พลเมืองดีในโทรทัศน์
เล่ยฮวนซีตกตะลึงจนพูดไม่ออก
โอ้สวรรค์! ข้างในตู้คอนเทนเนอร์นี่แทบจะเป็นสวนสัตว์จิ๋วเลยทีเดียว!
ทั้งที่บินได้ ที่คลานบนพื้น และที่ว่ายในน้ำ ที่นี่มีครบทุกแบบ
สัตว์บางตัวเล่ยฮวนซีถึงกับไม่รู้จะเรียกว่าอะไร
เพียงแต่ว่าอากาศในตู้คอนเทนเนอร์ไม่ถ่ายเท กลิ่นประหลาดก็ลอยมาแตะจมูกเป็นระลอก
แถมสัตว์พวกนี้แต่ละตัวยังดูอิดโรยไร้ชีวิตชีวา
สายตาของเล่ยฮวนซีหยุดอยู่ที่กรงกรงหนึ่ง
ข้างในมีสิ่งมีชีวิตประหลาดสองตัวที่ดูเหมือนหนูแต่ก็คล้ายกระต่าย และถ้าดูดี ๆ ยังละม้ายเท็ดดี้แบร์อีกด้วย
จนถึงตอนนี้เล่ยฮวนซีก็ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นคือสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ที่องค์การอนุรักษ์ธรรมชาติสากลจัดให้อยู่ในบัญชีอันตรายสูง
เจ้าหนูกระต่ายสองตัวนั้นยาวราว 20 เซนติเมตร หน้าตาน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ
แต่เพราะถูกขังอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ สภาพจิตใจก็เลยทรุดโทรมไม่ต่างกัน
จู่ ๆ หนูกระต่ายทั้งสองก็เหมือนรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ,พวกมันพยายามเงยหน้าขึ้นมองเล่ยฮวนซีตลอดเวลา แต่ไม่นานสายตาก็เลื่อนต่ำไปยังบริเวณกระเป๋าเสื้อของเขา
พวกมันสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง
แม้ว่าเจ้าตุ้ยนุ้ยจะยังไม่ปรากฏตัว พวกมันก็ยังรู้สึกได้
ในกระเป๋าเสื้อของมนุษย์มีพลังงานที่ทรงพลังยิ่งแฝงอยู่ และพลังงานแบบนี้ไม่มีทางที่มนุษย์จะครอบครองได้
หนูกระต่ายสองตัวหมอบลงด้วยความเคารพเกรงกลัว
แม้เจ้าตุ้ยนุ้ยจะยังไม่โผล่ออกมา แต่มันก็รู้สึกถึงหนูกระต่ายทั้งสองเช่นกัน
สถานการณ์ของหนูกระต่ายสองตัวนั้นย่ำแย่มาก โดยปกติแล้วกระต่ายอีลีพิก้าจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลมาก ไม่รู้ว่าพวกขบวนการค้าสัตว์ผิดกฎหมายนี้ใช้วิธีอะไรถึงทำให้พวกมันรอดมาได้
แต่เมื่อพลัดพรากจากสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย แถมยังต้องเจอการโยกเยกตลอดทาง สุขภาพของหนูกระต่ายก็แย่ลงอย่างหนัก
หากให้ตนเองช่วยรักษาตอนนี้ล่ะก็ แน่นอนว่าไม่มีปัญหา แต่ปัญหาคือรอบข้างยังมีมนุษย์อยู่มากมาย
"เวรเอ๊ย สัตว์เยอะขนาดนี้ นี่นกแก้วรึเปล่า?" กู้เปียวเดินเข้ามาใกล้ พลางส่งเสียงอุทาน
"น่าจะใช่นะ?" เล่ยฮวนซีมองดูเวลา "คุมพวกนั้นไว้ให้ดีแล้วโทรแจ้งตำรวจ"
"ได้เลย พี่ฮวนซี ฝากไว้กับผม"
เจ้าตุ้ยนุ้ยกระโดดในกระเป๋าอีกครั้ง เหมือนจะพยายามบอกเล่ยฮวนซีอะไรบางอย่าง
แต่เจ้าตุ้ยนุ้ยเองก็รู้ดีว่าท่ามกลางมนุษย์มากมายเช่นนี้ มันเองก็ทำอะไรไม่ได้และทำได้เพียงกลับไปแล้วค่อยคิดหาวิธีอีกที...
หลังออกห่างจากกู้เปียวและพวกไปไกลแล้ว เจ้าตุ้ยนุ้ยก็กระโดดออกจากกระเป๋าอย่างแรง
ร่างของพี่ฮวนซีพลิกกลับด้านอีกครั้งอย่างกะทันหัน
"เจ้าตุ้ยนุ้ย นายจะทำอะไร..."
