คลื่นแรกของเหยื่อในโลกใหม่
จางถัวไห่กลับเข้ารถแล้วส่งข้อความส่วนตัวไปหาวลาดิมีร์และหลี่เฟยหยู รวมถึงคนอื่น ๆ เพื่อเตือนให้เช็ดรถให้แห้ง มิฉะนั้นรถจะถูกน้ำแข็งเกาะ
“โอ้ สหายที่รัก ขอบคุณที่เตือน ฉันลืมไปเลย อากาศแบบนี้ทำให้ฉันนึกถึงบ้านเกิดเลยล่ะ ถ้ามีปัญหาอะไรมาหาฉันได้นะ ฉันน่ะขับรถบนหิมะเก่งที่สุดแล้ว!”
วลาดิมีร์พูดพลางส่งภาพตัวเองเปลือยท่อนบนนอนอยู่กลางหิมะ
“สมกับเป็นหมียักษ์จริง ๆ ไม่เหมือนคนอื่นเลยสักนิด”
จางถัวไห่คิดว่าอุณหภูมิแบบนี้สำหรับวลาดิมีร์คงเหมือนฤดูใบไม้ร่วงต้น ๆ
ซูมู่ ซูฉี และหลี่เฟยหยูก็ส่งข้อความส่วนตัวมาขอบคุณ
ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติ จางถัวไห่คงจะเตือนในช่องสนทนาภูมิภาคไปแล้ว
แต่ตอนนี้ช่องสนทนาภูมิภาคเต็มไปด้วยชาวต่างชาติ จางถัวไห่รู้สึกต่อต้านโดยสัญชาตญาณ จึงไม่อยากพูดเรื่องสำคัญในนั้น
เขาแค่เตือนเฉพาะคนที่คุ้นเคยพอแล้ว
หลังจากจัดการเรื่องสำคัญเสร็จ จางถัวไห่ก็เริ่มต้มบะหมี่
ในอากาศแบบนี้การกินของร้อนจะช่วยฟื้นฟูพลังงานได้ดีที่สุด
เพื่อเป็นการฉลองที่รอดพ้นจากโลกเก่าและมาถึงโลกใหม่ จางถัวไห่เลยต้มไข่สองฟองใส่ไส้กรอกสองชิ้นและมะเขือเทศอีกหนึ่งลูก
หลังจากซดบะหมี่มะเขือเทศไข่เสร็จ จางถัวไห่ก็กลับมาที่ที่นั่งคนขับ
เขารู้สึกว่าหิมะข้างนอกตกหนักขึ้น ฝากระโปรงหน้ารถมีหิมะบาง ๆ เกาะอยู่ และกระจกหน้าต่างก็เต็มไปด้วยเกล็ดหิมะ
ของพวกนี้ดูแล้วสวยงาม แต่สร้างปัญหาใหญ่ให้กับการขับขี่
เกล็ดหิมะจะบดบังทัศนวิสัยของคนขับ อีกทั้งเพราะหิมะสะท้อนแสงแรงมาก คนขับจึงเสี่ยงต่ออาการตาบอดจากหิมะ
ในวันหิมะตกหนักแบบนี้ ควรใส่แว่นกันแดดถึงจะปลอดภัย
ไม่เพียงเท่านั้น หิมะปกคลุมทุกอย่างทำให้ขาดจุดอ้างอิงบนถนนและง่ายที่จะหลงทิศ หรือขับรถตกลงไปในคูข้างทาง
ที่แย่ที่สุดคือหิมะยิ่งตกก็ยิ่งหนักขึ้นเรื่อย ๆ
จางถัวไห่คาดการณ์ว่าถ้าหิมะตกต่อเนื่องแบบนี้ อีกไม่กี่วันหิมะบนพื้นถนนอาจหนาสูงถึงครึ่งเมตร รถมือสองระดับ 1 ธรรมดาอาจถูกฝังในหิมะจนขยับไม่ได้
ต้องให้รถกวาดหิมะใช้ใบมีดไถหิมะเท่านั้นถึงจะให้รถที่ช่วงล่างต่ำเหล่านั้นวิ่งต่อได้
ใบมีดไถหิมะ!
