งานใหม่ของหวังไฉ่
กล่องทรัพยากรสีส้มลอยละลิ่วมาอยู่ตรงหน้าจางถัวไห่
เขารับกล่องเอาไว้ พอแน่ใจว่าไม่มีการแจ้งเตือนจากระบบ เขาก็ใช้ชะแลงงัดกล่องออก
ของมากมายร่วงหล่นออกมาจากกล่อง
พิมพ์เขียว “เครื่องจุดระเบิดระยะไกล”, “เครื่องสื่อสารแบบนาฬิกาข้อมือ”, “เครื่องพ่นไฟ” พร้อมวัสดุจำนวนมากสำหรับการประดิษฐ์
【เครื่องจุดระเบิดระยะไกล: สามารถจุดชนวนวัตถุระเบิดจากระยะไกลได้ ระยะควบคุม 1,000 เมตร】
【วัสดุที่ใช้: พลาสติก 2 หน่วย, ยาง 2 หน่วย, ชิ้นส่วนโลหะ 10 หน่วย, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 2 หน่วย】
【เครื่องสื่อสารแบบนาฬิกาข้อมือ: รองรับการสื่อสารไร้สายทั้งเสียง ข้อความ และระบบสั่น ระยะใช้งาน 5 กิโลเมตร】
【วัสดุที่ใช้: พลาสติก 4 หน่วย, ยาง 2 หน่วย, ชิ้นส่วนโลหะ 20 หน่วย, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 1 หน่วย】
【หมายเหตุ: วัสดุทั้งหมดนี้ใช้สำหรับผลิตเครื่องสื่อสารหนึ่งเครื่อง】
【หมายเหตุ 2: หนึ่งกลุ่มสามารถใช้งานได้พร้อมกันสูงสุด 4 เครื่อง】
【เครื่องพ่นไฟ: พ่นเปลวไฟโจมตีศัตรู อุณหภูมิไฟ 1000 องศาเซลเซียส ระยะยิงไกลสุด 50 เมตร ระยะเผาไหม้ที่ดีที่สุด 20 เมตร】
【วัสดุที่ใช้: แท่งโลหะ 2 หน่วย, ยาง 8 หน่วย, พลาสติก 2 หน่วย, น้ำมัน 50 หน่วย, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ระดับต่ำ 1 หน่วย】
เมื่อเห็นพิมพ์เขียวทั้งสามชิ้นกับกองวัสดุ จางถัวไห่ก็ขมวดคิ้ว
เขารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ดูไม่สมกับมาตรฐานของกล่องทรัพยากรระดับสีส้มเลย
“หรือว่าเพราะดาเมจที่ฉันทำได้ต่ำไป ทำให้รางวัลลดลง?”
เขาคิดพลางขมวดคิ้ว
คิดไปคิดมา ดูเหมือนนี่จะเป็นคำอธิบายเดียวที่พอจะเข้าท่า ว่าทำไมรางวัลถึงได้ดูไร้ค่า
“ของพวกนี้ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยแฮะ”
จางถัวไห่หยิบพิมพ์เขียวสามใบขึ้นมาพลิกดู
เครื่องพ่นไฟมีระยะยิงใกล้เกินไป ใกล้ยิ่งกว่าปืนลูกซองเสียอีก แถมถ้าโดนกระสุนติดไฟยิงใส่ก็มีความเสี่ยงระเบิดไหม้ทั้งเป็นอีก จางถัวไห่ไม่อยากลองเลย
ส่วนเครื่องจุดระเบิดระยะไกลก็ดูเหมือนไม่ค่อยมีประโยชน์ เพราะเขาไม่มีวัตถุระเบิดอะไรที่ต้องใช้ระเบิดจากระยะไกล
อาร์พีจีกับระเบิดเท้าเหล็กก็มีระบบยิงในตัว ค็อกเทลโมโลตอฟกับระเบิดมือก็สามารถจุดชนวนก่อนขว้างได้อยู่แล้ว
ส่วนเครื่องสื่อสารแบบนาฬิกานี่ยิ่งไม่มีประโยชน์เข้าไปใหญ่
เขาไม่มีเพื่อนร่วมทีมด้วยซ้ำ คนเดียวที่สามารถใส่นาฬิกานี่ได้ก็คือหวังไฉ่
หรือว่าเขาจะต้องทำอันหนึ่งให้หวังไฉ่ใส่?