พี่ฮวนซีร้องออกมาอย่างเจ็บปวด แต่ก็ไม่ทันการแล้ว...
มนุษย์ที่วิ่งพลิกกลับหัวปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในค่ำคืนอันมืดมิด...
……
……
"ที่รัก เมื่อกี้พัพอแล้วใช่มั้ย?"
"พอแล้ว ๆ เธอว่าเมื่อกี้เราเห็นภาพลวงตารึเปล่า? ของแบบนั้นจะเร็วขนาดนั้นได้ยังไง?"
"ก็ไม่แน่นะ วันก่อนฉันดูเรื่องแฟลช เขาก็เร็วประมาณนี้แหละ"
"ภาพลวงตา มันต้องเป็นภาพลวงตาแน่นอน"
"ที่รัก อย่าคิดมากเลย ขับรถดี ๆ เถอะ"
"ฟิ้ว——"
"อะไรน่ะ?"
"อะไรกันแน่!"
"ที่รัก เธอเห็นไหม?"
"เหมือนว่า... เงาดำนั่น..."
"จริง ๆ แล้ว... ฉันก็... เห็นเหมือนกัน..."
สองคนในรถสปอร์ตหันไปมองกันและกัน แล้วเสียงกรีดร้องสุดโหยหวนก็กรีดผ่านท้องฟ้ายามราตรี——
"ผีหลอก!"
……
……
สิบโมงเช้าแล้ว แต่พี่ฮวนซีก็ยังนอนกรนสนั่น อันนี่มาเคาะประตูอยู่หลายรอบ เขาก็แกล้งทำเป็นไม่ยินเสียง
เหนื่อยเกินไปแล้ว เหนื่อยจริง ๆ
ไปกลับตั้ง 120 กิโล! ที่หนักกว่านั้นก็คือดันต้องวิ่งถอยหลังอีกต่างหาก
พอกลับถึงบ้านขาทั้งสองข้างก็เป็นตะคริวไปหมด
เจ้าตุ้ยนุ้ยดูเหมือนมีเรื่องในใจเต็มอก มันเดินกลับลงไปยังชั้นใต้ดินอย่างหดหู่
พี่ฮวนซีเองก็เหนื่อยสุด ๆ ไม่ได้ถามเจ้าตุ้ยนุ้ยว่าเกิดอะไรขึ้น พอถึงเตียงก็หลับสนิททันที
จนสิบเอ็ดโมงนั่นแหละ เขาถึงได้หาวฟอดหนึ่งแล้วลุกขึ้นมาปรากฏตัวที่ร้านอาหารฟางชุน
หืม? ทำไมพวกนี้ถึงมานั่งดูทีวีกันหมดล่ะ?
นี่มันของแปลกแล้วนะ
โดยเฉพาะพวกอันนี่กับเจ้าอ้วนโม่ พวกเขาเป็นพวกติดมือถือ แทบไม่ดูทีวีเลยนี่นา!
"พี่ฮวนซี มาดูเร็ว!" อันนี่รีบโบกมือเรียกเขามาข้าง ๆ ทันทีที่เห็นเขาเดินเข้ามา
ตอนนี้ที่ฉายอยู่คือรายการสืบสวนช่วงเที่ยงของสถานีโทรทัศน์หยุนตง
"...ด้วยความร่วมมือของพลเมืองผู้ดี เมืองของเราได้จับกุมคดีลักลอบขนสัตว์ป่าหายากครั้งใหญ่เมื่อคืนที่ผ่านมา... จำนวนสัตว์ที่เกี่ยวข้องนั้นชวนให้ตกตะลึง เป็นจำนวนที่ไม่เคยมีมาก่อนในเมืองหยุนตง... ไม่เพียงมีลิงขนทอง งูหลาม นกแก้วอกแดงเทา ฯลฯ ยังมีสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ระดับอันตรายสูงอย่างกระต่ายอีลีพิก้าอีกหนึ่งคู่..."
นั่นมันสิ่งที่ตัวเองทำเมื่อคืนชัด ๆ! ทีวีรายงานเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
"ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องถูกจับกุมแล้วสามคน คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม... ตอนนี้เราจะไปสัมภาษณ์พลเมืองใจดีที่ช่วยตำรวจจับกุมคดีนี้ — คุณกู้ครับ"
"นั่นกู้เปียวนี่นา?" อันนี่เป็นคนแรกที่ร้องออกมา "ถึงกับเป็นคนแจ้งความเลยเหรอ? เขากลายเป็นพลเมืองใจดีไปแล้ว?"
ไม่ใช่แค่อันนี่ที่ไม่เข้าใจ เจ้าอ้วนโม่ก็ทำหน้าแบบคิดยังไงก็ไม่ออก
ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่กู้เปียวกลายเป็นคนซื่อตรงขึ้นมาได้?
