แมวตาบอดเจอหนูตาย

“ของดีเลยนะเนี่ย!” จางถัวไห่ตื่นเต้นจนลูบมือตัวเองด้วยความดีใจ

ไอ้ของนี่แหละคือของวิเศษไว้จัดการกับพาหนะทุกชนิด สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง รถถังเสือยังต้านไม่ไหว นับประสาอะไรกับรถสมัยนี้

และถ้าใช้ให้ถูก มันจะให้ผลลัพธ์ที่น่ามหัศจรรย์เลยทีเดียว

ถ้าช่วงบ่ายวันนี้เขามีไอ้นี่อยู่ล่ะก็ ปาใส่มอเตอร์ไซค์พวกอัศวินดำไปสองสามลูกก็จบศึกไปแล้ว

จะต้องมาลำบากขนาดนั้นทำไมกัน?

ต้องเอาให้ได้! จะพลาดไม่ได้เด็ดขาด

“ได้ ฉันให้เธออย่างละ 100 กรัม”

“100 กรัมมันจะไปพออะไร อย่างน้อยต้อง 500 กรัมสิ” ซูฉีพยายามต่อรอง

“น้องสาว 100 กรัมมันก็ไม่น้อยแล้วนะ ข้างนอกยังมีคนอีกเยอะที่ไม่มีข้าวจะกิน แล้วอีกอย่าง โซ่กันลื่นที่ฉันให้มันใช้ถาวรนะ แต่ของที่เธอให้มามันเป็นของสิ้นเปลือง แถมยังใช้แอลกอฮอล์กับน้ำมันที่แสนจะล้ำค่าอีก ฉันขาดทุนมากเลยนะ ให้ 100 กรัมก็นับว่าถือหน้าค่าตาเพื่อนกันแล้ว”

“อย่ามาหลอกกันเลย ถึงฉันจะไม่รู้ว่านายมีของอะไรอยู่บ้าง แต่พี่สาวฉันบอกว่านายไม่มีทางทำธุรกิจขาดทุนแน่ นายต้องมีวิธีผลิตพวกนี้เป็นจำนวนมากแน่ๆ ฉันขอตั้งราคาสุดท้ายเลย 300 กรัม!”

“โอ้ ที่แท้มีคนช่วยแนะแนวให้สินะ งั้นไม่ต้องเกรงใจกันล่ะ ลดกันคนละครึ่งทาง 200 กรัม!”

“200 กรัมน้อยไป อย่างน้อยต้อง 250... ไม่! 251 กรัม!”

ทั้งสองเจรจากันอยู่นาน สุดท้ายจบลงที่ 249 กรัม

แม้ว่าสิ่งของพวกนี้ในมือจางถัวไห่จะมีเป็นกิโล จะมากหรือน้อยแค่กรัมสองกรัมเขาไม่ได้สน แต่เขาชอบความสนุกในการต่อราคานี่แหละ

หลังจากทำการค้ากับสองพี่น้องตระกูลซูเสร็จแล้ว จางถัวไห่ก็ไปหาวลาดิมีร์ต่อและสามารถขายโซ่กันลื่นไปได้อีกชุด โดยแลกกับเมล็ดพันธุ์พริกหยวกห้าเมล็ด

แม้มันจะไม่ใช่พริกชี้ฟ้าหรือพริกแดง แต่มันก็ช่วยเติมเต็มสิ่งที่ยังขาด และพริกชนิดนี้พอเอาไปย่างกินก็อร่อยใช้ได้ เพิ่มความหลากหลายให้กับเครื่องปรุงได้เหมือนกัน

ไม่นานนัก ฮันลู่และตัวแทนอีกหลายคนก็พาลูกค้าเข้ามาอีกมาก โดยเฉพาะฮันลู่ที่แนะนำมามากที่สุดถึง 21 คนเลยทีเดียว เห็นได้ชัดว่าเขาลงแรงไปไม่น้อย

ผู้เล่นพวกนี้ไม่ได้ใช้แค่วัสดุมาแลกเท่านั้น สิ่งของที่พวกเขานำมาแลกนั้นหลากหลายมาก

ของกินมีทั้งกล้วย สับปะรด มะม่วง

ของใช้มีเบ็ดตกปลา ฉมวกล่าวาฬ กับดักสัตว์

ที่แปลกที่สุดคือมีผู้เล่นคนหนึ่งเอาถุงยางมาแลกถึง 50 กล่อง

จางถัวไห่ลังเลอยู่สักพัก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจแลก

