โลภละโมบ
จางถัวไห่มองไปรอบๆ ขณะนี้เขาอยู่บนยอดเนินเขาลูกหนึ่ง
รอบตัวเต็มไปด้วยหมอกขาวหนาเกิน มองเห็นได้ไม่เกินสามสิบเมตร นอกนั้นก็เห็นเพียงม่านขาวพร่า
“เป็นไปตามคาด การจำกัดการมองเห็นนี่รุนแรงใช้ได้เลยแฮะ” จางถัวไห่ขมวดคิ้ว
เขาเปิดช่องแชทของทีมล่า แล้วก็พบว่าผู้เล่นในนั้นต่างก็พากันบ่นตามคาด
“อะไรเนี่ย รอบตัวมีแต่หมอกหนา มองทางแทบไม่เห็นเลย!”
“ใช่เลย มองเห็นได้แค่ 30 เมตรแบบนี้จะขับรถยังไงกัน ฉันไม่กล้าเหยียบเลยนะ เมื่อกี้พอออกตัวเร็วไปหน่อย เกือบตกแม่น้ำแล้ว”
“ร้อนจะตาย อุณหภูมินี่คงราวๆ 20 องศาได้มั้ง? เสื้อลงใหม่ที่พึ่งซื้อมายังไม่ทันอุ่นเลย”
“ทุกคน เปิดแท็บเล็ตขึ้นมา แล้วแชร์แผนที่กันก่อน” มิโรร์พูดขึ้นในช่องแชท
“รับทราบ”
ทุกคนต่างก็เปิดแท็บเล็ตในมือขึ้นมา
หน้าจอที่มืดสนิทก่อนหน้านี้ก็สว่างขึ้น พร้อมกับปรากฏจุดแดงเล็กๆ มากมาย แสดงตำแหน่งของผู้เล่นแต่ละคน
ตอนนี้สถานะของจางถัวไห่ยังเป็นผู้ภักดีต่อกลุ่มรถหัวกะโหลก เขาจึงเปิดแท็บเล็ตตามคำสั่ง
จุดสีแดงบนหน้าจอคือเพื่อนร่วมทีม ส่วนตัวเขาแสดงด้วยจุดสีขาว
จางถัวไห่ดูตำแหน่งของตัวเอง ซึ่งอยู่ตรงมุมล่างซ้ายของหน้าจอ คาดว่าเป็นโซนตะวันตกเฉียงใต้ของแผนที่ ถือเป็นพื้นที่ขอบนอก
เขามองการกระจายตัวของจุดแดงอื่นๆ บนแท็บเล็ต พบว่ามีอยู่ในทุกโซนของแผนที่ ดูเหมือนจะกระจายกันอย่างสม่ำเสมอ
“สมาชิกกลุ่มรถตัวจริงทุกคน ทำเครื่องหมายด้วย” มิโรร์พูดต่อ
ซ่า ซ่า ซ่า
พร้อมกับคำพูดของมิโรร์ จุดแดง 12 จุดเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน
การกระจายตัวของจุดสีน้ำเงินไม่ค่อยสม่ำเสมอ จุดส่วนใหญ่กระจุกอยู่ทางตะวันตกและเหนือ ส่วนทางใต้กับตะวันออกมีน้อย โดยเฉพาะแถวของจางถัวไห่ มีเพียงจุดน้ำเงินเล็กๆ จุดเดียวที่กะพริบๆ อยู่ มันราวกับเทียนในสายลมที่พร้อมจะดับลงทุกเมื่อ
“ผู้เล่นทุกคน ให้มุ่งหน้าไปยังจุดน้ำเงินที่ใกล้ตัวที่สุด รวมกลุ่มตามแผนที่กำหนดไว้”
มิโรร์ตะโกนเรียกด้วยเสียงดัง
“เข้าใจแล้ว” ทุกคนในกลุ่มรถตอบรับพร้อมกันแล้วพากันมุ่งหน้าไปยังจุดน้ำเงินที่อยู่ใกล้ที่สุด
“ขับไปดูหน่อยดีกว่า”
จางถัวไห่สั่งให้เสี่ยวอายขับรถไปยังจุดน้ำเงินที่ใกล้ที่สุด
อย่างน้อยก็แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มให้ได้ก่อน
