หนูตกถังข้าวสาร
สำหรับคำหว่านล้อมและล่อลวงในตอนท้ายของมิโรร์นั้น จางถัวไห่ไม่เชื่อแม้แต่ครึ่งคำ
ก่อนจะรับช่วงกิจการครอบครัว—ส่งเต้าหู้ เขาเคยผ่านการฝึกอบรมในบริษัทประกันหลายแห่งมาแล้ว
เทคนิคการพูดของผู้จัดการฝ่ายขายพวกนั้นมืออาชีพกว่ามิโรร์มาก ฟังพวกเขาพูดแป๊บเดียวก็เลือดลมสูบฉีดแทบจะรีบเซ็นสัญญาหลายสิบล้าน แต่งงานกับสาวสวยรวยทรัพย์ แล้วพุ่งสู่จุดสูงสุดของชีวิต
จางถัวไห่ที่จบจากที่นั่นจะไปโดนคำพูดสองสามคำของมิโรร์หลอกเอาง่าย ๆ ได้อย่างไร
แต่อย่างไรก็ตาม เขากลับคิดแผนดี ๆ ขึ้นมาได้แผนหนึ่ง นั่นคืออาศัยโอกาสนี้แทรกซึมเข้าไปก่อน ค่อยหาผลประโยชน์ภายหลังก็ยังไม่สาย
กลุ่มธงโจรสลัดนั้นแข็งแกร่งเกินไป ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับเขาเลย
พวกที่เหลือจากกองรถหัวกะโหลก เขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกดีอะไรด้วย
สิ่งที่จางถัวไห่อยากเห็นที่สุดก็คือทั้งสองฝ่ายสู้กันจนพังทั้งคู่
ยิ่งไปกว่านั้น มีเพียงการที่เขาเข้าไปมีส่วนร่วมเท่านั้น จึงจะสามารถได้ข้อมูลโดยตรง มีโอกาสชี้นำศึก และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากชัยชนะ
“ก็ได้ นายโน้มน้าวฉันสำเร็จแล้ว แต่ฉันขอพิมพ์เขียว ถ้ามีพิมพ์เขียวออกมาฉันขอเลือกก่อน” จางถัวไห่แกล้งทำท่าทางโลภ
“ได้ แต่ทีมของเรายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ตอนนี้ขาดแคลนทรัพยากร นายพอจะช่วยส่งเนื้อให้เราก่อนได้ 500 ชั่งไหม?” มิโรร์กล่าว
“พวกนายกวาดเอาทุกอย่างที่เหลือจากกองรถหัวกะโหลกไปหมดแล้วนะ มาบอกฉันว่าไม่มีทรัพยากรเนี่ย นายคิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ?” จางถัวไห่คาดไม่ถึงว่ามิโรร์จะกล้ามาขูดรีดกับเขา
“กองรถหัวกะโหลกก่อนหน้านี้ก็มีปัญหาอยู่แล้ว ทรัพยากรกระจายอยู่ในมือลูกทีมแต่ละหน่วย ฉันได้มาแค่ส่วนนึง ถ้านายยินดีสนับสนุนเนื้อให้ฉัน 500 ชั่ง ฉันจะให้ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยพันธมิตรกับนาย ถ้ามีพิมพ์เขียว นายจะได้เลือกในกลุ่มแรก” มิโรร์กล่าว
“รอเดี๋ยว เดี๋ยวฉันติดต่อไป”
จางถัวไห่ตัดสายข้อความส่วนตัวของมิโรร์แล้วหันไปติดต่อหาจ้าวหว่านหว่านแทน
“มิโรร์กำลังรวบรวมคนจะจัดการพวกเธอ”
“หัวหน้าคนใหม่ของกองรถหัวกะโหลกนั่นน่ะเหรอ? แค่ลูกน้องสิบสองคนของเขาน่ะนะ? เขาเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน?”
จ้าวหว่านหว่านรู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย
กองรถหัวกะโหลกบอบช้ำอย่างหนัก สูญเสียคนไปเกินเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ตามเหตุผลแล้วควรจะพักฟื้นและสะสมกำลังใหม่
แต่กลับคิดจะเล่นงานกองรถของพวกเธอ แบบนี้เธอก็ไม่เข้าใจเอาเสียเลย
“มันเป็นไปแล้ว มิโรร์ติดต่อฉันด้วยตัวเอง ฉันแกล้งตอบตกลงไปแล้ว ตอนนี้พวกเขาให้ฉันส่งเนื้อ 1,000 ชั่งให้ ถ้าฉันยอม ฉันก็จะได้เป็นหัวหน้าหน่วยและเข้าสู่กลุ่มแกนกลางของพวกเขา ถ้าพวกเธออยากรู้แผนการของพวกเขาแบบละเอียดละก็...”
