หมาป่าหนึ่งตัวแกล้งหลับอยู่เบื้องหน้า
ไม่ต้องให้จางถัวไห่เตือน เสี่ยวอายก็สตาร์ทรถแล้วพุ่งออกไปด้วยความเร็ว
โครม!
ต้นสนที่ถูกใช้เป็นเป้ายิงล้มลงบนพื้น กระตุ้นให้หิมะชั้นแล้วชั้นเล่าถูกกระแทกกระจาย
“โห ของจริงว่ะ” จางถัวไห่ปาดเหงื่อเย็นที่หน้าผาก
เจ้าเอเอ-12 นี่สมกับชื่อเสียงจริง ๆ สมเป็นอาวุธเทพระยะประชิด ถึงขนาดยิงต้นสนขาดได้
นี่แค่พลังของกระสุนหัวเดี่ยวนะ ถ้าใช้กระสุนระเบิดพิเศษล่ะก็ คงยิงจนกระเด็นไปบนฟ้าแล้ว
จางถัวไห่เก็บเจ้าเอเอ-12 ด้วยความดีใจ เขาตัดสินใจทันทีว่าจะใช้ปืนกระบอกนี้เป็นอาวุธทะลวงด่าน ต่อไปถ้าเจอศัตรูที่สู้ไม่ได้ก็จะงัดอันนี้ออกมา
ต่อให้ใส่เสื้อกันกระสุนก็จะยิงให้แหลก
หลังจากเก็บเอเอ-12แล้ว จางถัวไห่ก็หยิบเลื่อยเครื่องยนต์ลงจากรถ
ไหน ๆ ต้นสนก็ถูกยิงขาดแล้ว ไม้พวกนี้ก็อย่าให้เสียเปล่า เอากลับไปทำฟืนซะเลย
จางถัวไห่แบกเลื่อยเครื่องยนต์ไปถึงโคนต้นไม้แล้วเริ่มเลื่อยลำต้นลงมา
วื้นนนน… วื้นนนน…
เลื่อยเครื่องยนต์ตัดลงไม่หยุด ขี้ไม้ปลิวว่อน
จางถัวไห่กำลังตั้งใจเลื่อยต้นไม้อยู่ ทันใดนั้นเสียงจากระบบแจ้งเตือนก็ดังขึ้น
[ระวัง มีหมาป่าหิมะสองตัวปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของคุณ]
“หมาป่าหิมะ?!”
จางถัวไห่ยกเลื่อยขึ้นตั้งการ์ดตรงหน้าแล้วหันกลับไปอย่างรวดเร็ว
จริงอย่างว่า ที่ห่างออกไปประมาณสามสิบเมตร หมาป่าหิมะสองตัวจ้องมาที่เขาด้วยดวงตาสีเขียวสดใส
...
เมื่อเห็นว่าตัวเองถูกพบเข้า หมาป่าหิมะสองตัวนั้นกลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว มันกลับยังยืนประจันหน้าอยู่กับจางถัวไห่
ทั้งสองฝ่ายจ้องตากันอยู่สิบกว่าวินาที หมาป่าหิมะสองตัวก็หันไปมองหน้ากัน จากนั้นตัวหนึ่งก็หันหลังกลับเข้าป่า ส่วนอีกตัวนั่งหมอบลงที่เดิมและทำตาหรี่ ๆ แล้วจ้องมาที่จางถัวไห่
ผ่านไปครู่หนึ่งหมาป่าตัวนั้นกลับหลับตาลงแล้วแกล้งทำเป็นหลับ
“จะทำอะไรกันแน่? ตัวนั้นไปเรียกพวกเหรอ? แล้วตัวนี้ก็อยู่เฝ้าฉันงั้นสิ?”
จางถัวไห่ไม่เข้าใจว่าเจ้าหมาป่าสองตัวนี้มีแผนอะไรกันแน่
[ระวัง หมาป่าหิมะตัวนั้นไม่ได้จากไป มันกำลังอ้อมผ่านป่าจากด้านข้างเพื่อโจมตีคุณจากด้านหลัง ส่วนตัวตรงหน้าแกล้งหลับเพื่อหลอกล่อให้คุณออกจากต้นสนที่ใช้เป็นกำบัง]
จางถัวไห่ได้ยินแล้วอดอุทานไม่ได้ “เอาจริงดิ!”
เดี๋ยวนี้หมาป่าหิมะยังรู้จักใช้กลยุทธ์แล้ว
“กล้าเล่นแผนกับฉันงั้นเหรอ วันนี้จะจับพวกแกไปต้มซุปให้หมด!”
