ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 30
ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 30
เมื่อเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัว เย่เฟยก็อารมณ์ดี
เขาสามารถแย่งชิงโอกาสของตัวเอกเฉินหลัวมาได้
ยิ่งกว่านั้นยังได้รับคำขอบคุณจากเหล่าลูกค้าภายในร้านมากมาย
คุณแม่ยังสาวอุ้มเด็กไว้ในอ้อมแขนขณะเดินเข้ามาหาเย่เฟย เธอโค้งให้เย่เฟยหลายครั้งเป็นการแสดงความขอบคุณ \\\\\\\"ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะ!\\\\\\\"
เด็กน้อยในอ้อมแขนของเธอค่อยๆหยุดร้องไห้ จากนั้นจึงหันมามองเย่เฟยด้วยดวงตาที่เปื้อนน้ำตาและยิ้มออกมา เย่เฟยยื่นมือออกไปลูบหัวเด็กหญิงตัวน้อยและเช็ดน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน
เย่เฟยพูดอย่างอ่อนโยนว่า \\\\\\\"ไม่ร้องนะไม่ร้อง ทุกอย่างจบลงแล้ว\\\\\\\"
รอยยิ้มที่อบอุ่นจริงใจของเขาทำให้ผู้คนรู้สึกผ่อนคลาย
เด็กหญิงจ้องเย่เฟยด้วยดวงตาเบิกกว้าง เธอเช็ดตา สูดน้ำมูก แก้มของเธอแดงจากการร้องไห้อย่างหนัก
เย่เฟยยิ้มและจบแก้มเด็กหญิงเบาๆ รอยยิ้มอันอ่อนโยนของเขาคล้ายสามารถปักเป่าความกลัวในใจของเด็กน้อยไปจนหมด
เด็กหญิงตัวน้อยตอบอย่างน่ารัก \\\\\\\"พี่ชาย.....ขอบ ขอบคุณค่ะ!\\\\\\\"
\\\\\\\"จ้า พี่สาวตรงนู้นเองก็ช่วยด้วยนะ\\\\\\\" เย่เฟยยิ้มและชี้ไปยังมู่จื่อจินที่ยืนอยู่ไม่ไกล
เด็กหญิงตัวน้อยยิ้มอย่างน่ารักขณะมองมู่จื่อจิน \\\\\\\"พี่สาว ขอบคุณค่ะ!\\\\\\\"
มู่จื่อจินยิ้มตอบ
รอยยิ้มของมู่จื่อจินมีเสน่ห์อย่างมาก
หลังจากนั้นไม่นาน ผู้คนภายในร้านก็เริ่มกล่าวยกย่องเย่เฟยและมู่จื่อจิน จากนั้นบางคนก็โทรหาตำรวจ ไม่นานก็มีเสียงไซเรนของรถตำรวจดังใกล้เข้ามา
ตอนนี้เอง หวังเสี่ยวถิงก็เข้ามาในร้าน เธอหอบหายใจอย่างหนักจนหน้าอกขนาดใหญ่ของเธอสะท้อนขึ้นลง \\\\\\\"จื่อจิน เธอวิ่งเร็วเกินไปแล้ว!\\\\\\\"
เหวินเสี่ยวถิงเองก็ ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ อีกทั้งตระกูลของเธอยังมาจากสายกองทัพ
แม้ว่าเธอจะด้อยกว่ามู่จื่อจิน แต่หากให้จัดการกับคนทั่วไปก็ไม่มีปัญหา
เธอเองก็อยากจะช่วย หากแต่โจรทั้งกลุ่มกลับถูกเย่เฟยและมู่จื่อจินจัดการไปเสียก่อน
เหวินเสี่ยวถิงมองเย่เฟยก่อนจะพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน \\\\\\\"ฮาย~ สุดหล่อ! ฉันชื่อหวังเสี่ยวถิง ฝีมือการต่อสู้ของคุณเมื่อกี้นี้.....\\\\\\\"
เธอเริ่มเป็นฝ่ายเข้าหาเย่เฟยก่อนและทักทายเขาอย่างกระตือรือร้น
\\\\\\\"สวัสดี ผมชื่อ เย่เฟย\\\\\\\" เย่เฟยยิ้ม ทั่วร่างแผ่ออร่าแห่งความอบอุ่นออกมา
เหวินเสี่ยวถิงรู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นรัว เธอยิ้มตอบเย่เฟย
