ไม้ม็อบเปื้อนอึ ลิโป้คืนชีพ
"อัปเกรดพลังขึ้นเหรอ?"
ในเสียงตกตะลึงของจางถัวไห่ แสงขาวสายหนึ่งก็ปกคลุมเหล่าอัศวินชุดดำด้านหลังเขา
แค่พริบตาเดียวพวกอัศวินชุดดำเหล่านั้นก็เปลี่ยนรูปลักษณ์ มอเตอร์ไซค์หนักใต้หว่างขาพวกเขากลายเป็นฮาร์เลย์รุ่นใหญ่ ส่วนหัวหน้าของพวกเขายิ่งไปกว่านั้น เปลี่ยนขี่เป็นเอทีวีสี่ล้อแทน
ชุดแต่งกายของพวกเขาก็เปลี่ยนแปลงเช่นกัน เสื้อผ้าสีดำกลายเป็นลายพรางขาวจมกลืนไปกับหิมะที่โปรยปราย
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงชัดที่สุดก็คืออาวุธของพวกเขา ไม้เบสบอลกับท่อเหล็กกลายเป็นปืนกลอูซี่
ส่วนหัวหน้าอัศวินที่เคยถือกระบองโซ่ ตอนนี้ถือปืนเอเอ-12 แทน
"ไอ้ห่านี่!" พอเห็นปืนเอเอ-12 จางถัวไห่ถึงกับหน้าซีด
เขาคุ้นเคยกับปืนกระบอกนี้ดี หนึ่งในลูกซองที่โด่งดังที่สุด ไม่มีแรงสะท้อน ยิงได้ 32 นัดในแม็กกาซีน อัตรายิง 300 นัดต่อนาที ระยะยิง 200 เมตร ใช้ได้ทั้งกระสุนเบอร์ 12 และกระสุนระเบิดพิเศษแฟร็ก-12 พลังของมันสามารถฉีกทุกอย่างตรงหน้าเป็นชิ้น ๆ
เพราะประสิทธิภาพที่โดดเด่น ปืนนี้จึงโผล่ในหนังฮอลลีวูดและเกมหลายเรื่อง เช่น ดิ เอ็กซ์เพ็นเดเบิลส์, เบรกกิ้งแบด, วอชด็อก, คอลออฟดิวตี้, เรนโบว์ซิกเป็นต้น
ถ้าจะหาข้อเสียก็เพราะเป็นลูกซอง จึงมีความแม่นยำน้อย กระสุนก็หนัก แบกยาก ทำให้ไม่เป็นที่นิยมในกองทัพมากนัก
ให้ตัวเองต้องรับมือกับของแบบนี้เนี่ยนะ?
จางถัวไห่รู้สึกปวดหัวจี๊ด
ปังปังปังปัง!
หลังจากเปลี่ยนรูปแบบแล้ว เหล่าอัศวินพวกนั้นก็ดูแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พวกมันเริ่มถือปืนอูซี่ยิงใส่รถของจางถัวไห่ด้วยมือข้างเดียว
กระสุนหลายนัดถล่มใส่รถของจางถัวไห่จนเกิดเสียงปังปังไม่หยุด
ถึงรถของจางถัวไห่จะเป็นรุ่นกันกระสุน แต่พอโดนยิงรัวขนาดนี้ก็อดหวั่นใจไม่ได้
"ไปตายซะ!" จางถัวไห่ถือปืนโพโพช่ายิงโต้กลับเป็นระยะ
แต่กระสุนยิงใส่ชุดลายพรางขาวของพวกนั้นกลับแค่กระแทกเสียงดังปัง ๆ จางถัวไห่ยังเห็นได้ชัดว่าหัวกระสุนสีเหลืองทองติดคาอยู่บนชุดพราง
"ใส่แผ่นเกราะกันกระสุนด้วยเรอะ? แล้วแบบนี้จะทำยังไงดีล่ะ?" จางถัวไห่ขมวดคิ้วเมื่อเห็นสภาพนั้น
อาวุธที่เขาพึ่งพาได้ก็มีแต่ปืนเหล่านี้ แต่ตอนนี้กระสุนกลับไร้ผล แล้วจะเอาไงดี?
