ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 216

ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 216



"เฮ้อ....ในที่สุดก็กลับมาแล้ว!"



เมืองประกายแสง ประตูเมืองเปิดออก



หลินอวี่ จั่วมู่เกอ หยานจี สวีเผิงเทียน และนักศึกษาจากเมืองประกายแสงทยอยลงจากรถหุ้มเกราะ ทุกคนล้วนมีรอยยิ้มตื่นเต้นอยู่บนใบหน้า



สวีเผิงเทียนกระทั่งร้องตะโกนแสดงความดีใจ



ได้อันดับที่สองของการสอบต่อสู้เสมือนจริง เรื่องนี้ทำให้รู้สึกว่าเขาเองก็เจ๋งไม่แพ้ใคร



เขาเอาแต่คุยถึงเรื่องนี้มาตลอดทาง



ถัดจากนั้นจึงเป็นเจ้าหน้าที่จากเมืองขงหมิง



ผู้นำทีมเป็นชายหนุ่มผมสั้น สวมต่างหูมรกต และสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงิน



ดวงตาของเขากวาดผ่านเหล่านักศึกษาที่กำลังตื่นเต้น ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มขณะพูดว่า



"จำไว้ล่ะ หน้าที่ของพวกเราคือการรับส่งนักศึกษาปีหนึ่งในเทอมแรกเท่านั้น พอถึงเทอมหน้า พวกเธอจะต้องหาทางไปมหาวิทยาลัยกันเอาเอง"



สาเหตุที่มีการรับส่งนักศึกษาใหม่ในภาคเรียนที่หนึ่งก็เพราะ นักศึกษาชั้นปีหนึ่งยังมีความแข็งแกร่งไม่มากพอ



แต่เมื่อผ่านเทอมแรกไปแล้ว โดยพื้นฐานนั้น นักศึกษาใหม่ก็จะเลื่อนขึ้นไปคลาส 2 กระทั่งมีบางส่วนที่เลื่อนขั้นขึ้นไปอยู่คลาส 3



พลังต่อสู้ของพวกนักศึกษาจะแข็งแกร่งขึ้นจากช่วงแรกที่เข้ามหาวิทยาลัย



หากแข็งแกร่งเช่นนี้แล้วยังต้องให้พวกเขาคอยไปรับไปส่ง อย่างนั้นใครจะมารับพวกเขาเมื่อถึงเวลาต้องไปสนามรบ?



ครั้งนี้พวกเขาแค่ทำหน้าที่รับนักศึกษามาจากมหาวิทยาลัย



เรื่องราวหลังจากนั้นก็ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาแล้ว



นักศึกษาทุกคนพยักหน้า



หลายคนเคยได้ยินเรื่องนี้เหล่านี้จากนักศึกษารุ่นพี่มาบ้างแล้ว



ดังนั้นจึงได้เตรียมใจเอาไว้ตั้งแต่แรก


หัวหน้าทีมคุ้มกันกวาดตาผ่านหน้าเหล่านักศึกษาก่อนจะหยุดพยักหน้าให้หลินอวี่



จากนั้นเขาจึงนำลูกทีมกลับขึ้นรถ



พวกเขาจะไม่หยุดพัก



ทหารกล้าของกองทัพขงหมิงมีหน้าที่ให้รับผิดชอบแทบจะตลอดเวลา



หลังรถหุ้มเกราะแล่นจากไป ทุกคนก็เริ่มพูดคุยกัน



"กลับบ้าน! กลับบ้าน! เหล่าหลิว มาเล่นที่บ้านฉันมั้ย? ฉันจะพาไปรู้จักกับพ่อแม่ของฉัน"



"เสี่ยวชิง พวกเราหานัดเจอกันดีกว่า เอาเป็นที่กวนชิงไจ้เป็นไง? มีคนบอกว่าอาหารที่นั่นอร่อยมากนะ เมื่อก่อนไม่มีโอกาสได้ไป แต่ตอนนี้พวกเรามีเงินแล้ว ลองไปกันเถอะ"



"....."



