บทที่ 23 : หมียักษ์เจียนเยว่
ชื่อ : แกนสัตว์ร้ายระดับสอง หมีเจียนเยว่
คำแนะนำ : แกนของสัตว์ร้ายที่ควบแน่นขึ้นมาในหัวของหมียักษ์เจียนเย่ว แกนสัตว์ร้ายนี้ไม่สามารถรับประทานได้ แต่ว่าสามารถใช้เป็นส่วนผสมในการปรุงยาได้ เพื่อหลอมกลั่นเม็ดยาจิตวิญญาณสัตว์ร้าย
สถานะ : ดูดซึมได้
มอบคะแนนความโกลาหล : 50
คะแนนความโกลาหลที่เหลืออยู่ : 0
“ดูดซับ!” ฉินยี่พูดในใจ
แกนสัตว์ร้ายที่อยุ่บนมือของเขาสูญเสียความแวววาวไปในพริบตา และค่อยๆ เบาลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นผลึกที่ไร้สีสันในที่สุด
ฉินยี่ไม่รู้ว่าแกนสัตว์ร้ายที่เขาดูดซับไปแล้วจะยังมีประโยชน์อยู่หรือไม่ ดังนั้นเขาจึงเก็บมันใส่มันลงในกระเป๋า
เขายืนขึ้น มองดูซากศพของหมียักษ์ หลังจากนั้นเขาก็นั่งยองๆ ก้มตัวลงไป ใช้มือทั้งสองจับขาของมันแล้วยกขึ้น
“จิ๊ จิ๊ มันหนักจริงๆ!” ฉินยี่ส่ายหัว พละกำลังของเขาในขณะนี้เกือบ 1,500 จิน แต่เขาก็ไม่สามารถเคลื่อนย้ายซากศพของหมียักษ์ตัวนี้ได้เลย
"คาดว่าหมียักษ์ตัวนี้น่าจะมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 3,000 จิน!"
ฉินยี่ ครุ่นคิดอยู่สักครู่มองไปที่ถ้ำ เขากำลังคิดว่าเขาควรที่จะปิดผนึกปากถ้ำแห่งนี้เอาไว้ดีหรือไม่ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้สัตว์ร้ายตัวอื่นเข้ามาครอบครอง หากว่ามันกินหญ้าสุริยันจันทรา เขาคงจะต้องเสียใจมากแน่ๆ
หลังจากนั้นเขาก็มองสำรวจไปรอบๆ พบหินก้อนใหญ่ๆ สองสามก้อน เขาก็นำมาปิดกั้นทางเข้าถ้ำเอาไว้ หลังจากนั้นเขาก็ตัดต้นไม้ใหญ่ๆ สองสามต้น มาค้ำต้นไม้เอาไว้ แล้วปีนออกจากถ้ำไปตามรอยแยกที่ด้านบนถ้ำ
เมื่อออกมาเขาก็นำกิ่งไม้ที่วางซ้อนกันไว้ที่ปากถ้ำเพื่อปกปิดร่องรอย จากนั้นก็โรยผงไล่แมลงจำนวนมากเอาไว้รอบๆ ฉินยี่มองไปที่ปากถ้ำอีกครั้ง เขาก็จึงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
หลังจากที่ตรวจสอบดีแล้ว ฉินยี่ก็ยังวางกับดักเอาไว้ใกล้ๆ เขามองไปที่ซากศพหมียักษ์ที่อยู่บนพื้น ก็ถูขมับของเขาด้วยอาการปวดหัว
“ต้นไม้บนภูเขานี้หนาแน่นมากจนไม่สามารถใช้ต้นไม้เล็กเป็นฐานรองแล้วลากลงไปจากภูเขาได้ และเขาก็ไม่สามารถที่จะแบกมันไปคนเดียวได้ แค่เดินไปไม่กี่เมตรก็เหนื่อยแล้ว หรือว่าข้าต้องทิ้งบางส่วนเอาไว้ที่นี่”
ฉินยี่รู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อย
เขาใช้เวลาทั้งวันกว่าจะฆ่ามันได้ แล้วจะให้เขาโยนมันทิ้งไปเขาทำใจไม่ได้จริงๆ
“ลืมมันไปเถอะ ดูเหมือนว่าข้าคงต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง ก่อนอื่นข้าคงต้องลอกหนังหมีออก หลังจากนั้นก็ตัดอุ้งเท้าหมี นำดีหมีออกมา และถ้าหากว่าซากศพที่เหลือของหมียักษ์ยังอยู่พรุ่งนี้ เขาก็จะมาขนทั้งหมดกลับไปยังหมู่บ้าน!”
