นับถอยหลัง (5)
บทที่ 55 นับถอยหลัง (5)
เพราะการปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันของผู้กำกับเคียวทาโร่และทีมงานของเขา ทีมงานบีดับเบิลยูเอนเตอร์เทนเมนต์หลายสิบชีวิตจึงหยุดสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่และมองไปที่ผู้กำกับเคียวทาโร่
"...ผู้กำกับเคียวทาโร่? ผู้กำกับเคียวทาโร่ ทาโนกุจิไม่ใช่เหรอนั่น?”
ในทางกลับกัน พนักงานที่ไม่รู้จักผู้กำกับเคียวทาโร่ก็ถามคนที่รู้จักเขา
"นั่นใครเหรอ? คนดัง? ผู้กำกับ? นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขาเลยแฮะ แถมเขายังพูดภาษาญี่ปุ่นอีก"
“... เขาเป็นที่รู้จักกันดีในญี่ปุ่น ในชื่อผู้กำกับเคียวทาโร่ ทาโนกุจิ เป็นผู้กำกับที่ประสบความสำเร็จมาก"
ในขณะที่พนักงานกำลังกระซิบคุยกัน ซีอีโอชเวซองกุนก็คว้ามือที่ผู้กำกับเคียวทาโร่ยื่นออกมาทันที แต่เขาก็ยังมีคำถามมากมายในใจ
‘ทำไมผู้กำกับชั้นปรมาจารย์คนนี้ … ถึงมาที่นี่กัน?'
เป็นการมาเยือนที่น่าประหลาดใจจริง ๆ ในเวลาเดียวกัน คังวูจินผู้ซึ่งอยู่ในห้องสำนักงานของซีอีโอและเห็นสถานการณ์ในสำนักงาน เขาก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน แน่นอนว่าแค่ในใจเท่านั้น
'หา? ผู้กำกับชาวญี่ปุ่นคนนั้น... เขาเป็นคนที่มอบรางวัลให้ฉันในเทศกาลภาพยนตร์นิ‘
คังวูจินที่ได้พบกับผู้กำกับเคียวทาโร่ก็สามารถรับรู้ตัวตนของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว ในไม่ช้า สีหน้านิ่งเฉยพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา วูจินเองก็เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าผู้กำกับเคียวทาโร่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่น
แล้ว? ทำไมเขาถึงมาที่นี่?
ผู้กำกับเคียวทาโร่และวูจินแค่เคยได้พูดคุยกันในช่วงพิธีปิดของเทศกาลภาพยนตร์เท่านั้น ประมาณ 5 นาทีมั้ง? เพราะมันวุ่นวายมาก เขาจึงจำไม่ได้ดีนัก ดังนั้นสำหรับวูจิน ผู้กำกับเคียวทาโร่จึงให้ความรู้สึกเหมือนเป็นลุงข้างบ้าน
-ฟึบ...
ผู้กำกับเคียวทาโร่ที่ปล่อยมือจากชเวชองกุนก็พึมพำเป็นภาษาญี่ปุ่น รอยยิ้มของเขายังคงเหมือนเดิม
“ผมมาที่นี่ด้วยตัวเอง เพราะผมคิดว่าคุณจะเข้าใจถึงความจริงใจของผม หากไม่สะดวก ไว้เราสามารถนัดประชุมอีกครั้งได้นะครับ”
ภาษาญี่ปุ่นไหลออกมาจากปากของเขา แน่นอนว่ามีล่ามอยู่คนหนึ่งอยู่ด้านข้างด้วย แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ผู้กำกับเคียวทาโร่กลับมองไปยังคังวูจินที่นิ่งสงบ
เชื้อแห่งความเข้าใจผิดเริ่มแพร่กระจายออกไปอีกครั้งแล้ว
ชเวชองกุนยังหันไปมองวูจินพด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความตกใจ ทางพนักงานก็หันไปมองคังวูจินด้วยแววตาเดียวกัน ต่างสงสัยว่าทำไมต้องเป็นวูจิน? ในไม่ช้า สายตาหลายสิบคู่ก็จับจ้องไปที่วูจิน จากนั้นเอง คังวูจินที่กำลังมองไปรอบ ๆ ก็ตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่าง
‘อา พวกเขามองมาที่ฉันเพราะอยากให้ฉันโชว์งั้นเหรอ? ง่ายอย่างกับปลอกกล้วยเข้าปาก’
คงได้โอกาสที่จะได้อวดภาษาญี่ปุ่นของเขา ซึ่งเขาเรียนรู้จากสูตรโกงแล้วสิ ในขณะที่เข้าเดินไปหาผู้กำกับเคียวทาโร่ คังวูจินก็พูดภาษาญี่ปุ่นด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“สวัสดีครับคุณผู้กำกับ ผมไม่คิดเลยว่าจะได้เจอคุณอีกหลังจากงานเทศกาลภาพยนตร์”
"จริงเหรอ? แต่ผมหวังว่าจะได้พบกับคุณมากเลยนะครับ”
การสนทนายังคงดำเนินต่อไปอย่างลื่นไหล ชเวชองกุนรู้ แต่พนักงานของบริษัทบีดับเบิลยูเอนเตอร์เทนเมนต์หลายสิบคนต่างตกตะลึงกับทักษะภาษาญี่ปุ่นของคังวูจิน
ซึ่งทางผู้อำนวยการเคียวทาโร่ยังคงพูดต่อไป
“มีที่ให้คุยเป็นการส่วนตัวไหมครับ?”
