ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 6

ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 6




ณ วิลล่าตระกูลซู



วิลล่าแห่งนี้มีการออกแบบสวนแบบเจียงหนานที่เน้นความเงียบสงบและงดงาม มีเก๋งและสะพานขนาดเล็ก พร้อมมีสายน้ำไหลผ่านให้ความร่มรื่น



เมื่อพวกเขามาถึงวิลล่าตระกูลซู คนใช้ของตระกูลซูก็รีบออกมาต้อนรับเย่เฟยและนำทางเขาไปที่ห้องโถง



หลังจากนั่งรออยู่ในห้องโถงได้สักพัก เย่เฟยก็เห็นซูชิงจู้ประคองชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามา



ชายชราคนนี้มีอายุราวเจ็ดสิบปี เส้นผมบนศีรษะล้วนเป็นสีขาว ลักษณะท่าทางดูทรงภูมิ



ชายชราคนนี้ก็คือผู้นำตระกูลคนปัจจุบันของตระกูลซู ซูเสี่ยวคุน



เมื่อซูเสี่ยวคุนเข้ามาแล้วพบเห็นเย่เฟย เขาก็เอ่ยทัก "เสี่ยวเฟยมาแล้ว"



"คุณปู่ซูยังคงดูดีเหมือนเคยนะครับ" เย่เฟยทักทาย



ตระกูลซูและตระกูลเย่เป็นมิตรสหายที่ดีต่อกัน ดังนั้นเย่เฟยและซูเสี่ยวคุนจึงเข้ากันได้ดี



ซูเสี่ยวคุนชื่นชอบเย่เฟยเพราะเขาเป็นชายหนุ่มที่มีความมุ่งมั่นจและปฏิบัติต่อเขาด้วยดี ดังนั้นจึงพยายามจะจับคู่ซูชิงจู้กับเย่เฟยอย่างสุดกำลัง



ตอนที่เย่เฟยยังเป็นเด็ก บางครั้งเขาก็มักจะมาเที่ยวที่วิลล่าตระกูลซูอยู่บ่อยๆ ยังไม่ต้องเอ่ยถึงความสามารถหรือลักษณะนิสัย เพียงเรื่องของฐานะ เย่เฟยก็จัดเป็นชายหนุ่มระดับท็อปของแวดวงสังคมชนชั้นสูงแล้ว เขาย่อมคู่ควรกับซูชิงจู้อย่างแน่นอน



ทั้งสองเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ทว่าน่าเสียดายที่ซูชิงจู้กลับปฏิเสธ



เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ซูเสี่ยวคุนก็รู้สึกเสียดาย "นั่งลงก่อนเถอะ มา เอายกชาเข้ามา"



"ค่ะ"



สาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบนำชาต้าหงเผาเข้ามาเสิร์ฟ กลิ่นหอมของใบชาได้ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ



ระหว่างจิบชา เย่เฟยก็เริ่มจะสอบถามสารทุกข์สุขดิบของซูเสี่ยวคุน



ซูเสี่ยวคุนดีต่อเย่เฟยมาก ในนิยายนั้น เขาได้ปกป้องเย่เฟยเอาไว้หลายต่อหลายครั้ง



ดังนั้นเย่เฟยจึงรู้สึกรักเคารพต่อชายชราผู้นี้มาก



ส่วนซูชิงจู้นั้น....



เย่เฟยไม่ได้พูดกับเธอแม้แต่คำเดียว นอกจากพยักหน้าทักทายในตอนแรกแล้ว เขาก็ไม่ได้หันไปสนใจเธออีกเลย



เรื่องนี้ทำให้ซูชิงจู้ที่นั่งนิ่งเงียบอยู่คนเดียวรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย



วันนี้ซูชิงจู้สวมใส่เสื้อคลุมสีขาวซึ่งขับเน้นความสง่างามของเธอออกมา ส่วนล่างของเธอสวมใส่กระโปรงสั้นพร้อมเข็มขัดคาดเอวที่ขับเน้นช่วงเอวอันผอมเพรียวของเธอ



ด้วยการแต่งกายและความงดงามของเธอของเธอวันนี้ หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นคงจ้องมองจนตาค้างไปแล้ว กระนั้นเย่เฟยกลับเมินเฉยราวกับมองไม่เห็นเสียอย่างนั้น