จางถัวไห่ถือเลื่อยเครื่องยนต์ไว้มือหนึ่ง อีกมือค่อย ๆ เอื้อมไปที่ต้นขา
เพราะออกมาตัดไม้ เขาเลยไม่ได้พกปืนใหญ่ติดตัวมา มีเพียงปืนดีเสิร์ทอีเกิ้ลรุ่นสะสมที่พกไว้กับต้นขาเท่านั้น
จางถัวไห่ขยับมืออย่างแผ่วเบาและช้า ๆ กลัวว่าจะไปปลุกหมาป่าที่แกล้งหลับอยู่เบื้องหน้า
เขาใช้นิ้วชี้กดปุ่มที่ซองปืนเบา ๆ ปืนดีเสิร์ทอีเกิ้ลรุ่นสะสมเด้งขึ้นมาเล็กน้อยอย่างไร้เสียง จางถัวไห่รีบคว้าด้ามปืนแล้วค่อย ๆ ดึงออกมา
[หากคุณต้องการยิงแบบไม่เล็งไปที่หมาป่าตรงหน้า โปรดเอียงปลายกระบอกไปทางซ้าย 15 องศา แล้วยกขึ้น 3 องศา]
[เคลื่อนมากเกินไป กรุณาเลื่อนไปทางขวาอีก 2 องศา แล้วลดลงอีก 1 องศา]
[อีกแล้ว…]
ภายใต้คำแนะนำของระบบแจ้งเตือน จางถัวไห่ค่อย ๆ เล็งไปที่หมาป่าอย่างลับ ๆ
ปัง!
จางถัวไห่ลั่นไก กระสุนพุ่งออกไปโดนเข้าที่หัวหมาป่าหิมะทันที
หัวของหมาป่าหิมะถูกยิงจนเปิดไปครึ่งซีก
[ระวัง! หมาป่าหิมะอีกตัวหนึ่งกำลังกระโจนมาจากด้านหลังของคุณ!]
จางถัวไห่รู้สึกได้ถึงลมแรงที่พัดมากะทันหันจากด้านหลัง
เขารีบโยนปืนดีเสิร์ทอีเกิ้ลในมือทิ้งแล้วคว้าเลื่อยเครื่องยนต์ขึ้นมาถือสองมือแนบอก พร้อมกดปุ่มเปิดเครื่องทันที
วื๊นนน——
ใบเลื่อยของเลื่อยเครื่องยนต์ตัดเข้าไปที่คอของหมาป่าหิมะ
ฟันเลื่อยที่คมกริบบาดทะลุคอหมาป่าหิมะ เลือดพุ่งกระจายเต็มพื้น หมาป่าล้มลงทันที
ในตอนนี้หมาป่าหิมะตัวนั้นยังไม่ตาย ร่างกายยังคงกระตุกอยู่ไม่หยุด ดวงตาสีเขียวสดทั้งสองข้างจ้องมาที่จางถัวไห่อย่างแน่วแน่
“ยังจะกล้าจ้องฉันอีกเหรอ?!”
จางถัวไห่ปัดเลื่อยไฟฟ้าไปข้างหน้า หัวของหมาป่าหิมะจึงถูกตัดหลุดออก
[อันตรายถูกกำจัดแล้ว]
“ได้เนื้อสดมากินอีกแล้วสิ”
จางถัวไห่ใช้มีดแล่เนื้อเสียบลงบนศพของหมาป่าหิมะ เขาได้เนื้อมา 500 ชั่ง, หนังหมาป่าหิมะ 2 ผืน และแก่นวิญญาณธรรมดา 2 ลูก
“ยังมีใครจะเอาชีวิตมาทิ้งอีกไหม? มีใครจะมาแจกหัวอีกหรือเปล่า?”