จางถัวไห่กล่าวอย่างใจเย็น
“เดี๋ยวแป๊บนึงนะ ฉันขอถามหัวหน้าก่อน” จ้าวหว่านหว่านรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ได้ จึงรีบพูดขึ้นทันที
“รีบหน่อยจะดีที่สุดนะ มิโรร์คนนั้นเจ้าเล่ห์มาก ถ้าช้ากว่านี้ฉันกลัวว่าเขาจะเริ่มสงสัย”
จางถัวไห่กล่าว
“ฉันเข้าใจแล้ว” จ้าวหว่านหว่านตัดสายข้อความส่วนตัว
จางถัวไห่ถือแก้วโกโก้ร้อนจิบช้า ๆ อย่างสบายใจ
ไม่นานจ้าวหว่านหว่านก็ส่งเนื้อมาให้ 1,200 ชั่ง พร้อมกับพิมพ์เขียวการผลิตเสื้อเกราะกันกระสุนหนึ่งใบ
“พิมพ์เขียวเสื้อเกราะกันกระสุนอันนี้เป็นการขอบคุณสำหรับข้อมูลของนาย หัวหน้าของเราบอกว่าถ้ามีข่าวสำคัญอีก ก็จะมีของตอบแทนให้อีก” จ้าวหว่านหว่านกล่าว
“ขอบคุณมาก ฉันจะพยายามแทรกซึมเข้าไปในแกนกลางของพวกเขาให้ได้” จางถัวไห่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม
เขาตรวจสอบเนื้อที่จ้าวหว่านหว่านส่งมาและพบว่าเป็นเนื้อวัวชั้นดี เนื้อสีแดงกล้ามเนื้อตัดกับไขมันขาว บอกได้ว่าเนื้อในมือนี้ยังอุ่นอยู่เลย
“อย่าบอกนะว่าเพิ่งเชือดมาสด ๆ?” จางถัวไห่คาดเดา
“เนื้อดีขนาดนี้ให้พวกนั้นกินมันเสียดายเกินไปแล้ว”
จางถัวไห่เก็บเนื้อที่ดีที่สุดไว้บางส่วน ที่เหลือก็เอาไปทำเป็นไส้กรอกเนื้อคุณภาพสูงทั้งหมด
จากนั้นเขาก็หยิบไส้กรอกที่ทำจากเนื้อลิงและเนืองูที่เก็บไว้ออกมาส่งให้มิโรร์ 500 ชั่ง
“ไม่มีเนื้อแล้ว มีแต่ไส้กรอก กินไปพลาง ๆ ก็แล้วกัน” จางถัวไห่กล่าว
“ไส้กรอกก็พอแล้วล่ะ ใช่แล้ว เดี๋ยวฉันดึงนายเข้าไปในกลุ่มนึง กดยอมรับด้วยล่ะ” มิโรร์พูดพลางส่งคำเชิญมา
【มิโรร์เชิญคุณเข้าร่วมทีมล่าล้างผลาญ】
【ทีมล่าล้างผลาญเป็นหน่วยทดสอบของกองรถหัวกะโหลก คุณต้องการเข้าร่วมหรือไม่】
“เข้าร่วม” จางถัวไห่กดตกลง
จางถัวไห่พบว่าที่ด้านหลังช่องพูดคุยในพื้นที่มีช่องใหม่เพิ่มขึ้นชื่อว่า “ช่องทีมล่าล้างผลาญ” ซึ่งในขณะนั้นมีสมาชิกอยู่ 23 คน และก็ยังมีสมาชิกใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ
“มิโรร์เล่นใหญ่น่าดู แค่ช่วงสั้น ๆ ก็รวบรวมคนมาได้ตั้งยี่สิบกว่าคนแล้ว?” จางถัวไห่แคปหน้าจอรายชื่อสมาชิกเก็บไว้
จากนั้นเขาก็ถามมิโรร์ว่า “งั้นฉันถือว่าเข้าร่วมกองรถหัวกะโหลกแล้วใช่ไหม? ชื่อของฉันจะมีตราสัญลักษณ์ของกองรถหัวกะโหลกพ่วงท้ายรึเปล่า? ถ้ามีสัญลักษณ์ติดมาด้วยมันอาจทำให้พวกธงโจรสลัดไหวตัวทันนะ อยู่ดี ๆ กองรถหัวกะโหลกขยายกำลังขึ้นมาขนาดนี้ มันอาจทำให้ทั้งธงโจรสลัดกับผู้เล่นอื่นรู้สึกหวาดระแวงได้เลยนะ”