หลังจากที่ตัดสิ้นใจได้แล้ว ฉินยี่เริ่มลงมือทำทันที
การถลกหนังนั้นเป็นงานที่ต้องใช้ฝีมือ ฉินยี่ไม่สามารถลกหนังหมีออกได้ทั้งตัว ดังนั้นเขาจึงต้องแบ่งหนังหมียักษ์ออกเป็นหลายชิ้น
หลังจากนั้นไม่นานก็มีแอ่งเลือดอยู่บนพื้น อุ้งเท้าหมี หนังหมี และเนื้อหมีบางส่วนได้ถูกฉินยี่ ชำแหละออกมาเป็นส่วนๆ และส่วนที่เหลือฉินยี่ได้เอากิ่งไม้มาปกคลุมเอาไว้ กลบเลือดด้วยโคลนก่อนที่จะจากไปอย่างรีบร้อน
กลิ่นเลือดที่นี่แรงเกินไป ถึงแม้ว่ามันจะเป็นกลิ่นของหมียักษ์ก็ตาม นั่นก็หมายความว่ามีสัตว์ร้ายระดับสองที่ทรงพลังอยู่ที่นี่ และยังเป็นการเตือนสัตว์ร้ายตัวอื่นๆ ไม่ให้เข้ามาใกล้อณาเขตของมัน
แต่ในภูเขาแห่งนี้มีสัตว์ร้ายมากมาย หากว่าสามารถเก็บรักษาส่วนที่เหลือเอาไว้ได้ก็จะดีมาก!
ของที่เขาปล้นชิงมานั้นอยู่ในมือของฉินยี่ เขาสะพายสัมภาระที่ใหญ่กว่าตัวของเขา เอาไว้บนไหล่ของเขา ซึ่งมันดูน่าตลกมาก
เพราะว่าเขาเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงทำให้เนื้อและหนังหมีไม่มีเลือดหยดลงมา
ความเร็วของฉินยี่ นั้นรวดเร็วมากโดยแบกตะกร้าสมุนไพรเอาไว้บนหลัง ถือหอกและด้ามหอกที่หักไว้ในมือขวา และสะพายห่อหนังหมีเอาไว้บนไหล่ซ้าย การเคลื่อนไหวของฉินยี่นั้นคล่องแคล่วเหมือนลิง
ในขณะนี้ ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว และทัศนวิสัยก็เริ่มแย่ลงมาก แต่ฉินยี่ดูเหมือนจะมีดวงตาที่เฉียบคม และหลบเลี่ยงพุ่มไม้ที่ผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อฉินยี่เดินลงมาจากภูเขา เขาก็ไม่ได้พบเจอกับสัตว์ร้ายเลยสักตัว แต่กลับได้เห็นกระต่ายและไก่ฟ้าจำนวนมาก พวกมันต่างก็ตกใจกับเสียงเดินของฉินยี่
“ด้วยการจัดการของข้า คงจะไม่มีสัตว์ร้ายตัวไหนมาเจอซากศพของหมียักษ์ในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงต้องการที่จะหาคะแนนความโกลาหลให้ได้เร็วที่สุด เพื่ออัพเกรดหญ้าสุริยันจันทรา!”
ฉินยี่ มีเป้าหมายสองอย่าง อันดับแรกคือการอัพเกรดหญ้าสุริยันจันทรา และอย่างที่สองคือเขาต้องการที่จะทะลวงไปยังระดับนักรบขั้นที่ห้าให้เร็วที่สุด และเขาก็ยังมีนิ้วทองคำติดตัวมาด้วย ดังนั้นจึงไม่ใช้เรื่องยากเลยที่จะทะลวงไปยังนักรบขั้นที่ห้า
ในระหว่างที่ฉินยี่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เขาก็เดินทางกลับมาถึงหมู่บ้านแล้ว
ระหว่างทางฉินยี่มองเห็นชาวบ้านจำนวนมากที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ในบ้าน และนั่งพักผ่อนหย่อนใจ เมื่อพวกเขามองเห็นฉินยี่ วิ่งผ่านไปพร้อมกลับแบกถุงใบใหญ่เอาไวบนหลัง พวกเขาจึงเกิดความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย
“เด็กคนนี้ขึ้นไปบนภูเขาอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ ทำไมเขาถึงได้วิ่งเร็วมากขนาดนี้ คราวนี้เขาไปเจออะไรดีๆ มาอีกบ้างนะ”
ที่บ้านฉินซานกำลังช่วยจ่าวหว่านล้างผัก
“เสี่ยวยี่ กลับมาแล้วอย่างเหรอ” ฉินซานรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อยว่าฉินยี่ได้อะไรมาบ้าง
“มีอะไรอยู่ในนั้น ทำไมมันถึงใหญ่ขนาดนี้?”
“โชคดีนะวันนี้ ข้าบังเอิญไปเจอหมีที่กำลังจะตายอยู่บนถนน และนั่งรอจนกว่ามันจะตาย หลังจากที่มันตายแล้วข้าก็ลงมือถลกหนังของมันออกและก็นำบางส่วนกลับมาด้วย เช่น อุ้งเท้าหมี หนังหมี ดีหมี และเนื้อหมี!”
