ซูฉีขอความช่วยเหลือ

ก่อนที่เงื่อนไขการอัปเกรดจะครบถ้วน จางถัวไห่ก็เอาแต่เฝ้าฝันถึงวันที่จะได้อัปเกรดเป็นรถระดับ 4 สักที

แต่พอเงื่อนไขครบจริง ๆ เขากลับลังเลขึ้นมา

เหตุผลหลักก็คือตอนนี้เขาอยู่ในลานจอดรถ และอีกเดี๋ยวผู้เล่นคนอื่นก็จะทยอยกันมาที่นี่

ถ้าทุกคนเห็นว่าเขาอัปเกรดเป็นรถระดับ 4 ได้แล้ว ขณะที่พวกเขายังขับแค่รถระดับ 2 ความแตกต่างอย่างมากนี้จะทำให้เกิดความอิจฉาหรือถึงขั้นเสียศูนย์จนทำเรื่องไม่สมเหตุสมผลหรือเปล่านะ?

แม้ฟังดูจะไร้สาระ แต่ใจคนเรานั้นเดายากจริง ๆ

ยิ่งในโลกเช่นนี้ที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ควบคุม น้ำใจคนยิ่งไม่อาจรับบททดสอบได้เลย

หากเกิดเรื่องขึ้นจริง จางถัวไห่ก็ไม่กลัว ไม่ว่าใครมาก็มีปืนเอเคกับระเบิดมือรอต้อนรับอยู่แล้ว แต่ยังไงก็เป็นเรื่องวุ่นวายอยู่ดี

“ช่างเถอะ มีเรื่องให้น้อยกว่ามีเรื่องมากดีกว่า อัปเกรดเอาไว้รอหลังออกจากดันเจี้ยนค่อยทำก็แล้วกัน”

จางถัวไห่ระงับความทะเยอทะยานที่จะอัปเกรดทันทีไว้ เลือกที่จะอยู่อย่างเงียบ ๆ สักระยะ

แต่การเตรียมการด้านป้องกันนั้น หยุดไม่ได้เด็ดขาด

จางถัวไห่ประกอบเอเค-47 ขึ้นมาสี่กระบอก พร้อมกระสุนกว่าพันนัด แล้วยังทำระเบิดขวดโมโลตอฟอีกสิบกว่าลูกเก็บไว้ในกล่องเหล็กของแขนกล

เพื่อให้แขนกลสามารถใช้งานได้ทันทีเมื่อต้องการ

“ฮึ่ม! คราวนี้จะมีใครกล้าเข้ามาอีกไหมนะ”

จางถัวไห่เดินวนรอบรถหนึ่งรอบ พลางพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง

ทันทีที่จางถัวไห่กลับขึ้นรถ ก็ได้รับข้อความส่วนตัวจากจ้าวหว่านหว่าน

“อาหารเย็นเสร็จรึยัง?”

จางถัวไห่เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ

“เพิ่งสี่โมงเย็นเอง หิวซะแล้วเหรอ?”

“กลางวันกินเร็วไปหน่อย เลยหิวเร็ว~” จ้าวหว่านหว่านส่งอีโมจิหน้าทะเล้นมา

“งั้นกินอะไรรองท้องก่อนละกัน เนื้อกำลังเคี่ยวอยู่เลย”

จางถัวไห่ส่งหม้อไฟซีฟู้ดขนาดเล็กไปให้สองชุด

“ว้าว! รสซีฟู้ดล่ะ ของโปรดเลย ไม่คิดว่าจะได้กินที่นี่ นายไม่มากินด้วยกันหน่อยเหรอ?”

จ้าวหว่านหว่านกล่าว

“ไม่ล่ะ ฉันยังต้องเฝ้าเตาอยู่”

จางถัวไห่รู้ดีว่า หม้อไฟสองชุดนั้นคงไม่พอแม้แต่ให้จ้าวหว่านหว่านแทะเล่น เดี๋ยวเดียวก็คงหมด ตัวเขาจะได้แค่ซดแต่น้ำซุปหรือไง?