จางถัวไห่นึกขึ้นได้ ว่าตนยังมีใบมีดไถหิมะแบบควบคุมได้ชิ้นหนึ่งที่ยังไม่ได้ติดตั้ง
“ผลิต ติดตั้ง”
จางถัวไห่สร้างใบมีดขึ้นมาแล้วติดตั้งเข้ากับรถ
ใบมีดไถหิมะขนาดใหญ่ตอนเก็บอยู่จะดูเหมือนแรมหน้าแหลม ๆ ติดไว้หน้ารถ ใช้บดขยี้รถฝ่ายตรงข้ามหรือป้องกันการชนจากข้าศึกด้านหน้า ดูแล้วรู้สึกปลอดภัยสุด ๆ
แต่ถ้าเอาใบมีดวางลง มันจะเผยความสามารถที่แท้จริงและกลายเป็นใบมีดขนาดใหญ่สองฝั่งเอียงออกด้านข้าง ใช้เปิดทางระหว่างที่รถเคลื่อนที่ไปด้วย
“อย่างนี้ถึงหิมะจะตกหนักแค่ไหน ฉันก็เปิดเส้นทางเองได้แล้ว” จางถัวไห่คิดอย่างพอใจ
“เสี่ยวอาย ออกรถได้!” จางถัวไห่ตะโกนด้วยความฮึกเหิม
“รับทราบค่ะ ผู้บัญชาการ” เสี่ยวอายสตาร์ทรถแล้วเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
กระจกหน้าต่างรถของจางถัวไห่เป็นกระจกกรองแสง เดิมทีสามารถลดการส่องผ่านของรังสียูวี ตอนนี้ยังใช้ลดการสะท้อนของแสงหิมะได้อีก นับว่าใช้ของเก่าให้เกิดประโยชน์ใหม่
จางถัวไห่ต้มกาน้ำร้อน หั่นขิงบาง ๆ ใส่ลงไปแล้วเติมน้ำตาลแดงสองช้อน ก่อนตักใส่แก้วขึ้นมาซดดังซู้ด ๆ
กระแสความอบอุ่นไหลเข้าสู่กระเพาะ จางถัวไห่เผลอสั่นเล็กน้อย เขารู้สึกอบอุ่นสบายไปถึงข้างใน
ส่วนหวังไฉก็นอนเกียจคร้านอยู่ตรงช่องลมแอร์ มันอ้าปากรับลมอุ่นอย่างสบายใจ
จางถัวไห่สบายตัวแล้ว แต่ผู้เล่นคนอื่นกลับไม่ได้โชคดีแบบนั้น
พวกเขาเพิ่งออกจากทะเลทรายมา ทั้งตัวเต็มไปด้วยอุปกรณ์กันแดด ของในรถก็ล้วนเกี่ยวกับการกันร้อนและระบายความร้อน อยู่ดี ๆ ก็ต้องเข้าสู่โลกน้ำแข็งที่อุณหภูมิ -10℃ จนมึนไปทั้งตัว
พวกที่ฝ่าด่านแข่งไปถึงเส้นชัยจะดีกว่าหน่อย เพราะมีเสื้อคลุมที่ระบบเกมแจกให้ ตอนนี้อย่างน้อยก็ไม่หนาวแล้ว
พวกที่มีเครื่องปรับอากาศยิ่งสบายกว่า เปิดลมร้อนได้ เพียงแค่เปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น
แต่พวกที่ไม่มีทั้งแอร์และยังนอนแผ่ไม่ลงแข่งตั้งแต่ต้นนั่นแหละที่น่าสงสารสุด
พวกเขาใส่แต่เสื้อกันแดดแขนสั้น กางเกงขาสั้น รถก็มีแค่พัดลม เครื่องเป่าลมกับไมโครเวฟ ไม่มีอะไรเลยที่ใช้กันหนาวได้
ในรถแทบจะกลายเป็นห้องเย็นไปแล้ว
“ใครมีอุปกรณ์ทำความร้อนบ้างวะ หนาวจะตายแล้ว!”
