โฉมสะคราญล่มเมือง
ในตอนนี้หยู่โม่และคนอื่นๆ ต่างนิ่งอึ้ง พวกเธอหันมามองหน้ากัน เพราะพวกเธอไม่เคยได้ยินวิธีฝังเข็มแบบนี้มาก่อน
จากนั้นทุกครั้งที่เข็มเงินเริ่มสั่นช้าลง จ้าวซินอวี่จะใช้นิ้วสะกิดปลายเข็มอย่างรวดเร็ว เข็มก็จะส่งเสียงดังกังวานราวกับท่วงทำนองเพลง
เพียงไม่กี่นาทีให้หลัง หลิวรั่วซีเริ่มส่งเสียงกรนเบาๆ ซึ่งทำให้หยู่โม่และคนอื่นๆ ส่ายหน้า เพราะในจินตนาการของพวกเธอ การฝังเข็มแบบนี้ไม่น่าจะทำให้ใครหลับได้ จึงคิดว่าหัวใจของหลิวรั่วซีนั้นช่างใหญ่เหลือเกิน
เมื่อตู้ม่งหนานเอาสมุนไพรจีนกลับมา จ้าวซินอวี่ก็ใช้ "น้ำจากมิติ" แช่สมุนไพรไว้ หลังจากดูเวลาแล้ว เขาก็ดึงเข็มเงินออกจากตัวหลิวรั่วซี
“จ้าวซินอวี่ ช่วยดูให้ฉันหน่อยสิ”
จ้าวซินอวี่ไม่ได้ปฏิเสธ เพียงไม่กี่นาทีเขาก็ตรวจชีพจรให้คนอื่นๆ เสร็จแล้ว พวกเธอเหล่านี้ไม่เหมือนกับหลิวรั่วซี แม้จะมีปัญหาเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้กระทบต่อสุขภาพ
หลังจากที่หลิวรั่วซีดื่มยาต้มที่จ้าวซินอวี่เตรียมไว้ เขาก็หันไปพูดกับหยู่โม่ว่า “เอาล่ะ ล้างยานี้ออกได้แล้ว”
เมื่อหยู่โม่ล้างยาที่ใบหน้าออก ตู้ม่งหนานและคนอื่นๆ ต่างตกตะลึง แม้ว่าส่วนที่เป็นรอยแผลจะไม่เปลี่ยนแปลงชัดเจน แต่ส่วนอื่นๆ กลับขาวเนียนขึ้นยิ่งกว่าหลังแต่งหน้าซะอีก
ตู้ม่งหนานหันไปมองจ้าวซินอวี่ ดวงตาเปล่งประกาย “จ้าวซินอวี่ ยานี้ของนายมีสรรพคุณทำให้หน้าสวยด้วยหรือเปล่า”
จ้าวซินอวี่อึ้งไปชั่วครู่ “ยาที่ลบรอยแผลเป็นได้ก็ต้องฟื้นฟูผิวหนังที่เสียหายด้วย ก็คงมีผลทำให้หน้าดูดีขึ้นบ้างล่ะมั้ง”
“เร็วเลย ทำให้ฉันด้วยสักชุดสิ”
จ้าวซินอวี่มองตู้ม่งหนานด้วยความจนใจ “เธอไม่ได้มีรอยแผลสักหน่อย จะใช้ของพวกนี้ทำไม”
“ดูสิว่าผิวของหยู่โม่ดีขึ้นขนาดไหน ถ้าเรามียาที่นายต้ม เราก็ไม่ต้องใช้เครื่องสำอางแล้ว”
จ้าวซินอวี่ถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่คาดคิดเลยว่าสูตรยาที่ปู่ส่งต่อให้เขาจะกลายเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในสายตาของตู้ม่งหนานและเพื่อนๆ
“กลิ่นสมุนไพรในยานี้แรงเกินไป เดี๋ยวฉันลองหาวิธีดูว่าจะทำยังไงให้กลิ่นสมุนไพรหายไปได้ไหม”
“งั้นก็ขอบคุณล่วงหน้าเลยนะ ต้องใช้อะไรบอกมา เดี๋ยวฉันจะไปซื้อให้”
“ฉันยังคิดไม่ออก เดี๋ยวฉันไปซื้อเอง ถ้าพวกเธออยากใช้ยานี้ทำเป็นเครื่องสำอาง สมุนไพรที่ใช้จะต้องคุณภาพดี”
