การโจมตียามดึก

【ผ้าห่ม: อุปกรณ์กันหนาวระดับ 1 สามารถช่วยป้องกันอุณหภูมิที่ต่ำกว่า -10 องศาเซลเซียสได้ วัสดุที่ใช้ในการสร้าง: ผ้าเกรด 1 จำนวน 5 หน่วย】




ในทะเลทรายยามค่ำคืนจะหนาวขนาดไหน จางถัวไห่ได้สัมผัสด้วยตัวเองเมื่อคืนนี้แล้ว




อีกทั้ง คนที่ตายไปเพราะความหนาวเมื่อคืน ก็เป็นหลักฐานที่ชัดเจนถึงความโหดร้ายของอุณหภูมิที่ต่ำมาก ๆ นี้




【จำหน่ายผ้าห่ม ผืนละ 10 หน่วยผ้าเกรด 1】




ของอย่างผ้าห่ม จางถัวไห่คิดแค่ทำกำไรนิดหน่อยก็พอ ไม่ได้ตั้งราคาเกินไป




ตอนนี้ราตรีกาลเริ่มปกคลุมและอุณหภูมิก็ลดลงเรื่อย ๆ




จางถัวไห่รู้สึกว่าอุณหภูมิคืนนี้ลดลงเร็วกว่าคืนก่อน เขามองไปที่เครื่องวัดอุณหภูมิ เห็นว่าอุณหภูมิภายนอกลดลงเหลือเพียง 10 องศาเซลเซียสแล้ว




และนี่เป็นเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น




พอถึงตอนดึก อุณหภูมิน่าจะลดต่ำลงไปอีก ใกล้ศูนย์หรืออาจจะติดลบด้วยซ้ำ




จางถัวไห่มั่นใจว่าธุรกิจคืนนี้ของเขาคงขายดีแน่นอน




และก็จริงอย่างที่คิด เมื่อเขาโพสต์ขายผ้าห่มลงไป ทุกคนก็แห่กันมาซื้อกันอย่างมากมาย ผ้าห่มชุดแรกสิบผืนหมดไปในไม่ถึงสิบนาที




จางถัวไห่รีบใช้ผ้าที่ได้มาสร้างผ้าห่มอีกยี่สิบผืนแล้วนำมาลงขายต่อทันที




“พี่ใหญ่ ผ้าไม่พอแล้ว ถ้าใช้เศษโลหะแทนจะได้ไหม?” ใครบางคนส่งข้อความส่วนตัวมาถาม




“ได้” จางถัวไห่เห็นว่าเศษโลหะใช้ทำหอกได้อยู่แล้ว จึงตอบรับไปแบบขอไปทีและส่งผ้าห่มอีกผืนให้เขาไป




แน่นอนว่าทางฝั่งของสองพี่น้องซู จางถัวไห่ก็ไม่ลืม เขาส่งผ้าห่มไปให้พวกเธอสองผืน




ไม่มีทางเลือก เขาต้องรักษาความสัมพันธ์กับแหล่งพิมพ์เขียวไว้ให้ดี




ผ้าห่มแค่สองผืน เขายังส่งให้ไหวอยู่แล้ว




ขายอีกแค่สองผืนก็คุ้มทุนคืนแล้วด้วยซ้ำ




“ขอบคุณนะ ฉันได้พิมพ์เขียวมาชิ้นหนึ่ง เอามาแลกแบบราคาไม่บวกกำไรพอไหวไหม?” ซูมู่มองดูผ้าห่มในมือพลางถอนหายใจ และส่งพิมพ์เขียวชิ้นหนึ่งไปให้




【พิมพ์เขียวไฟฉายแสงแรงสูง: อุปกรณ์ส่องสว่างระดับ 1 วัสดุในการสร้าง: ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์พื้นฐาน 1 หน่วย, เศษโลหะ 5 หน่วย, เศษแก้ว 5 หน่วย, แก้ว 1 หน่วย, ชิ้นส่วนโลหะ 5 หน่วย】




【หมายเหตุ: ระบบชาร์จแบบหมุนด้วยมือ】




“อุปกรณ์ส่องสว่างเหรอ?” จางถัวไห่เบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น




นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจออุปกรณ์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า




ถึงจะเป็นระบบปั่นไฟด้วยมือก็เถอะ




วัสดุที่ใช้ในการสร้าง ส่วนใหญ่เป็นวัตถุระดับ 1 มีแค่แก้วเท่านั้นที่เป็นวัตถุระดับ 2 และไม่ใช่วัตถุที่หายากนัก