“งั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะ~”

จ้าวหว่านหว่านเดินดี๊ด๊าไปต้มหม้อไฟทันที

ทันทีที่จางถัวไห่ปิดข้อความกับจ้าวหว่านหว่าน ข้อความจากซูฉีก็เด้งเข้ามา

“ช่วยพวกเราหน่อยได้มั้ย? พวกเรากำลังโดนไล่ล่าอยู่”

“ฉันอยู่ที่เส้นชัยแล้ว ออกไปไม่ได้เลย”

ก่อนหน้านี้จางถัวไห่เคยลองดูแล้ว พบว่าทันทีที่รถข้ามเส้นชัยไป ก็ไม่สามารถย้อนกลับออกมาได้อีก ราวกับมี “กำแพงอากาศ” กั้นรถเอาไว้

แต่สิ่งของอย่างอื่นกลับไม่มีปัญหา

อย่างเช่น เขาโยนเปลือกกล้วยข้ามไปอีกฝั่งของเส้นชัยก็ไม่มีปัญหาอะไร แค่คนกับรถเท่านั้นที่ข้ามกลับไม่ได้

“งั้นช่วยรอรับพวกเราที่เส้นชัยได้มั้ย? ฉันกลัวว่าถึงพวกนั้นจะตามมาถึงเส้นชัยก็ยังไม่เลิกไล่ฆ่าเรา ไม่ว่าจะช่วยได้หรือไม่ อันนี้ถือเป็นของตอบแทน”

ขณะที่ซูฉีพูด ก็ส่งพิมพ์เขียวสามใบมาให้

【เครื่องทำผลไม้อบแห้ง: อะไหล่รถระดับ 1 ใช้แปรรูปผลไม้ให้เป็นผลไม้อบแห้ง】

【วัสดุที่ใช้: แท่งโลหะ 10 หน่วย, ชิ้นส่วนโลหะ 20 หน่วย, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ระดับต่ำ 1 ชิ้น】

【เครื่องทำผลไม้เชื่อม: อะไหล่รถระดับ 1 ใช้แปรรูปผลไม้ให้เป็นผลไม้เชื่อม】

【วัสดุที่ใช้: แท่งโลหะ 10 หน่วย, ชิ้นส่วนโลหะ 20 หน่วย, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ระดับต่ำ 1 ชิ้น】

【เครื่องทำอาหารกระป๋อง: อะไหล่รถระดับ 2 ใช้แปรรูปผลไม้ ผัก และเนื้อสัตว์เป็นอาหารกระป๋อง】

【วัสดุที่ใช้: แท่งโลหะระดับกลาง 10 หน่วย, ชิ้นส่วนโลหะ 20 หน่วย, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ระดับกลาง 1 ชิ้น】

จางถัวไห่ดูพิมพ์เขียวทั้งสามใบแล้วพบว่ามีแค่ใบที่สามเท่านั้นที่พอมีประโยชน์ ส่วนอีกสองใบทำได้แค่เพิ่มเมนูอาหารให้หลากหลายขึ้นเท่านั้น ความสำคัญโดยรวมถือว่าไม่มาก

แต่ในฐานะคนรู้จักเก่า จางถัวไห่ก็ยินดีจะยื่นมือช่วยเหลืออยู่ดี

ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็กำลังมองหาโอกาสในการทดสอบประสิทธิภาพของแขนกลอยู่พอดี

“ไม่มีปัญหา พอพวกเธอเข้าเส้นชัยแล้วก็ขับเข้าไปด้านใน ส่วนที่เหลือปล่อยให้ฉันจัดการ ว่าแต่...พวกที่ไล่ล่ามีกี่คน?”

จางถัวไห่ถามขึ้น

“สองคัน สี่คน รถก็แค่ระดับ 2 เหมือนกัน แต่เครื่องยนต์น่าจะถูกปรับแต่งมาแน่ ๆ วิ่งไม่ช้ากว่าเราสักนิด แถมพวกมันมีปืนใหญ่ ฉันไม่รู้ชื่อหรอก แต่พลังยิงแรงมาก ขนาดฉันยังไม่กล้าโผล่หัวไปดูเลย โล่กันระเบิดหลายแผ่นก็แทบใช้ไม่ได้แล้ว”

ซูฉีนั่งอยู่ที่เบาะหลัง ถือโล่กันระเบิดไว้ในมือพลางพิมพ์ตอบกลับ

“โอเค ถ้าพวกนั้นรอดจากตอนที่ข้ามเส้นชัยมาได้ ฉันยอมจ่ายค่าชดเชยเต็มจำนวนเลย”

พอได้ยินว่ามีแค่สี่คน แถมรถก็ระดับ 2 เหมือนกัน จางถัวไห่ก็โล่งใจ ขอแค่พวกมันกล้าข้ามเส้นชัยเข้ามา เขาจะให้ลิ้มรสพายุโลหะอย่างสาสม

พูดจบ จางถัวไห่ก็ขับรถไปจอดตรงมุมของลานจอดรถ แล้วแอบซุ่มรอเหยื่อเดินเข้ามาเอง

“นายจะไปไหนน่ะ?” จ้าวหว่านหว่านเห็นจางถัวไห่ขยับรถก็อดสงสัยไม่ได้

“หารายได้เสริมหน่อยน่ะ” จางถัวไห่พูดยิ้ม ๆ

“เป็นไงบ้าง?” ซูมู่ถามพลางขับรถไปด้วย

“เข้าลานจอดแล้วจะออกมาไม่ได้อีก แต่เขายอมมารอช่วยเราในลานจอดรถ” ซูฉีตอบพร้อมหยิบโล่กันระเบิดแผ่นใหม่มาวางที่เบาะหลัง