จางถัวไห่คิดจะควบคุมรถพุ่งชนพวกนักล่าเหล่านี้
ทว่าพวกมันเหมือนฉลาดขึ้น คอยขับวนล้อมจางถัวไห่อยู่ ไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้เลย
"มีอะไรใช้ได้บ้างนะ?" จางถัวไห่หันกลับไปมองกองทรัพยากรในรถเพื่อหาของที่จะตอบโต้
ทันใดนั้นเขาก็เห็นหม้อเหล็กใบใหญ่วางอยู่บนเตา
เพื่อไม่ให้ไฟเตาเสียเปล่า จางถัวไห่เลยเติมน้ำจนเต็มหม้อใหญ่ ตอนนี้น้ำกำลังเดือดพล่าน
"เจอแล้ว!"
จางถัวไห่คว้ากะลาตักน้ำแล้วตักน้ำเดือดเต็มกะลา
แต่ว่าจะเอาน้ำเดือดสาดหน้าไอ้พวกนั้นได้ยังไงล่ะ?
ก็พวกมันสวมหมวกกันน็อกอยู่นี่นา
จางถัวไห่มองไปรอบ ๆ แล้วพบว่า หวังไฉกำลังนั่งปลดทุกข์อยู่บนเครื่องทำปุ๋ย
จางถัวไห่รีบคว้าตัวมันลงมาแล้วโยนกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนพื้น "ถ่ายลงบนกระดาษนี่!"
"แต่ว่า..." หวังไฉทำหน้าตกใจ
"รีบเลย ถ้าไม่เสร็จในครึ่งนาที ฉันจะจับแกทำเป็นซูชิแน่!"
ปุ!
หวังไฉตกใจจนหน้าเขียว แล้วก็มีก้อนอึกองพูนออกมาเต็มกระดาษ
"เรียบร้อย!"
จางถัวไห่ยกโอริกิก้อนนั้นขึ้นด้วยมือเดียว
ไม้ม็อบเปื้อนอึ ลิโป้คืนชีพ!
จางถัวไห่มือหนึ่งถือก้อนอึ มือหนึ่งถือกะลาน้ำเดือด
"เสี่ยวอาย เปิดหน้าต่าง!"
กระจกหน้าต่างลดลงอย่างรวดเร็ว
ขณะนั้นเองนักล่าคนหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาถึงข้างหน้าต่างและกำลังจะยิงใส่รถ
"จังหวะนี้แหละ!"
จางถัวไห่เหวี่ยงก้อนอึออกไปเต็มแรง
ก้อนอึติดแน่นอยู่บนหมวกกันน็อกพอดิบพอดี
หวังไฉช่วงนี้กินเนื้อเยอะ ท้องร้อนทำให้อึเหนียวมาก มันติดหนึบหมวกจนฝ่ายตรงข้ามเช็ดเท่าไหร่ก็เช็ดไม่ออก
นักล่าคนนั้นจึงตัดสินใจดึงหมวกกันน็อกออกทั้งใบ
เผยใบหน้าขาวซีดไร้เส้นผมออกมา
วูบ!