จางถัวไห่ลงมือสร้างทันที




ชั่วพริบตาเดียว ไฟฉายสีดำที่มีความยาวประมาณฟุตเดียวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา




สิ่งที่แตกต่างจากไฟฉายปกติก็คือมันมีที่หมุนอยู่ด้านข้าง




จางถัวไห่ลองหมุนไปประมาณหลายสิบรอบ ก่อนจะกดสวิตช์




ลำแสงสว่างจ้าเสียดแทงออกมา ยาวไปถึงสิบกว่าเมตร




ผ่านไปสักนาที แสงค่อยๆ จางลงจนหายไป




“ประสิทธิภาพใช้ได้เลย แถมเจ้านี่ยังพอใช้เป็นอาวุธได้อีกนะเนี่ย” จางถัวไห่ลองยกไฟฉายชั่งน้ำหนักดู หนักห้าหกจินได้ โลหะล้วนๆ ถ้าฟาดหัวใครเข้าคงทำให้สมองกระเทือนได้อยู่




แสงของมันก็สว่างจ้า ถ้าส่องเข้าหน้าใครกะทันหันก็น่าจะทำให้ตาพร่ามัวได้เหมือนกัน




จะเรียกว่าอาวุธกึ่งป้องกันตัวก็ยังได้




“ใช้ดีเลย ให้เธอชุดกันแดดชุดหนึ่งแล้วกัน” จางถัวไห่หันไปค้นสิ่งของ หยิบชุดกันแดดมาหนึ่งชุดส่งให้ซูมู่




ของสิ่งนี้มันก็แค่ชุดบางๆ ชุดหนึ่ง กันแดดได้พอใช้ ไม่ให้ผิวไหม้เกรียม




จางถัวไห่มีกระจกกันแสงอยู่แล้ว เขาเลยไม่ได้ใช้อะไรแบบนี้ เลยส่งให้ซูมู่ไปแบบไม่คิดมาก




“พรุ่งนี้จะเพิ่มเมนูให้หน่อย เอาเป็นเสือผัดต้นหอมก็แล้วกัน” จางถัวไห่พูดขึ้น




“เอ่อ... ชุดกันแดดนี่ ขอเพิ่มอีกตัวได้ไหม?” ซูมู่เงียบไปนิดหนึ่งก่อนจะส่งข้อความกลับมา “ฉันออกค่าวัสดุให้ก็ได้”




“จะเอาชุดกันแดดไปทำไมหลายชุดนัก ใส่แค่ชุดเดียวก็ใช้ได้แล้ว” จางถัวไห่สงสัย




“ชุดที่ใส่มาสองวัน มันสกปรกเกินไปแล้ว” ซูมู่พูดเสียงเบา




จางถัวไห่เกาศีรษะ คิดตามแล้วก็เห็นใจ




สิบกว่านาทีต่อมา จางถัวไห่ใช้วัสดุของซูมู่สร้างชุดกันแดดให้อีกสามชุด และแถมสบู่ให้ครึ่งก้อน




“ประหยัดน้ำหน่อยก็แล้วกัน”




จัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว จางถัวไห่เห็นว่าคนหยุดมาติดต่อแล้ว จึงเอาเนื้อเสือที่เหลือทั้งหมดไปทำเป็นเศษน้ำมันหมู ใช้ความร้อนที่เหลือจากเตาผิง เขาห่มผ้าห่มและเสื้อตัวหนานอนหลับ




กลางดึก ท่ามกลางอาการสะลึมสะลือ จางถัวไห่ได้ยินเสียงหมาป่าหอนแว่วมา




จางถัวไห่สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที




เขาขยี้ตาก่อนจะมองไปโดยรอบ พบว่าที่ด้านหน้ารถห่างออกไปสักสิบกว่าเมตร มีดวงตาสีเขียวเรืองแสงของหมาป่าตัวหนึ่งจ้องมาที่เขา




【พบหมาป่าเดียวดายห่างออกไปสิบเมตร ไม่มีอันตรายต่อยานพาหนะ】




เสียงเตือนของระบบดังขึ้นพอดี




จางถัวไห่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก รู้สึกคลายกังวลไปเยอะก่อนจะเริ่มสังเกตเจ้าหมาป่าที่โดดเดี่ยวตัวนั้น