หลังจากจบเทอมแรกที่มหาวิทยาลัยขงหมิง ทุกคนก็ค้นพบเพื่อนสนิทที่เข้ากันได้ดีกับพวกเขา



สำหรับนักศึกาจากเมืองประกายแสงนั้น



ทุกคนมาจากเมืองเดียวกัน ย่อมมีแนวโน้มอย่างมากที่ในอนาคตจะได้เป็นเพื่อนร่วมทีมกัน



อย่างเช่น สวีเผิงเทียนและซู่จื่ออัน พวกเขาต่างก็มาจากเมืองประกายแสง



แน่นอน ใช่ว่าทุกคนจะต้องป็นเช่นเดียวกันนี้ไปซะทั้งหมด



มีเพียงไม่กี่ทีมที่มักจะอยู่ด้วยกันเสมอ



การต่อสู้เพื่อจบเทอมแรกก็เพียงพอแล้วที่จะก่อมิตรภาพระหว่างพวกเขาอย่างลึกซึ้ง



ทุกคนเริ่มพูดคุยเรื่องร้านอาหารและที่เที่ยวในช่วงวันหยุด



สวีเผิงเทียนและคนอื่นๆวิ่งเข้ามาหากลุ่มของหลินอวี่



"บอส! พี่สะใภ้ทั้งสอง!"



"พวกพี่อยากจะมาเที่ยวที่บ้านของผมมั้ย? พ่อกับแม่ของผมคงจะดีใจกันมาก"



จั่วมู่เกอหันมาถาม



"แน่ใจนะ?"



เมื่อสวีเผิงเทียนเห็นสีหน้าของจั่วมู่เกอ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็แข็งค้าง



เขาพลันรู้สึกตัวได้ว่าเขาเกือบจะเข้าไปเป็นก้างขวางคอซะแล้ว



สวีเผิงเทียนหัวเราะแห้งๆ



"ไม่แน่ใจครับ"



หลินอวี่ปรายตามองกลุ่มของสวีเผิงเทียนก่อนจะยิ้มพูดว่า



"เอาล่ะ นานๆได้กลับบ้านที แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ"



หลายคนเผยรอยยิ้มเข้าใจ



"ลาก่อนบอส"



"สวัสดีครับบอส...."



"...."



บางทีอาจเป็นเพราะอิทธิพลจากสวีเผิงเทียน ซู่จื่ออันและปู้เจิ่งซินเองก็เรียกหลินอวี่ว่า บอส



หลินอวี่ไม่ได้ว่าอะไร



หยานจีหันมามองหลินอวี่



"อาหวี่ อยากมาเที่ยวที่บ้านของพวกเรามั้ย?"



"มามั้ย?"


จั่วมู่เกอเงยหน้ามองหลินอวี่ด้วยรอยยิ้มกว้าง



หลินอวี่ลูบหัวหญิงสาวทั้งสอง



"ฉันจะกลับไปที่บ้านของฉันก่อน พวกเธอเองก็ด้วย ไม่เจอหน้าคนที่บ้านตั้งเทอมนึง พวกท่านคงคิดถึงพวกเธอมากแน่ๆ"



ในใจของเขาครุ่นคิด เขากินรวบทั้งจั่วมู่เกอและหยานจี



ถ้าเกิดว่าจั่วจิงเย่และหยานอวี่รู้เข้า เขาจะไม่ถูกตีตายเอาเหรอ?