เมื่อได้ยินที่จ้าวซินอวี่พูด ตู้ม่งหนานและคนอื่นๆ ต่างตื่นเต้นจนบรรยายไม่ถูก หลังจากขอบคุณเขาหลายครั้ง พวกเธอก็พากันกลับไป
หลังจากตู้ม่งหนานและเพื่อนๆ ออกไปแล้ว จ้าวซินอวี่ก็ขี่รถสามล้อไปซื้อของ พอกลับมาบ้าน ท้ายรถสามล้อของเขาก็เต็มไปด้วยสัมภาระ
ในคืนนั้นหลังจากทานอาหารเสร็จ จ้าวซินอวี่ส่งหานเถียนเลี่ยงและคนอื่นๆ กลับไป จากนั้นก็เข้าห้องและเข้าสู่มิติของเขา จุดประสงค์คือดูว่าปลาที่แอ่งน้ำใหญ่เป็นยังไง อีกอย่างคือทดลองปรุงยา
ทั้งคืนจ้าวซินอวี่ไม่รู้ว่าเสียสมุนไพรไปเท่าไหร่ แม้ว่าเขาจะทำให้กลิ่นสมุนไพรเบาลงได้แล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นไปตามที่เขาจินตนาการ
สามวันติดกัน จ้าวซินอวี่เอาแต่ศึกษาวิธีปรุงยา จนกระทั่งเช้าตรู่ของวันที่สี่ เขาออกมาจากมิติพร้อมกับถ้วยเล็กๆ แม้จะดูเหนื่อยล้าสุดๆ แต่ดวงตาของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น
ยาที่อยู่ในถ้วยเล็กๆ นั้นไม่มีกลิ่นสมุนไพรอีกต่อไป กลับมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งจ้าวซินอวี่เองก็อธิบายไม่ถูก
ในตอนเช้า ตู้ม่งหนานและเพื่อนๆ มาหาเขาเหมือนเดิม ทันทีที่พวกเธอเข้ามาในบ้าน พวกเธอก็ต้องประหลาดใจเล็กน้อย เพราะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่แปลกประหลาด ซึ่งเพียงแค่ได้กลิ่นก็ทำให้พวกเธอรู้สึกสดชื่นขึ้น
“กลิ่นอะไรน่ะ” ตู้ม่งหนานถามจ้าวซินอวี่ที่กำลังเตรียมจะฝังเข็มให้หลิวรั่วซี
จ้าวซินอวี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะชี้ไปที่ตู้เก็บของ “ยาที่ฉันปรุงเสร็จแล้วอยู่ตรงนั้น ลองดูว่าพอใจไหม ถ้าไม่โอเค เดี๋ยวฉันจะลองปรุงใหม่อีกที”
สายตาของตู้ม่งหนานและเพื่อนๆ เปล่งประกายทันที พวกเธอเห็นถ้วยเล็กๆ ใบหนึ่งวางอยู่บนตู้ ภายในมีของเหลวสีทองอ่อนๆ กลิ่นหอมแปลกใหม่ที่พวกเธอได้กลิ่นก่อนหน้านี้ก็มาจากในถ้วยใบนี้
“กลิ่นนี้หอมมากเลย” ตู้ม่งหนานสูดหายใจลึกด้วยความตื่นเต้น
“ลองดูสิ รอประมาณสิบนาที”
ตู้ม่งหนานพยักหน้า เธอหยิบอ่างล้างหน้ามาใช้ล้างหน้า จากนั้นจึงทาของเหลวในถ้วยลงบนใบหน้าเหมือนใช้โฟมล้างหน้า รอประมาณสิบนาทีก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
“เป็นไงบ้าง” ตู้ม่งหนานที่ยังไม่ได้ส่องกระจกทันที เธอถามหยู่โม่กับคนอื่นๆ