"กรุณารอสักครู่ก่อนนะครับ"
คังวูจินหันไปหาชเวชองกุนทางด้านซ้าย
“เราต้องการที่คุยกันครับ”
"....เอ๊ะ? ที่คุย? อ๋อ โอ้!"
ชเวชองกุนที่รู้สึกสับสนเล็กน้อยก็รู้สึกตัวขึ้นมา
"เชิญทางนี้ได้เลย!"
สถานที่ที่ชเวชองกุนนำพวกเขาไปคือห้องทำงานของซีอีโอ ทางด้านคังวูจินก็แสดงท่าทีอย่างสุภาพต่อผู้กำกับคียวทาโร่ด้วย ในไม่ช้า ผู้กำกับเคียวทาโร่และล่ามก็นั่งอยู่ในห้องทำงานของซีอีโอ ที่นั่งฝั่งตรงข้ามคือชเวซองกุนและคังวูจิน ทีมของผู้กำกับเคียวทาโร่ที่เหลือรออยู่ข้างนอก
ตอนนั้นเอง
"วูจิน"
ชเวชองกุนกระซิบกับคังวูจิน
“ทำไมจู่ ๆ ผู้กำกับเคียวทาโร่ถึงมาหาเรากัน?”
“ผมไม่แน่ใจเหมือนกัน"
“เขามาเพราะฮเยยอนเหรอ? แต่ว่ายังไงคุณก็ควรจะอยู่นะ เพราะคุณเก่งกว่าล่ามมืออาชีพคนนั้นเสียอีก”
สำหรับวูจิน มันก็ไม่เลวเลย เพราะการเรียนภาษาญี่ปุ่นในหนึ่งวันถือเป็นเรื่องที่สนุกอย่างยิ่ง
ณ จุดนั้น เอง
“นี่เป็นครั้งแรกของผมที่มาทำอะไรแบบนี้ แต่มันรู้สึกดีมากเลยครับ”
ผู้กำกับเคียวทาโร่ที่มีผมหงอกเต็มโต๊ะได้หัวเราะและพูดเป็นภาษาญี่ปุ่น
“เป็นเรื่องดีที่นักแสดงสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ มันจึงทำให้ไม่มีความอึดอัดในการสนทนากัน ผมน่ะรู้สึกไม่สบายใจเสมอเลยเมื่อมาเกาหลี ว่าแต่อันนี้ทางคุณคังวูจินจะช่วยแปลงั้นเหรอครับ?”
วูจินพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อตอบคำถามไป
"ครับ ผมจะช่วยแปล"
“คือผมรู้สึกผิดหวังตอนที่เราได้พูดคุยกันสั้น ๆ ที่ ‘เทศกาลหนังสั้นมิสอองแซง’ มาก มันถือเป็นการด้อยค่าความสามารถของคุณวูจินโดยเสียเปล่า ด้วยทักษะที่น่าทึ่งขอบคุณ แต่กลับได้เพียงแค่รางวัลหนังสั้นเท่านั้น ในความคิดของผม คุณมีทักษะที่ควรจะได้รับรางวัลในเทศกาลภาพยนตร์ใหญ่ ๆ เลยล่ะครับ ”
"...ขอบคุณครับ"
“แม้ว่าการแสดงในเกาหลีจะมีการแข่งขันที่สูง แต่ก็น่าเสียดายนะครับที่คุณวูจินจะต้องมาติดอยู่กับหนังสั้น”
ตาแก่นี้กำลังพูดเรื่องอะไรกันเนี่ย? วูจินไม่ได้ตอบอะไรไปและยังคงเงียบ
“······”
“คุณอยู่ญี่ปุ่นนานแค่ไหนแล้วครับ?”