หมาป่าตัวนั้นดูอดทนมาก มันเดินวนรอบรถไปเรื่อยๆ บางครั้งก็ใช้กรงเล็บข่วนรถเพื่อสำรวจตำแหน่งที่อาจจะเป็นจุดอ่อน




แต่รถของจางถัวไห่มีการดัดแปลงเป็นโครงเหล็กแล้ว หมาป่าทั่วไปไม่มีทางทำลายได้แน่นอน




อย่างไรก็ตาม การที่เจ้าหมาป่าเดินวนไปวนมาแบบไม่เกรงกลัวอะไรนี่เอง ทำให้จางถัวไห่รู้สึกรำคาญใจไม่น้อย




【มีวิธีไหนจัดการมันได้บ้าง?】




จางถัวไห่กระซิบถามระบบแนะนำเบา ๆ




【ใช้ไฟฉายแสงแรงสูงทำให้มันตาพร่าก่อน จากนั้นใช้หน้าไม้ยิงระยะไกล】




ระบบแนะนำเสนอวิธีให้




“วิธีนี้ใช้ได้เหมือนกันแฮะ”




จางถัวไห่ลองคิดดูแล้วก็รู้สึกว่าน่าจะได้ผล และดูเหมือนจะไม่มีความเสี่ยงอะไร




เมื่อวางแผนเสร็จ จางถัวไห่เริ่มหมุนมือจับไฟฉายอย่างบ้าคลั่ง ฝีมือการหมุนเร็วประหนึ่งเก็บกดมาเป็นสิบปี




หมุนอยู่สองนาที จางถัวไห่ปล่อยมือที่เริ่มอ่อนล้า และเคาะกระจกหน้าต่างเบา ๆ




หมาป่าที่เดินวนอยู่รอบ ๆ ได้ยินเสียงเคาะหน้าต่างก็หันมองมาด้วยความสงสัย




และมันก็เห็นดวงอาทิตย์!




ลำแสงสีขาวนวลส่องตรงเข้าตาหมาป่าจัง ๆ




หมาป่าหอนออกมาอย่างเจ็บปวดและรีบวิ่งหนีออกไปไกล




ไอ้หมอนี่ ยังคิดจะหนีงั้นเหรอ?




จางถัวไห่เปิดประตูรถออกมายืน พร้อมเล็งหน้าไม้ไปที่ท้ายของเจ้าหมาป่า




【ยกสูงขึ้นหนึ่งนิ้ว】




ภายใต้คำแนะนำของระบบแนะนำ จางถัวไห่ลั่นไกทันที




วิ้ว!




ลูกดอกพุ่งเหมือนดาวตก เสียบเข้าที่ด้านหลังของหมาป่า หางลูกดอกแทบไม่เหลือให้เห็น




“อ๊าววววว!!”




หมาป่าร้องโหยหวน ล้มฟุบลงไปกับพื้น ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง ตัวบิดไปมาราวกับตัวหนอน เคลื่อนไหวช้าลงเรื่อย ๆ ดูเหมือนจะใกล้ตายเต็มที




“แบบนี้มันคงอาการหนักแล้วสินะ? เข้าไปเก็บซากได้เลยไหม?” จางถัวไห่พูดขึ้นพลางหยิบหอกล่าสัตว์ขึ้นมา




【หมาป่าตัวนี้ยังมีแรงตอบโต้ หากคุณเข้าใกล้ มันจะกัดคอคุณจนหัก รออีกหนึ่งชั่วโมง มันจะหมดแรงตอบโต้ไปเอง】




ระบบแนะนำบอกเขาทันที




“โว๊ะ! มันเจ้าเล่ห์ขนาดนี้เลย?”




จางถัวไห่สะดุ้งกับสิ่งที่ระบบเตือนบอก




เขาไม่คาดคิดเลยว่า หมาป่าตัวนี้จะยังมีแรงตอบโต้ได้ทั้งที่บาดเจ็บหนักขนาดนี้




แถมมันยังเล่นละครหลอกเขาด้วย หากไม่มีระบบเตือนวันนี้เขาคงโดนสัตว์ตัวนี้หลอกไปเต็มๆ




“กล้าหลอกพี่แกเหรอ เดี๋ยวจะฆ่าแกแล้วเอามากินซะให้เข็ด” จางถัวไห่ล็อกประตูรถอย่างแน่นหนา แล้วรอให้หมาป่าตายอย่างเงียบ ๆ




ตอนก่อน

จบบทที่ การโจมตียามดึก

ตอนถัดไป