ถนนสายรุ้ง

มนุษย์หิมะที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ไม่เพียงแต่ตัวใหญ่ผิดปกติ ความเร็วก็เร็วอย่างเหลือเชื่อ

จากที่จางถัวไห่ประเมินด้วยสายตา มันน่าจะวิ่งได้เร็วถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เจ้ามนุษย์หิมะยักษ์กำลังไล่ตามจางถัวไห่มาด้วยความเร็วสูง

ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงอย่างรวดเร็ว

“เร่งเครื่องเร็วเข้า” จางถัวไห่สั่งให้เสี่ยวอายเร่งความเร็วพลางคิดหาทางหนี

ทันใดนั้นเขาก็เห็นถนนเบื้องหน้ามีทางแยกสองทาง

ทางหนึ่งกว้างขวางและเรียบตรง วิ่งยาวไปจนสุด

อีกทางแคบกว่ามาก กว้างแค่ราวเจ็ดแปดเมตร แถมปากทางยังมีครึ่งกำแพงหิมะขวางไว้ ข้างในก็มีแต่กำแพงหิมะซ้อนกันเป็นชั้น ๆ

“ดูเหมือนว่าเส้นหนึ่งทดสอบความเร็ว อีกเส้นทดสอบความคล่องตัวสินะ”

จางถัวไห่คาดเดาความหมายแฝงของเส้นทางทั้งสอง

เขามองดูเจ้าก้อนหิมะยักษ์ที่ไล่ตามมาอย่างรวดเร็ว แล้วก็หมดความมั่นใจว่าจะหนีพ้นได้ด้วยความเร็วเพียงอย่างเดียว

“ไปทางที่มีหิมะขวางเถอะ”

ตอนนี้ เขาหวังเพียงว่าเส้นทางแคบนั้นจะช่วยหน่วงเวลาลูกหิมะไว้ได้บ้าง

เสี่ยวอายควบคุมรถออฟโรดหกล้อพุ่งเข้าไปในเส้นทางที่มีหิมะขวางทันที

ภายในถนนสายนี้เป็นไปตามที่จางถัวไห่คาดไว้ มีหิมะขวางทั้งซ้ายและขวาเต็มไปหมด เสี่ยวอายต้องเปลี่ยนทิศทางรถตลอดเวลา

ถนนเส้นนี้ยังไม่ใช่เส้นตรง มีจุดเลี้ยวซิกแซกตลอด เสี่ยวอายต้องดริฟต์ต่อเนื่องกัน หากจางถัวไห่ไม่รัดเข็มขัดไว้คงหลุดกระเด็นออกไปแล้ว

เลี้ยวซ้ายทีขวาที แล้วก็ยังมีเจ้าก้อนหิมะตามหลัง นี่ทำให้เขานึกถึงเกม “วิ่งหนีวิหาร” ที่เคยเล่นเมื่อก่อนเลย

แต่ตอนนั้นถึงตายก็แค่เริ่มใหม่ แต่ถ้าโดนลูกหิมะนี่ชนขึ้นมาล่ะก็ ได้ตายจริงแน่

“ว่าแต่ เจ้าลูกหิมะนั่นยังไม่ตามมาถึงใช่ไหม?”

จางถัวไห่หันไปมองข้างหลัง และภาพที่เห็นก็ทำให้เขาแทบผงะ

เจ้าก้อนหิมะยักษ์นั่นไล่ตามมาทันแล้ว!

กำแพงหิมะทั้งสองฝั่งถนนไม่สามารถขวางมันได้เลย กำแพงพวกนี้ล้วนถูกบดจนแหลกละเอียด

ยิ่งไปกว่านั้น กำแพงหิมะที่ถูกบดก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของก้อนหิมะ ทำให้มันยิ่งใหญ่ขึ้นอีก

“บ้าจริง! เร่ง! เร่งให้ถึงขีดสุดเลย!”