“ด้วยเหตุผลบางอย่าง ผมคงไม่อาจตอบได้ครับ”
"อ๋อ ผมเข้าใจแล้ว ขอโทษทีนะครับ"
ในเวลานี้เอง ชเวชองกุนผู้ที่กำลังฟังการสนทนาภาษาญี่ปุ่นระหว่างทั้งสองคนก็ได้เข้ามาแทรก
"คือว่าขอโทษนะครับ คุณผู้กำกับ คุณมาที่นี่เพราะนักแสดงฮงฮเยยอนหรือเปล่าครับ?”
วูจินแปลความหมายทันที ส่วนทางผู้กำกับเคียวทาโร่ก็ค่อย ๆ ส่ายหัวไปมา
“คุณฮงฮเยยอนก็เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่นเช่นกันครับ เธอเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยม การแสดงในเรื่อง ‘สำนักงานนักสืบ‘ ของเธอน่าประทับใจมาก แต่วันนี้ผมมาที่นี่เพราะนักแสดงคังวูจินต่างหาก”
ฉันเหรอ? เขามาหาฉันเหรอ? ทำไมกันล่ะ? ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างไม่คาดคิด ตอนนั้นเอง
“คุณวูจิน คุณคิดยังไงกับการเดบิวต์ในญี่ปุ่นครับ?”
จู่ ๆ ผู้อำนวยการเคียวทาโร่ก็ถามคำถามด้วยสีหน้าจริงจัง วูจินยังคงทำหน้านิ่งเหมือนโป๊กเกอร์ แต่ภายในใจเขาตกใจมาก
'บ้าหรือเปล่าเนี่ย? ฉันเพิ่งเริ่มแสดงได้แค่สองเดือนเองนะ ให้ไปญี่ปุ่นมันหมายความว่ายังไงกัน?’
เขาไม่ได้เสแสร้ง แต่พูดไม่ออกจริง ๆ ทว่าเพราะการแสดงเป็นคนเย็นยะเยือกมาโดยตลอด ยามนี้เขาจึงดูเหมือนกำลังไตร่ตรองข้อเสนอของผู้กำกับเคียวทาโร่
“เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณจะกังวล ตอนนี้คุณมีงานไหนที่ยืนยันว่าต้องถ่ายทำไหมครับ?”
ผู้เชี่ยวชาญนิติจิตวิทยาเสเพลยังอยู่ระหว่างจัดการเรื่องออกฉาย ส่วนเรื่องของผู้กำกับควอนกีแท็กยังไม่ได้ยืนยัน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ วูจินมีเพียงคำตอบเดียวีท่จะให้ไป
“ยังไม่มีครับ”
"เข้าใจแล้ว..."
