รักใหม่ลืมเก่าของจ้าวหว่านหว่าน
“ข้างนอกนี่เองเหรอ?”
จางถัวไห่สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ ขณะกำลังยืดเส้นยืดสาย เล่นเกือบทำเอาหลังพลิก
“ไหนล่ะ?” จางถัวไห่ชะโงกมองออกไปด้านนอก
แต่ในรถสว่างตา ส่วนข้างนอกมืดสนิท จางถัวไห่แทบมองไม่เห็นอะไรเลย
พอจนปัญญา เขาจึงก้มหน้าแนบกระจก ใช้สองมือบังแสงแล้วสอดส่องออกไป
แปลกแต่จริง วิธีนี้กลับได้ผล
สิ่งแรกที่ปรากฏในสายตาคือดวงตากลมโตเท่ากระดิ่งทองเหลืองสองดวง ดวงตาคู่นั้นจ้องตากับจางถัวไห่พอดี
“เฮ้ย!”
“โฮ่ววว!”
ทั้งสองฝ่ายต่างสะดุ้งตกใจพร้อมกัน
จางถัวไห่ทรุดตูมลงบนเบาะคนขับ
ส่วนเจ้าสิ่งนั้นก็นั่งแหมะลงกับพื้น
“ตัวบ้าอะไรวะเนี่ย?”
จางถัวไห่คว้าเอเค-74 มาถือแน่นแล้วกลับไปชะโงกหน้าดูนอกหน้าต่างอย่างระมัดระวัง
นอกหน้าต่าง บนพื้นหิมะ มีหมีตัวใหญ่หนึ่งตัวนั่งอยู่
มันไม่ใช่หมีสีน้ำตาล ไม่ใช่หมีดำ และก็ไม่ใช่หมีขั้วโลก ขนทั้งตัวเป็นสีขาว แต่หูและสี่ขาเป็นสีดำ ที่เด่นที่สุดคือวงตาดำมหึมาคล้ายแพนด้า
มันกำลังมองจางถัวไห่อย่างตื่นตระหนก ตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง ไม่รู้เพราะกลัวหรือเพราะหนาวกันแน่
“แพนด้า?” จางถัวไห่ถึงกับอึ้ง
ท่ามกลางหิมะน้ำแข็งแบบนี้ มันมาโผล่ได้ยังไงกัน?
ยิ่งไปกว่านั้น ถึงมันจะเป็นหมี แต่เรื่องพลังต่อสู้สู้ญาติๆ ของมันไม่ได้เลยสักนิด
ระบบเกมส่งเจ้าสิ่งนี้มา จะว่าเป็นของแจกฟรีให้ฟาร์มหรือเปล่านี่?
“แล้วไอ้นี่จะยิงทิ้งเลยดี หรือปล่อยไปดีล่ะ?”
“ถ้ายิงตาย จะดรอปไอเทมหรือเปล่าเนี่ย?”
ระหว่างที่จางถัวไห่ยังลังเลไม่รู้จะเอาไง ไฟหน้ารถคันหลังที่ตามมาก็สว่างขึ้น
จ้าวหว่านหว่านลดกระจกลงแล้วยื่นปืนกลเบาโพโพช่าออกมาจากหน้าต่าง
“ว้าว! แพนด้า!” พอเห็นหน้าชัดๆ จ้าวหว่านหว่านก็กระโดดลงจากรถและวิ่งพุ่งราวกับแข่งร้อยเมตรไปหาแพนด้า แล้วใช้สองมือขยำหัวกลมๆ นั้นด้วยความฟินสุดขีด
“โอ๊ยยย ฉันอยากขยำแบบนี้มานานแล้ว เสียดายไม่เคยมีโอกาส วันนี้ฝันเป็นจริงสักที!”
