



“ขอบคุณมากขอรับ” หวู่เหิงแสดงความขอบคุณออกมา



หลังจากเขากลับมาที่โถงใหญ่แล้ว เหล่าทหารลาดตระเวนก็ได้กลับไปแล้วจริงๆ



เรื่องทั้งหมดนี้ทำให้เขารู้สึกทึ่งอยู่บ้าง



การสังหารอาชญากรหมายหัวได้นำไปสู่เหตุการณ์ต่างๆ มากมาย



แต่ดูเหมือนว่าสมาคมนักผจญภัยจะได้ช่วยเหลือเขาเอาไว้



ถ้าสิ่งต่างๆ เป็นไปตามที่ยาซ์ดพูดไว้ มันก็คงจะเปลี่ยนสถานการณ์ของเขาได้จริงๆ



ส่วนการที่ได้กลายเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของสมาคมนักผจญภัยนั้นจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ มันก็ยากที่จะพูด เขาคงต้องปล่อยให้มันค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป



เมื่อถึงเวลาที่เขากลับมายังย่านที่อยู่อาศัย มันก็เป็นช่วงบ่ายแล้ว



หลังจากแวะทานอาหารที่โรงเตี๊ยมแล้ว เขาก็ได้มุ่งหน้ากลับไปยังที่พักของเขา



...



หลังจากกลับมาถึงที่พักแล้ว เขาก็หยิบเอาหนังสือทักษะที่เขาได้แลกเปลี่ยนออกมา



[ทักษะสาดกรด]



[รายละเอียด: ปลดปล่อยลูกบอลกรด สร้างความเสียหายด้วยกรดอย่างรุนแรงต่อเป้าหมาย]



แม้ว่ามันจะต่างออกไปจากทักษะเวทมนตร์ที่เขาคาดคิดไว้เล็กน้อย แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร



การสาดกรดออกไปดูเหมือนจะสร้างความเสียหายได้ประมาณหนึ่ง และมันยังเป็นเหมือนกับการหยามศัตรูด้วย



เขาเริ่มอ่านหนังสือทักษะนี้



หนังสือเล่มนี้ไม่ได้หนาแต่ก็เต็มไปด้วยเนื้อหาต่างๆ ซึ่งมีทั้งคำอธิบายและแผนภาพ



ในความเป็นจริง จากการศึกษามัน หลักการของเวทมนตร์ก็ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิดเลย



เวทมนตร์เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงพลังวิญญาณเพื่อสร้างผลลัพธ์ต่างๆ และผู้ร่ายเวทมนตร์ก็สามารถเปลี่ยนรูปร่างของพลังงานที่อยู่รอบตัวเพื่อสร้างผลลัพธ์ในรูปแบบที่เฉพาะเจาะจงได้



เมื่อทำตามขั้นตอนเหล่านี้สำเร็จแล้ว เวทมนตร์ที่เกี่ยวข้องนั้นก็จะถูกปลดปล่อยออกมา



อย่างไรก็ตาม ความยากก็คือการทำกระบวนทั้งหมดนี้ให้เสร็จในพริบตา เพราะในการต่อสู้จริง ศัตรูคงไม่ปล่อยให้เรามีโอกาสได้เตรียมตัวนานๆ แน่



หวู่เหิงอ่านอย่างตั้งใจตั้งแต่ต้นจนจบ และเมื่อเขาเปิดไปถึงหน้าสุดท้ายของหนังสือ การแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นมา



[ปลดล็อคทักษะ: สาดกรด]



ในทันทีที่มีข้อความแจ้งเตือน หวู่เหิงก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก



มันเหมือนกับการอ่านหนังสือเปลี่ยนอาชีพ การอ่านหนังสือทักษะก็ทำให้เขาสามารถปลดล็อคทักษะที่เกี่ยวข้องกันได้เหมือนกัน



เพราะถ้าเขาต้องวิเคราะห์และเรียนรู้มันด้วยตัวเอง มันก็คงจะกินเวลาและความพยายามเป็นอย่างมากแน่นอน



[ชื่อ: หวู่เหิง]



[อาชีพ: เนโครแมนเซอร์]



[เลเวล: 3 (94/2,700)]



[ค่าสถานะ: พละกำลัง 9, ความว่องไว 11, ความทนทาน 13, สติปัญญา 16, การรับรู้ 10, เสน่ห์ 13]



[ทักษะ: การจัดการโครงกระดูก, สาดกรด]



หลังจากตรวจสอบหน้าต่างข้อมูลของเขาแล้ว ทักษะสาดกรดก็ถูกเพิ่มเข้ามาในรายชื่อทักษะของเขา



นอกจากนี้เขายังเลื่อนระดับมาถึงเลเวลสามแล้ว และค่าสถานะของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย



เขาปิดหนังสือทักษะและมุ่งหน้ากลับไปยังโลกซอมบี้



...