เมื่อได้ยินคำตอบ ผู้กำกับเคียวทาโร่ก็ถอนหายใจออกมา
'อย่างที่คาดไว้ ช่างเป็นอะไรที่น่าเสียดายแทนจริง ๆ ’
ผู้กำกับเคียวทาโร่ใช้เวลาสองสามวันในการตรวจสอบสถานะและประวัติของคังวูจินในวงการนักแสดงเกาหลี ทว่ามันกลับไม่มีอะไรอยู่เลย ในไม่ช้า ผู้กำกับเคียวทาโร่ที่หลับตาลงครู่หนึ่งก็สบตากับคังวูจิน
“ตอนนี้ผมกำลังเตรียมตัวทำงานชิ้นต่อไป เรื่องของผมได้รับการยืนยันแล้ว เรากำลังอยู่ในขั้นตอนการดัดแปลงนวนิยายญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงและประมาณ 80% ของบทเสร็จสมบูรณ์แล้ว”
ผู้อำนวยการเคียวทาโร่กล่าวอย่างมั่นใจ
“ผมอยากทำโปรเจกต์นั้นกับคุณวูจินครับ”
ผ่านไปสักพักใหญ่
หลังจากพบกับคังวูจินแล้ว ผู้กำกับเคียวทาโร่ก็เดินทางไปญี่ปุ่นในวันที่ 14 ตั้งแต่รุ่งเช้า ทั้งที่มันควรจะเป็นการเดินทางไปกลับ 1 วัน มันกลับกลายเป็นการอยู่เกาหลีถึง 1 สัปดาห์ ซึ่งพอตัดสินใจเรื่องนี้ได้แล้ว พวกเขาก็สีงอีเมลไปหาชเวชองกุน เป็นเรื่องเร่งด่วนจะ อยากพูดคุยกับคังวูจินโดยตรง
อืม ทางวูจินเองก็ไม่ได้คิดอะไรนัก ดูเหมือนว่าทางผู้กำกับเคียวทาโร่จะเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไปอยู่
‘แต่ก็ใช่ว่าฉันจะไปญี่ปุ่นตอนนี้สักหน่อย หากมีหนทางให้เลือกมากมาย มันย่อมดีกว่าอยู่แล้วสิ'
ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธไปตั้งแต่แรกเสียหน่อย สรุปคือหากผู้กำกับเคียวทาโร่เขียนบทเสร็จแล้ว พวกเขาตกลงที่จะรับบทละครแบบเสร็จสมบูรณ์มาดูก่อน แต่หากวูจินไปยืนยันคะแนนของละครเรื่องนี้ด้วยมิติว่างเปล่าและพบว่ามันเป็นขยะล่ะก็...
‘คงจะน่าอึดอัดใจน่าดู’
หลังจากที่ผู้กำกับเคียวทาโร่ไปแล้ว ในวันที่ 15 นั้นเอง
วันนี้เป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ มันเป็นวันออกอากาศวันแรกของ ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล’ ดังนั้นทีมละครที่เกี่ยวข้องกับศึกละครจึงต่างแพร่กระจายข่าวกันอย่างไม่หวาดไม่ไหว นักแสดงชั้นนำหลายคนต่างเขียนโฆษณาละครผ่าน SNS ของพวกเขาเอง
เวลาแห่งความโกลาหลได้ผ่านพ้นไป
ทันใดนั้นมันก็เป็นเวลา 21.00 น. ของวันที่ 15 ในเวลานี้ คังวูจินผู้ซึ่งนั่งรถตู้ก็ได้มาถึงร้านอาหารบาร์บีคิวขนาดใหญ่ใกล้กับสถานียางแจ มันเป็นร้านอาหารบาร์บีคิวแบบสแตนด์อโลนสองชั้น วันนี้ทีมละครได้เช่าสถานที่ทั้งหมดเอาไว้แล้ว พวกเขาคือทีม ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล' มันเป็นงานเลี้ยงอาหารค่ำฉลองของทีม
ผ่านไปสักพัก
-ครืด
คังวูจินสวมเสื้อฮู้ดลำลอง ลงจากรถตู้สีดำที่จอดอยู่ในลานจอดรถด้านนอก แล้วจากนั้น
“……….”
เขามองขึ้นไปที่ร้านอาหารบาร์บีคิวอย่างเงียบ ๆ ข้าง ๆ เขามีชเวชองกุน จางซูฮวานและฮันเยจุงยืนเรียงแถวกัน พวกเขามองไปที่ร้านอาหารบาร์บีคิวกับวูจิน คนแรกที่พูดคือชเวชองกุน
"ในที่สุด เพราะการประชาสัมพันธ์มากมายแบบนี้ นักข่าวคงกำลังตั้งหน้าตั้งตารอตอนแรกออกฉายแน่ ๆ เลย”
ชเวชองกุนที่กำลังหัวเราะอยู่ก็ถามวูจินที่กำลังทำใบหน้าเคร่งขรึม
"แล้วเป็นไงมั้ง? การออกอากาศฉายตอนแรกกำลังจะมาถึงแล้วนะ”
คังวูจินเงียบไป จากนั้นเขาก็ตอบไปด้วยถ้อยคำอันแสนตรงไปตรงมาว่า
“ตอนนี้เหรอครับ? ผมก็หิวมากและตั้งหน้าตั้งตารอเลยล่ะครับ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ถือเป็นคำตอบที่ชาญฉลาดใช้ได้ เยือกเย็นขนาดนี้ นายเป็นมือใหม่ได้ยังไงกันเนี่ย?”
