เสียงกรีดร้องจากก้นบึ้งหัวใจของพี่ฮวนซี
เหล่าเพื่อนร่วมห้องของเล่ยฮวนซีต่างกลับกันไปด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ เหลือเพียงโจวหย่าผิงกับลั่วหยาตานที่อยู่ต่อ หลังจากเป็นเพื่อนกันมาหลายปี สายสัมพันธ์แน่นแฟ้นขนาดนี้ พอได้พบกันทั้งทีก็ต้องคุยกันให้เต็มอิ่ม
บ้านของเล่ยฮวนซีใหญ่ขนาดนั้น จะมีที่พักไม่พอได้อย่างไร?
คนอื่นทยอยกลับไปหมดแล้ว ที่โชคร้ายก็คือเหยียนจื่อลู่
เดิมทีเขาก็ไม่เป็นที่ชื่นชอบอยู่แล้ว แถมยังมีกลิ่นประหลาดติดตัว ใครจะอยากพาเขากลับด้วย?
ที่แย่ที่สุดคือ เจียงปินยื่นเงิน 100 หยวนให้แล้วบอกให้เขากลับเอง
แต่จะทำอะไรได้ล่ะ? ใครใช้ให้เขาทำงานให้คุณชายเจียงไม่สำเร็จเอง
ลงทุน? ไม่ต้องหวังเลยยิ่งกว่านั้น
ฟ้ามืดลงแล้ว แสงไฟเปิดส่องสว่างไปทั่วฟาร์ม
“การมีฟาร์มแบบนี้ ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ” โจวหย่าผิงพูดพลางเอนตัวลงบนเก้าอี้เอน
อันนี่ยกเบียร์สองกระป๋องออกมา เล่ยฮวนซีรับมาหนึ่งกระป๋องก่อนจะเปิดแล้วดื่มอึกใหญ่
“ฮวนซี นายเปลี่ยนไปมากเลยนะ” ลั่วหยาตานพูดอย่างตกใจ “ฉันจำได้ว่าแต่ก่อนนายคออ่อนมาก แต่วันนี้ดื่มไปเยอะขนาดนี้ยังไม่มีอาการเลย?”
“อืม แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน” เล่ยฮวนซียิ้มกริ่ม “ฉันก็ยังเป็นไอ้จนเหมือนเดิม”
“เลิกพูดเถอะ ไม่มีใครจะมายืมเงินนายอยู่แล้ว” โจวหย่าผิงกับลั่วหยาตานพูดพร้อมกัน
“พูดพร้อมกันแบบนี้ เหมือนสามีภรรยากันเลยนะ” อันนี่ถอนหายใจ
หน้าโจวหย่าผิงกับลั่วหยาตานแดงก่ำทันที
เล่ยฮวนซีหัวเราะ “ฉันไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้นจริงๆ”
เขาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังแบบคร่าวๆ โจวหย่าผิงกับลั่วหยาตานถึงได้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“ไอ้หมอนี่…” โจวหย่าผิงยิ้มจนปากแทบฉีก “ว่าละว่าทำไมนายถึงจนขนาดนั้นตลอดสามปีมหาลัย แต่ก็ดีละนะ ฉันไม่ชอบไอ้พวกเจียงปินอยู่แล้ว คราวนี้ได้เอาคืนมันเต็มๆ”
“บ้านหลังนี้ แล้วก็พื้นที่กว้างขนาดนี้ ก็ของนายหมดเลยสิ” ลั่วหยาตานพูดอย่างอิจฉา “แถมยังมีแฟนสวยขนาดนี้อีก”
เล่ยฮวนซีกำลังจะอธิบายว่าแฟนเขาไม่ใช่ของจริง แต่อันนี่กลับเข้ามาพิงไหล่เขา “ใช่แล้ว มีแฟนสวยขนาดฉันแล้ว พี่ฮวนซีจะอยากได้อะไรอีกล่ะ”
ไม่ดีแน่ ต้องมีปัญหาอะไรสักอย่าง เล่ยฮวนซีเริ่มระมัดระวังขึ้นมาในใจ
แต่อันนี่ไม่ให้เขามีเวลาคิด ทำสีหน้าเคร่งขรึมพร้อมพูด “เล่ยฮวนซี นายไปตอบรับแข่งปูนักสู้ทำไม?”