"คุณปู่ซู ที่ผมมาวันนี้ก็เพื่ออธิบายเรื่องบางอย่างให้คุณปู่ฟัง ผมรู้ว่าคุณปู่ตั้งใจจะจับคู่ผมกับคุณหนูซู แต่น่าเสียดายที่ผมกับคุณหนูซูไม่เหมาะสมกันจริงๆ" หลังจากสนทนาไปเรื่อยเปื่อย เย่เฟยก็พลันพูดเข้าประเด็นสำคัญ



ซูเสี่ยวคุนย่อมคาดเดาความตั้งใจและเจตนาการมาของเย่เฟยออกตั้งแต่แรก



ได้ยินแบบนี้ ซูเสี่ยวคุนก็หันไปมองหลานสาว จากนั้นจึงหันกลับไปมองเย่เฟยก่อนจะถอนหายใจ "ฉันน่ะแก่แล้ว สุขภาพก็ไม่ค่อยจะดี เพียงหวังจะฝากฝังคนที่ไว้ใจได้ให้คอยดูแลชิงจู้ ช่างน่าเสียดายจริงๆ....."



เห็นได้ชัดว่าในใจซูเสี่ยวคุนก็ยังคงหวังให้ทั้งสองคนได้ครองคู่กัน


เย่เฟยพูดตรงๆ "ผมเองก็บังคับความรู้สึกของเธอไม่ได้ และผมก็หวังว่าคุณปู่จะไม่ทำให้เธอต้องลำบากใจ ตอนนี้เธอกับผมก็ถือเป็นเพื่อนธรรมดาทั่วไป"



"เฮ้อ" ซูเสี่ยวคุนถอนหายใจ ดูท่าตาแก่คนนี้จะทำเรื่องไม่เป็นเรื่องเสียแล้ว เอาเถอะ ฉันจะไม่ไปกังวลเกี่ยวกับเรื่องของอนาคตอีก เรื่องของคนหนุ่มสาว ก็ให้คนหนุ่มสาวจัดการเถอะ"



แค่เพื่อนธรรมดา?



พอได้ยินคำนี้ ซูชิงจู้ก็อดกัดริมฝีด้วยสีหน้าซับซ้อนไม่ได้



เย่เฟยมาที่บ้านตระกูลซูจริงๆ



อีกทั้งยังเป็นฝ่ายปรับความเข้าใจกับปู่ของเธอ บอกปู่ของเธอว่าอย่าทำให้เธอต้องรู้สึกลำบากใจอีก แล้วสุดท้ายก็บอกว่าเขากับเธอเป็นแค่เพื่อนธรรมดา



หลังจากเย่เฟยพูดคำเหล่านี้ออกมา ซูชิงจู้ก็นิ่งเงียบไป



ด้วยคำพูดของเย่เฟยแล้ว คาดว่าปู่ซูคงไม่ทำให้เธอและเย่เฟยต้องลำบากใจอีก



ซูชิงจู้รู้สึกได้ถึงอิสระ



เธอรู้สึกโล่งใจ หากแต่ในใจก็บังเกิดความรู้สึกขัดแย้ง การกระทำในช่วงนี้ของเย่เฟยเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน เขาไม่ได้รู้สึกกระตือรือร้นเมื่อพบเห็นเธออีกต่อไป



ตอนนี้เอง เย่เฟยกห็ลุกขึ้นก่อนจะกล่าวว่า "คุณปู่ซู เช่นนั้นผมคงต้องขอตัวก่อน"



นับแต่แรกเริ่มจนกระทั่งถึงตอนนี้ เย่เฟยไม่ได้เอ่ยปากกับซูชิงจู้แม้แต่คำเดียว



ซูเสี่ยวคุนก็ลุกขึ้นส่งแขก "เสี่ยวเฟยเอ๊ย เรื่องนี้ก็จบไปแล้ว ตาแก่คนนี้จะไม่ดื้อรั้นอีก หวังว่าในอนาคตทั้งสองตระกูลจะยังคงเป็นมิตรสหายที่ดีต่อกันเหมือนเดิม"



เย่เฟยรับปากอย่างหนักแน่น "คุณปู่ไม่ต้องห่วงครับ เรื่องนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลอย่างแน่นอน"



"ฮ่าๆ ดีมาก" ซูเสี่ยวคุนหยิบไม้และกำลังพูดบางอย่าง แต่จู่ๆเขาก็หายใจแรงและรู้สึกไม่ค่อยดี



วินาทีถัดมา ที่เบื้องหน้าของเขาก็หลงเหลือเพียงความมืด ร่างกายของเขาค่อยๆเอนล้มไปทางด้านหลัง!