ชเวชองกุนหัวเราะพลางก้าวเดินนำเข้าไป หลังจากที่เขาไป ฮันเยจุงและจางซูฮวานก็ตามไป เหลือเพียงคังวูจินเป็นคนสุดท้าย แม้ว่าวูจินจะมีใบหน้าที่เคร่งขรึม แต่ภายในใจเขาไม่ใช่เช่นนั้นเลย
‘นี่เป็นการออกอากาศครั้งแรก โอ้พระเจ้า นี่มันวันดีเดย์ชัด ๆ ’
เขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลยจนกระทั่งตัวอย่างของ ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล' ถูกปล่อยออกมา ใบหน้าของเขาไม่ปรากฏขึ้นในตัวอย่างสักนิดเดียว แต่วันนี้ เป็นวันที่ทุกอย่างจะถูกเปิดเผยออกไป ดังนั้นวูจินจึงไม่อาจสงบสติอารมณ์ได้เลย
‘ความรู้สึกมันแตกต่างจากวันแรกของการถ่ายทำมาก อึก!'
ความประหม่าที่การถ่ายทำของเขาจะได้ออกอากาศครั้งแรกกับการถ่ายทำ มันเป็นอะไรที่แตกต่างกันมาก อืม มันก็สมเหตุผลแล้วแหละ วันนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของคังวูจิน
ในระหว่างนั้นเอง
-ครืด
ทีมคังวูจินเข้าไปในร้านอาหารบาร์บีคิว ทีมงานของผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพลหลายสิบชีวิตกำลังยุ่งอยู่กับการจัดสถานที่ ทันทีที่พวกเขาเห็นคังวูจิน พวกเขาก็ทักทายเขาอย่างอบอุ่น
"โอ้! คุณวูจินมาแล้ว!”
"ว่าไงครับ!!"
“ฮ่าฮ่า วูจิน! นายคงรู้สึกหนักใจมากแน่เลย เพราะนักเขียนพัคพูดจาล่อแสงแบบนั้นใช่ไหมล่ะ?”
เหล่าทีมงานมารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ยังคงรักษาท่าทางอันเฉยเมยของตนเอาไว้ คังวูจินก็กลับมาทักทายอย่างใจเย็น ในไม่ช้า ผู้ช่วยคนแรกของทีมแสงก็ชี้ไปที่ชั้นสองด้วยนิ้วชี้ของเขา
"คุณวูจิน! คุณ PD และนักเขียนอยู่บนชั้นสอง นักแสดงก็จะไปกินกันที่ชั้นสองด้วยนะครับ!”
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เขากำลังบอกให้วูจินขึ้นไปที่ชั้นสอง เมื่อเป็นเช่นนี้ ชเวชองกุนก็ตบไหล่วูจิน
“นายไปเถอะ ไว้ฉันจะตามไปหลังจัดการเรื่องตรงนี้แล้ว”
คังวูจินที่พยักหน้า ขึ้นไปบันไดเหล็กที่นำไปสู่ชั้นสอง บรรยากาศบนชั้นสองไม่แตกต่างจากชั้นหนึ่งมากนัก ทีมงานหลายคนกำลังติดตั้งทีวีขนาดใหญ่หน้าโต๊ะกลมพร้อมวางเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเนื้อสัตว์เอาไว้
พวกเขายิ้มร่าดีใจที่ได้เห็นคังวูจินกัน
“โอ้ รองหัวหน้าพัคของเรามาถึงแล้ว”
“เป็นยังไงบ้าง คุณวูจิน?”
ร่างที่คุ้นเคยสองร่าง ซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะกลมที่เชื่อมต่อกัน 2 ตัวที่วางอยู่เคียงข้างกันก็ได้ลุกขึ้นยืน พวกเขาคือ PD ซงมันวูเคราแพะและนักเขียนพัคอึนมี
"คุณวูจิน! ทางนี้!"
“คุณมาเร็วมากไปไหมเนี่ย? อา แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนว่าไม่ได้เจอคุณมาหลายปีกันนะ?”