ณ โลกซอมบี้



โครงกระดูกของเขายืนเรียงรายกันอยู่บนหลังคาเหมือนกับนักรบดินเผาที่ตั้งทัพอยู่



พวกมันต่างก็เป็นโครงกระดูกเปลือยเปล่า ถ้าพวกมันได้สวมชุดเกราะกับหมวกและถืออาวุธกันทุกตัว พวกมันก็คงดูเหมือนกับนักรบดินเผาไม่มีผิด



อย่างน้อยในสภาพที่ยืนตัวตรงเช่นนี้ พวกมันก็ดูเหมือนกับนักรบดินเผาแทบทุกประการ



สุนัขโครงกระดูกวิ่งเข้ามาจากในแนวหลังของกองทัพโครงกระดูก มันนั่งลง เงยหน้าขึ้นมองเขา และกระดิกหางไปมา



หวู่เหิงลูบหัวมัน จากนั้นก็เดินไปที่ชายขอบของดาดฟ้าและมองลงไปทางด้านล่าง



บางทีน่าจะเป็นเพราะผู้รอดชีวิตเมื่อวานนี้ เหล่าซอมบี้ในย่านนี้จึงถูกรถบัสคันนั้นดึงดูดออกไป



มันเหลือซอมบี้ที่เดินเตร็ดเตร่อยู่เบื้องล่างแค่ประมาณ 5-6 ตัวเท่านั้น



เมื่อมองไปยังซอมบี้เหล่านั้น เขาก็เตรียมที่จะทดสอบความสามารถของทักษะอันใหม่



เขาเปิดใช้งานทักษะสาดกรดและจู่โจมซอมบี้ตัวหนึ่ง



ลูกบอลกรดทรงกลมพุ่งลงไปจากชั้นดาดฟ้าและพุ่งเข้าใส่ซอมบี้ที่อยู่เบื้องล่าง



แม้ว่ามันจะไม่ได้ปะทะเข้ากับซอมบี้ตัวนั้นตรงๆ แต่เขาก็ยังเห็นฤทธิ์การกัดกร่อนในบริเวณที่ถูกปกคลุมไปด้วยกรดได้



อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของมันก็คงอยู่เพียงไม่กี่วินาทีก่อนที่จะหายไป



โฮก~!



ซอมบี้ตัวนั้นตื่นตัวขึ้นมาจากการถูกโจมตีอย่างกะทันหัน มันก้มลงและคำรามออกมา



แต่มันก็ไม่รู้เลยว่าหวู่เหิงและสุนัขโครงกระดูกกำลังแอบมองอยู่จากบนดาดฟ้า



“ความสามารถของมันธรรมดามาก” หวู่เหิงพึมพำออกมา



แต่เขาก็ไม่คิดจะทดสอบความสามารถของทักษะนี้ต่อแล้ว



เขาสวมเกราะของอาชญากรและมอบเกราะที่ด้อยกว่าเล็กน้อยให้กับโครงกระดูกถือดาบ



“ตามข้ามา” เขาโบกมือ และโครงกระดูกที่อยู่ทางด้านหลังของเขาก็เดินตามเขาไปที่ปล่องบันไดในทันที



...



เอี๊ยด~!



ประตูที่ปิดสนิทเปิดออกพร้อมกับเสียงที่ทำให้เสียวฟันขึ้นมา



ซอมบี้เร่ร่อนหันไปมองปล่องบันไดทันที พวกมันคำรามออกมาพร้อมกับพุ่งเข้ามาทางนี้



เมื่อพวกมันมาถึงปล่องบันได มีดทำครัวจำนวนนับไม่ถ้วนก็ได้สาดเทลงมา ทำให้ซอมบี้พวกนี้ล้มลงกับพื้นในทันที



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 13 : โครงกระดูกเลเวลเจ็ด

ตอนถัดไป