“ไม่เป็นไรหรอก หน่วยนี้เป็นแค่ทีมทดสอบของกองรถหัวกะโหลก ยังไม่ใช่สมาชิกอย่างเป็นทางการ จะไม่มีตราสัญลักษณ์แสดงแน่นอน ที่ดึงพวกนายเข้ามาเพื่อให้มีพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลกันก่อนต่างหาก รอให้เรากำจัดพวกธงโจรสลัดเสร็จก่อน ถ้าใครอยากเข้าร่วมก็จะดึงเข้าเป็นสมาชิกเลย ถ้าไม่อยากก็แค่ถอนตัว เราไม่บังคับอะไรทั้งนั้น”
มิโรร์กล่าว
“งั้นตกลง แล้วจะเริ่มปฏิบัติการเมื่อไหร่?” จางถัวไห่ถาม
“พรุ่งนี้เริ่มดำเนินการตามแผนขั้นแรก ตอนนี้คนยังไม่ครบ รอให้ครบก่อนแล้วค่อยวางแผนพร้อมกัน” มิโรร์กล่าว
“โอเค เข้าใจแล้ว”
จางถัวไห่เปิดดูรายชื่อในกลุ่มทีละคนแล้วจดจำชื่อเหล่านั้นไว้ทั้งหมด
คนพวกนี้ล้วนเป็นพวกที่สามารถทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ ต้องระวังให้มากเวลาเจรจาด้วยในอนาคต
“ว่าแต่ รายชื่อพวกนี้ขายได้อีกสักรอบไหมนะ?”
จางถัวไห่รู้สึกราวกับตัวเองเป็นหนูที่ตกถังข้าวสาร
รายชื่อขายได้รอบหนึ่ง พรุ่งนี้เปิดเผยแผนไปอีกนิด ก็ได้เงินเพิ่มอีกส่วน
ไม่สิ แผนการต้องขายแบบเลือกเฉพาะจุด ห้ามขายหมด หากกองรถหัวกะโหลกถูกพวกธงโจรสลัดถล่มยับแล้วล่มสลาย แล้วกองรถธงโจรสลัดขึ้นมาผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว แบบนั้นจะไม่เป็นผลดีกับเขา
“ดูท่าการเป็นสายลับก็ไม่ง่ายเหมือนกันนะ” จางถัวไห่ถอนหายใจอย่างรู้สึก แล้วคัดครึ่งนึงของรายชื่อไปส่งให้จ้าวหว่านหว่าน
“นี่คือรายชื่อบางส่วน ลองตีราคาให้หน่อยสิ” จางถัวไห่กล่าว
“หัวหน้าบอกว่า รายชื่อหนึ่งคนมีมูลค่าเท่ากับวัสดุพื้นฐานระดับ 1 สี่สิบชิ้น หรือสิ่งของอื่นที่มีมูลค่าเทียบเท่า” จ้าวหว่านหว่านกล่าว
“งั้นฉันให้ไปก่อน 20 ชื่อ จะได้คิดราคาง่าย ๆ ที่เหลือรอครบ 10 ค่อยรายงานอีกที” จางถัวไห่กล่าว
จ้าวหว่านหว่าน: “……”
สุดท้าย ภายใต้การโน้มน้าวของจ้าวหว่านหว่าน จางถัวไห่ก็ยอมส่งรายชื่อทั้ง 23 คนขึ้นไปจนหมด ส่วนรายชื่อใหม่ที่จะเข้ามาในภายหลัง เขาก็ขอเก็บไว้ก่อน
เดิมทีจ้าวหว่านหว่านตั้งใจจะใช้วัสดุพื้นฐานระดับ 1 ชำระ แต่เพราะจำนวนชิ้นส่วนไม่พอ เธอจึงใช้วัสดุระดับ 2 มาชดเชยในส่วนที่ขาดแทน
“ต้องขอโทษจริง ๆ นะ” จ้าวหว่านหว่านกล่าวขอโทษ
“ไม่เป็นไร ขอ ‘ขอโทษ’ แบบนี้อีกหลาย ๆ ครั้งจะดีมากเลย” จางถัวไห่พูดพลางมองวัสดุระดับ 2 ด้วยความดีใจ