จางถัวไห่หันมองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง เขามองดูอยู่สักพักจนแน่ใจว่าไม่มีสัตว์นักล่าอื่นโผล่มา จึงยกเลื่อยเครื่องยนต์ขึ้นมาแล้วเริ่มเลื่อยต้นสนต่อ
จนกระทั่งจางถัวไห่เลื่อยต้นสนจนกลายเป็นฟืนหมดก็ยังไม่มีสัตว์ป่าออกมา "มอบหัว" ให้
สิ่งนี้ทำให้จางถัวไห่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
แต่ถึงสัตว์ป่าไม่โผล่มา จางถัวไห่ก็ไม่กล้าเข้าไปในป่าใกล้ ๆ ใครจะรู้ว่าข้างในนั้นมีอันตรายอะไรบ้าง อยู่บนถนนปลอดภัยกว่าเยอะ
เขาอุ้มฟืนกลับขึ้นรถแล้วสั่งให้เสี่ยวอายเพื่อนร่วมรถเดินทางต่อ
เพื่อเป็นการฉลองที่ได้เนื้อหมาป่าสดมา จางถัวไห่ยังชงโกโก้ร้อนดื่มเป็นพิเศษอีกด้วย
สำหรับจางถัวไห่คาเฟอีนคือตัวยาชั้นดีที่ช่วยบรรเทาความเครียดทางจิตใจ
จางถัวไห่อุ้มถ้วยโกโก้ร้อนในมือ มองชมทัศนียภาพหิมะข้างนอกอย่างเพลิดเพลิน
เป็นระยะ ๆ ก็เหลือบดูช่องสนทนาของภูมิภาค
ตอนนี้ทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับการรับมือการโจมตีของพวกอัศวินดำ จึงไม่มีใครว่างคุยกันเลย
บนช่องสนทนาของภูมิภาคมีเพียงแจ้งเตือนการตายปรากฏขึ้นเรื่อย ๆ เท่านั้น
ผู้เล่นคนหนึ่งตายเพราะโซ่เหล็ก
ผู้เล่นอีกคนตายเพราะไม้เบสบอล
ผู้เล่นอีกรายตายเพราะถูกรถมอเตอร์ไซค์ชน
ดูจากลักษณะแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นฝีมือของพวกอัศวินดำแน่นอน
เมื่อเทียบกับจางถัวไห่ที่สามารถบังคับให้พวกอัศวินดำเข้าสู่เฟสสองก่อนจะจัดการทั้งหมดในคราวเดียว ผู้เล่นเหล่านี้ช่างน่าสงสารยิ่งนัก ส่วนใหญ่ถูกสังหารฝ่ายเดียวและแทบไม่มีโอกาสแม้แต่จะโต้กลับ
จางถัวไห่เปิดดูบันทึกการเสียชีวิตแล้วพบว่าส่วนใหญ่ที่ตายนั้นเป็นผู้เล่นเดี่ยวกระจัดกระจาย
จากทั้งสามกองคาราวาน มีเพียง "คาราวานหัวกะโหลก" ที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุดที่เสียผู้เล่นไปหนึ่งคน ส่วนอีกสองคาราวานไม่มีใครตายเลยแม้แต่คนเดียว
"ตกลงผู้เล่นจากคาราวานพวกนั้นแข็งแกร่งจริง ๆ หรือเป็นเพราะระบบเกมเอื้อประโยชน์ให้พวกเขากันแน่?"
จางถัวไห่ขมวดคิ้วแน่น
ถ้าผู้เล่นจากคาราวานแข็งแกร่งกว่าผู้เล่นธรรมดาจริง ๆ เวลาเขาเผชิญหน้ากับคนพวกนั้น เขาจะต้องระวังตัวมากเป็นพิเศษ
แต่หากเป็นเพราะระบบเกมทำให้ผู้เล่นคาราวานรวมตัวกันได้ นั่นแหละถึงจะน่ากลัวกว่า
เมื่อถึงเวลาที่จางถัวไห่ต้องปะทะกับพวกนั้น สิ่งที่เขาต้องเจออาจไม่ใช่แค่ผู้เล่นคนเดียว...แต่เป็นทั้งกลุ่ม!
ถ้าไม่หาคำตอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน จางถัวไห่คงกินไม่ได้นอนไม่หลับ
แต่แล้ว...เขาควรไปถามใครดีล่ะ?
จางถัวไห่ไล่ดูรายชื่อผู้เล่นในภูมิภาคอยู่นาน สุดท้ายก็หยุดสายตาไว้ที่ชื่อของ "จ้าวหว่านหว่าน"
จางถัวไห่คิดกับตัวเองว่าเขากับจ้าวหว่านหว่านก็มีบุญคุณกันอยู่บ้าง หญิงสาวคงไม่ปฏิเสธคำถามง่าย ๆ พวกนี้
อีกอย่างคือคาราวาน "ธงโจรสลัด" ก็ยังไม่ส่งคนมาติดต่อเขาเลย แสดงให้เห็นว่าแตกต่างจากคาราวานหัวกะโหลกหรือซากุระที่เห็นประโยชน์นิดเดียวก็รีบพุ่งเข้ามาแย่งทันที — อย่างน้อยก็คุยกันรู้เรื่องอยู่
ไม่แน่ว่า...จางถัวไห่อาจจับมือกับธงโจรสลัดเพื่อล้มอีกสองคาราวานนั้นก็เป็นได้
เมื่อคิดได้ดังนั้นจางถัวไห่จึงส่งข้อความส่วนตัวไปหาเธอทันที
“ขอถามอะไรหน่อย พวกเธอในคาราวานอยู่รวมกันหมดหรือกระจายตัว? การไล่ล่าในรอบนี้ พวกคาราวานต้องเผชิญสถานการณ์เหมือนกับผู้เล่นธรรมดาหรือเปล่า? แล้วเธอโดนพวกอัศวินดำไล่ล่ากี่คน?”
รอสักพัก จ้าวหว่านหว่านก็ยังไม่ตอบกลับมา คงจะกำลังยุ่งรับมือพวกอัศวินดำอยู่
จางถัวไห่เลยเลิกสนใจแชทไปก่อน แล้วหันไปตั้งใจชมทัศนียภาพหิมะนอกหน้าต่างแทน