ตอนนี้ ประตูรถด้านหลังถูกยิงพรุนเป็นตะแกรง มีเพียงบริเวณที่ซูฉีนั่งอยู่เท่านั้นที่ยังพอป้องกันได้ ส่วนที่เหลือก็แทบจะพังหมดแล้ว

“อดทนอีกหน่อย ฉันเห็นเส้นชัยแล้ว อีกไม่เกินสองนาทีก็เข้าไปถึง”

ซูมู่พูดพลางเหยียบคันเร่งมิด เธอมุ่งหน้าสู่เส้นชัยอย่างบ้าคลั่ง

พอเห็นซูมู่เร่งเครื่อง รถทั้งสองคันที่ตามมาข้างหลังก็เริ่มร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด

ชายชาวญี่ปุ่นที่มีร่างกายแปลกประหลาด เขามีหนวดเส้นบาง ๆ แบบโบราณ มีแขนสามข้าง จมูกสองอัน และตาสี่ดวง ชายคนนี้สะพายปืนกลเบาหันไปพูดกับคนขับรถว่า “ซุนซัง เร็วอีกหน่อย ไม่งั้นพวกมันจะถึงเส้นชัยก่อนนะ”

“ไม่ต้องห่วง ท่านอิโต ฉุดพวกมันเข้าเส้นชัยไปก็ไม่ต่างกัน ตราบใดที่ไม่ไปยุ่งกับของบนโพเดียม แม้จะฆ่ากันต่อหน้าต่อตาในเส้นชัยก็ไม่โดนลงโทษอะไร ผมเคยทำมาแล้วหลายครั้ง”

ชายหนุ่มคนขับรถตอบอย่างเคารพ

“เยี่ยม แบบนี้ฉันก็สบายใจแล้ว” อิโตว่าแล้วก็เปิดขวดน้ำเสียจากนิวเคลียร์แท้ ๆ กระดกดื่มกรึ๊บ ๆ ใช้กระดาษเช็ดปากพลางเอ่ยชม “เป็นรสชาติบ้านเกิดโดยแท้ ทำให้ฉันนึกถึงซากุระบ้านเกิดเลยทีเดียว”

รถไล่ล่าทั้งสองคันลดความเร็วลง ในสายตาพวกเขาสองพี่น้องตระกูลซูเป็นแค่เหยื่อบนเขียง จะหนีไปไหนก็ไม่ได้อยู่แล้ว เลยขับช้าลงเพื่อเสพความสนุกจากการ “แมวไล่จับหนู”

ซูมู่พุ่งเข้าสู่เส้นชัยด้วยความเร็วสูง พอเห็นว่ารถไล่ล่าด้านหลังชะลอความเร็วลง เธอก็ลดความเร็วเช่นกันแล้วเลี้ยวเข้าไปยังลานจอดรถ

เธอเพิ่งเลี้ยวโค้งมาก็ถูกจางถัวไห่ที่โผล่หัวออกมาดูทำให้ตกใจจนแทบชนกับพลั่วตักหิมะยักษ์ของเขา

“พวกเธอขับเข้าไปด้านใน ฉันจะซุ่มโจมตีพวกมันเอง”

จางถัวไห่พูด

ซูมู่มองจางถัวไห่อย่างลึกซึ้ง “จะให้ช่วยไหม? ฉันยังมีปืนกล๊อกกับกระสุนอีกหน่อยนะ”

“น้ำใจเธอฉันรับไว้ แต่ตรงนี้ปล่อยให้ฉันจัดการเอง เธอไปพักก่อนเถอะ” จางถัวไห่พูดพลางโยนชุดซ่อมรถยนต์ไปให้ซูมู่

“ขอบใจ ฉันติดหนี้นายหนึ่งครั้ง” ซูมู่ลังเลเล็กน้อยก่อนจะขับรถเข้าไปในลานจอด

เธอรู้ดีว่าตัวเองอยู่ตรงนี้ก็ช่วยอะไรไม่ได้ แถมอาจจะทำแผนซุ่มโจมตีของจางถัวไห่เสียเปล่า ทางที่ดีคือต้องถอยออกไปและไม่เป็นตัวถ่วงจะดีที่สุด

ตอนก่อน

จบบทที่ ซูฉีขอความช่วยเหลือ

ตอนถัดไป