“ก็แค่แข่งปูไม่ใช่เหรอ?” เล่ยฮวนซีพูดอย่างงุนงง “ก็แค่ไปหาปูตัวหนึ่งมาก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ปู?” อันนี่ทั้งขำทั้งโมโห “นายรู้หรือเปล่าว่าแข่งปูนักสู้คืออะไร?……”
“ปูที่ใช้แข่งส่วนใหญ่เป็นปูญี่ปุ่น เรียกว่าปูกรรเชียงฟันเลื่อย บางทีก็ใช้ปูกรรเชียงเล็ก ปูสองชนิดนี้นิสัยดุร้ายมาก ถ้าได้รับการฝึกฝนก็จะกลายเป็นปูนักสู้ แต่นายกลับคิดว่ามันคือปูที่พวกเรากินกันงั้นเหรอ?”
“หา? มีแบบนี้ด้วย?” เล่ยฮวนซีคิดว่ามันเป็นแค่ปูธรรมดาจริงๆ
อันนี่ดูเหมือนจงใจจะยั่วโมโหเล่ยฮวนซี “ของเจียงปินเป็นปูกรรเชียงฟันเลื่อย ชนะมาแล้วกว่า 20 นัด ชื่อว่า ‘ปู่ปาอ๋อง’ ไม่เพียงเท่านั้น ฉันได้ยินมาว่าเขายังให้ปรมาจารย์จากญี่ปุ่นศึกษาวิธีฝึก ‘ปูนักฆ่า’ ให้กลายเป็นปูนักสู้ด้วย”
เล่ยฮวนซีกลืนน้ำลายเอื๊อก
“ปูนักฆ่า?”
อันนี่อธิบายให้เขาฟังคร่าวๆ
“ปูชนิดนี้เรียกว่า ‘ปูแมงมุมญี่ปุ่น’ เป็นสัตว์จำพวกกุ้งปูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่พบในปัจจุบัน ปูตัวโตเต็มวัยสามารถกางก้ามออกได้กว้างถึง 30 เซนติเมตร และถ้ายืดขาทั้งหมด ความกว้างอาจมากกว่า 3 เมตร บางตัวใหญ่สุดถึง 4 เมตร มันมีนิสัยดุร้าย ลำตัวเป็นทรงกระสวย ขาทั้งสิบเรียวยาวและแหลมคม โดยเฉพาะก้ามคู่หน้านั้นแข็งแกร่งและทรงพลังมาก
หากสามารถฝึกปูชนิดนี้ให้เป็นปูนักสู้ได้ มันแทบจะไร้เทียมทาน
“งั้น… เราไปหาซื้อปูนักสู้มาสักตัวไหม?” เล่ยฮวนซีพูดอย่างเหม่อลอย
“ซื้อ?” อันนี่ทั้งขำทั้งหงุดหงิด “นายคิดง่ายดีนะ อย่าว่าแต่จะมีใครขายให้เลย นายรู้ไหมว่าการฝึกปูนักสู้ให้แข็งแกร่งต้องใช้เวลาและเงินเท่าไหร่? แค่ปูนักสู้ธรรมดาๆ ตัวหนึ่งก็ต้องใช้เงินอย่างน้อย 30,000 หยวน”
เล่ยฮวนซีถึงกับพูดไม่ออก
30,000 หยวนต่อตัว? แถมยังเป็นตัวธรรมดา? พวกคนรวยนี่บ้ากันไปหมดแล้ว
แต่เขาก็ยอมรับว่าตัวเองคิดเรื่องนี้ง่ายเกินไปจริงๆ
แล้วเจ้าตุ้ยนุ้ยล่ะ? มันจะช่วยได้ไหม? แต่คงให้มันเสกปูนักฆ่าออกมาให้ไม่ได้หรอกนะ?
