ยอดหญิงอันดับสองแห่งตงจิง
หลี่ฉีได้เน้นย้ำกับอู๋ฝูหรงและอู๋เสี่ยวหลิวหลายครั้งก่อนมาว่าวันนี้เขาจะไปทำเรื่องสำคัญมาก ถ้าอู๋ฝูหรงมาเห็นว่าเรื่องสำคัญที่ว่า คือเขามานอนเล่นอยู่ที่นี่ เกรงว่าเขาจะไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดี
หลี่ฉีลุกพรวดขึ้นมาจากพื้น สะบัดศีรษะเล็กน้อย มองไปรอบๆ ทุกทิศทุกทาง แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของผู้คน รวมถึงหญิงสาวชุดขาวคนนั้นด้วย เขาถึงกับสูดลมหายใจเย็นยะเยือกเข้าไป นี่มัน...หรือว่าข้าเจอผีเข้าแล้ว?
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะ "คิกคัก" ดังมาจากด้านหลังต้นไม้ “เจ้าจะตื่นตกใจอะไรนักหนา ไม่คิดเลยนะว่าเจ้าจะกลัวลุงอู๋ด้วย”
หลี่ฉีได้ยินดังนั้น ความคิดในหัวเหมือนโดนระเบิดเสียงดัง "โครม" ใบหน้าพลันมืดครึ้ม หันกลับไปเห็นหญิงสาวชุดขาวที่เดินออกมาจากหลังต้นไม้ เขาถามเสียงเย็นเยียบว่า “เจ้าคือคนที่ลุงอู๋ส่งมาจับตาดูข้าหรือ?”
คำพูดก่อนหน้านี้ของหญิงสาวชุดขาวเพียงพอที่จะบอกได้ว่า นางรู้จักหลี่ฉีและยังรู้เรื่องราวเบื้องหลังของเขา
ในฐานะคนหนุ่มยุคศตวรรษที่ 21 หลี่ฉีให้ความสำคัญกับสิทธิความเป็นส่วนตัวอย่างมาก และสำหรับเขา ความไว้วางใจคือขอบเขตล่างสุดในความร่วมมือทางธุรกิจ หากหญิงสาวคนนี้ถูกส่งมาโดยอู๋ฝูหรงจริงๆ ก็เท่ากับว่าอู๋ฝูหรงหรือฮูหยินฉินไม่เชื่อใจเขา ถ้าเป็นแบบนั้น ต่อให้ได้ร่วมมือกัน เขาก็ยินดีปฏิเสธ
หญิงสาวชุดขาวเห็นเขาแสดงสีหน้าเคร่งเครียดถึงกับชะงักเล็กน้อย ก่อนจะฮึดฮัดขึ้นว่า “ข้าไม่ใช่คนที่ลุงอู๋ส่งมา”
“งั้นเจ้าคือคนที่ฮูหยินฉินส่งมาหรือ?” หลี่ฉีถามด้วยความสงสัย
หญิงสาวชุดขาวส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาที่มองหลี่ฉีมีแววยิ้มพลางส่งสายตาสองครั้ง คล้ายจะเชื้อเชิญให้เขาทายต่อ
หลี่ฉีเบื่อที่จะเล่นเกมทายปริศนากับนาง จึงถามตรงๆ ว่า “เจ้าคือใครกันแน่?”
หญิงสาวชุดขาวยิ้มบางกล่าวว่า “เจ้าไม่รู้จักข้าจริงๆ หรือ?”
หลี่ฉีไม่ต้องเสียเวลาคิด เพราะก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเห็นหญิงสาวคนนี้มาก่อนแน่นอน ด้วยรูปลักษณ์ของนาง ถ้าเคยพบเจอนาง เขาคงไม่มีวันลืมได้ เขาลองถามหยั่งเชิงว่า “ข้าเคยเจอเจ้ามาก่อนหรือ?”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรล่ะ” หญิงสาวชุดขาวยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อว่า “แต่เมื่อวานเจ้ายังชมข้าด้วยปากของเจ้าเอง ว่าเป็นคนจิตใจดี มีความรู้กว้างขวาง อ่อนโยนสง่างาม”
แย่แล้ว! ข้าไม่เคยเจอเจ้ามาก่อนเลย แล้วข้าจะไปชมเจ้าได้ยังไง นี่เจ้าเล่นตลกกับข้าชัดๆ หลี่ฉีทำหน้าเข้มพลางพูดว่า “แม่นาง คำนี้เจ้าไม่ได้คิดจะพูดให้ตัวเองฟังหรอกหรือ? ข้าไม่เห็นจำได้ว่าเคยชมเจ้า อีกอย่างข้าไม่มีฝีมือด้านบทกลอนเสียหน่อย ถ้าจะชมสตรี ข้าก็มีแค่คำเดียวว่างดงาม และงดงามมาก”
หญิงสาวชุดขาวหัวเราะพรืดก่อนจะกล่าวว่า “ข้าไม่ได้ไร้ยางอายเหมือนเจ้า เจ้ายังจำได้หรือไม่ว่าเมื่อวานตอนเที่ยงมีสาวใช้คนหนึ่งมาซื้อเต้าหู้เหม็นจากเจ้า?”
