ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 10

ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 10






แสงจากเปลวเพลิงส่องต้องท้องฟ้าสีเทาหม่น บนพื้นที่โล่งกว้างมีเศษกระดูกกระจัดกระจายอยู่เกลื่อนกลาด



ภายในฝูงโครงกระดูก หยานจีและจั่วมู่เกอมองดูพวกนักรบโครงกระดูกที่กลายเป็นเถ้าถ่านด้วยความตกตะลึง



จั่วมู่เกอเหลือบมองหยานจีด้วยสีหน้าแปลกๆ



"เธอบอกว่าเขาเป็นเพื่อนร่วมห้องของเธองั้นเหรอ?!"



หยานจีเองก็ยังตกตะลึงไม่หาย



"อะ...อืม...ดูเหมือนจะใช่นะ?...."



ตอนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ผู้ชายด้านนอกนั่นใช่หลินอวี่จริงๆรึเปล่า



ไม่ใช่ว่าหลินอวี่เป็นแค่นักเวทธรรมดาๆหรอกเหรอ?!



ทำไมสกิลของเขาถึงทรงพลังขนาดนี้?!



ไกลออกไป ผู้มีพัลงพิเศษทุกคนที่กำลังจะวิ่งหนีก็มองดูเปลวไฟที่ลุกโชติช่วงที่ห่างออกไปด้วยสีหน้าแข็งค้าง



"นี่มัน....ไม่จริงใช่ไหม?"



"ฉันฝันไปรึเปล่า? ดาเมจเป็นพันงั้นเหรอ?"



"มีใครรู้จักเขาไหม?"



"เขาดูหนุ่มมาก หรือว่าจะเป็นอัจฉริยะไร้คู่เปรียบจากตระกูลใหญ่สักตระกูล?"



ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้นเอง ระเบิดไฟลูกที่สองก็ถูกยิงออกไป

ตู้ม!



ควันรูปเห็ดขนาดใหญ่เบ่งบานขึ้นอีกครั้ง



นักรบโครงกระดูกถูกระเบิดเป็นชิ้นๆไปอีกหนึ่งกลุ่ม



หลังจากนั้น ทุกวินาทีก็มีควันรูปเห็ดปรากฏขึ้นมา



เหล่าผู้ที่ชมดูอยู่ต่างตกตะลึงจนอ้าปากค้าง



ห้ะ?



ระเบิดอีกแล้ว?



หลังจากผ่านไปราวสิบวินาที พวกนักรบโครงกระดูกที่อยู่รอบๆหยานจีและจั่วมู่เกอก็ถูกกวาดล้างจนเหลือเพียงพื้นที่โล่ง



พวกนักรบโครงกระดูกที่ยังเหลืออยู่ก็หยุดเท้า ไม่เดินต่อไปชั่วขณะ



หยานจีและจั่วมู่เกอมองดูเศษขี้เถ้าที่เหลืออยู่รอบตัวด้วยจิตใจที่เหม่อลอย



หลินอวี่เดินเข้าไปหาพวกเธอ



"คุณเพื่อนร่วมโต๊ะ คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เจอเธอที่นี่"



หยานจีเงยหน้าขึ้น เธอมองหลินอวี่ที่กำลังเดินเข้ามาอยู่ย่างนั้น ราวกับบนใบหน้าของหลินอวี่มีดอกไม้งอกเงยขึ้นมา



"ทำไมมองฉันอย่างงั้น? บนหน้าฉันมีอะไรติดอยู่งั้นเหรอ?"



จั่วมู่เกอพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม



"นายยังดูดีกว่าดอกไม้ซะอีก คิดไม่ถึงเลยว่าเพื่อนของเสี่ยวจีจีจะหล่อขนาดนี้? ฉันชื่อจั่วมู่เกอ เป็นเพื่อนสนิทของเสี่ยวจีจี"



"ก็บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกฉันเสี่ยวจีจี!"



หยานจีฮึ่มฮั่ม



"เสี่ยวจีจี? อุ๊บ...."



เมื่อได้ยินชื่อเล่นนี้ หลินอวี่ก็เกือบจะหัวเราะออกมาดังๆ



อะไรวะเนี่ย? [เสี่ยวจีจี]

นี่มันอะไรกันเนี่ย?



หญิงสาวคนนี้ก็ดูดีไม่แพ้หยานจีเลย แต่ทำไมเธอถึงพูดคำแบบนั้นออกมาได้หน้าตาเฉยกันนะ?



เธอมีความผิดปกติทางสมองอะไรรึเปล่า



แต่ว่า.....



หลินอวี่เหลือบมองส่วนโค้งเว้าอันเซ็กซี่ที่ชุดคลุมหลวมโคร่งไม่อาจปกปิดได้ แล้วเขาก็ได้แต่ลอบกลืนน้ำลายอยู่ในใจ



นี่มันไม่ใหญ่ไปหน่อยเหรอ?!



แบบนี้เป็นนักบวชได้จริงๆงั้นเหรอ? แบบนี้จะไม่พาคนตกนรกกันหมดเหรอ?



"ฉันดูเป็นไง? อยากจะเข้ามาดูใกล้ๆมั้ย?"



จั่วมู่เกอถามด้วยรอยยิ้ม



"ได้ด้วยเหรอ?"



หลินอวี่ถามด้วยสีหน้าสงสัย



"....แน่นอนว่าไม่ได้!"

จั่วมู่เกอชะงักไปชั่วขณะ จากนั้นใบหน้างามขึ้นสี ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้ใจกล้าเหมือนอย่างที่แสดงออก



หลินอวี่หัวเราะเบาๆ



อยากจะแหย่ฉันงั้นเหรอ? ไปฝึกมาใหม่นะเด็กน้อย!



