เครื่องอบผ้าที่ใช้ผิดวัตถุประสงค์
“โธ่เว้ย”
จางถัวไห่สบถออกมาตรง ๆ
เขาไม่คาดคิดเลยว่าผู้หญิงที่ชื่อทาจิบานะยูริโกะจะอดทนได้ถึงเพียงนี้ เธอแกล้งทำเป็นหมดสติอยู่บนเบาะคนขับเพียงเพื่อรอโอกาสที่เขาจะเผลอเพื่อเข้ามารื้อค้นศพ แล้วฉวยโอกาสลอบโจมตี
ต้องมีจิตใจเข้มแข็งขนาดไหนกันถึงทำเรื่องแบบนี้ได้?
ถ้าไม่มีระบบแจ้งเตือนล่ะก็ เขาคงตกหลุมพรางเธอไปแล้ว
แต่ต่อให้เธอเจ้าเล่ห์ราวกับภูตผี ก็ไม่อาจหลุดรอดสายตาของระบบแจ้งเตือนไปได้
“ลุกขึ้นมาเถอะ ฉันรู้แล้วว่าเธอยังไม่ตาย” จางถัวไห่ถอยหลังไปสองสามก้าวเพื่อเว้นระยะ แล้วพูดกับยูริโกะที่ฟุบอยู่ในรถ
ยูริโกะยังคงนอนฟุบอยู่บนที่นั่งคนขับอย่างเงียบเชียบ ไม่ขยับแม้แต่น้อย ดูไม่ต่างจากศพเลย
“ฉันจะนับถึงสาม ถ้าเธอไม่ลุกขึ้น ฉันจะลั่นไก จะถูกยิงตายอย่างเงียบ ๆ หรือจะลุกขึ้นมาพูดคุย อันนี้ให้เธอเลือกเอง 3... 2...”
ขณะนับถอยหลัง จางถัวไห่ก็เล็งปืนเอเอ12 ไปยังยูริโกะที่อยู่ในรถ
“ฉันยอมแพ้!” ยูริโกะเงยหน้าขึ้นจากเบาะคนขับ เธอยิ้มออกมาแล้วค่อย ๆ เปิดประตูลงจากรถ
เธอใช้มือข้างหนึ่งกุมท้องไว้ ที่นั่นมีเศษกระจกปักอยู่ เลือดสีแดงซึมออกมาจากชุดกิโมโน
เธอเดินโซเซเข้าหาจางถัวไห่ พลางพูดว่า “ชะ... ช่วยฉันด้วย...”
“หยุด! ถอยไป!” จางถัวไห่รู้สึกบางอย่างผิดปกติจึงรีบถอยหลังพร้อมตะโกนเตือน
ทว่ายูริโกะกลับทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่เพียงไม่ถอยกลับ แต่กลับเร่งฝีเท้าเข้ามาใกล้เขาอย่างรวดเร็ว
“ให้ตายสิ” จางถัวไห่ลั่นไกทันที
ปัง! ปัง!
กระสุนสองนัดยิงเข้าใส่ร่างของยูริโกะ
ยูริโกะล้มลงกับพื้น ดาบสั้นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อก็หลุดออกมาบนพื้น
จางถัวไห่หยิบดาบสั้นขึ้นมา ปลายคมดาบเปล่งแสงสีฟ้าอมม่วง แถมยังมีกลิ่นคาวจาง ๆ ชัดเจนว่ามีพิษร้ายเคลือบอยู่
“ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้?” จางถัวไห่พลิกดาบในมือถาม
ยูริโกะไม่เพียงไม่หวาดกลัว ดวงตากลับเปล่งแสงแปลกประหลาด
เธอพยายามลุกขึ้นรวบรวมแรงทั้งหมดตะโกนว่า “ท่านซาไกจะต้องล้างแค้นแทนฉันแน่!”