"ปู่!" ซูชิงจู้อุทาน สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล



สุขภาพของซูเสี่ยวคุนนั้นไม่ค่อยดีสักเท่าไร นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขาต้องใช้ไม้เท้าคอยช่วย รวมกับยังมีโรคประจำตัวอื่นๆอีก



ตอนนี้ซูเสี่ยวคุนถึงกลับเป็นลมต่อหน้าเย่เฟยและซูชิงจู้!



โชคดีที่เย่เฟยมีปฏิกิริยาว่องไว ดังนั้นจึงรับร่างของซูเสี่ยวคุนเอาไว้ได้ทัน



"คุณปู่ซู?" เย่เฟยประคองชายชราไว้ ขณะคิดขึั้นในใจ 'ในที่สุดก็เกิดขึ้น!'



ก่อนที่เย่เฟยจะมาที่นี่ เขาก็ประเมินสถานการณ์ต่างๆในปัจจุบันเอาไว้ก่อนแล้ว



ซึ่งอันที่จริง เป้าหมายในวันนี้ของเย่เฟยนั้นมีด้วยกันสองเรื่อง



เรื่องแรก แน่นอนว่าคือการเคลียร์ความสัมพันธ์กับซูชิงจู้



ส่วนเรื่องที่สองก็คือเรื่องนี้เอง!



เย่เฟยจำได้ดีว่าในนิยายนั้น ที่แรกที่เฉินหลัวจะปรากฏตัวก็คือ วิลล่าตระกูลซู!



อาจารย์ของเฉินหลัวและซูเสี่ยวคุนนับเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ ดังนั้นเรื่องแรกที่เฉินหลัวกระทำหลังจากมาถึงเหยียนจิงก็คือตามหาซูเสี่ยวคุน



ซึ่งเกิดขึ้นตอนที่ซูเสี่ยวคุนล้มหมอนนอนเสื่อไปแล้ว ทำให้เฉินหลัวมีโอกาสได้แสดงความสามารถเป็นครั้งแรก เฉินหลัวรักษาอาการของซูเสี่ยวคุน ทำให้ตระกูลซูรู้สึกซาบซึ้งใจ

ซึ่งแน่นอนว่าเฉินหลัวย่อมได้รับความซาบซึ้งใจจากซูชิงจู้เช่นกัน ทำให้เขาสามารถใกล้ชิดกับซูชิงจู้ได้ หอคอยริมน้ำย่อมมองเห็นเงาจันทร์สะท้อนในน้ำก่อน สุดท้ายซูชิงจู้ก็ค่อยๆตกหลุมรักเฉินหลัว



ในนิยายตอนที่เฉินหลัวมาถึง ซูเสี่ยวคุนก็นอนซมไปสี่วันแล้ว



ด้วยเหตุนั้น ตัดสินจากอาการป่วยของซูเสี่ยวคุนในวันนี้แล้ว



นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเย่เฟยจึงเลือกมามาที่วิลล่าตระกูลซูในวันนี้



สุดท้ายก็พบกับเหตุการณ์ที่ปู่ซูล้มป่วยจริงๆ!



ใช้ข้อได้เปรียบจากจุดนี้ เขาต้องการจะรักษาซูเสี่ยวคุนด้วยความสามารถจาก "คัมภีร์เน่ยจิง"



ด้วยวิธีนี้ ไม่เพียงแต่เขาจะได้รับความซาบซึ้งใจจากตระกูลซู แต่ยังสามารถตัดความสัมพันธ์ระหว่างซูชิงจู้กับเฉินหลัวได้อีกด้วย!

ตอนก่อน

จบบทที่ ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 6

ตอนถัดไป