ของพวกนี้กันน้ำได้ดี คาดว่าในอนาคตน่าจะมีประโยชน์บ้างแหละ อย่างแย่ที่สุดก็ถือว่าเอาไว้เพิ่มความหลากหลายในคลังสินค้าก็ยังดี

หลังจากเจรจาและทำการค้าเสร็จก็ลากยาวไปจนถึงสองทุ่ม จางถัวไห่ก็เอนตัวลงนอนตรงเวลาตามที่วางแผนไว้

“เสี่ยวอาย ตอนตีสองช่วยปลุกฉันด้วยนะ”

จางถัวไห่วางแผนจะให้ผู้เล่นคนอื่นลองลุยสำรวจเส้นทางก่อน ถ้าได้ผลดีค่อยตามไป แต่ถ้ามีคนตายเยอะ เขาก็จะไม่เสี่ยงเพื่อของแค่เล็กน้อย

ตอนตีหนึ่ง จางถัวไห่กำลังหลับสนิท เสียงสังเคราะห์จากระบบแจ้งเตือนก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน

[มีรถตู้ธุรกิจสามคันปรากฏขึ้นด้านหลัง กำลังเร่งเข้ามาด้วยความเร็ว แฝงเจตนาร้าย กรุณารับมืออย่างระมัดระวัง]

จางถัวไห่ผุดลุกขึ้นนั่งทันที

“มีเจตนาร้าย? มันตั้งใจมาตรงๆ หรือแค่ผ่านมาเฉยๆ กันแน่?”

จางถัวไห่คิดอยู่ชั่วครู่ จากนั้นก็กระโดดลงจากรถ มือข้างหนึ่งถือปืนเอเอ-12 อีกมือหิ้วกล่องที่ใส่ค็อกเทลโมโลตอฟไว้ 12 ขวด

“เสี่ยวอาย หยุดรถไว้ตรงนี้ แกล้งทำเหมือนไม่มีคนอยู่ ถ้าฉันไม่ยิง อย่าเพิ่งขยับ แต่ถ้าฉันลั่นไกเมื่อไร พยายามเก็บพวกมันให้หมด อย่าปล่อยให้หนีรอดแม้แต่คนเดียว”

“เข้าใจแล้วค่ะ เสี่ยวอายจะทำตามคำสั่ง” เสี่ยวอายตอบเสียงใส

“อ้อ แล้วก็ยังมีของนี่อีก”

จางถัวไห่กลับขึ้นรถอีกครั้ง เขาหยิบกับดักสัตว์มาสองอันแล้วโยนไปวางไว้ข้างๆ ถนนข้างรถของเขา

ยังไงก็ว่างอยู่แล้ว วางไว้เผื่อจับใครได้ก็ยังดี

หลังจากจัดการเรียบร้อย ไฟหน้ารถจากระยะไกลก็เริ่มสว่างเข้ามาให้เห็น

“ไอ้พวกใช้ไฟสูงบ้าเอ๊ย”

จางถัวไห่สบถในใจเบาๆ แล้วแอบซ่อนตัวลงไปใต้ไหล่ทาง

รถสามคันค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาจากระยะไกล ทั้งหมดเป็นรถตู้ระดับ 2 คันแรกสุดยังติดตั้งกันชนเสริม ดูแล้วน่าจะได้รับการดัดแปลงมาแล้วพอสมควร

สิ่งที่เด่นสะดุดตาที่สุดคือฝากระโปรงของทั้งสามคันมีหัวกะโหลกขนาดใหญ่เพ้นท์อยู่

“รถของแก๊งกะโหลก? พวกมันออกมาหาของหรือมาตามล่าฉันโดยเฉพาะ? ถ้ามีโอกาสต้องจับเป็นไว้สอบปากคำซักหน่อยแล้ว”

จางถัวไห่ขึ้นลำกล้องปืนเอเอ-12 พร้อมกับเตรียมค็อกเทลโมโลตอฟไว้ในมือสองสามขวด

ในเมื่ออีกฝ่ายมีเจตนาร้าย เขาก็ไม่จำเป็นต้องปรานีอีกต่อไป

ขณะนั้นเอง โดนัลด์กำลังเอนตัวนอนสบายๆ บนเบาะหลัง มือหนึ่งถือขวดแชมเปญ อีกมือกอดสาวลาตินหุ่นอวบแน่น ทำตัวสำเริงสำราญอย่างเต็มที่