คิดแล้วปวดหัว เล่ยฮวนซีพูดส่งๆ ไปว่า “ช่างมัน ถ้าจะแพ้ก็แพ้ อย่างมากก็แค่โดนหัวเราะใส่ ไม่ถึงกับตายหรอก”
“ไม่ได้!” อันนี่จ้องตาเขม็ง “นายจะเสียหน้าก็เรื่องของนาย แต่ฉันเสียไม่ได้! ยังไงฉันก็ต้องหาปูนักสู้มาให้ได้”
หาปูนักสู้ให้ได้ภายในสองวัน? เวลามันกระชั้นชิดเกินไปแล้ว!
เฮ้อ… คงต้องหาทางเองแล้วล่ะ
อันนี่บอกเขาอีกเรื่องหนึ่ง ผู้เข้าแข่งขันปูทุกคนต้องจ่ายค่าสมัครคนละ 5,000 หยวน
เล่ยฮวนซีได้ยินแล้วอึ้ง “ฉันไม่มีเงิน”
“นายไม่มีเงิน?”
“ไม่มีจริงๆ ตอนนี้เหลืออยู่ไม่ถึง 1,000 หยวน”
“นายจะจนไปตลอดเลยรึไง” อันนี่กลอกตาใส่ “ฉันจ่ายให้ก่อน ถ้าชนะได้เงินรางวัลแล้ว แบ่งกันคนละครึ่ง”
ได้เงินรางวัล? แค่หาปูนักสู้ให้เจอก็ต้องขอบคุณสวรรค์แล้ว
“เฮ้ย ฮวนซี นายคิดจะอยู่ที่นี่ทำไร่ทำนาจริงๆ เหรอ?” โจวหย่าผิงถามขึ้นมาทันที “ฉันจำได้ว่านายเคยบอกว่าจะอยู่ที่หยุนตงนี่นา?”
เล่ยฮวนซีฝืนยิ้ม “ความฝันกับความจริงมันต่างกันเยอะ ฉันไม่ได้เกิดในครอบครัวดีๆ แบบพวกนาย ช่างมันเถอะ เลี้ยงปลา ปลูกผัก ก็ไม่เลวเหมือนกัน พอปลาที่เลี้ยงไว้จับขายได้ คงทำเงินได้เยอะอยู่ ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ ค่อยกลับไปลุยที่หยุนตงอีกทีละกัน”
จริงๆ แล้วเขาก็รู้สึกว่าอยู่ที่หมู่บ้านเซียนเถาก็ไม่ได้แย่อะไร ตอนนี้เขามีที่ดิน มีบ้าน มีบ่อปลา และที่สำคัญที่สุด… เขามีเจ้าตุ้ยนุ้ย
บางทีเขาอาจสร้างบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่หมู่บ้านเซียนเถาได้ก็ได้
“จริงสิ เกือบลืมไปเลย” โจวหย่าผิงตบหน้าผาก “ฉันสัญญาว่าจะเอาคอมมาให้ คิดว่านายรวยแล้วเลยไม่อยากให้ แต่เดี๋ยวไปเอามาให้ตอนนี้เลยละกัน”
“ระวังหน่อยนะ ในหมู่บ้านไม่มีไฟถนน”
“ไม่ต้องห่วง ฉันมีไฟมือถือ”
สีหน้าของอันนี่เปลี่ยนไปเล็กน้อย “ฉันก็ต้องกลับแล้วเหมือนกัน”
“อ้อ… เดี๋ยวนะ อย่าเพิ่งไป” เล่ยฮวนซีนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
วันนี้อันนี่ดูผิดปกติไปหน่อย ทำตัวเอาใจเขาทุกอย่าง หรือว่า…
ขอสวรรค์ช่วยด้วย อย่าให้เป็นอย่างที่เขาคิดเลย…