เหตุผลของเรื่องนี้เกรงว่าจะมีแค่เล่ยฮวนซีคนเดียวที่รู้
กู้เปียวน่าจะขึ้นทีวีครั้งแรก แม้จะตื่นเต้น แต่ก็ยิ้มหน้าบาน
ที่สำคัญคือหน้าของเขาไม่มีการเบลออะไรเลย
นี่เขาไม่กลัวว่าเจียงปินกับไอ้ชื่ออะไรก็ไม่รู้นั่นจะมาตามล้างแค้นเลยเหรอ?
กู้เปียวเริ่มคุยโวต่อหน้าผู้สื่อข่าวว่าเขารู้ข่าวโดยบังเอิญยังไง เขาเลยพาเพื่อนกลุ่มหนึ่งไปซุ่มโจมตีโดยไม่มีหลักฐานแน่ชัดยังไง ตอนนั้นเจอการต่อต้านดุเดือดยังไง
ยังไงก็แล้วแต่ เขาโวซะเว่อร์วังราวกับตัวเองเป็นซูเปอร์แมนจากหนังฮอลลีวูด ชกไม่กี่ที เตะไม่กี่ครั้งก็ช่วยโลกไว้ได้
"จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่แค่ผมกับเพื่อน ๆ ที่มีส่วนเท่านั้น ยังมีอีกคนที่มีบทบาทสำคัญมาก..."
ทันทีที่กู้เปียวพูดประโยคนั้น พี่ฮวนซีก็ใจหายวาบ ขอเถอะ อย่าพูดเลยนะ
แต่ยิ่งกลัวอะไรมักจะเจอสิ่งนั้น กู้เปียวพูดต่อหน้ากล้องว่า:
"คนนี้ดังมากเลยครับ เขาคือแชมป์ว่ายน้ำของเมืองหยุนตงเรา — เล่ยฮวนซี!"
เวรเอ๊ย ไอ้บ้านี่พูดถึงฉันทำไม?!
พี่ฮวนซีสบถในใจอย่างดุดัน
แบบนี้แหละเรื่องยุ่งใหญ่แน่นอน
ตัวเองไปโผล่ที่สวนหานจื่อตอนกลางคืนทำไม? แล้วทำไมถึงไปกลับแบบไร้ร่องรอยได้ในคืนเดียว?
ถ้าเจียงปินรู้ว่าตนเป็นคนขัดขวางแผนของเขาอีกล่ะก็ มันต้องโกรธจนคลั่งแล้วตามมาหาเรื่องไม่เลิกแน่
เขาเล่นกู้เงินดอกโหดมาลักลอบขนสัตว์ป่าทั้งนั้นนะเว้ย!
ตัวเองอาจไม่กลัวเขาหรอก แต่เพื่อน ๆ อย่างอันนี่ เจ้าอ้วนโม่ กัวอวี่คังล่ะ จะปลอดภัยเหรอ?
กู้เปียวตั้งใจประจบเล่ยฮวนซี แต่ครั้งนี้เหมือนประจบพลาดเต็ม ๆ
ทุกคนในร้านอาหารหันขวับมามองเล่ยฮวนซีพร้อมกัน
"วันนี้อากาศดีจัง ฮ่า ๆ... ดวงอาทิตย์ส่องแสงแจ่มใส ดอกไม้ยิ้มให้ฉัน... นกน้อยแต่งชุดลายดอก..."
พี่ฮวนซีลุกขึ้นร้องเพลงเสียงเพี้ยนพร้อมกับพยายามจะย่องออกจากร้านอย่างเงียบ ๆ
"พี่ฮวนซี!"
"พี่ฮวนซี!"
ท่ามกลางเสียงเรียกสองสาย ร่างอ้วน 100 กว่ากิโลของเจ้าอ้วนโม่กลับคล่องแคล่วผิดคาด พุ่งตัวมาขวางประตูไว้ทันที
ด้วยร่างอ้วนมหึมานั้น พอขวางประตูปุ๊บก็เหมือน “คนเดียวต้านหมื่นคน” จริง ๆ!
“พี่ฮวนซี~” อันนี่โอบคอเขาแล้วลากกลับมานั่ง “เล่ามาเลย เมื่อคืนไปสวนหานจื่อทำไม?”
"ถึงตอนนี้ ฉันจำเป็นต้องสารภาพความจริงกับพวกเธอแล้ว..." พี่ฮวนซีถอนหายใจเฮือกใหญ่ "จริง ๆ แล้ว... ฉันเป็น... น้องชายของซูเปอร์แมน... ซูเปอร์แมนดูแลอเมริกา ฉันดูแลเขตเรานี่แหละ... หน้าที่ของฉันคือปกป้องสันติภาพโลก... ปกป้องโลก... เฮ้ย ๆ อย่าบิดหู! อย่าบิดหูสิ!"
