ขับรถสไตล์รัสเซีย
จางถัวไห่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะโพสต์ข้อสันนิษฐานนี้ลงในช่องแชทภูมิภาคทันที
แม้ว่าเขาจะรู้ดีว่าตอนนี้ผู้เล่นหลายคนอาจจะไม่สามารถอ่านข้อความในช่องแชทได้ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
ได้แต่ทำหน้าที่ของตัวเองแล้วปล่อยให้โชคชะตาตัดสิน
ถ้าพวกผู้เล่นพวกนั้นโชคดีพอ อย่างน้อยก็จะเป็นต้นกุยช่ายที่เขาตัดได้อีกหลายรอบ
แต่ถ้าโชคไม่ดีก็ช่วยอะไรไม่ได้
"จริงเหรอ? นายทดสอบแล้วหรือยัง?" ซูฉีเป็นคนแรกที่ส่งข้อความส่วนตัวมา
"นี่คือข้อสรุปจากที่ฉันทดสอบเอง แต่จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่พวกเธอ ฉันไม่ยุ่งแล้ว รอดหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของพวกเธอเอง"
ซูฉีเงียบไป
สิบกว่านาทีต่อมาซูฉีก็ส่งข้อความกลับมาอีกครั้ง
"ที่นายพูดถูกต้องเลย พี่สาวฉันทดสอบแล้ว ขอบใจที่เตือนนะ ไม่งั้นพวกเราคงถูกถนนที่พังถล่มลากไปตายแน่ ดีที่ตอนนี้เราขับแค่ 160 กิโลเมตร ยังควบคุมได้อยู่"
ซูฉีกล่าวอย่างรู้สึกขอบคุณ
"ไม่ต้องพูดคำขอบคุณหรอก เอาพิมพ์เขียวมาขอบคุณแทนก็แล้วกัน" จางถัวไห่ตอบ
ซูฉี: "???"
"อะไรล่ะ ชีวิตพวกเธอสองคนยังไม่เท่ากับแค่พิมพ์เขียวอันเดียวเลยเหรอ?" จางถัวไห่ถามกลับ
สิบวินาทีต่อมา พิมพ์เขียวผลิตฉบับหนึ่งก็ถูกส่งมา
จางถัวไห่หยิบพิมพ์เขียวขึ้นมาดูอย่างสบายใจ
[เครื่องผลิตปุ๋ยซูเปอร์: สามารถแปรรูปขยะในชีวิตประจำวันและมูลสัตว์ให้กลายเป็นปุ๋ยได้ แยกสลายได้ทั้งขยะแห้ง ขยะเปียก ขยะรีไซเคิลไม่ได้ และขยะอันตราย]
[ผลของปุ๋ย: เพิ่มความเร็วในการเจริญเติบโตของพืชเป็น 2 เท่า]
[วัสดุที่ใช้ผลิต: พลาสติกระดับกลาง 10 หน่วย, แท่งโลหะ 10 หน่วย, ชิ้นส่วนโลหะ 20 หน่วย, แก้วระดับกลาง 10 หน่วย, ยางระดับกลาง 1 หน่วย, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ระดับกลาง 1 ชิ้น]
ราคาผลิตนี่แพงจริงๆ แต่ผลลัพธ์ก็ยอดเยี่ยมจริงๆ
พอมีเครื่องนี้ พวกมะเขือเทศ เห็ด กุ้ยช่ายที่ปลูกไว้ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกวัน
คุณภาพชีวิตของเขาจะดีขึ้นมาก
สร้างเลย สร้างเลย ถ้าไม่สร้างก็ไม่ใช่ชาวไร่ตัวจริง
จางถัวไห่รีบสร้างเครื่องผลิตปุ๋ยซูเปอร์ออกมาทันที
เครื่องผลิตปุ๋ยซูเปอร์ดูเผิน ๆ แล้วก็เหมือนกับกล่องไม้ขนาดใหญ่กล่องหนึ่ง ด้านบนมีช่องใส่วัตถุดิบที่ทำจากโลหะ ข้าง ๆ มีช่องหน้าต่างสำหรับสังเกตการณ์ ด้านล่างสุดเป็นลิ้นชัก และบนลิ้นชักนั้นมีไฟแสดงสถานะอยู่หนึ่งดวง
หวังไฉวิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้น ก้มหน้ามองเข้าไปในช่องใส่วัตถุดิบด้วยความอยากรู้อยากเห็น
จางถัวไห่ค้นกองทรัพยากรก่อนหยิบแท่งโลหะออกมาอันหนึ่งแล้วโยนเข้าไปในเครื่อง
ครืดคราด! ด้านในเครื่องผลิตปุ๋ยก็มีเสียงดังกุกกักขึ้นทันที
ไม่นานนัก ไฟแสดงสถานะตรงลิ้นชักก็สว่างขึ้น
จางถัวไห่เปิดลิ้นชักออกมาแล้วพบว่าข้างในมีเม็ดกลมเล็กๆ สีดำจำนวนหนึ่งเพิ่มขึ้นมา
[ปุ๋ยซูเปอร์: ทุก 10 กรัมสามารถเร่งการเจริญเติบโตของพืชในกระถางได้ 1 วัน]
แค่นี้เองเหรอ? น่าอัศจรรย์จริงๆ
จางถัวไห่หยิบขึ้นมาหน่อยหนึ่งแล้วโรยลงไปในกระถางต้นกล้ามะเขือเทศ
เพียงพริบตาเดียวมะเขือเทศผลเล็กที่ยังเขียวก็พองตัวขึ้นเหมือนลูกโป่ง กลายเป็นผลใหญ่เท่ากำปั้น เปลือกจากเขียวกลายเป็นแดง มันแทบจะสุกพร้อมกิน
จางถัวไห่เด็ดลูกลงมาด้วยความอยากรู้แล้วลองชิมดู
รสชาติออกเปรี้ยวคล้ายกับมะเขือเทศที่ยังไม่สุกเต็มที่
"ปุ๋ยนี่มันเจ๋งแฮะ ต้องหาวิธีเพิ่มผลผลิตอีกหน่อยแล้ว"
จางถัวไห่ลูบคางเบาๆ แล้วหันไปมองหวังไฉ
"นายจะทำอะไรน่ะ?" หวังไฉรู้สึกไม่ดีโดยสัญชาตญาณ มันรีบถอยหลังไปสองสามก้าว
"ต่อไป ถ้าแกจะอึอะไรก็ไปนั่งตรงช่องใส่วัตถุดิบนั่นแหละ จำไว้ว่าต้องทำให้เรียบร้อยหน่อย อย่าทำเลอะ หลังจากนั้นก็เช็ดให้สะอาด แล้วก็ พวกขยะอื่นๆ ก็โยนลงเครื่องนี้เลย อย่าให้เสียของ"
"ไม่มีทาง!" หวังไฉส่ายหัวรัวเหมือนกลองไม้
"ทำไมล่ะ? มันยากตรงไหน?" จางถัวไห่ถามอย่างแปลกใจ
"ฉันกลัวตกลงไปน่ะสิ..." หวังไฉพูดเสียงสั่น
การทดลองเมื่อกี้ทำให้มันกลัวอยู่ไม่น้อย
ก็แท่งโลหะยังถูกบดกลายเป็นปุ๋ยได้ ถ้าตัวมันตกลงไปล่ะก็...
เจอกระถางดอกไม้แน่นอน
มันไม่มีทางยอมรับงานที่เสี่ยงอันตรายแบบนี้เด็ดขาด
เพี๊ยะ! จางถัวไห่เอาไส้กรอกแท่งหนึ่งฟาดลงตรงหน้ามันอย่างแรง
"อะไร? หรือว่านายจะหักมื้อกลางวันของฉัน?" หวังไฉมองจางถัวไห่อย่างกล้าๆ กลัวๆ
"เปล่า... สิ่งที่ฉันหมายถึงก็คือ ถ้าแกกล้าปฏิเสธล่ะก็ แกจะได้ไปอยู่บนโต๊ะอาหารของฉันในรูปแบบของไส้กรอกต่างหาก!" จางถัวไห่พูดเสียงเรียบ
"ฉันว่าฉันยังพอทำได้อยู่นะ..." หวังไฉหดคอแล้วยอมจำนนในที่สุด
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องกล้าหรือไม่กล้าเท่านั้นหรอก
ทำงานแล้วได้ผลิตปุ๋ย กับ ไม่ทำแล้วกลายเป็นปุ๋ยเอง— ใครๆ ก็รู้ว่าจะเลือกอะไร
พอโยนงานทำปุ๋ยให้หวังไฉเสร็จ จางถัวไห่ก็กลับเข้าสู่โหมดนายท่านนั่งสั่งงานเหมือนเดิม