คนกับจิ้งจอกจะใส่นาฬิกาสื่อสารแล้วคุยกันเนี่ยนะ?
เดี๋ยวสิ! หวังไฉ่!
จู่ๆ จางถัวไห่ก็เกิดความคิดขึ้นมาในหัว
เขารู้สึกว่านาฬิกาสื่อสารนี้อาจมีประโยชน์ไม่น้อย
เช่น ถ้าให้หวังไฉ่ใส่นาฬิกานี้ มันก็สามารถออกไปลาดตระเวนแทนเขาได้
หากเขาเป็นฝ่ายออกไปสอดแนมเอง เพราะตัวใหญ่กว่าจึงถูกพบเห็นง่าย แถมตัวเองยังเสี่ยงมากด้วย
แต่หวังไฉ่ไม่เหมือนกันเลย
ใครจะไปสนใจจิ้งจอกทะเลทรายน่ารักตัวหนึ่งกันล่ะ?
หวังไฉ่สามารถส่งข่าวสารกลับมาให้เขาผ่านนาฬิกาสื่อสารได้โดยตรง
แบบนี้ ความปลอดภัยของเขาก็เพิ่มขึ้นมหาศาล
ถ้าคิดให้ไกลกว่านั้น หวังไฉ่ก็ยังสามารถแบกของเล็กๆ ไปได้อีก อย่างเช่น ค็อกเทลโมโลตอฟ ระเบิดมือ หรือแม้แต่เครื่องพ่นไฟ แล้วแอบโยนไปใต้รถของศัตรูโดยที่ไม่มีใครรู้
จากนั้นก็จุดระเบิดด้วยเครื่องจุดระเบิดระยะไกล...
แผนนี้สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
พอคิดมาถึงตรงนี้ จางถัวไห่ก็หันไปมองหวังไฉ่ทันที
“นายจะทำอะไรน่ะ?” หวังไฉ่รู้สึกถึงลางร้ายได้ในทันที ขนหลังมันลุกซู่โดยไม่รู้ตัวแล้วถอยหลังออกมาสองก้าว
“หวังไฉ่~ นายว่าโดยปกติแล้วฉันดีกับนายแค่ไหน?” จางถัวไห่ถามด้วยรอยยิ้มแป้น
“ก็ค่อนข้างดี...” หวังไฉ่ตอบอย่างอ้อมแอ้ม เพราะมันคุ้นเคยกับรอยยิ้มแบบนี้ของจางถัวไห่ดี
ทุกครั้งที่จางถัวไห่จะใช้มันทำอะไรบางอย่าง ก็จะยิ้มแบบนี้เสมอ
ทั้งซักผ้า ทำปุ๋ย ดูแลพืชผัก หรือแม้แต่ไปยังจุดอันตรายเพื่อเอากล่องทรัพยากรก็เหมือนกัน
จนตอนนี้มันแทบจะเกิดปมในใจแล้ว
“ดูสิ นายเอาแต่กินกับนอน ฉันก็เลี้ยงดูนายมาตั้งนานแล้ว ถึงเวลาที่นายจะต้องออกแรงบ้างแล้วล่ะ” จางถัวไห่พูดพร้อมหัวเราะ
“พูดมาตรงๆ เถอะว่าจะให้ฉันทำอะไร...” หวังไฉ่อยากจะโต้เถียง แต่พอเห็นสายตาหยีๆ กับรอยยิ้มแบบนั้น มันก็พูดไม่ออก
“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่ให้ช่วยภารกิจสอดแนมตอนสถานการณ์พิเศษ แล้วก็ภารกิจระเบิดนิดหน่อย”
จางถัวไห่กล่าวด้วยเสียงราบเรียบ
“หา?”
หวังไฉ่เบิกตามองจางถัวไห่อย่างงุนงงเต็มใบหน้า
“คือแบบนี้นะ...”
จางถัวไห่เล่าแผนการในหัวให้หวังไฉ่ฟังอย่างละเอียด
“นายล้อเล่นใช่ไหม!?” หวังไฉ่ถึงกับกระโดดขึ้นมาด้วยความตกใจ
“ทำภารกิจครั้งนึง ได้ดื่มนมหนึ่งแก้ว”
จางถัวไห่กล่าวล่อ
“อืมม...”