“บ้าเอ้ย! ทำไมจู่ ๆ มาโผล่กลางหิมะฟะ? ฉันใส่แค่กางเกงขาสั้นชายหาดตัวเดียวเองนะ!”
“โอ้พระผู้ยิ่งใหญ่ ฉันจะหนาวตายแล้ว! ใครมีอุปกรณ์ทำความร้อนบ้าง ฉันมีเนื้ออูฐ จะเอามาแลก!”
จางถัวไห่ดูถนนไปด้วย ดูช่องภูมิภาคไปด้วย
พอเห็นข้อความในช่องภูมิภาค ริมฝีปากจางถัวไห่ก็เผยรอยยิ้ม
เขารู้ทันทีว่าโอกาสของเขามาถึงแล้ว เคียวตัดกุยช่ายที่เขาเตรียมไว้ก่อนหน้านี้จะได้ใช้งานเสียที
“ขายฮีตเตอร์แบบง่าย สามารถเพิ่มอุณหภูมิในรถให้ถึง 18℃ ราคา 90 หน่วยวัสดุพื้นฐานระดับ 1 หรือของระดับเท่ากัน แลกเป็นพิมพ์เขียวก็ได้ สนใจทักข้อความส่วนตัว”
จางถัวไห่ขึ้นราคาเป็นสองเท่าทันที
ที่จริงต่อให้ขึ้นราคาห้าเท่า เขาก็ยังขายได้อยู่ดี
แต่รอบที่แล้วมีคนตายในช่องภูมิภาคเยอะเกิน จางถัวไห่จะตัดกุยช่ายก็ยังไม่มีเหยื่อให้เก็บ
รอบนี้เขาเลยเลือกที่จะอ่อนโยนก่อน ลองหยั่งเชิงก่อนแล้วค่อย ๆ ตัดไปทีละหน่อย
ในโลกนี้เปิดโหมดขาดแคลนกล่องทรัพยากร ถ้าไม่มีเหยื่อพอ ใครจะไปช่วยเขาสะสมของล่ะ?
อีกอย่าง สามทีมรถนั่นก็ให้ความรู้สึกอันตราย จางถัวไห่เลยต้องใช้เหยื่อล่อให้พวกนั้นหันไปสนใจอย่างอื่นก่อน
“มีฮีตเตอร์แบบง่ายแล้ว!”
“ลูกพี่ปล่อยของอีกแล้ว!”
“ลูกพี่สุดยอด ฉันรู้เลยว่าลูกพี่ต้องมีทางแน่นอน!”
ผู้เล่นไม่กี่คนที่มาจากภูมิภาคเดียวกับจางถัวไห่รู้จักเขาเป็นอย่างดี พอเห็นเขาขึ้นขายในตลาดก็รีบซื้อทันที ใครที่ของไม่พอก็รีบส่งข้อความแลกเปลี่ยนไป แล้วกอดไหล่สั่น ๆ รอคิวกันอยู่
ผู้เล่นในภูมิภาคนี้รู้จักจางถัวไห่ดี แต่คนจากภูมิภาคอื่นไม่รู้จักเขานี่สิ
พอเห็นจางถัวไห่ประกาศขายของก็พากันถามว่าเกิดอะไรขึ้น
ผู้เล่นที่ต้องพึ่งพาการขายของของจางถัวไห่รีบลงไปอธิบายแทนเพื่อทำคะแนนในสายตาเขา
หลังจากแต่งเสริมเติมเรื่องกันนิดหน่อยก็ยกย่องจางถัวไห่ราวกับเป็นวีรบุรุษผู้ไม่เคยมีมาก่อนและจะไม่มีอีก เขาช่วยประชาชนให้พ้นทุกข์ เป็นผู้มีเมตตายิ่ง
“โอ้ พระผู้เป็นเจ้า โลกนี้ยังมีคนดีขนาดนี้อยู่อีกหรือ? เขาต้องเป็นทูตของพระเจ้าแน่ ๆ! เอาให้ฉันสองชุดเลย ฉันแลกด้วยเนื้ออูฐกับน้ำมัน!” ซาโลมบาส ชายที่ใส่ชุดคลุมสีขาวทั้งตัวกล่าวอย่างตื้นตันใจ