ความรู้สึกที่ได้สั่งให้คนอื่นทำงานแทนน่ะมันช่างสะใจจริงๆ
รถก็แล่นต่อไปแบบนั้นราวสองชั่วโมง จู่ๆ ถนนด้านหลังก็หยุดถล่มลงมา
จากนั้นระบบเกมก็ส่งข้อความแจ้งเตือนขึ้นมา
[ถึงเวลาพักกลางวันแล้ว! ยินดีด้วยที่ผู้เล่นทุกท่านรอดพ้นภารกิจภาคเช้า บ่ายนี้จะมีด่านใหม่ รายละเอียดจะประกาศเวลา 13:00 น. ขอให้ทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อม และพักผ่อนให้เต็มที่]
"พักกลางวันบ้านแกสิ!" จางถัวไห่แทบจะสบถออกมาเสียงดัง
ตอนแรกเขานึกว่า ‘วันแห่งภัยพิบัติ’ นี้แค่ทนร้อนแล้วนั่งรอให้ผ่านไปก็พอ
ไม่คิดเลยว่าระบบเกมจะมาไม้นี้ การถล่มถนนไล่หลังมาแบบติดๆ เกือบทำเขาหัวใจวายตาย
และดูจากคำพูดของระบบแล้ว ดูท่าช่วงบ่ายจะยังมีเรื่องปั่นประสาทอีกแน่
ไม่รู้จะมีคนตายเพิ่มอีกเท่าไหร่
จางถัวไห่เปิดช่องแชทภูมิภาคขึ้นดู ตอนเช้ามีคนอยู่มากกว่าพัน
ตอนนี้เหลือแค่ 672 คน เช้าแค่ครึ่งวัน ตายไปแล้วกว่า 300 คน
ไม่รู้ว่าเพราะร้อนตายเยอะ หรือถูกถนนถล่มกลืนลงไปมากกว่ากันแน่
"ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป พอหมดวันนี้ภูมิภาคนี้คงไม่เหลือใครแล้วแหง" จางถัวไห่เริ่มรู้สึกกังวลในใจ
ถ้าทุกคนตายหมด แล้วเขาจะไปเก็บเกี่ยวกำไรจากใครล่ะ!?
“พี่ ๆ ทั้งหลาย ขอแรงหน่อย อย่าตายกันหมดนะ…” จางถัวไห่ไหว้ขอไปยังอากาศว่างเปล่า อ้อนวอนให้เหล่ากุยช่ายทั้งหลายมีอายุยืนยาวขึ้นอีกหน่อย
“ช่างมันก่อนละกัน กินข้าวก่อนดีกว่า ตอนบ่ายยังต้องหนีตายอีก”
จางถัวไห่จัดบะหมี่เย็นให้ตัวเองหนึ่งชาม เขาใส่น้ำแข็งป่นพร้อมไข่ต้มสองฟอง
พอกินได้แค่สองคำ วลาดิมีร์ก็ส่งข้อความส่วนตัวมาหา
“อา… สหายที่รัก ขอบคุณนายมากจริง ๆ วันนี้ถ้าไม่มีนายฉันคงตายไปแล้ว”
“นายเห็นข้อความที่ฉันโพสต์ในช่องภูมิภาคเหรอ? หรือนายมีเพื่อนร่วมทีมด้วย?” จางถัวไห่ถามด้วยความแปลกใจ
“นายโพสต์อะไรในช่องภูมิภาคเหรอ? ฉันไม่เห็นเลย? ฉันขับรถตลอดเลยไม่ได้ดู” วลาดิมีร์ตอบกลับ
“งั้นนายรอดจากถนนถล่มมาได้ยังไงล่ะ?” จางถัวไห่สงสัย
“อ๋อ เรื่องนั้นน่ะนะ ตอนเห็นถนนถล่มฉันก็กลัวว่าตัวเองจะตาย แล้วเหล้าเหล่านั้นจะไม่มีใครได้กิน มันก็เปลืองเปล่าไง ฉันเลยยก 'น้ำแห่งชีวิต' ที่นายให้มาซัดรวดเดียวหมดเลย แล้วก็เหยียบคันเร่งมิดเลย จากนั้นก็รอดมาได้สองชั่วโมงเต็ม บอกตรง ๆ ถ้าไม่มี ‘น้ำแห่งชีวิต’ ฉันคงไม่ไหวแน่ ๆ เพราะงั้น ขอบคุณนายมากเลย สหายที่รัก”
จางถัวไห่: "???"