กวาดต้อนทรัพยากร

หลังจากระเบิดป้อมปราการไอน้ำขนาดมหึมาให้กลายเป็นเศษเหล็กแล้ว จางถัวไห่ก็ยังไม่หยุดมือทันที แต่เปลี่ยนจากทุ่นระเบิดน้ำเป็นระเบิดมือสังหารรถถัง แล้วระดมถล่มรถงานวิศวกรรมพวกนั้นต่อไป

พวกนี้ล้วนเป็นศัตรู หากมีสักคันหนีรอดไป อาจดึงศัตรูจำนวนมากตามมาได้ ดังนั้นปล่อยไว้ไม่ได้แม้แต่คนเดียว

แม้แต่ป้อมปราการไอน้ำที่แข็งแกร่งยังถูกตีจนกลายเป็นเศษเหล็ก รถงานวิศวกรรมพวกนี้ยิ่งทนไม่ไหว แทบจะหนึ่งลูกต่อหนึ่งคัน ถูก “จุดดอกไม้ไฟ” ระเบิดกันหมด

รถงานวิศวกรรมไม่กี่คันที่อยู่ท้ายแถวเห็นท่าไม่ดีจึงเตรียมเผ่นหนี แต่กลับถูกจางถัวไห่ที่อยู่บนฟ้าสังเกตเห็น ไล่ตามไปจัดการทีละคัน

หลังจัดการรถงานวิศวกรรมเหล่านี้แล้ว จางถัวไห่บินวนตรวจแถวบริเวณใกล้เคียงอีกครั้ง ยืนยันว่าไม่มีใครหลุดรอด จึงค่อยกลับเข้าไปในค่าย

เวลานี้ภายในค่ายยับเยินไปหมด นอกจากศพของกองกำลังรักษาค่ายเดิมและศพของคนจากกลุ่มพยัคฆ์ดุแล้ว หน่วยจู่โจมสองหน่วยที่จิลพามาก็ถูกป้อมปราการไอน้ำของเมืองหินขาวยิงจนแหลกเป็นชิ้นๆ สิ่งเดียวที่ยังพอ “ครบชิ้น” อยู่คือรถลอจิสติกส์ที่หลบอยู่ท้ายขบวน

แต่ตำแหน่งหัวรถก็ยังโดนปืนกลไอน้ำกระหน่ำอย่างหนัก มันถูกยิงพรุนเป็นรังผึ้ง คนข้างในก็ตายคาที่

ศพเกลื่อนพื้นราวกับนรกบนดิน

ขณะที่จางถัวไห่ค่อยๆ นำรถลงแตะพื้น จ้าวหว่านหว่านก็คลานออกมาจากที่ซ่อน

“ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากใช่ไหม?” จ้าวหว่านหว่านถามอย่างเป็นห่วง

“พวกมันก็ไม่มีอาวุธต่อสู้อากาศยาน ฉันจะไปบาดเจ็บอะไรได้ล่ะ? แต่ว่าครั้งนี้ความสัมพันธ์กับป้อมแดงที่อุตส่าห์ต่อสายได้คงจะพังไม่เป็นท่าแล้ว”

หลังพูดจบ จางถัวไห่ก็มองไปทางที่รถบัญชาการของจิลอยู่ด้วยความเสียดายเล็กน้อย

เมื่อครู่รถบัญชาการของจิลถูกกระสุนปืนใหญ่ลูกหนึ่งพลิกคว่ำ จิลที่อยู่ข้างในเกรงว่าจะรอดยากแล้ว

“ไม่เป็นไร เรายังหากลุ่มอำนาจอื่นได้ ขอแค่คนไม่เป็นอะไร ทุกอย่างก็แก้ไขได้” จ้าวหว่านหว่านปลอบใจ

“ก็ได้ เรื่องมาถึงขั้นนี้ก็ทำได้แค่นี้แหละ” จางถัวไห่พยักหน้า “โชคดีที่ทุกอย่างไม่ได้เสียเปล่าไปหมด”

จางถัวไห่พูดพลางปล่อย 001 ออกมา “ไป เก็บกวาดขยะรอบๆ พวกนี้ให้สะอาด”

จางถัวไห่กังวลว่าแค่ 001 ถึง 010 จำนวนจะน้อยเกินไป เขาจึงสร้างเครื่องจักรไอน้ำเคลื่อนที่เก็บทรัพยากรเพิ่มอีกชุดหนึ่งและขยายหมายเลขไปถึง 050

ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นทันตา

ส่วนจางถัวไห่ก็เริ่มกวาดเอาของจากรถขนส่งทรัพยากร ดูว่ามีของดีอะไรบ้าง

ในรถขนส่งทรัพยากรที่จิลพามา ส่วนใหญ่บรรทุกกระสุนปืนใหญ่หลากหลายขนาดกับกระสุนปืน และมีอาหารกระป๋องกับน้ำดื่มอยู่นิดหน่อย

อาหารกับน้ำในโลกแดนรกร้าง จางถัวไห่ไม่กล้าเชื่อใจเด็ดขาด เขากินเฉพาะอาหารที่นำมาจากโลกก่อนเท่านั้น ส่วนของพวกนี้เขาจะขายให้ผู้เล่นคนอื่นผ่านชางเสี่ยวกง

ส่วนกระสุนปืนใหญ่หลากหลายขนาดนั้น จางถัวไห่จะเก็บไว้ก่อน ของพวกนี้ดัดแปลงนิดหน่อยก็ใช้เป็นระเบิดทางอากาศได้สบาย

อย่างน้อยก็แรงกว่าระเบิดมือสังหารรถถังมากนัก

ในรถขนส่งของเมืองหินขาว ส่วนใหญ่บรรทุกอาหารกับเครื่องมือก่อสร้าง จากตรงนี้ก็มองออกว่า พวกมันเป็นขบวนรถงานวิศวกรรมจริงๆ การมาบี้จิลตรงประตูแบบหนักๆ นั้นเป็นเรื่องบังเอิญล้วนๆ

แม้จิลกับพวกจะออกเดินทางเร็วกว่านี้ห้านาที ขบวนรถเมืองหินขาวก็ทำอะไรพวกเขาไม่ได้เลย

หลังตรวจรถขนส่งของทั้งสองขบวนแล้ว จางถัวไห่ก็ไปยังลานจอดรถของกลุ่มพยัคฆ์ดุ คุ้ยหาอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง

พยายามงัดของที่ยังพอใช้ได้ออกมา

ขบวนรถของกลุ่มพยัคฆ์ดุใหญ่ขนาดนั้น ต่อให้โดนถล่มด้วยกระสุนปืนใหญ่จนเกลี้ยงก็น่าจะเหลืออะไรบ้างสิ?

จางถัวไห่พาเครื่องจักรไอน้ำเคลื่อนที่หลายตัวเริ่มกวาดหา

แน่นอนว่าความพยายามไม่ทรยศคนตั้งใจ

หลังจากพยายามอยู่พักหนึ่ง จางถัวไห่ก็หาเจอ “กิมจิ” หนักถึง 600 กิโลกรัมเต็มๆ

จางถัวไห่ไม่รู้จะพูดอะไรดี

คนพวกนี้ยึดติดกับกิมจิขนาดนี้เลยหรือ?

ทำไมมีแต่กิมจิ?

กินจิเยอะขนาดนี้นี่ต้องกินได้นานถึงเมื่อไหร่กัน?

จางถัวไห่คุ้ยต่ออีกหน่อย แล้วก็…กลับเจอของอย่างอื่นจริงๆ

เค๊กข้าว 200 จิน บะหมี่ชินราเมียน 3 ลัง เนื้อวัวสไลซ์ติดมัน 12 ถุง แฮมกระป๋อง 15 ลัง กะหล่ำปลีจีน 28 หัว และซอสพริกครึ่งลัง

อืม…วัตถุดิบหม้อไฟกองทัพถือว่าครบแล้ว

แต่ของพวกนี้สำหรับจางถัวไห่ก็เป็นแค่ของแถม สิ่งที่เขาต้องการที่สุดคือพิมพ์เขียวต่างๆ

จางถัวไห่ยังคงเก็บ “ขยะ” ต่อไปในซากปรักหักพัง ส่วน 050 ที่ตามหลังมาอย่างซื่อสัตย์ ก็เปลี่ยนขยะที่เขาโยนออกมาให้กลายเป็นแท่งโลหะ แล้วจัดวางเรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ

ไม่นานก็ซ้อนเป็นกองใหญ่ และเสี่ยวอายก็เก็บมันเข้าไป

เพราะครั้งนี้ได้แท่งโลหะมามากเกินไป จางถัวไห่จึงสร้าง “โรงงานแปรรูปขั้นสูง” ขึ้นมา