แต่ทันใดนั้นเธอก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอมองไปที่เย่เฟยอย่างระมัดระวังก่อนจะถามขึ้นอย่างสงสัย \\\\\\\"คุณชื่อเย่เฟยเหรอ? ใช่เย่เฟยจากเย่กรุ๊ปรึเปล่า?\\\\\\\"
\\\\\\\"ผมเอง\\\\\\\" เย่เฟยตอบอย่างผ่อนคลาย
ทันใดนั้นหวังเสี่ยวถิงก็คิดขึ้นในใจ \\\\\\\'ที่แท้เขาคือทายาทของตระกูลเย่นี่เอง แต่ไม่เห็นเคยได้ยินเลยว่าทายาทของพวกเขาจะทั้งหนุ่มทั้งหล่อขนาดนี้?\\\\\\\'
ภูมิหลังตระกูลของเหวินเสี่ยวถิงค่อนข้างดี แม้ว่าจะไม่ดีเท่ามู่จื่อจินและเย่เฟย แต่ก็ยังถือเป็นตระกูลชั้นนำของเหยียนจิง แน่นอนว่าย่อมได้ยินชื่อเสียงของตระกูลเย่มาก่อน.....
\\\\\\\"เข้าใจล่ะ นี่คือมู่จื่อจิน\\\\\\\" เหวินเสี่ยวถิงยิ้มก่อนจะเอ่ยแนะนำเพื่อสนิทของเธอ
สองฝ่ายทักทายกัน นับเป็นการแนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการ
ขณะที่เย่เฟยกำลังจะตอบ เสียงไซเรนของรถตำรวจก็มาหยุดอยู่ใกล้ๆ จากนั้นหน่วยติดอาวุธก็บุกเข้ามาในร้านจินอี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้ามาด้านใน พวกเขาก็สังเกตเห็นว่าพวกโจรถูกจัดการหมดแล้ว พวกตำรวจต่างมึนงง เมื่อทราบเรื่องจึงได้เอ่ยชื่นชมเย่เฟยและมู่จื่อจินยกใหญ่
จากนั้นเย่เฟยและมู่จื่อจินก็ให้ปากคำกับตำรวจ
ในช่วงนี้เหวินเสีย่วถิงได้กระซิบบอกมู่จื่อจินอยู่หลายคำ พูดให้ถูกก็คือ เหวินเสี่ยวถิงพูดอยู่ฝ่ายเดียว ขณะที่มู่จื่อจินก็พยักหน้าอย่างเดียว
เหวินเสี่ยวถิงดึงแขนมู่จือ่จินออกมาด้านข้างก่อนจะกระซิบว่า \\\\\\\"จื่อจิน ที่แท้เขาก็คือนายน้อยของตระกูลเย่! นึกไม่ถึงเลยว่าเขาไม่เพียงแค่หน้าตาดีสุดๆเท่านั้น แต่ยังมีภูมิหลังตระกูลเลิศเลอ แล้วก็นะ ที่สำคัญที่สุดคือ เขา หล่อ มาก! ดูรอยยิ้มตอนที่เขาปลอบเด็กสิ! อร๊าย แล้วก็นะ ทักษะการต่อสู้ของเขาน่าทึ่งมาก!\\\\\\\"
มู่จื่อจินยิ้ม ทักษะการต่อสู้ของเย่เฟยยอดเยี่ยมมากจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงมืออย่างแม่นยำ หรือว่าความอ่อนโยนขณะที่ปลอบเด็กหญิง
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเหวินเสี่ยวถิงถึงทำตัวราวกับสาวน้อยที่ถูกความรักบังตา
\\\\\\\"ยังไงก็เถอะ จื่อจิน เขาดูเหมือนจะเก่งน่าดู ทักษะการต่อสู้ของเขาอยู่ระดับไหนงั้นเหรอ?\\\\\\\" เหวินเสี่ยวถิงอดถามออกมาไม่ได้
\\\\\\\"ยอดเยี่ยมมาก!\\\\\\\"
\\\\\\\"ว้าว ถ้างั้นเขาก็แข็งแกร่งจริงๆสินะ\\\\\\\" เหวินเสี่ยวถิงตาเป็นประกายเมื่อได้ยิน เพราะเธอรู้ว่าทักษะการต่อสู้ของเพื่อนเธอนั้นสูงส่งมาก มู่จื่อจินเป็นถึงครูฝึกให้หน่วยรบพิเศษ แม้ว่าพวกโจรจะเรียงหน้ากันเข้ามา มู่จื่อจินก็สามารถจัดการพวกเขาได้อย่างสบายๆ
ด้วยเหตุนี้ เมื่อได้ยินมู่จื่อจินบอกว่าเย่เฟยมีฝีมือยอดเยี่ยมมาก ถ้างั้นเขาก็ต้องมีฝีมือไม่ธรรมดาแน่นอน!