จางถัวไห่กัดฟันหยิบอาร์พีจี-7 จากเบาะข้างขึ้นมา ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ เขาก็จะจัดเต็มใส่มนุษย์หิมะด้านหลังให้สาสม

อย่างน้อยก็ช่วยซื้อเวลาได้บ้าง

เขาสลับระหว่างเล็งเป้าหลังกับมองข้างหน้าและคอยหาจังหวะเหมาะว่าจะถึงปลายทางเมื่อไร

แต่สิ่งที่เขาเห็นเบื้องหน้ากลับทำให้ชะงักไปทันที

ถนนเบื้องหน้ามีกำแพงหิมะพร้อมกล่องไม้ใบโตขวางอยู่เต็มแน่น ไม่มีช่องให้ผ่านแม้แต่นิดเดียว

ไม่มีแม้แต่รอยแยกให้ลอด

“นี่มันบีบให้ฉันตายชัด ๆ ขับพุ่งชนกล่องไม้ซะ ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าข้างในมีอะไร!”

จางถัวไห่ตะโกนสั่งเสียงดัง

“รับทราบ!”

เสี่ยวอายพุ่งรถออฟโรดหกล้อชนกล่องไม้อย่างจัง

โครม!

กล่องไม้ไม่แข็งแรงเลย พอชนเข้าไปก็แตกกระจายเป็นชิ้น ๆ กลิ่นไม้ลอยฟุ้ง

เสียงระบบเกมดังขึ้นมาทันที

【ขอแสดงความยินดี คุณได้รับแต้ม 10 แต้ม】

จางถัวไห่: “ห๊ะ???”

ยังไม่ทันเขาตั้งตัวได้ เขาก็เจอกล่องไม้อีกกล่อง เสี่ยวอายขับชนเข้าไปทันที

【ขอแสดงความยินดี คุณได้รับน้ำมัน 50 หน่วย】

“นี่มันเปลี่ยนจากเกมหนีวิหารเป็นมาริโอ้คาร์ทแล้วเหรอ?”

จางถัวไห่ถึงกับงงไปหมด

“แต่ขออะไรดี ๆ หน่อยได้ไหม อย่างน้อยก็ช่วยหยุดเจ้าก้อนหิมะข้างหลังได้บ้างอะไรก็ยังดี”

เขาบ่นไปสั่งเสี่ยวอายไปให้ชนทุกกล่องไม้เท่าที่เห็น โดยไม่ลดความเร็ว

โครม! โครม! โครม!

กล่องไม้แตกกระจายทีละกล่อง

รอบตัวจางถัวไห่เต็มไปด้วยข้าวของมากมาย

น้ำแร่ ไก่ทอด บะหมี่เย็น ไก่ชุบแป้งทอด ขาไก่ปิ้ง ปลาหมึกย่าง...

ข้าวของวุ่นวายสารพัดออกมาพรึ่บ แต่ไม่มีสักอย่างที่ช่วยให้เขารอดจากสถานการณ์ตรงหน้า

เมื่อเห็นกองขนมตรงหน้าแล้ว จางถัวไห่พูดไม่ออก: “นี่คือจะให้ฉันกินให้อิ่มก่อนตายเหรอ?”

ทันใดนั้นเสียงของระบบเกมก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

【หลบกล่องไม้ข้างหน้า กล่องนั้นมีช้างอยู่ข้างใน ถ้าชนเข้าไปคุณจะติด แล้วจะถูกลูกหิมะทับตาย】

จางถัวไห่เงยหน้ามองก็เห็นกล่องไม้ขนาดใหญ่อยู่ข้างหน้าใกล้จะชนเข้าเต็มที

“เกมบัดซบอะไรเนี่ย! เล่นกับสัญชาตญาณของคนอีก!”

เขาด่าระบบเกมอย่างไม่ไว้หน้าแล้วสั่งเสี่ยวอายให้หักเลี้ยวทันที

ฟึ่บ!