สองคนนั้นใช่ว่าจะพูดคุยด้วยง่ายๆซะที่ไหน



ตอนไปทานอาหารร่วมกันครั้งก่อน เขาก็ได้รับประสบการณ์มาแล้ว



เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลินอวี่ก็ตัดสินใจจะหาโอกาสไปเยือนในครั้งหน้า



ได้ยินคำตอบของหลินอวี่ จั่วมู่เกอและหยานจีก็เหม่อไปเล็กน้อย



หลินอวี่ยิ้มพูดว่า



"ถ้าพวกเธอว่างก็มาเล่นที่บ้านฉันได้"



สองสาวตาเป็นประกายและพยักหน้ารับ



หลังจากที่ทั้งสามร่ำลากันแล้ว หลินอวี่ก็ค่อยๆเดินเข้าไปในเมือง



ตอนนี้เอง ฝีเท้าของเขาก็หยุดชะงัก เขาหันไปมองร้านขายซาลาเปาที่อยู่ห่างออกไป



หลินอวี่ยิ้ม นานแล้วที่ไม่ได้กินซาลาเปาร้านนี้



คิดถึงนิดหน่อยแฮะ



ร่างกายของเขาหายไปและปรากฏตัวขึ้นที่หน้าร้านซาลาเปา



"เถ้าแก่ ขอซาลาเปาสองลูก!"



เจ้าของร้านที่คล้ายกำลังเหม่อลอยพลันสะท้านเฮือกได้สติ เมื่อได้ยินเสียงของหลินอวี่



เขาเงยหน้าขึ้นมา เมื่อเห็นหลินอวี่ เขาก็ยิ้มทักทายว่า



"เธอนี่เอง"



หลินอวี่เลิกคิ้ว เขามองเจ้าของร้านด้วยความสงสัย



"เถ้าแก่รู้จักผมด้วยเหรอ?"



เจ้าของร้านหัวเราะ



"จะไม่รู้ได้ยังไง ไม่ใช่ว่าเธอมาซื้อซาลาเปาที่ร้านฉันบ่อยๆหรอกเหรอ? แถมลูกค้าที่เป็นหนุ่มหล่อแบบเธอก็มีไม่มาก ฉันต้องจำได้อยู่แล้ว"



"ใช่สิ....เธอมักจะมาพร้อมสาวสวยสองคนไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงจะจำไม่ได้?"



หลินอวี่ชะงัก จากนั้นจึงยิ้มพยักหน้า



"เถ้าแก่ก็ชมเกินไป ผมหล่อนิดหน่อย ไม่ได้มากมายอะไร"



เจ้าของร้าน "...."



มุมปากของเขากระตุกและพยายามปั้นยิ้มเจื่อนๆอย่างไม่ทราบสมควรตอบอย่างไร



เขาเปิดฝาซึ้ง มองดูซาลาเปาข้างใน จากนั้นจึงยิ้มพูดว่า



"น่าเสียดาย ต้องรออีกสักหน่อยถึงจะได้ที่ น้องชาย เธอ...."



หลินอวี่พยักหน้าและเผยยิ้ม



"ไม่เป็นไรครับ ผมไม่รีบ"



"เยี่ยมเลย!"



เจ้าของร้านยิ้ม จากนั้นจึงถามว่า



"ช่วงนี้ไม่เห็นหน้าเลย ไปเรียนงั้นเหรอ?"



หลินอวี่พยักหน้าตอบเจ้าของร้าน



"ครับ"



"โอ น้องชายมีพรสวรรค์ คงต้องได้เรียนที่ดีๆแน่นอน"



หลินอวี่ตอบว่า



"ก็พอได้ครับ มหาวิทยาลัยขงหมิง"



"โห นั่นมันหนึ่งในสองมหาลัยชื่อดังนี่ น้องชายสุดยอดมาก"



เจ้าของร้านเบิกตากลมกว้าง จนลืมเช็ดคราบมันที่มือ



เขามองหลินอวี่ด้วยความทึ่ง



"เสียดายที่ฉันไม่มีลูกสาว ไม่งั้นต้องแนะนำให้เธอรู้จักแน่นอน ช่างเป็นคนหนุ่มที่เปี่ยมพรสวรรค์จริงๆ"



หลินอวี่มองดูร่างอ้วนท้วมสมบูรณ์ของเจ้าของร้าน มุมปากของเขากระตุกถี่ยิบ

ตอนก่อน

จบบทที่ ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 216

ตอนถัดไป