\\\\\\\"น่าเสียดาย ผู้ชายที่ทั้งเก่งทั้งหล่อแบบนี้ฉันกลับไม่มีโอกาส\\\\\\\" เหวินเสี่ยวถิงบ่นด้วยความเสียดาย แม้ว่าเธอจะดูดี และยังมีภูมิหลังตระกูลดี แต่เธอก็ยังด้อยกว่าเย่เฟยมาก
ทว่าสำหรับเพื่อนสนิทของเธอแล้ว เรื่องราวก็จะแตกต่างออกไป!
เหวินเสี่ยวถิงส่ายหน้า สลัดไล่ความหดหู่ทิ้งไป
ทั้งสามคนลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจอย่างรวดเร็ว เมื่อพวกเขาเดินออกจากสถานี นั่นก็เป็นเวลาหนึ่งทุ่มกว่าแล้ว
เย่เฟยมองมู่จื่อจินและเหวินเสี่ยวถิงแล้วจึงพูดว่า \\\\\\\"คุณทั้งสอง การพบเจอกันในวันนี้ถือเป็นโชคชะตา พวกเราไปทานอาหารด้วยกันสักมื้อไหมครับ?\\\\\\\"
\\\\\\\"ไปค่ะ!\\\\\\\" เหวินเสี่ยวถิงรีบตอบตกลงด้วยความยินดี
\\\\\\\"ค่ะ\\\\\\\" มู่จื่อจินก็ไม่ได้ปฏิเสธ
ด้วยเหตุนั้นเขาจึงหาร้านอาหารจีนที่มีเรตติ้งสูงเพื่อพาสองสาวไปทานมื้อค่ำ
เย่เฟยไม่ได้เลือกจะพาไปร้านอาหารที่มีสภาพหรูหราและวิวดี เพราะเขารู้ว่ามู่จื่อจินไม่ได้สนใจในเรื่องนี้
ในฐานะหลานสาวของผู้ทรงอิทธิพล ความเป็นอยู่ของมู่จื่อจินย่อมไม่แย่ แต่เธอไม่ได้จู้จี้ในเรื่องอาหาร เครื่องดื่ม และเสื้อผ้าสักเท่าไร
ดังนั้นเย่เฟยจึงเลือกร้านอาหารเกรดกลางๆที่มีเรตติ้งรีวิวสูงแทน
แน่นอนว่าอาหารมื้อนี้สอดคล้องกับความอยากอาหารของมู่จื่อจินมาก
ในระหว่างทานอาหาร เย่เฟยและมู่จื่อจินก็เริ่มคุ้นเคยกัน พวกเขายังพูดคุยกันเป็นครั้งคราว
จะเห็นได้ว่ามู่จื่อจินมีความประทับใจต่อเย่เฟยไม่น้อย
สำหรับเหวินเสี่ยวถิง ตอนนี้เธอกลับมามั่นใจเหมือนเดิมและเป็นฝ่ายเริ่มชวนเย่เฟยคุยเรื่องต่างๆ อย่างเช่นงานอดิเรก และเรื่องอื่นๆ.....
ความกระตือรือร้นของเหวินเสี่ยวถิงทำให้เย่เฟยหนักใจเล็กน้อย
เมื่อเหวินเสี่ยวถิงไปเข้าห้องน้ำ เย่เฟยจึงค่อยมีโอกาสได้อยู่กับมู่จื่อจินตามลำพัง