จ้าวหว่านหว่านกอดแพนด้าแน่นด้วยใบหน้ามีความสุข เธอลูบไล้หน้าไปมากับหัวหมีอย่างเพลินใจ
แพนด้าทั้งตัวแข็งทื่อไปเลย สีหน้ามันเต็มไปด้วยคำว่า “ฉันเป็นใคร อยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรอยู่เนี่ย”
บนหน้าจางถัวไห่ก็เต็มไปด้วยความปวดหัว
ถึงแพนด้าจะน่ารักแค่ไหน สุดท้ายมันก็เป็นสัตว์นักล่าไซส์ยักษ์นะ ไปขยำหัวมันแรงๆ แบบนี้ คิดว่ามันไม่มีศักดิ์ศรีเลยรึไง
ยิ่งตอนนี้จ้าวหว่านหว่านคือพนักงานปลูกอ้อยของเขา จางถัวไห่ไม่อยากให้เธอบาดเจ็บขึ้นมาเด็ดขาด
ถ้าปลูกอ้อยไม่ได้ จะเอาเนื้อจากไหนมาแลกอีกล่ะ?
“หว่านหว่าน ถอยออกมาหน่อย มันกินเนื้อนะ ถ้ามันงับเธอทีเดียว มีหวังได้ไปนอนโรงบาลแน่”
จางถัวไห่ลดกระจกลง เล็งเอเค-74 ไปที่แพนด้าทันที
“ไม่ต้องห่วง” จ้าวหว่านหว่านโบกมือให้ “ฉันถูกชะตากับสัตว์มาตั้งแต่เด็ก สิงโตเสืออะไรเห็นฉันก็ไม่กัดนะ ตอนเด็กฉันยังเคยเล่นกับฝูงหมาป่าด้วย แพนด้าตัวนี้ก็ไม่ทำร้ายฉันหรอก จริงไหมล่ะ?”
พูดไปก็กอดหัวแพนด้าขยำต่อไปอย่างไม่สะทกสะท้าน
“มีสกิลแบบนี้ด้วยเหรอ?” จางถัวไห่ถึงกับตะลึง
ตอนแรกเขาแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลย
ถ้าเธอทำได้จริง นี่มันต้องเป็นดรูอิดกลับชาติมาเกิดแน่ๆ
แต่ดูจากภาพตรงหน้า แพนด้าก็ไม่ได้มีท่าทีจะทำร้ายเธอจริงๆ
มันยังคงทำหน้าเบลอๆ งงๆ อยู่เลย
พอเห็นว่าไม่มีอันตราย จางถัวไห่ก็ลดปืนลง
“สัตว์ป่าที่ไหนจะน่ารักขนาดนี้เนี่ย… ไปขยำหัวมันสักทีดีไหม?”
ในโลกก่อน แพนด้าคือสมบัติชาติ เขาแทบไม่มีวันได้แตะ แต่ตอนนี้เหมือนจะมีโอกาสลูบมันจริงๆ
อีกอย่าง เจ้าตัวนี้นั่งตากลมมานาน ระบบก็ไม่แจ้งเตือนอะไร แสดงว่าไม่น่ามีอันตราย นี่ทำให้จางถัวไห่ใจกล้าขึ้นมา
เขาลงจากรถ ในมือหนึ่งถือเอเค-74 อีกมือก็วางบนหัวแพนด้าแล้วลูบเบาๆ สองที
“อืมมม สัมผัสดีจริงๆ”
เขาลูบไปเรื่อยๆ แล้วพบว่ามันเพลินจนแทบหยุดไม่ได้ รู้สึกติดใจอย่างบอกไม่ถูก
ลูบไปได้สักพัก จางถัวไห่ก็เข้าใจเลยว่าทำไมคนถึงชอบลูบแพนด้า ที่แท้มันเสพติดแบบนี้นี่เอง
หลังลูบเพลินอยู่พักใหญ่ เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าพวกเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อเล่นกับแพนด้าซักหน่อย!