ทันทีที่พูดจบ ร่างของเธอก็ล้มลงกับพื้น ขาดใจตาย
【ทาจิบานะ ยูริโกะเสียชีวิต อันตรายถูกกำจัดแล้ว】
ระบบแจ้งเตือนดังขึ้น
“ผู้หญิงที่ชื่อซาไกนี่ชักจะไม่ธรรมดาซะแล้ว”
จางถัวไห่มองศพของยูริโกะพลางขมวดคิ้ว
เขามั่นใจว่าผู้หญิงที่ชื่อซาไกมินาโกะต้องมีปัญหาอะไรแน่
จางถัวไห่ค้นตัวของยูริโกะ แล้วพบคุไนสองเล่ม ดาวกระจายสี่แฉกสี่อัน หลอดเป่าลูกดอกหนึ่งชุด และขวดยาพิษหนึ่งขวด
“นี่มันนินจาเหรอ?” จางถัวไห่มองสิ่งของในมืออย่างพูดไม่ออก ใครจะคิดว่าผู้หญิงในชุดกิโมโนจะซ่อนของพวกนี้ไว้มากมาย
หลังคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เอาของทั้งหมดใส่ถุงเก็บไว้
แม้ตอนนี้เขาอาจยังไม่ได้ใช้ของพวกนี้ แต่ถ้าวันหนึ่งจำเป็นล่ะ?
จัดการเก็บของเหล่านั้นเรียบร้อยแล้ว จางถัวไห่ก็เดินไปที่รถตู้โดยสารและเริ่มต้นการค้นหาตามปกติ
ของในรถคันนี้ไม่มาก ไม่มีทรัพยากรพื้นฐานเลย อาหารก็มีแค่ข้าวปั้นสองก้อน ข้าวหน้าปลาไหลที่เย็นชืดหนึ่งกล่อง และเนื้อแรดสิบจิน
น่าจะเป็นทรัพยากรที่คนสองคนนี้ใช้กินในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา
แต่น้ำมันในรถมีไม่น้อย ถึง 800 หน่วย ซึ่งทั้งหมดก็ตกเป็นของจางถัวไห่
ยังมีปืนลูกซองหนึ่งกระบอกวางทิ้งอยู่ที่เบาะหลัง พร้อมกระสุนอีกยี่สิบกว่านัด
จางถัวไห่รู้สึกแปลกใจ ทำไมชายหนุ่มคนนั้นถึงไม่หยิบปืนลงมาทั้งที่มี
คิดไปคิดมา เขาก็สรุปว่า น่าจะเป็นเพราะตอนนั้นชายหนุ่มยังอยู่ในอาการมึนงงจากพิษ และเต็มไปด้วยภาพหลอน จึงลืมหยิบปืน
และมีเหตุผลเดียวเท่านั้นที่อธิบายได้ว่าทำไมพวกเขาถึงขับรถชนมั่วซั่ว
ของที่มีค่าที่สุดในรถคือแบบแปลนหนึ่งแผ่น
【เครื่องอบผ้า: อะไหล่รถระดับ 2 แบบสองชั้น มาพร้อมฟังก์ชันฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวี กำจัดเชื้อรา ความชื้น และขนสัตว์เลี้ยง】
【วัสดุในการสร้าง: โลหะระดับกลาง 2 หน่วย พลาสติกระดับกลาง 8 หน่วย ชิ้นส่วนโลหะ 20 หน่วย และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ 1 ชิ้น】
“ของดีเลย!”
บนใบหน้าของจางถัวไห่ปรากฏรอยยิ้มเปี่ยมสุข
ถ้าเป็นคนอื่นได้ของแบบนี้ คงเห็นว่าไร้ประโยชน์แล้วโยนทิ้งไว้ข้าง ๆ
ทั้งวันเหนื่อยจะตาย ยังจะมีแรงไปซักผ้าอีกเหรอ?
แถมโอกาสได้เสื้อผ้าใหม่ก็ต่ำ จะซักชุดนี้แล้วจะใส่อะไรล่ะ?