เสียงร้องตกตะลึงดังขึ้น หยู่โม่และคนอื่นๆ เห็นว่าหน้าของตู้ม่งหนานขาวกระจ่างและเนียนนุ่มกว่าเดิม แม้แต่การแต่งหน้าก็ยังให้ผลลัพธ์ไม่เท่านี้
“ตกลงเป็นยังไง”
“ไปดูเองเถอะ” หยู่โม่พูดพร้อมกับยกอ่างล้างหน้ามาจะล้างบ้าง
“หยู่โม่ เธอยังใช้ยานี้ไม่ได้นะ ยานี้ผ่านการเจือจางแล้ว ประสิทธิภาพไม่สูงนัก”
หยู่โม่ทำปากยื่นด้วยความเสียดายก่อนจะวางอ่างล้างหน้าลง ขณะที่ตู้ม่งหนานมองใบหน้าของตัวเองในกระจก ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความปลื้มปีติ
“จ้าวซินอวี่ ฉันจะให้เธอสามพันต่อชุด ช่วยทำให้พวกเราแต่ละคนคนละชุด”
หลิวรั่วซีที่นอนคว่ำอยู่หัวเราะคิกคัก “ม่งม่ง เธอไปจับมือกับจ้าวซินอวี่เปิดโรงงานเลยดีกว่า”
จ้าวซินอวี่ส่ายหน้า “ยานี้ปรุงด้วยมือทั้งหมด ขั้นตอนยุ่งยากมาก ผลิตจำนวนมากไม่ได้ ฉันทำให้พวกเธอแค่ไม่กี่คนก็ถือว่าดีแล้ว”
“งั้นตกลงตามนี้ พวกเราจะใช้ยานี้กันต่อไป”
“เรียกว่ายาเฉยๆ มันฟังดูไม่ดี ตั้งชื่อให้หน่อยสิ”
หลังจากจ้าวซินอวี่รักษาหยู่โม่กับหลิวรั่วซีเสร็จ ทุกคนที่ดูสดใสมีชีวิตชีวาก็ช่วยกันตั้งชื่อให้ยา โดยตั้งว่า “ชิงกั๋วชิงเฉิง” (โฉมสะคราญล่มเมือง)
สำหรับชื่อยานี้ จ้าวซินอวี่ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก เพราะในความคิดของเขา เขาแค่ช่วยตู้ม่งหนานกับพวกปรุงยานี้เท่านั้น
แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่าอีกไม่กี่ปีต่อมา ชื่อนี้จะกลายเป็นชื่อผลิตภัณฑ์ที่ร้อนแรงที่สุดในตลาดเครื่องสำอางระดับโลก และยังเป็นสินค้าที่หาไม่ได้แม้จะมีเงิน
ขณะที่ตู้ม่งหนานกำลังจะกลับ เธอพูดขึ้นมา “จ้าวซินอวี่ ฉันว่านายติดกล้องวงจรปิดไว้เถอะ ตอนเรามาที่นี่ มีขยะกองใหญ่วางอยู่หน้าประตู แถมประตูยังถูกพ่นตัวหนังสือใหญ่ๆ อีก ถ้ามีกล้อง นายก็แจ้งตำรวจฟ้องข้อหาข่มขู่พวกเขาได้”
จ้าวซินอวี่หรี่ตามองเล็กน้อยก่อนพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว เขาคิดว่าบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ดูแลไม่ทั่วถึงจริงๆ พวกจ้าวชื่อหมิงก็จ้องจะเล่นงานเขาตลอด หากมีหลักฐานเพียงพอ ก็คงทำให้พวกนั้นเดือดร้อนได้บ้าง
เงินสามารถแก้ปัญหาได้ดีจริงๆ ในช่วงบ่ายของวันนั้น พื้นที่บ้านทั้งหมด รวมถึงบริเวณรอบๆ แม่น้ำลั่วที่เริ่มกักเก็บน้ำได้ ถูกติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งหมด ไม่เพียงแค่ที่นี่ แม้แต่แผงขายผักก็ถูกติดตั้งกล้องด้วย