เพื่อไม่ให้ฉินซานและพี่สะใภ้ของเขารู้สึกกังวล ฉินยี่จึงได้คิดหาข้อแก้ตัวในระหว่างที่เขาเดินทางกลับมายังหมู่บ้าน
“จริงเหรอ?” ฉินซานขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เมื่อเขามองเห็นว่าเสื้อผ้าของฉินยี่ไม่เปื้อน เขาเลยจำเป็นต้องเชื่อคำพูดของฉินยี่อย่างไม่เต็มใจสักเท่าไหร
“ภรรยาข้า อาหารพร้อมแล้วหรือยัง” ฉินซานเดินเข้าไปที่ห้องครัวเอ่ยถามออกมา
“พร้อมแล้ว ท่านควรไปล้างมือก่อน!” จ่าวหว่านตอบ
“ไปกินข้าวกันก่อนเถอะ อุ้งเท้าหมีตัวนี้คงพออยู่ได้อีกสัก พรุ่งนี้ค่อยจัดการกับมัน!”
ฉินยี่พยักหน้าวางหนังหมีลง และไปล้างไม้ล้างมือเพื่อกินอาหาร
วันรุ่งขึ้น หลังจากกินอุ้งเท้าหมีจนอิ่มหนำแล้ว ฉินอี้ก็เตรียมถุงใบใหญ่ที่ทนทานสองถุง พร้อมกับหอกเล่มใหม่และขวานวิ่งขึ้นไปบนภูเขาอีกครั้ง
เขาเดินไปตามเส้นทางเมื่อวานเพื่อไปยังถ้ำของหมีเจียนเยว่อีกครั้ง
หลังจากผ่านไปหนึ่งคืน ก็ไม่มีสัตว์ร้ายตัวใดเข้ามาใกล้อาณาเขตของหมีเจียนเยว่เลย แม้แต่ฟังก์ชั่น "ล่อสัตว์ร้าย" ก็ยังไม่สามารถล่อสัตว์ร้ายให้เข้ามาได้เลย
“ดูเหมือนว่ากลิ่นอายของหมีเจียนเยว่ จะแข็งแกร่งมาก!” ฉินยี่เก็บกับดักและมองสำรวจไปรอบๆ แต่ก็ไม่พบร่องรอยของสัตว์ร้ายตัวอื่นเลย เขาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ฉินยี่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรทำไมเนื้อของสัตว์ร้าย ไม่เพียงแต่จะอร่อยเท่านั้น แต่ยังทนทานต่อการเน่าเปื่อยเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย ในสภาพอากาศร้อนในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม มันไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าลอยออกมาเลยแม้แต่น้อย และยังคงดูเหมือนกับเมื่อวานเลย
เขาหยิบขวานขึ้นมาแล้วแบ่งเนื้อหมีที่เหลือออกเป็นส่วนๆ จากนั้นนำเครื่องในออกมากองไว้ เลาะกระดูกออกมากองเอาไว้ นำถุงออกมาแล้วใส่เนื้อหมีลงไปจนเต็ม และถุงอีกใบก็เต็มไปด้วยกระดูก
ฉินยี่หยิบถุงขึ้นมาด้วยมือข้างหนึ่งแล้วชั่งน้ำหนักดูว่า เขาจะสามารถแบกมันไปได้หรือไม่
เขาสำรวจไปรอบๆ แล้วโค่นต้นไม้ในบริเวณใกล้เคียง ปรับแต่งมันให้เรียบเนียนเพื่อทำเป็นไม้ห้าม หลังจากนั้นเขาก็หยิบถุงมาแขวนไว้ที่ปลายทั้งสองข้าง และเดินลงจากภูเขา
การเดินทางครั้งนี้ผ่านพ้นไปด้วยดี แต่พอถึงบ้านเขาก็เริ่มมีเหงื่อไหลออกมา และหายใจหอบอย่างหนัก
มันจะหนักเกินไปแล้ว!
เมื่อวานนี้ หมียักษ์มีน้ำหนัก 3,000 จิน และเขาได้ขนเอาบางส่วนไปแล้ว 5-600 จิน วันนี้น้ำหนักที่เขาต้องแบกก็มีอย่างน้อย 2,000 กว่าจิน
ฉินยี่ ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการขนย้ายสิ่งเหล่านี้ และการเดินทางระยะไม่กี่ลี้ จากบนภูเขาลงมายังหมู่บ้านนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“หืม เหนื่อยมาก!” ฉินยี่เช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก และดื่มน้ำเย็นๆ เข้าไป
“นี่มันดีมากเลย เหมาะสำหรับฝึกฝนร่างกายมาก!” ฉินยี่สัมผัสถึงสภาพร่างกายของเขา และพูดพึมพำกับตัวเอง
ผลลัพธ์เช่นนี้ออกมาดีเกินคาดมาก!