แต่จางถัวไห่ไม่กังวลเรื่องนั้นเลย
เขาไม่มีเวลาซัก แต่หวังไฉมีเวลานี่นา
แถมฝีมือของหวังไฉยังดีเสียด้วย ซักสะอาดยิ่งกว่าเขาเองอีก
สิ่งเดียวที่ทำให้เขาหนักใจคือไม่มีที่ตากผ้า
และเมื่อแขวนเสื้อผ้าที่เพิ่งซักในรถ ก็ทำให้ความชื้นภายในเพิ่มขึ้นจนรู้สึกไม่สบายตัว
ตอนนี้เขามีเครื่องอบผ้าแล้ว ปัญหานี้ก็หมดไป แถมยังมีฟังก์ชันฆ่าเชื้อ และกำจัดขนสัตว์เลี้ยงอีก สมบูรณ์แบบสุด ๆ
จางถัวไห่เดาว่าเจ้านี่น่าจะเป็นของที่คนสองคนนั้นได้จากกล่องทรัพยากรก่อนหน้า แต่ยังไม่ได้ส่งให้ทีม จึงตกมาอยู่ในมือเขา
จางถัวไห่รีบสร้างเครื่องอบผ้าขึ้นมาในทันที
“นั่นอะไรน่ะ?” หวังไฉเดินเข้ามาถามด้วยความอยากรู้
“เครื่องอบผ้าไง ต่อไปหลังจากที่นายซักเสร็จก็เอาใส่ไว้ตรงนี้ แล้วกดปุ่ม เสื้อผ้าก็จะแห้งโดยไม่ต้องตาก”
จางถัวไห่ตบเครื่องเบา ๆ แล้วพูด
“แล้วมันอบขนได้มั้ย?” หวังไฉยื่นหัวเข้าไปมองข้างในอย่างสงสัย
“ทำไมล่ะ?” จางถัวไห่ถาม
“เมื่อกี้ฉันดื่มน้ำแล้วพลัดตกลงไปในอ่างอาบน้ำ ตอนนี้เปียกโชกไปหมด อึดอัดมากเลย ฮัด-ชิ่ว”
หวังไฉพูดพลางจามไปด้วย
จางถัวไห่ก้มลงมอง แล้วก็พบว่าหวังไฉเปียกโชกจริง ๆ ขนติดกับตัวจนแน่น
“ลองดูก็รู้เอง” จางถัวไห่คว้าหวังไฉโยนเข้าเครื่อง แล้วกดสวิตช์ทันที
ลมอุ่นเริ่มเป่า พร้อมความร้อน
หวังไฉรู้สึกสบายสุด ๆ นั่งยอง ๆ อยู่ในเครื่องแล้วใช้ขาหลังเกาคออย่างพึงพอใจ
จางถัวไห่มองหวังไฉในเครื่องอบอย่างพูดไม่ออก
เขารู้สึกว่า เครื่องอบผ้านี้อาจจะถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์แล้วล่ะ
ยังดีที่เขาสร้างเป็นแบบตู้อบ ไม่ใช่เครื่องซักอบรวม ไม่งั้นหวังไฉคงอาเจียนกระจายไปทั่วแล้ว
ปล่อยให้หวังไฉนั่งอบตัวต่อไป จางถัวไห่ก็ลงจากรถไปเปิดกล่องทรัพยากรสีขาว
ข้างในมีซิการ์เต็มกล่อง
“ฉันจะเอาของแบบนี้ไปทำอะไรล่ะ?” จางถัวไห่มองซิการ์แล้วเกาหัว
เขาเองก็ไม่สูบบุหรี่ จะมีของแบบนี้ไปก็ไร้ประโยชน์
“ช่างมัน ไว้ดูทีหลังว่ามีใครต้องการรึเปล่า เผื่อจะมีพวกสูบจัด” เขาพูดพลางโยนซิการ์ขึ้นรถ
ทันทีที่เขาขึ้นรถ ก็ได้ยินเสียง “ติ๊ง” แผ่ว ๆ ประตูเครื่องอบเปิดออกเอง
กลิ่นแสงแดดหอมอ่อน ๆ ลอยออกมาจากเครื่องอบ แถมยังปะปนด้วยกลิ่นเนื้อย่างเล็กน้อย
หวังไฉเดินโซเซออกมา ขนทั่วตัวฟูขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“รู้สึกยังไงบ้าง?” จางถัวไห่ถาม
“อุณหภูมิแอบสูงไปนิด ที่เหลือก็พอได้ แค่รู้สึกว่าหลังอบแล้วขนร่วงไปเยอะเลย” หวังไฉพูดพลางลูบหัวตัวเอง มันรู้สึกเย็นแปลกๆ