โรงงานแปรรูปขั้นสูงเหมือนกับโรงอาบน้ำใหญ่และสวนระบบนิเวศขั้นสูง มันใช้เทคโนโลยีพับซ้อนมิติ ภายในกว้างขวางมหาศาล แต่ภายในรถจะเห็นเป็นเพียง “ประตูบานหนึ่ง” เท่านั้น

ในโรงงานมีเครื่องจักรวางชิดขอบกำแพงอยู่บางส่วน ใช้ได้แค่การแปรรูปพื้นฐาน ส่วนเครื่องจักรที่เหลือต้องให้ผู้เล่นเติมเอง

จางถัวไห่ใช้พื้นที่กว้างที่เหลือเป็นคลังเก็บของ แล้วอัดแท่งโลหะที่ได้มาทั้งหมดเข้าไป

เพื่อการนี้ จางถัวไห่ยังติดตั้งแขนกลเพิ่มอีกหลายแขนภายในรถ เพื่อช่วยงาน ทำให้ประสิทธิภาพพุ่งขึ้นมาก

หลังจากค้นหาอย่างไม่ยี่หระอยู่พักหนึ่ง จางถัวไห่ก็ในที่สุดก็พบพิมพ์เขียวไม่กี่แผ่นในกองขยะ

แต่พิมพ์เขียวจำนวนมากซ้ำกับที่จางถัวไห่มีอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยมีประโยชน์

ในขณะที่จางถัวไห่เริ่มผิดหวัง ทันใดนั้นเขาก็สะดุดตากับพิมพ์เขียวแผ่นหนึ่ง

【เครื่องผลิตปุ๋ยซูเปอร์: สามารถย่อยสลายสสารส่วนใหญ่ให้กลายเป็นปุ๋ยเร่งการเติบโต จุดเด่นของเครื่องผลิตปุ๋ยนี้คือความเร็วในการย่อยสลายสูงมาก โดยมีความเร็วมากกว่าค่าเฉลี่ยของเครื่องผลิตปุ๋ยอื่นๆ มากกว่า 1000 เท่า】

【วัสดุที่ใช้ผลิต: แท่งโลหะขั้นสูง 50 หน่วย แท่งโลหะขั้นกลาง 20 หน่วย ชิ้นส่วนโลหะ 200 หน่วย ยาง 20 หน่วย พลาสติก 50 หน่วย ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง *1】

จางถัวไห่อ่านพิมพ์เขียวซ้ำหลายรอบแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ ไม่แปลกเลยที่กลุ่มพยัคฆ์ดุจะไม่สร้างเครื่องผลิตปุ๋ยนี้

เครื่องผลิตปุ๋ยเครื่องเดียวกลับต้องใช้แท่งโลหะขั้นสูงถึง 50 หน่วย นี่มันปล้นกันชัดๆ

มีแท่งโลหะขั้นสูงมากขนาดนี้ ต่อให้เอาไปสร้างปืนใหญ่ลำกล้องโตหลายกระบอกยังได้ ไม่เลือกสร้างก็สมเหตุสมผลแล้ว

แต่สำหรับจางถัวไห่ นี่ไม่ใช่ปัญหา

หลังจากกวาดของในที่เกิดเหตุรอบนี้ แท่งโลหะทุกระดับที่เขามีก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก

แท่งโลหะขั้นสูง 50 ก้อน ตัวเลขมหาศาลที่คนอื่นเอื้อมไม่ถึง ในสายตาจางถัวไห่กลับกลายเป็นแค่ตัวเลขเล็กน้อยที่ไม่ควรจะพูดถึง

ก็แค่ห้าสิบเอง สร้างมาลองดูผลก็แล้วกัน

จางถัวไห่สร้างเครื่องผลิตปุ๋ยขึ้นมา

เครื่องผลิตปุ๋ยเครื่องนี้ดูไม่เหมือนเครื่องผลิตปุ๋ยทั่วไป

เครื่องผลิตปุ๋ยทั่วไปเป็นแค่ลังไม้หมักปุ๋ย แต่เครื่องนี้เป็นของชิ้นใหญ่ ข้างในยังมีใบมีดบดสับจำนวนมาก

ดูราวกับสัตว์อสูรกลืนกิน

“จะเอาอะไรลองดีล่ะ?” จางถัวไห่มองหาของที่ใช้ทดสอบได้ไปรอบๆ

ทันใดนั้นเขาก็เห็นศพที่นอนเกลื่อนอยู่เต็มพื้นไปหมด

ตอนก่อน

จบบทที่ กวาดต้อนทรัพยากร

ตอนถัดไป