“แล้วจะเอาไงกับเจ้าตัวนี้ดีล่ะ? ถ้าถามฉันนะ ฆ่าทำเนื้อไปเลยดีกว่า ดูเนื้อมันสิ อย่างน้อยก็หลายร้อยกิโล กินได้นานเลยนะ”
“ไม่ได้หรอก อาไป๋น่ารักขนาดนี้ จะกินเนื้อมันได้ไง เสียดายแย่” จ้าวหว่านหว่านพูดพลางกอดหัวแพนด้าไว้แน่น
“แล้วจะให้ทำไงล่ะ? สัตว์ล่าเนื้อนี่คือแหล่งเนื้อหลักของเราเลยนะ ถ้าไม่ล่า เดี๋ยวอีกไม่กี่วันเราจะไม่ได้กินเนื้อแม้แต่นิดเดียวด้วยซ้ำ” จางถัวไห่แกล้งกวน
เขาพูดกระเซ้าเธออย่างจงใจ
“ต้องฆ่าจริงๆ เหรอ…” จ้าวหว่านหว่านลังเลขึ้นมาทันที
“ไม่ฆ่าก็ได้ แต่เธอต้องหาเนื้ออย่างอื่นมาแทนที่” จางถัวไห่บอกเสียงนิ่ง
“เอ่อ… ถ้าไม่ไหวจริงๆ เอาเจ้าเหมียวใหญ่คลูดไปแทนละกัน มันตั้งสี่ร้อยกว่ากิโล กินได้เป็นเดือนเลย” เธอพูดทั้งที่ยังลูบแพนด้าอยู่
จางถัวไห่ : “ … ”
โธ่เอ๊ย ได้สัตว์เลี้ยงใหม่ปุ๊บ ลืมตัวเก่าปั๊บ นี่แหละตัวแม่สายเปลี่ยนใจ
จางถัวไห่เหลือบมองเข้าไปในรถของเธอ เขาเห็นเจ้าเหมียวใหญ่คลูดกอดหมอนร้องไห้เหมือนเด็กหนักสี่ร้อยกิโล
นกแก้วมาคอว์โบลี่เกาะอยู่บนหัวมัน ปลอบว่า “เอาน่า เรื่องแค่นี้เอง ก็แค่ลงหม้อเองไง ลองดูฉันสิ วันๆ นั่งอ่านตำราทำอาหารนกทั้งเล่ม ยังยิ้มได้เลย คราวหน้าช่วยผอมลงหน่อยนะ”
สุดท้ายคลูดก็ร้องไห้หนักกว่าเดิม
“เอาล่ะๆ พามันกลับไปก็ได้ ขอแค่ไม่ให้กระทบงานหลัก เธออยากเลี้ยงยังไงก็เลี้ยงไป แต่ฉันจำได้ว่าเจ้านี่กินหน่อไม้นะ เธอมีเหรอ?”
สำหรับนิสัยชอบเลี้ยงสัตว์ของจ้าวหว่านหว่าน จางถัวไห่ไม่คิดจะยุ่ง ขอแค่ไม่กระทบงานหลัก ต่อให้เปิดสวนสัตว์ส่วนตัวเขาก็ยอม
“ไม่เป็นไร ฉันมีเมล็ดไผ่อยู่ แค่ก่อนหน้านี้คิดว่าไม่จำเป็นเลยไม่ปลูก ตอนนี้ได้ใช้พอดีเลย!”
จ้าวหว่านหว่านตบอกอย่างมั่นใจ
โห คนอะไร เตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้าอีกต่างหาก
จางถัวไห่พยักหน้า “ก็ได้ แต่เธอต้องดูมันดีๆ อย่าให้มันไปทำลายอ้อยนะ อ้อยนั่นเอาไว้แลกเนื้อ ถ้าเสียหายเมื่อไหร่ ฉันจะเอาเนื้อมันมาแทน”
พูดจบเขาก็ลูบหัวเจ้าแพนด้าอาไป๋
“ได้ยินไหม อย่ามาทำซื่อ ฉันรู้ว่าแกเข้าใจ”
อาไป๋พยักหน้าหงึกๆ ทันที
ก็เห็นปืนเอเค-74 จ่อหัวอยู่แบบนั้น ใครจะกล้าไม่เข้าใจล่ะ!
ทันใดนั้นก็มีไฟสูงสาดเข้ามาจากระยะไกล มันมาพร้อมเสียงเครื่องยนต์รถหลายคันคำรามเข้ามา
ระบบแจ้งเตือนก็โผล่ขึ้นมาพอดี
【ผู้เล่นคลั่งกำลังเข้าใกล้ ถืออาวุธเออาร์-15 และปืนกลมืออูซี่ โปรดระวัง】