น้ำเดือดในกะลาถูกสาดออกไปทันที
สาดใส่หน้านักล่าคนนั้นพอดี
น้ำเดือดเข้าตาทำให้นักล่าสูญเสียการมองเห็นทันที
จางถัวไห่รีบดึงหอกล่าสัตว์ออกมาแล้วแทงใส่ล้อรถของนักล่า
แคร่ก! หอกหักจากแรงล้อรถ แต่รถมอเตอร์ไซค์ก็เสียการทรงตัว
นักล่าถูกเหวี่ยงตกลงไปบนพื้น
นักล่าอีกคนที่ตามหลังมาเบรกไม่ทันก็พุ่งชนซ้ำเข้าไปเต็ม ๆ
นักล่าคนนั้นเสียหลักกระเด็นกระแทกพื้นอย่างแรง
แม้จะโค่นได้สองคนรวด แต่จางถัวไห่กลับไม่ดีใจเลย
เพราะเขาพบว่าตั้งแต่ต้นจนจบ นักล่าทั้งสองไม่ร้องแม้แต่เสียงเดียว
ขนาดโดนน้ำเดือดสาดหน้าก็ยังไม่แสดงอาการอะไร นั่นทำให้จางถัวไห่รู้สึกขนลุก
ยิ่งยืนยันว่าไอ้พวกนี้น่าจะเป็นมนุษย์โคลนจริง ๆ
เขาจ้องมองนักล่าที่เหลืออีกสองคนอย่างตึงเครียด
นักล่าสองคนนั้นเห็นสภาพน่าสยดสยองของเพื่อนร่วมกลุ่มก็ยิ่งระมัดระวังมากขึ้น พวกมันแอบอยู่หลังรถของตัวเองแล้วยิงใส่ตัวถังรถอย่างต่อเนื่อง ไม่ยอมเข้าใกล้ง่ายๆ
จางถัวไห่ชะลอความเร็วหลายครั้งเพื่อหลอกให้พวกมันไล่ตาม แต่พวกมันก็ชะลอตัวตามไม่ยอมเข้าใกล้
"ไอ้พวกนี้มันเจ้าเล่ห์จริง ๆ!"
จางถัวไห่สาปแช่งนักล่าเหล่านั้นในใจ
แต่ว่าปล่อยให้ยิงอยู่อย่างนี้ไม่ได้ ถึงรถของจางถัวไห่จะกันกระสุนก็จริง แต่โลหะแข็งขนาดไหนก็มีขีดจำกัด ใครจะไปรู้ว่าพวกมันมีกระสุนเท่าไหร่ ถ้าเกิดยิงพังจริง ๆ ก็ต้องซ่อมอีก
จางถัวไห่หันกลับไปมองนักล่าที่ขับตามมาติด ๆ
"เสี่ยวอาย เธอดริฟต์ได้ไหม?"
"แน่นอน นี่คือทักษะพื้นฐานค่ะ"
"ข้างหน้า ดริฟต์ 180 องศาแล้วเร่งเครื่อง ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะชนวพวกมันมันสองตัวไม่ตาย"
"รับทราบค่ะ"
เสี่ยวอายเร่งเครื่องอย่างรวดเร็ว
นักล่าสองคนนั้นเห็นดังนั้นก็นึกว่าจางถัวไห่จะเร่งหนี จึงรีบเร่งตามมาติด ๆ
แต่แล้วรถออฟโรดหกล้อก็หมุนดริฟต์กลับ 180 องศาอย่างเหลือเชื่อ
ตอนนี้ระยะห่างระหว่างสองฝ่ายเหลือไม่ถึง 30 เมตรแล้ว
"พุ่งเข้าไปเลย!"
จางถัวไห่ตะโกนสุดเสียง
รถออฟโรดหกล้อเร่งเครื่องพุ่งเข้าชนสองนักล่าเต็มที่
นักล่าสองคนนั้นรีบเบี่ยงหลบไปซ้ายขวา
มอเตอร์ไซค์ทางขวาเฉียดรถหกล้อของจางถัวไห่ไปอย่างเฉียดฉิว รอดมาได้หวุดหวิด
แต่รถเอทีวีทางซ้ายกลับโชคร้าย
ถึงรถพวกนี้จะเสถียร ไม่คว่ำง่าย แต่เพราะตัวรถกว้างเลยกลายเป็นจุดอ่อน
ยิ่งบวกกับที่จางถัวไห่ตั้งใจเล็งเป้าไว้ก่อน ใบมีดกวาดหิมะตรงหน้ารถก็ปะทะเข้ากับรถเอทีวีเต็ม ๆ
ปัง!
รถเอทีวีถูกชนกระเด็น นักล่าหัวหน้ากลุ่มปลิวไปไกลกว่า 20 เมตรก่อนร่วงลงพื้นอย่างแรง
ถ้าเป็นคนธรรมดา โดนขนาดนี้คงตายคาที่
แต่นักล่าหัวหน้านั้นแม้จะเจ็บสาหัสขนาดนี้ มันก็ยังพยายามดิ้นรนจะลุกขึ้นมา