ผู้หญิงนี่จริงๆเลยน้า



เมื่อหยานจีเห็นจั่วมู่เกอพ่ายแพ้หมดรูป เธอก็ยิ้มออกมา



จั่วมู่เกอมักจะแหย่เธออยู่เสมอ คิดไม่ถึงว่าจอมวายร้ายอย่างเธอจะถูกหลินอวี่ปราบลงได้



เวรกรรมตามทันคนชั่วแล้ว!



หยานจีอารมณ์ดีมาก



อย่างไรก็ตาม เธอหันไปมองหลินอวี่ด้วยแววตาไม่แน่ใจ



"นายคือหลินอวี่จริงๆ?"



ในความประทับใจแรกพบของเธอนั้น หลินอวี่ก็ไม่ได้ดูเก่งกาจอะไรเลย



พลังทำลายล้างเมื่อครู่ยังสดใหม่อยู่ในความทรงจำ อำนาจของมันน่ากลัวมาก



"ถ้าไม่ใช่ล่ะ?"



หลินอวี่ยิ้ม



เมื่อเห็นแววตาหยอกเย้าของหลินอวี่ หยานจีก็หลบตา

"นึกไม่ถึงเลยว่านายจะแข็งแกร่งขนาดนี้"



ครึ่งหนึ่งเป็นความประหลาดใจ และอีกครั้งเป็นความสำนึกขอบคุณ



"ขอบคุณที่ช่วยพวกเราไว้"



หลินอวี่โบกมืออย่างไม่ยี่หระ



"เพื่อนร่วมโต๊ะ ด้วยความยินดี"

"นี่ พวกเธอสองคนเอาไว้ค่อยจีบกันทีหลังจะได้มั้ย?"



น้ำเสียงของจั่วมู่เกอเริ่มเคร่งเครียด



หลินอวี่และหยานจีเงยหน้าขึ้นก่อนจะมองดูฝูงนักรบโครงกระดูกที่เกิดการเปลี่ยนแปลง



ฝูงโครงกระดูกแยกเปิดเป็นทางสายหนึ่ง จากนั้นโครงกระดูกที่สวมเสื้อคลุมสีดำและถือคทาสีดำก็เดินออกมา



นี่ก็คือ เนโครแมนเซอร์



ไฟวิญญาณสีเขียวจางๆในดวงตาของมันสั่นไหวเบาๆ มันจ้องมองไปที่หลินอวี่และคนอื่นๆ



"เจ้าสิ่งมีชีวิต! กล้าดียังไงถึงมาขโมยม้าศึกโครงกระดูกของข้าไป! รนหาที่ตาย!"



ม้าศึกโครงกระดูก?



หลินอวี่ชะงักครู่หนึ่ง จกานั้นจึงเหลือบมองหยานจีด้วยความตกตะลึง



เธอเป็นอัศวินมังกรเพลิง และดูเหมือนว่าจะขาดสัตว์ขี่อยู่



ดูเหมือนว่าเธอจะมาที่นี่เพื่อตามหาสัตว์ขี่?



ให้ตายสิ ทำไมอาชีพอื่นถึงไม่มีสัตว์ขี่บ้างนะ?



อย่างไรก็ตาม อัศวินมังกรเพลิงที่ขี่ม้าโครงกระดูก นั่นก็ให้ความรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง



ราวกับรู้สึกได้ถึงสายตาของหลินอวี่ หยานจีจึงได้แต่อธิบายว่า



"ตระกูลของฉันได้เตรียมสัตว์ขี่คลาสหนึ่งไว้ให้ฉันแล้ว แต่ตอนนี้ฉันยังขี่ไม่ได้ ดังนั้นฉันจึงทำได้แค่ใช้ม้าศึกโครงกระดูกแก้ขัดไปก่อน"



"เล่นใหญ่ไปแล้ว....ฉันล่ะนับถือเธอจริงๆ"



"เล่นใหญ่อะไรล่ะ! พวกเราไม่รู้สักหน่อยนี่นาว่าที่นั่นจะมีเนโครแมนเซอร์กำลังหลับใหลอยู่ด้วย"



หยานจีมุ่ยหน้าอธิบาย



เธอไม่ต้องการถูกหลินอวี่ดูถูก



"กล้าเมินข้างั้นเหรอ! รนหาที่ตาย!"



ภายใต้ความโกรธที่ถูกเมิน เนโครแมนเซอร์โบกคทาคราหนึ่ง ฝูงนักรบโครงกระดูกก็วิ่งเข้ามาโจมตี



เห็นแบบนั้น หลินอวี่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เขาโบกคทายิงเวทระเบิดไฟออกไป



ตู้ม!



-901



-1201



-1192



พลังป้องกันเวทของมันนับว่าสูงเลยทีเดียว



เจ้าบอสตัวนี้แข็งแกร่งกว่าบอสซอมบี้ซะอีก



เมื่อเข้าสู่สภาวะต่อสู้ ใบหน้าของหยานจีก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง



เธอกระโดดมาอยู่เบื้องหน้าของหลินอวี่และใช้หอกปัดศรเวทที่เนโครแมนเซอร์ยิงใส่เขา



เคร้ง!

หยานจีก้าวถอยหลังด้วยใบหน้าขาวซีด



เธอเอ่ยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น



"หลินอวี่ ฉันจะคอยปกป้องนายเอง!"



ตอนก่อน

จบบทที่ ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 10

ตอนถัดไป