“จะพูดไม่พูด! สารภาพมาตรง ๆ เลยนะ!” อันนี่บิดหูเขาแรงอีกครั้ง
เจ้าอ้วนโม่, กัวอวี่คัง, เถียนเถียนและถงถงยิ้มอย่างร้ายกาจ พร้อมกับถือถ้วยชา ทัพพี และไม้ถูพื้นล้อมวงพี่ฮวนซี
“เฮ้ย นั่นอะไรน่ะ?”
“แปรงขัดส้วม!”
“เฮ้ย! ห้ามใช้อาวุธเคมีนะ!”
“งั้นก็พูดความจริงออกมาเถอะน่า จะได้ไม่ต้องเจอของพวกนี้”
“ก็ได้! จะพูดทุกอย่าง! หัวหน้าฉันอยู่ไหน ลูกน้องฉันเป็นใคร ฉันบอกหมดเลย!” พี่ฮวนซีทำหน้าทรมาน “พวกเธอเล่นไม่ตามบทเลยนะ! ปกติต้องใช้เล่ห์หญิงงามก่อนสิ ทำไมถึงเริ่มจากทรมานก่อนเลยล่ะ!”
“พี่ฮวนซี~ เล่ห์หญิงงามมาแล้วนะ~” อันนี่เปลี่ยนท่าทันที เธอซบไหล่เขาแล้วกระซิบอย่างเย้ายวน “ขอแค่พูดความจริงออกมา จะเอายังไงก็ว่ามาเลย~”
“มาอีกแล้ว ๆ” พี่ฮวนซีพึมพำ “จริง ๆ เมื่อคืนฉันมีธุระไปที่นั่น เหอเจี้ยนจวินเป็นคนให้ฉันไป ฉันเองก็ไม่รู้เรื่องอะไร พอไปถึงก็ถึงได้รู้”
พอพูดแบบนี้ ก็ฟังดูน่าเชื่อขึ้นมานิดหน่อย
กู้เปียวเป็นคนของเหอเจี้ยนจวิน ส่วนเหอเจี้ยนจวินก็ปฏิบัติกับพี่ฮวนซีดีมาตลอด จะยกความดีความชอบให้พี่ฮวนซีก็ไม่แปลก
“ไม่ถูก!” เจ้าอ้วนโม่โพล่งขึ้น “ดึกขนาดนั้นนายไปยังไง? ขับรถก็ไม่เป็น”
“ฉันขี่รถไฟฟ้าไป... รถของเถียนเถียนน่ะ... อ๊ากก!” พี่ฮวนซีร้องโหยหวนอย่างสิ้นหวัง “รถไฟฟ้านั่น! ขี่ไปครึ่งทางแบตก็หมด ฉันเลยทิ้งไว้ตรงนั้น แล้วก็... โบกรถ... รถสปอร์ตคันหนึ่ง...”
“รถไฟฟ้าของฉัน!” เถียนเถียนก็ร้องลั่นเหมือนกัน “รถไฟฟ้าชุบทอง 24K ฝังเพชรของฉัน! กว่าแสนหยวนเลยนะ!”
“เห้ย! เถียนเถียน อย่ามาหลอกกันแบบนี้นะ!” พี่ฮวนซีร้องลั่น “รถไฟฟ้าอะไรชุบทองฝังเพชร! เธอบ้าไปแล้วเหรอ?”
เถียนเถียนคร่ำครวญ “จริงนะ ไม่เชื่อถามถงถงดูสิ พี่ฮวนซี นายต้องชดใช้ให้ฉัน!”
“ฉัน ‘นอน’ กับเธอยังจะง่ายกว่า อย่างมากก็สองคืน” พี่ฮวนซีบ่นงึมงำ
พวกนี้มันคนแบบไหนกันนะ?
ทำไมคนในหมู่บ้านเซียนเถาถึงได้หน้าด้านกันหมดเลย?
หรือว่า... เจ้าตุ้ยนุ้ยพาแต่แก่นแท้ของตัวเองมาที่หมู่บ้านเซียนเถา แล้วลากเอาความหน้าด้านมาด้วย?
อืม... ก็คงเป็นไปได้แค่นั้นจริง ๆ...
……
……
“ฮัดชิ่ว!”
เจ้าตุ้ยนุ้ยจามเสียงดัง ใครน่ะ? ใครกำลังนินทาข้าอยู่? ต้องมีแน่ ความรู้สึกของมังกรแม่นยำที่สุด!
ต่ำช้า! ต้องเป็นพี่ฮวนซีจอมหน้าด้านแน่ ๆ ที่นั่งนินทาอยู่แน่เลย!