“ตอนเที่ยง?” หลี่ฉีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ใช่ แต่ตอนนั้นมีสาวใช้สองคน ข้าไม่รู้ว่าเจ้าหมายถึงคนไหน…” แต่พูดยังไม่ทันจบ เขาก็พลันเข้าใจทันที ชี้นิ้วไปที่หญิงสาวชุดขาวก่อนจะร้องออกมาว่า “หรือว่าเจ้าเป็น… อ้อ ไม่สิ! เจ้าคือไป๋เหนียงจื่อ?”
หญิงสาวชุดขาวยิ้มพลางพยักหน้ารับ นางก็คือไป๋เฉี่ยนนั่ว สตรีผู้มีฉายาว่าเป็นนักปราชญ์อันดับสองแห่งเมืองตงจิง
“ที่แท้ก็เป็นไป๋เฉี่ยนนั่ว ข้าน้อยเสียมารยาทแล้ว” หลี่ฉีรีบคำนับพลางยิ้ม
ในใจของหลี่ฉีกำลังครุ่นคิด ไป๋เฉี่ยนนั่วคนนี้มาหาข้าโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย หรือว่าจะมาเพราะเรื่องเมื่อวาน? ถ้าเป็นเรื่องนั้นก็คงจัดการได้ไม่ยาก แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะ... หลี่ฉีพลันนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ไป๋เฉี่ยนนั่วช่วยคิดกลอนคู่ให้เฟยชุ่ยเซวียน มันทำให้เขาสะดุ้งในใจ เรื่องนี้ข้าต้องสืบให้แน่ชัด เขาจึงหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วพูดว่า “ว่าแต่ไป๋เฉี่ยนนั่ว สาวใช้ที่ชื่อเซียงเอ๋อร์เมื่อวานเป็นสาวใช้ของเจ้าจริงหรือ?”
ไป๋เฉี่ยนนั่วยิ้มพลางตอบว่า “ใช่หรือไม่ใช่ ดูเหมือนจะไม่สำคัญสำหรับคุณชายหลี่กระมัง”
คำตอบกลับแบบนี้ ต้องเป็นการพูดแฝงนัยแน่!
หลี่ฉียิ้มแหยๆ พลางพูดว่า “ไป๋เฉี่ยนนั่ว เจ้าอย่าพูดเช่นนั้นเลย ถ้าข้ารู้ว่าหญิงสาวคนนั้นเป็นคนที่เจ้าส่งมา อย่าว่าแต่เต้าหู้เหม็นไม่กี่ชิ้นเลย ต่อให้ต้องให้ข้าหอบไปส่งให้เองก็ยังได้ หากว่าข้าได้ล่วงเกินสิ่งใดไป โปรดไป๋เฉี่ยนนั่วอย่าได้ถือสาเลย”
“เจ้าก็อย่าพูดคำดีๆ เกินไป ข้าไม่หลงเชื่อหรอก” ไป๋เฉี่ยนนั่วปรายตามองหลี่ฉีพลางพูดว่า “แต่อย่างไรเจ้าก็ไม่ต้องกังวล วันนี้ข้ามาที่นี่ไม่ได้มาเพราะเรื่องนั้น”
หลี่ฉีถึงกับสะดุ้งในใจ เขาทำหน้าแสร้งสงสัยพลางถามว่า “งั้นเจ้ามาหาข้าเพราะ…”
ไป๋เฉี่ยนนั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย ขัดจังหวะขึ้นว่า “ใครว่าข้ามาหาเจ้า?”
“เอ่อ... ที่นี่ก็มีแค่เจ้ากับข้า ถ้าเจ้ามิได้มาหาข้า แล้วเจ้ามาทำอะไรที่ป่าเปลี่ยวร้างเช่นนี้?” หลี่ฉีทำทีไม่เชื่อคำพูดของนาง
“เมื่อเช้าข้ามากับสาวใช้ของข้าไปเก็บสมุนไพรในป่าด้านหน้านั่น” ไป๋เฉี่ยนนั่วชี้นิ้วไปยังป่าทึบที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะพูดต่อว่า “ขากลับ ข้าบังเอิญเห็นเจ้ากำลังนอนหลับอยู่ตรงนี้ อีกทั้งยังเห็นเจ้าเสียบเบ็ดตกปลาไว้ที่ริมแม่น้ำ จึงเกิดสงสัยเลยเดินเข้ามาดู”
ไป๋เฉี่ยนนั่วเดิมทีไม่คิดจะอธิบายอะไรกับหลี่ฉีเพราะไม่มีความจำเป็น แต่หลังจากที่ได้เจอความคิดแปลกพิสดารของหลี่ฉีมาแล้ว นางก็กังวลว่าหากไม่พูดให้กระจ่าง ไม่รู้ว่าชายคนนี้จะพูดอะไรอุบาทว์ออกมาอีกหรือไม่ ในเมื่อเช่นนั้นก็พูดไปให้จบๆ ดีกว่า เพราะอย่างไรเสียผู้บริสุทธิ์ย่อมไม่กลัวเงาเบี่ยงเบน
“อย่างนี้นี่เอง” หลี่ฉีมองผ่านเลยไปยังด้านหลังของไป๋เฉี่ยนนั่วก่อนจะถามว่า “ว่าแต่สาวใช้ของเจ้าไปไหนแล้ว?”