“โอย~ ฉันก็แค่แฟนนายนะ ไม่ใช่เมียซะหน่อย ทำไมต้องห้ามฉันไปด้วยล่ะ?” อันนี่ทำเสียงออดอ้อน
“อย่าเพิ่งไป อย่าเพิ่งไป ต้องมีอะไรแน่ๆ” เล่ยฮวนซียิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย
ตอนนั้นเอง โจวหย่าผิงก็กลับเข้ามาพร้อมกับแล็ปท็อปเครื่องหนึ่ง “ฉันใช้มาแล้ว แต่มันยังใหม่อยู่ เพิ่งซื้อได้ไม่นาน เอาไปใช้ก่อนละกัน อ้อ อีกไม่กี่วันเน็ตบ้านจะมาติด ฉันซื้อเน็ตแบบพกพามาให้ใช้ก่อนแล้ว”
เล่ยฮวนซีเปิดเครื่อง เสียบอุปกรณ์เน็ตพกพา แล้วถามขึ้นว่า “มีเกมเดม่อนเอจไหม?”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
อันนี่ยิ่งกระสับกระส่ายขึ้น “ดึกแล้วนะ ฉันต้องกลับจริงๆ แล้วล่ะ”
“ไม่ได้! ห้ามไปไหนทั้งนั้น” เล่ยฮวนซีรีบเปิดเกม ใส่ไอดีและรหัสผ่าน แล้วล็อกอินเข้าสู่ตัวละครสวนผักจางชิง
หืม? ทำไมตัวละครดูแปลกๆ? เขาใส่อะไรอยู่เนี่ย?
เล่ยฮวนซีเบิกตากว้าง “ชุดเกราะฉือโยวของฉันอยู่ไหน!?”
“ฮวนซี~” อันนี่เข้ามาออดอ้อน “ฉันเห็นชุด ‘เสื้อผู้หญิงลึกลับ’ แล้วมันสวยมากเลยนะ แต่แม่ค้าดันขี้งก ไม่ยอมขายขาด ต้องให้เอาเกราะฉือโยวไปแลก…”
“ฉันจะอดทนไว้!” โชคดีที่ยังมีชุดสำรองในโกดัง “แล้วแหวนคืนชีพของฉันล่ะ?”
“ฮวนซี~” อันนี่เริ่มนวดไหล่ให้เขา “ฉันใช้ไอดีนายแบกไอดีฉันลงดันเจี้ยนมืด แล้วฉันตายบ่อยไปหน่อย เลยใช้แหวนคืนชีพไปหมดแล้ว”
เล่ยฮวนซีอยากจะร้องไห้ “พี่สาว! ดันมืดแค่ดันเดียว นี่เธอต้องฟื้นตั้ง 10 รอบเลยเรอะ!? แล้วถ้ามันจะพัง ทำไมไม่เอากลับไปซ่อมในเมืองก่อนล่ะ… ว่าแต่ หินเรืองรอง ของฉันล่ะ?”
“ไม่ได้ทำหาย ไม่ได้ทำหาย” อันนี่รีบพูด “ฉันเอาไปฝังในเสื้อของฉันเอง มันสวยมากเลยนะ”
ตอนนี้เล่ยฮวนซีอยากฆ่าคน!
“จูอันนี่! แล้ว ‘เม็ดยาเลื่อนระดับ’ ของฉันล่ะ!?”
“เอาไปแลก ‘รองเท้าสายลม’ มาแล้ว”
“เธอเอาเม็ดยาเลื่อนระดับไปแลกรองเท้า!?”
“มันสวยนี่นา”
“สวยบ้าอะไรล่ะ… แล้วเงินฉันทำไมเหลือแค่ 300 ล้าน!?”
“ซื้อหุ้นแล้วขาดทุน…”
เล่ยฮวนซีฟุบหน้ากับโต๊ะ “ยัยตัวซวย! เป็นยัยตัวซวยจริงๆ…”
วินาทีถัดมา เขาก็เงยหน้าขึ้นตะโกนลั่น “คัมภีร์บำเพ็ญขั้นสูง ของฉัน! จูอันนี่ ฉันจะฆ่าเธอ!!!”