เดิมทีเขาเป็นนักโทษธรรมดาจากเกาะปีศาจ เพราะเคยก่อเหตุกราดยิงเพื่อนนักเรียน 20 คนในโรงเรียนจึงถูกตัดสินจำคุก 200 ปี เดิมทีก็คิดว่าคงใช้ชีวิตหมดไปในคุกอยู่แล้ว แต่โชคชะตานำพาให้เขาได้อาศัยอำนาจของกูสมัน กลายเป็นลูกน้องชั้นผู้น้อย

หลังเข้าสู่เกมเอาชีวิตรอดบนถนนมรณะเส้นนี้ เขาฆ่าลูกน้องที่กล้าหือกับกูสมันไปหลายคน จนไต่เต้าขึ้นมาเป็นหัวหน้ากลุ่มเล็กๆ มีลูกน้อง 5 คน ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี

เมื่อเข้าสู่โลกที่สอง เขากับลูกน้องถูกสุ่มไปอยู่บนถนนอีกสาย ไม่ได้อยู่กับกูสมันเหมือนเดิม

เหตุที่เขาออกปฏิบัติการคืนนี้ก็เพราะคำสั่งของกูสมันที่ให้รีบหาทางรวมกลุ่มกับทีมหลักให้เร็วที่สุด

ในขณะเดียวกันก็ให้กวาดต้อนทรัพยากรให้ได้มากที่สุดและกำจัดผู้เล่นคนอื่นไปด้วย

ดังนั้นโดนัลด์จึงนำลูกน้องออกเดินทางทันที ตลอดทางที่เจอผู้เล่น คนไหนเป็นผู้ชายก็ฆ่าทิ้ง ผู้หญิงก็จับไว้เป็นของเล่น ส่วนทรัพยากรก็กวาดมาเก็บไว้หมด

สาวลาตินที่อยู่ข้างเขาตอนนี้ก็เพิ่งจะถูกจับตัวมา

ในขณะที่เขากำลังลวนลามอยู่นั้น จู่ๆ บ็อบซึ่งเป็นคนขับก็ร้องเสียงหลงขึ้นมา

“หัวหน้า! ข้างหน้ามีรถจอดอยู่ ดูเหมือนจะเป็นรถออฟโรดด้วย!”

“รถออฟโรด? แกเล่นใบไม้มากไปหรือเปล่า? ตอนนี้รถที่ดีที่สุดก็คือรถตู้ไม่ใช่เรอะ จะเอาออฟโรดมาจากไหน?” โดนัลด์แสดงสีหน้าไม่เชื่อ

“หัวหน้า! ของจริงเลยนะ ไม่เชื่อดูนี่!” บ็อบชี้ไปยังรถออฟโรดหกล้อที่อยู่ในลำแสงไฟหน้า

“มึงเอ๊ย! ของจริงเว้ย! หยุดรถเลย รถคันนี้มันต้องเป็นของฉัน! ฉันจะเอามันมา!”

โดนัลด์พูดพลางบีบร่างอวบของหญิงสาวข้างตัวอย่างแรง ดวงตาเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และตื่นเต้น

สาวลาตินไม่กล้าแม้แต่จะขัดขืน เธอทำได้เพียงทนเงียบๆ

บ็อบชะลอรถลงแล้วจอดข้างรถออฟโรดหกล้อ อีกสองคันที่ตามมาก็ชะลอและจอดตามติดๆ

โดนัลด์ยังไม่ทันให้รถจอดสนิทก็รีบกระโดดลงแล้ววิ่งไปทางรถออฟโรดอย่างหิวกระหาย

แต่เขายังไม่ทันก้าวได้สองก้าวก็ไปเหยียบเข้ากับของแข็งอะไรบางอย่างใต้เท้า

ยังไม่ทันตั้งตัว เสียง “แกร๊ก!” ดังขึ้น พร้อมกับความเจ็บแสบแล่นขึ้นจากน่อง

“อ๊าก!” โดนัลด์กุมขาแล้วล้มลงดิ้นไปมาอยู่บนพื้น

“หัวหน้า! หัวหน้า! เป็นอะไรไป!” บ็อบรีบวิ่งเข้าไปดูทันที

พอมองชัดๆ ก็ถึงกับตกใจสุดขีด

น่องของโดนัลด์โดนกับดักสัตว์หนีบเอาไว้ เลือดไหลนองจนเห็นถึงกระดูก

ตอนก่อน

จบบทที่ แมวตาบอดเจอหนูตาย

ตอนถัดไป