ไป๋เฉี่ยนนั่วรู้ว่าหลี่ฉียังคงไม่เชื่อนาง จึงอธิบายต่อว่า “เพราะมีคนกำลังรอสมุนไพรนี้อยู่ ข้าจึงให้สาวใช้กลับไปส่งก่อน หากเจ้ายังไม่เชื่อ ข้าก็จนปัญญา”
“โอ้โห ไป๋เฉี่ยนนั่ว เจ้าอย่าหาว่าข้าไร้มารยาทเลย ถึงแม้ข้าจะไม่เชื่อแม้แต่พ่อแม่ตัวเอง แต่จะไม่มีวันไม่เชื่อเจ้าแน่นอน… อ้อ ว่าแต่ว่าใครกำลังรอสมุนไพรอยู่เหรอ? ...เอ๊ะ อย่าเข้าใจผิดไปนะ ข้าถามเพราะอยากรู้อย่างเดียว ไม่มีเจตนาอื่นเลย ถ้าเจ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร”
หลี่ฉีสังเกตเห็นไป๋เฉี่ยนนั่วใบหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทา ไม่ได้ดูเหมือนคนแสดงละคร หากว่านี่คือการแสดงเขาก็ถือว่าพ่ายแพ้แล้ว เพราะงั้นจึงวางใจลง
ในโลกนี้ช่างมีคนไร้ยางอายถึงเพียงนี้ได้อย่างไร! ไป๋เฉี่ยนนั่วพยายามกดความรู้สึกอยากเดินหนีไปให้จงได้ก่อนจะกล่าวว่า “เอาล่ะ สิ่งที่เจ้าอยากรู้ ข้าได้บอกไปหมดแล้ว คราวนี้เจ้าน่าจะตอบคำถามของข้าได้แล้วกระมัง”
“คำถามของเจ้า?” หลี่ฉีเกาหัวก่อนถามว่า “คำถามอะไรหรือ?”
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่ตอนนี้?” ไป๋เฉี่ยนนั่วแทบจะกัดฟันพูดทีละคำ นางคิดว่าหลี่ฉีแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ แต่หารู้ไม่ว่าครั้งนี้เขาไม่เข้าใจจริงๆ
“อ๋อ คำถามนี้เอง ข้ามาที่นี่ก็เพื่อ… ตกปลาน่ะสิ!” หลี่ฉีพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “หรือไป๋เฉี่ยนนั่วคิดว่าตอนนี้ข้าควรอยู่ที่ใดกันล่ะ?”
“ตกปลา? ข้าอยากรู้เหลือเกินว่าคุณชายหลี่จะตกปลาอะไร?” ไป๋เฉี่ยนนั่วมองเขาอย่างเย้ยหยันก่อนถามขึ้น
หลี่ฉีหัวเราะลั่นพลางกล่าวว่า “ไป๋เฉี่ยนนั่ว คิดไม่ถึงเลยนะว่าคนงามอย่างเจ้าจะพูดจาน่ารักแบบนี้ แม่น้ำสายนี้มีปลาไม่ต่ำกว่าหกเจ็ดชนิด ข้าจะรู้ได้อย่างไรปลาชนิดใดจะกินเบ็ด ข้าเตรียมตัวไม่ทันจริงๆ”
ไป๋เฉี่ยนนั่วปรายตามองหลี่ฉีอย่างมีนัยยะ ก่อนเอ่ยเสียงแผ่วว่า “ตั้งแต่ข้อเสนอแบ่งจ่ายจนถึงคำมั่นพันก้วนและเต้าหู้เหม็นที่โด่งดังไปทั่วเมือง ทุกย่างก้าวล้วนคำนวณมาอย่างแม่นยำ ข้าคิดว่าคนอย่างคุณชายหลี่ ผู้เชี่ยวชาญในการวางแผนเช่นนี้ หากไม่มั่นใจว่าปลาจะกินเบ็ด ก็คงไม่มีทางทิ้งเบ็ดลงน้ำอย่างง่ายดายแน่นอน”
เมื่อไป๋เฉี่ยนนั่วพูดจบ หลี่ฉีถึงกับนิ่งอึ้งเหมือนกลายเป็นหิน ดวงตาจ้องมองนางอย่างเหม่อลอย