คังวูจิน ผู้ซึ่งกำลังทักทายทีมงานฝ่ายผลิต ตัวเขาก็รู้สึกตื้นตันพอสมควร จึงได้เข้าไปทักทายทั้งสองต่อ
"สวัสดีครับคุณ PD สวัสดีคุณนักเขียน”
พัคอึนผู้มัดผมยาวได้ส่งท่าทางให้วูจินนั่งลง จากนั้นเธอก็ยิ้มและนั่งลงข้าง ๆ เขา
“ขอแสดงความยินดีกับที่ได้รางวัลแดซังด้วยนะ ฉันพูดยินดีไปแล้วในพิธีปิด แต่การแสดงความยินดีแค่นั้นคงไม่พอหรอก”
“ขอบคุณครับ แต่นักแสดงคนอื่น ๆ อยู่ที่ไหนง้นเเหรอ?”
"หา? อ่า บางคนอยู่ที่ชั้นหนึ่ง คุณไม่เห็นพวกเขาเหรอ? เดี๋ยวที่เหลือกำลังเดินทางมากันแหละ”
หลังจากนั้นเอง
-กึก!
ทันใดนั้น PD งมันวูผู้มีเคราแพะก็กระซิบข้างหูของคังวูจิน
“ผมคิดว่าคุณอยู่ในสหรัฐอเมริกาเพราะคุณพูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก แต่ผมได้ยินมาว่าคุณพูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่องด้วยเหรอ? แสดงว่าคุณก็อยู่ที่ญี่ปุ่นด้วยเหรอ?”
“...ขอโทษด้วยครับ คือเรื่องนี้มันพูดยากนิดหน่อย”
นักเขียนพัคอึนมีที่เพิ่งดื่มโซจูอยู่คนเดียวก็คว้ามือขวาของคังวูจินเบา ๆ เธอหลับตาลงไป วูจินเริ่มรู้สึกรำคาญ นักเขียนคนนี้กำลังทำอะไรของเธอกันเนี่ย? คังวูจินจึงได้ถามออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"คุณนักเขียน...กำลังทำอะไรอยู่กันครับ?"
"อธิษฐาน"
"อธิษฐาน?"
คำตอบมาจาก PD ซงมันวู
“เธอกำลังสวดอ้อนวอนกับคุณไง คังวูจิน เพื่อให้เรตติ้งผู้ชมของเราระเบิดพรวดพราด”
นักเขียนพัคอึนมี ผู้ที่ยังคงหลับตาอยู่นั้นดูจริงจังเป็นอย่างมาก
“ดูท่าผมจะมีผู้ศรัทธาแล้วสินะเนี่ย”
คังวูจินมองเธออย่างใจเย็น สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่สนใจเรื่องเธอ หลังจากผ่านไปหลายสิบนาที เหล่านักแสดงก็เริ่มมาถึงกันแล้ว คนแรกคือรยูจองมินผู้สวมหมวก
“สวัสดีครับ รุ่นพี่”
"ฮืมมมม คุณมาแต่เช้าเลยนะ วูจิน แถมยังได้รางวัลแดซังตั้งแต่เริ่มแสดงเลยงั้นเหรอเนี่ย?”
จางแทซังและนักแสดงหลัก รวมถึงนักแสดงสนับสนุนคนอื่น ๆ ก็เริ่มเข้ามากัน ในไม่ช้าชั้นสองก็เริ่มเต็มไปด้วยผู้คน คนสุดท้ายที่จะมาถึงคือฮงฮเยยอน ผู้ที่เพิ่งเสร็จสิ้นตารางการถ่ายภาพของเธอ เธอผลัก PD ซงมันวูออกไปและนั่งอยู่ด้านขวาของคังวูจิน
เธอกระซิบถามวูจินทันที
“ฉันได้ยินว่าผู้กำกับเคียวทาโร่อยู่ที่บริษัท พวกเขาบอกว่าบริษัทแทบระเบิดเลยงั้นเหรอ?”
วันนี้เธอมีกลิ่นหอมเช่นเคย คังวูจินจึงได้แต่ต้องระงับอาการตัวสั่นของเขาไปพร้อมตอบว่า
“ใช่ครับ แต่มันก็เป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้นเอง”
“ว่าแต่คุณจะไปญี่ปุ่นเหรอ?”
"ผมก็ไม่รู้"
เมื่อได้ยินคำตอบของเขา ท่าทางของฮงฮเยยอนเริ่มแปลกไป หลังจากนั้นเอง
"อ่า! โฆษณาเริ่มแล้ว!”