จุดแดงรอบๆ หลายจุดก็เริ่มขยับเข้าหาจุดน้ำเงินเช่นกัน
จางถัวไห่มองไปก็เห็นว่ามีพันธมิตรอยู่ใกล้ๆ ราวห้าหกคนและต่างก็ขยับเข้ามาทางเขา
“คนเยอะเกิน ต้องหาวิธีกำจัดออกไปบ้างแล้วล่ะ”
จางถัวไห่มองแท็บเล็ตพลางคิดหาทางในใจ
ไม่นานจางถัวไห่ก็ขับมาถึงเนินเขาลูกหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ อีกครั้ง ตรงนั้นมีรถตู้พาณิชย์ระดับ 2 คันหนึ่งจอดอยู่บนเนิน
จางถัวไห่ขับรถเข้าไปใกล้
ทันทีที่จางถัวไห่โผล่เข้ามาก็มีชายลูกครึ่งคนหนึ่งกระโจนออกมาจากรถ เขามีผมถักเปียสกปรกสั้นๆ ใส่สร้อยหัวกะโหลกคล้องคอ ด้านในสวมเสื้อกล้ามสีแดง ด้านนอกคลุมด้วยเสื้อลง ในปากคาบซิการ์ไว้ ข้างเอวมีปืนกล๊อก เห็นได้ชัดว่าเป็นอันธพาล
ชายผมชายผมเปียคนนั้นเห็นรถออฟโรดหกล้อของจางถัวไห่ที่แล่นเข้ามา ตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
รถออฟโรดหกล้อสีแดง ล้อรถใหญ่สูงถึงเอว มีหนามเหล็กแหลมทั้งคัน แถมติดใบมีดกลาดหิมะใบยักษ์อยู่หน้ารถ ดูแล้วเท่ระห่ำถึงขีดสุด
แม้แต่หัวหน้าคนก่อนของพวกเขายังไม่เคยได้ขับรถดีขนาดนี้มาก่อนเลย
“มาเธอร์ฟัค...” ซิการ์หล่นจากปากชายผมเปีย เขาหันหลังกลับไปคว้าปืนกลอูซี่ของตัวเองจากในรถโดยไม่รู้ตัว
“นายคือสมาชิกตัวจริงของกลุ่มรถหัวกะโหลก หัวหน้าของโซนนี้ใช่ไหม?” จางถัวไห่ลดกระจกลง แล้วมองไปที่ชายผมเปีย
“นายคือพวกเบี้ยล่อ... เอ่อ... พรรคพวกในทีมนักล่าใช่ไหม?”
เมื่อชายผมเปียได้ยินแบบนั้นก็มีท่าทีคึกคักขึ้นมาทันที
ในฐานะกำลังหลักของกลุ่มรถหัวกะโหลก เขาย่อมรู้ชะตากรรมของสมาชิกทีมล่าอย่างจางถัวไห่ดี
พวกนี้เป็นแค่พวกวัวที่เอามาเป็นโล่กระสุนเท่านั้นเอง
พอคิดมาถึงตรงนี้ ความรู้สึกเหนือกว่าก็พลันผุดขึ้นในใจชายผมเปีย
พร้อมกันนั้นสายตาที่เขามองจางถัวไห่ก็เปลี่ยนไป กลายเป็นโลภละโมบ
ไหนๆ ก็เป็นแค่เบี้ยล่อกันกระสุน ทรัพย์สินสุดท้ายก็เป็นของกลุ่มรถอยู่ดี งั้นทำไมฉันจะไม่ฉกฉวยก่อนบ้างล่ะ?
ถ้าได้รถคันนี้มา มิแรนดาจะยังเมินฉันได้อีกเหรอ?
หัวใจของชายผมเปียพลันร้อนรุ่มขึ้นมา
เขายกปืนอูซี่ในมือชี้ไปที่จางถัวไห่แล้วพูดว่า “ใช่ ฉันคือหัวหน้าหน่วย ฉันขอประกาศว่ารถคันนี้ถูกริบแล้ว ตอนนี้นายลงจากรถซะ”
“เฮ้ย มีคนมาอีกแล้ว ทำไมนั่นมีโลโก้ธงโจรสลัดติดอยู่ล่ะ?”