หวังไฉ่เริ่มลังเล
“แถมไข่อีกฟองนึงด้วย”
จางถัวไห่เสริม
“ตกลง!”
แค่คิดว่าจะได้ดื่มนม กินไข่ หวังไฉ่ก็เริ่มรู้สึกว่าเป็นสายลับกับมือระเบิดไม่ใช่เรื่องยากอะไร
“โอเค งั้นลองดูเลย ใช้เจ้านี่เป็นเป้าละกัน”
จางถัวไห่จับมิโรร์โยนขึ้นไปบนรถยนต์ที่ถูกทิ้งร้าง
แน่นอนว่าเพื่อไม่ให้ของเสียเปล่า เขาได้กวาดทรัพยากรทั้งหมดในรถออกมาก่อนแล้ว
“อู๋อู๋”
มิโรร์ดูเหมือนจะรู้สึกได้ว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี เขาจึงพยายามดิ้นหนีสุดชีวิต
แต่จางถัวไห่ไม่สนใจ โยนเขาเข้าไปในที่นั่งคนขับแล้วปิดประตู
“เริ่มได้” จางถัวไห่เตรียมนาฬิกาสื่อสารเรียบร้อยแล้ว ติดไว้ที่ขาหลังของหวังไฉ่
จากนั้นเขาก็ทำเครื่องพ่นไฟกับชุดเครื่องจุดระเบิดระยะไกลอีกชุด แล้วโยนให้หวังไฉ่
หวังไฉ่แบกเครื่องพ่นไฟแล้วแอบเล็ดลอดไปใต้ท้องรถอย่างเงียบเชียบ
จางถัวไห่ถึงกับขึ้นไปนั่งในที่นั่งคนขับทดลองเอง และพบว่าถ้าไม่ก้มมองพื้นจริงๆ ก็แทบจะไม่เห็นหวังไฉ่เลย
เมื่อหวังไฉ่ไปถึงใต้รถ มันก็หอบหายใจอย่างเหนื่อยล้า
เพราะสำหรับมันแล้ว เครื่องพ่นไฟหนักเกินไปจริงๆ
“ฮัลโหลๆ ได้ยินไหม?” หวังไฉ่เปิดเครื่องสื่อสารเพื่อทดสอบเสียง
“ตัวเครื่องไม่มีปัญหา แต่เสียงนายมันดังไปหน่อย ขนาดนั่งอยู่ในรถยังได้ยินเลย ต่อไปใช้แบบส่งข้อความแทนละกัน”
จางถัวไห่กล่าว
“แต่ฉันพิมพ์ไม่เป็นนะ”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันสอน แค่พิมพ์เป็นพินอินก็พอ” จางถัวไห่ตอบ
“เออๆ ก็ได้” หวังไฉ่พยักหน้าอย่างจนใจ
เพื่อแลกกับนมและไข่ มันก็ต้องยอม
“โอเค ถึงเวลาทดสอบขั้นสุดท้ายแล้ว”
จางถัวไห่กระโดดลงจากรถแล้ววิ่งออกไปยังที่ไกลๆ
หวังไฉ่ก็ติดเครื่องจุดระเบิดไว้กับเครื่องพ่นไฟแล้ววิ่งตามออกมา
เมื่อทั้งคนและจิ้งจอกออกห่างจากเขตอันตรายแล้ว จางถัวไห่ก็กดสวิตช์ระเบิด
ตูม!
เครื่องพ่นไฟที่ซ่อนใต้รถระเบิดอย่างรุนแรง เปลวเพลิงโหมกระหน่ำกลืนกินตัวรถทั้งคัน
【หัวหน้าทีมหัวกะโหลก “มิโรร์” ถูกกำจัด สมาชิกหลักของทีมหัวกะโหลกไม่มีผู้รอดชีวิต ทีมถูกยุบ ผู้เล่นในทีมย่อยกลายเป็นบุคคลไร้สังกัด ทีมธงโจรสลัดได้รับชัยชนะ】
【การแข่งขันเลื่อนระดับสิ้นสุดแล้ว ผู้เล่นทุกคนจะถูกส่งออกจากแผนที่ในอีก 30 นาที ต้องการออกเดี๋ยวนี้หรือไม่?】