ผู้กำกับแสงร่างอวบได้ตะโกนออกมาขณะที่มองไปยังทีวีขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างหน้า ด้วยเหตุนี้ นักแสดงทุกคนและทีมงานหลายสิบชีวิตจึงหันไปให้ความสนใจกับทีวี ส่วนแรกของ ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล’ กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
"น่าตื่นเต้นจังเลย!"
“ฮ่าฮ่า ทุกคนมาลองเดิมพันกับการออกฉายตอนแรกหน่อยไหม??”
"เอาสิ! งั้นฉันขอเดิมพัน 50,000 วอนที่ 10%!”
“ผมขอเดิมพันที่ 10.7%!”
ทันใดนั้นทุกคนก็เริ่มเดิมพันกัน
“ฉันสัมผัสได้ถึงบางอย่าง! 15% สำหรับ 50,000 วอน!”
"อู่ววววว! ถ้าอย่างนั้นผมก็เหมือนกัน! 15.5!"
ทั้งนักแสดงและทีมงานต่างตะโกนออกมา น่าแปลกที่ไม่มีใครเดิมพันต่ำกว่า 10% เลย จากนั้นเอง นักแสดงทุกคนก็มองไปที่คังวูจินราวกับจะพูดว่า ‘คุณควรเข้าร่วมด้วยสิ’ วูจินที่ได้รับอิทธิพลจากบรรยากาศก็รู้สึกคล้อยตามไปเช่นกัน
'ไม่รู้แล้วโว้ย พูดอะไรออกไปคงจะได้หรอกนะ"
เขาตะโกนจำนวนสูงสุดกว่าทุกคนทันที
“ผมขอเดิมพัน 50,000 วอนที่ 20%”
ทีมงานหลายคนหัวเราะอย่างเต็มที่
"ฮ่าฮ่าฮ่า! เอาหนักขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย? ครั้งสุดท้ายที่เราได้เรตติ้งเกือบ 20% คือเมื่อไหร่กันนะ? ประมาณ 3 ปีที่แล้วหรือเปล่า? หรือ 5 ปี?”
ทีมงานชายที่อยู่ใกล้กับทีวีขนาดใหญ่ที่สุดก็ตะโกนออกมา
"อ่า! มันเริ่มแล้ว!!”
ถูกต้องแล้ว เมื่อโฆษณาจบลง ชื่อของละครก็ได้ปรากฏขึ้นบนหน้าจอทีวี
- ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล’
ตอนแรกของ ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล' ได้เริ่มขึ้นแล้ว
ประมาณ 40 นาทีต่อมา ในร้านกุกบับที่ทรุดโทรม (ร้านซุปเกาหลีพร้อมข้าว)
เวลากลางคืนประมาณ 22:30 น. กลุ่มชายหญิงหกคนได้เข้าไปในร้านอาหารกุกบับที่เกือบจะว่างเปล่า
ในหมู่พวกเขา
"เจ้าของร้าน! ขอกุกบับหกที่!”
ชายคนหนึ่งที่มีรูปร่างสูงโปร่งตะโกนออกมาในฐานะตัวแทนกลุ่ม เขาคือคิมแดยอง เพื่อนที่ดีที่สุดของวูจิน ร้านอาหารกุกบับแห่งนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดนัดพบสำหรับพวกเขากัน คนที่มากับเขาคือเพื่อนร่วมงานในบริษัทของเขาเอง เพราะวันนี้มีงานเลี้ยงอำลา เพื่อฉลองการเปลี่ยนงานของคิมแดยอง
ซึ่งในตอนนั้นเอง
“เลยเวลาสี่ทุ่มครึ่งไปแล้ว!”
ก่อนที่จะนั่งลงหลังจากสั่งกุกบับไป คิมแดยองก็หยิบรีโมทคอนโทรลขึ้นมา การเคลื่อนไหวของเขาดูคล่องแคล่วมาก จากนั้นเขาก็เปลี่ยนช่องทีวีเล็ก ๆ ที่แขวนอยู่บนผนัง ในไม่ช้า เพื่อนร่วมงานที่อยู่ด้านหลังเขาก็เริ่มออกความคิดเห็น
“ว้าว นี่เราจะดูละครกันจริง ๆ เหรอ?”
“ทำไมไม่ไปค่อยดูรีรันทีหลังกันล่ะ? มันผ่านไปตั้งสี่สิบนาทีเชียวนะ เดี๋ยวก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ?”