รถออฟโรดหกล้อสไลด์เฉียดกล่องไม้ไปแบบเฉียดฉิวโดยห่างแค่เซนติเมตรเดียวเท่านั้น

“เกือบไปแล้ว!” จางถัวไห่เช็ดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก

แม้เขาจะหลบกล่องไม้พ้น แต่ความเร็วของรถก็ลดลง ทำให้ระยะห่างจากเจ้าก้อนหิมะเหลือไม่ถึงสิบเมตร

“ดูเหมือนว่าต้องใช้ของเด็ดแล้วสินะ”

จางถัวไห่ยกอาร์พีจี-7 ขึ้นมาแบกบนบ่า

ถึงจะเสียดายแค่ไหน แต่สถานการณ์นี้ไม่ใช้ไม่ได้แล้ว

แต่แล้วเสียงระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง

【ชนกล่องไม้ด้านขวา มันจะช่วยให้คุณหนีรอดได้ ถ้าพลาดโอกาสนี้ ต้องรออีก 2,000 เมตรกว่าจะมีโอกาสหนีอีกครั้ง】

จางถัวไห่เงยหน้ามองไปก็เห็นกล่องไม้สองกล่องอยู่เบื้องหน้า ซ้ายหนึ่ง ขวาหนึ่ง

กล่องซ้ายคือเลือกขับไปต่ออีกสองกิโลเพื่อเก็บของเพิ่ม กล่องขวาคือเลือกหนีรอดเดี๋ยวนั้นเลย

“ฉันจะไปต่ออีกสองกิโลไหวไหมเนี่ย?” จางถัวไห่มองลูกหิมะที่ตามมาติด ๆ แล้วตะโกนใส่เสี่ยวอาย “พุ่งชนกล่องทางขวาเลย!”

“รับทราบ!” เสี่ยวอายขับชนกล่องขวาทันที

โครม!

กล่องไม้แตกกระจาย

จางถัวไห่รู้สึกตัวเองลอยขึ้นฟ้า

พอเขาก้มลงมองก็เห็นว่าในกล่องไม้มีแผ่นเหล็กใหญ่ ใต้แผ่นเหล็กคือลวดสปริงขนาดยักษ์

แรงดีดมหาศาลทำให้รถออฟโรดหกล้อของเขาลอยขึ้นไปในอากาศ และในวินาทีนั้นเองเจ้าก้อนหิมะก็พุ่งมาบดขยี้สปริงจนแหลก

“โชคดีที่ไม่โลภนะเนี่ย…”

จางถัวไห่เช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากอย่างโล่งอก

รถทะยานขึ้นสูงกว่า 50 เมตร ก่อนจะตกลงมาบนถนนเรียบเส้นหนึ่ง

ถนนกว้างประมาณเจ็ดถึงแปดเมตรถูกทาสีเป็นลายสายรุ้ง บนถนนเรียงรายไปด้วยกล่องไม้

เสี่ยวอายเร่งเครื่องอีกครั้ง

“เบาหน่อย เบาหน่อย ขอฉันชนกล่องให้หมดก่อน” จางถัวไห่ร้องบอก

“ไม่ได้ค่ะ ถนนเส้นนี้ลื่นมาก เบรกไม่อยู่”

เสี่ยวอายตอบกลับ

“งั้นก็ชนให้มากที่สุดเท่าที่จะปลอดภัยละกัน”

จางถัวไห่จำใจยอมรับสภาพ

เขาเดาว่านี่คงเป็นกลไกของระบบเกม ที่ไม่ให้เขาหยุดอยู่นานเกินไปเพื่อเก็บของ

【ขอแสดงความยินดี คุณได้รับแต้ม 1 แต้ม】

【ขอแสดงความยินดี คุณได้รับหอยนางรม 6 ตัว】

【ขอแสดงความยินดี คุณได้รับลูกอมสายรุ้ง 1 ซอง】

ข้อความแจ้งเตือนของระบบแทบจะเต็มหน้าจอจนเขาอ่านไม่ทันแล้ว

ในที่สุ ถนนสายรุ้งก็ค่อย ๆ ลาดลงสู่พื้นดิน และรถของจางถัวไห่ก็หยุดลงอย่างราบรื่น

【ขอแสดงความยินดี คุณผ่านการแข่งขันไล่ล่ามนุษย์หิมะ กรุณารับรางวัลของคุณ】

ตอนก่อน

จบบทที่ ถนนสายรุ้ง

ตอนถัดไป