การติดตั้งกล้องวงจรปิดที่บ้านใหญ่นั้นทำให้ชาวบ้านประหลาดใจ เพราะหลายคนในหมู่บ้านไม่รู้จักด้วยซ้ำว่ากล้องวงจรปิดคืออะไร ด้านจ้าวชื่อหมิงซึ่งกำลังนั่งดื่มเหล้ากับพวกอันธพาลก็ได้ยินข่าวว่าจ้าวซินอวี่ติดตั้งกล้องวงจรปิดเช่นกัน ความหงุดหงิดในใจของเขาแทบจะอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้
จ้าวชื่อหมิงเป็นพวกหน้าไม่อาย เขาเคยทำตัวกร่างไปทั่วหมู่บ้าน แต่เมื่อเจอกับจ้าวซินอวี่เขากลับต้องพ่ายแพ้ แถมยังโดนชาวบ้านหัวเราะเยาะอีก ทำให้กลายเป็นปมในใจเขา ด้วยเหตุนี้เขาจึงพยายามแอบก่อกวนอยู่ตลอดเพื่อไม่ให้จ้าวซินอวี่อยู่สบาย
แต่เขาก็รู้ดีว่าหลังจากมีกล้องวงจรปิดแล้ว พวกเขาจะก่อความวุ่นวายไม่ได้ง่ายๆ เพราะต้องหลบเลี่ยงกล้อง หากจ้าวซินอวี่ใช้หลักฐานนี้แจ้งตำรวจ เขาก็ไม่อยากถูกลากไปในสถานที่นั้นอีก
“ได้ยินไหม ไอ้เวรนั่นติดกล้องวงจรปิดแล้ว งานของเราจะลำบากขึ้น”
“พี่จ้าว บ้านนั้นมันของลุงสวี่ ฉันจำได้ว่าลุงสวี่เป็นผู้ยากไร้ในหมู่บ้าน ตามหลักแล้วพอลุงแกตาย บ้านก็ควรตกเป็นของหมู่บ้าน ถ้าหมู่บ้านเอาคืนมาได้ แล้วพี่ได้บ้านไป พวกเราก็ปลูกผักได้เหมือนกัน ตอนนั้นพวกเราก็ฟันกำไรก้อนโตเลย”
จ้าวชื่อหมิงตาเป็นประกาย เขากรอกเหล้าที่เหลืออีกครึ่งแก้วลงไปในปาก “ไป! พวกเราไปหาหานเถียนเลี่ยง วันนี้เขาต้องให้คำตอบกับเรา”
“พี่จ้าว หานเถียนเลี่ยงได้ผลประโยชน์จากไอ้หมอนั่นไปเยอะแล้ว เขาไม่มีทางเห็นด้วยหรอก พวกเราไปหาอีกคนดีกว่า แล้วให้พวกเขากดดันหานเถียนเลี่ยงแทน”
จ้าวซินอวี่ซึ่งกำลังเตรียมอาหารอยู่ที่บ้านก็ได้ยินข่าวว่าจ้าวชื่อหมิงกำลังไปก่อความวุ่นวายในหมู่บ้าน โดยเรียกร้องให้หมู่บ้านเอาพื้นที่นั้นกลับคืน
แต่เขาไม่ได้กังวลอะไร หานเถียนเลี่ยงเคยบอกกับเขาว่าบ้านหลังนี้เป็นมรดกตกทอดของลุงสวี่หนิง แม้สวี่หนิงจะเป็นผู้ยากไร้ในหมู่บ้าน แต่หมู่บ้านก็ไม่มีสิทธิ์เอาคืน อีกทั้งเขายังมีพินัยกรรมของสวี่หนิงไว้ในมือ ซึ่งพวกผู้นำหมู่บ้านก็รู้เรื่องนี้ดี ดังนั้นไม่ว่าจ้าวชื่อหมิงจะสร้างปัญหาอย่างไร พวกเขาก็ไม่มีทางได้บ้านหลังนี้ไป
จากเหตุการณ์นี้ จ้าวซินอวี่ก็ได้รู้ว่า ตราบใดที่จ้าวชื่อหมิงยังอยู่ในหมู่บ้านนี้ มันก็จะพยายามหาวิธีมาสร้างความวุ่นวายให้เขาอย่างแน่นอน