แต่คิมแดยองกลับส่ายหัว
"ไม่มีทางหรอก! นั่นไม่ใช่ทัศนคติของแฟนตัวยงเสียหน่อย”
“นายนี้ไม่เหมือนใครจริงนะ ขอซูฮกเลยว่านาเยป็นแฟนคลับของฮงฮเยยอนตัวจริงเสียงจริง"
“ฮ่าฮ่า งี้ทุกคนต้องดู ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล’ แล้วสิ มันคงจะต้องสนุกอย่างแน่นอน”
“ว่าแต่นักเขียนพัคอึนมีเป็นคนเขียนใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นมันก็ต้องสนุกอยู่แหละ”
ในไม่ช้า ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล’ ซึ่งกำลังออกอากาศอยู่ก็ปรากฏขึ้นในทีวี ตั้งแต่เริ่มต้นเรื่องมา ฮงเฮยอนผู้ซึ่งรับบทเป็นนักสืบก็ปรากฏตัวขึ้นโดยตลอด ส่วนทางด้านคิมแดยองที่นั่งอยู่อย่างสบาย ๆ บนที่นั่งระหว่างรับประทานอาหาร เขาก็ชูนิ้วโป้งออกมาด้วยความยินดี
"ตามที่คิดไว้เลย! ว้าว เธอเหมาะกับบทนักสืบมากเลยว่าไหม?”
“อืม ฮงฮเยยอนน่ารักดีแฮะ จะว่าไปหากอิงตามหลักแล้ว เธอถือได้ว่าเป็นนักแสดงสาวที่สวยที่สุดในหมู่นักแสดงชั้นนำแล้วไม่ใช่เหรอ?”
จากนั้นเอง เมื่อกุกบับหกชามถูกเสิร์ฟ คิมแดยองและเพื่อนร่วมงานของเขาก็เริ่มเติมท้องด้วยซุปร้อน ๆ แน่นอนว่าต้องในขณะที่ดู ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล’
ดูเหมือนทุกคนจะสนุกกับมันมาก พวกเขามุ่งความสนใจไปที่การดูทีวีมากกว่าการพูดคุยไปแล้ว
“มันสนุกมากเลยใช่ไหมล่ะ? จังหวะก็ดีด้วย ไว้ฉันต้องดูมันตั้งแต่แรกเลยพอกลับถึงบ้าน”
“ว้าว รยูจองมินดูหล่อมาก นั่นตัดผมเหมือนเด็กเลยใช่ไหมนั่น? เขาแสดงได้ดีมากเลยเนอะ”
“โอ้ กำลังถึงฉากลุ้นระทึกแล้ว! หา? ฉากเปลี่ยน... หือ? ฉันไม่เคยเห็นนักแสดงคนนั้นมาก่อนเลยแฮะ คงต้องเป็นเด็กใหม่แน่ ๆ ”
“ว้าว ดูตาเขาสิ ค่อนข้างน่าขนลุกเลยนะ”
“เขาไม่ได้…แค่แสดงใช่ไหมเนี่ย? เขาต้องเป็นฆาตกรอย่างแน่นอน 100% เลย!”
"อ่า! รอยยิ้มก่อนหน้านี้เหมือนคนโรคจิตมาก”
หลังจากนั้นเอง
-ตุ้บ!
ในขณะที่เพื่อนร่วมงานของเขากำลังจมอยู่ในละคร คิมแดยองก็วางช้อนที่เขาถืออยู่ลงบนโต๊ะ เสียงนั้นทำให้เพื่อนร่วมงานของเขาตกใจมาก
"เป็นอะไรไป? มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ?”
“แดยอง? ไหงเบิกตากว้างขนาดนั้นกันเล่า?”
อันที่จริงคิมแดยองกำลังจ้องมองไปที่ทีวีด้วยปากและตาของเขาที่อ้ากว้าง ไม่สิ เขากำลังจ้องมองนักแสดงที่กำลังยิ้มอย่างน่าขนลุกบนทีวีอยู่ต่างหาก
“…ไอ้บ้านั่น”
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ มันเป็นเพราะเป็นการปรากฏตัวของ ‘รองหัวหน้าพัค’ ยังไงล่ะ
*****
. . . .
ติดตามข่าวสารจากผู้แปลได้ที่แฟนเพจ Facebook:ยักษาแปร
ติดตามข่าวสารจากผู้แปลได้ที่แฟนเพจ Facebook:ยักษาแปร