จางถัวไห่แสร้งทำตกใจแล้วมองไปทางด้านหลังของชายผมเปีย
ชายผมเปียพอได้ยินก็ตกใจ รีบหันกลับไปมองทันที
แต่ด้านหลังกลับว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย
“อะไรกันเนี่ย?” ชายผมเปียยังไม่ทันตั้งตัว ก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นที่หน้าอก
ประตูรถออฟโรดหกล้อพุ่งเปิดกระแทกเข้าที่ตัวเขาอย่างแรง
หนามแหลมยาวสามนิ้วแทงทะลุร่างของเขา
“แค่ก... แค่กๆ...”
เลือดไหลซึมออกมาจากมุมปากของชายผมเปีย
“แก...”
ชายผมเปียยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาก็รู้สึกถึงแรงมหาศาลจากด้านหลัง
จางถัวไห่กระโจนออกมาจากรถก่อนดึงชายผมเปียออกจากประตูแล้วผลักเข้าไปในรถตู้
“นายจะทำอะไร?” ชายผมเปียตาเบิกโพลงเต็มไปด้วยความตกใจ
คำตอบของเขาคือเสียงปืนเอเค74 ที่ดังแหลมใส
ปัง ปัง ปัง
ยิงแบบทีละสามนัดเจาะกะโหลกของชายผมเปียจนแหลกละเอียด
“ไอ้สวะ แกคิดจะปล้นรถของฉันงั้นเหรอ?” จางถัวไห่ถ่มน้ำลายหนึ่งที
【มีรถหลายคันใกล้เข้ามา】 เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นทันที
จางถัวไห่สะดุ้งในใจ รู้ทันทีว่าผู้เล่นกลุ่มนั้นมาถึงแล้ว
เขาฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ แล้วพูดกับเสี่ยวอายว่า “เสี่ยวอาย ขับรถไปทางตะวันตกก่อน ช้าหน่อยนะ ล่อผู้เล่นพวกนั้นไปทางตะวันตกให้หมด”
“เข้าใจแล้ว”
เสี่ยวอายขับรถออฟโรดมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก ส่วนจางถัวไห่กระโดดขึ้นรถพาณิชย์ อุ้มศพของชายผมเปียขึ้นมากอดไว้ แล้วสั่นไปมาราวกับแสดงความเสียใจ “อาเธอร์ อาเธอร์ น้องรักของพี่ นายเป็นอะไรไป พูดสิ... พูดอะไรซักคำสิ!”
บนใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกจริงใจสุดซึ้ง
เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น รถหลายคันขับเข้ามาใกล้จางถัวไห่
ผู้เล่นหลายคนกระโดดลงจากรถ พวกเขาเห็นศพในรถแล้วต่างลังเล ทุกคนยืนงงอยู่รอบๆ ไม่รู้จะก้าวหน้าหรือถอยหลังดี
“พวกนายคือสมาชิกทีมล่าใช่ไหม?”
จางถัวไห่แสร้งเช็ดน้ำตาแล้วถามเสียงเย็น
“อ๊ะ ใช่ เราคือทีมล่า” ผู้เล่นหลายคนรีบตอบหลังรู้ตัวว่าถูกถาม
“เราถูกพวกธงโจรสลัดซุ่มโจมตี พวกมันฆ่าเพื่อนเราไปหนึ่งคน แต่ฉันก็ฆ่าพวกมันไปคนหนึ่ง บาดเจ็บอีกคน ตอนนี้พวกมันหนีไปแล้ว เรารีบไปตามล่ากันเถอะ”
จางถัวไห่พูดพลางชี้ไปทางตะวันตก
ทุกคนหันไปดูทางนั้นก็เห็นรถคันหนึ่งจมหายเข้าไปในหมอกหนาจริงๆ
“เอ่อ…”
ผู้เล่นส่วนมากต่างลังเลอยู่ในใจ
พวกเขาตามมิโรร์มาเพราะอยากหาเศษหาเลย หลักการก็คือให้คนอื่นไปตาย ส่วนฉันค่อยมาชุบมือเปิบ
แต่พอเห็นว่ามีคนตายจริงๆ พวกเขาก็เริ่มลังเล
แต่ละคนก็เริ่มคิดแผนอื่นกันในใจ