ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 37
ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 37
ทั้งคู่รู้สึกประหลาดใจ และตกใจกับความแม่นยำของหน่วยข่าวกรอง(สายลับ)ของเย่เฟย
ถ้าไม่ใช่เพราะข่าวจากเย่เฟย พ่อและแม่ของเย่เฟยก็คงจะต้องหูหนวกตาบอด ไม่รู้ว่าคนทรยศทั้งสองคนนี้ลอบทำเรื่องชั่วร้ายต่อไป
เนื่องจากหากสมาชิกแกนหลักทรยศต่อเย่กรุ๊ป มันคงสร้างความเสียหายครั้งใหญ่
โชคดีที่มันไม่ได้นำไปสู่ผลลัพธ์อันเลวร้าย มิฉะนั้น ผลที่ตามมาคงย่ำแย่แน่นอน
“อันที่จริง ผมยังมีรายชื่อบุคคลที่มีอำนาจปานกลางที่มีปัญหาอยู่อีก” เย่เฟยพลันเอ่ยขึ้น
เนื่องจากพวกท่านเชื่อมั่นในตัวเขา เช่นนั้นก็ยกให้พวกท่านจัดการเรื่องนี้ไปเลยจะดีกว่า
ความแม่นยำของข่าวกรองของเย่เฟยได้รับการพิสูจน์แล้วผ่านเย่ชางไห่และหวงเหอ
“ยังมีอีก?” เย่เหอตกตะลึง
“ถึงจะมีไม่มาก แต่ก็ยังมีอยู่ครับ” เย่เฟยกล่าวเสริม
เย่กรุ๊ปเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีพนักงานอยู่นับหมื่นคน ดังนั้นก็เป็นไปได้ว่าในพนักงานนับหมื่นคนนี้จะมีหนอนบ่อนไส้อยู่
แต่เย่เฟยรู้ได้อย่างไรกัน?
“เสี่ยวเฟย ลูก…” เวลานี้เย่เหอเต็มไปด้วยความสงสัย และอดที่จะถามออกไปไม่ได้
เย่เฟยเผยรอยยิ้มที่ดูลี้ลับ “พ่อครับ แม่ครับ ผมมีแหล่งข้อมูลของผมอยู่ ดังนั้นได้โปรดอย่าถามผมเลย พ่อกับแม่แค่ต้องเชื่อมั่น ผมไม่มีทางเรื่องที่จะเป็นการทำร้ายพ่อแม่แน่นอนครับ ส่วนแหล่งที่มาของข้อมูล ผมจำเป็นต้องเก็บไว้เป็นความลับ”
แน่นอนว่าพ่อและแม่ของเย่เฟยต่างก็เชื่อมั่นในตัวลูกชายของตน
อีกทั้งพวกเขายังมีลูกชายเพียงคนเดียวแล้วทำไมพวกเขาถึงจะไม่เชื่อล่ะ?
“เอาล่ะ แม่กับพ่อจะไม่ซักไซ้ไล่เรียงลูกอีก เพียงแต่ช่วงนี้ลูกดูลึกลับมากขึ้นนะ...” เย่เหอรู้สึกว่าลูกชายของเขาเปลี่ยนไปมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จนเขาเองยังมองไม่ออก
แม่เย่ก็สงสัยเช่นกัน "ใช่ ทำไมแม่ถึงได้ยินว่าลูกช่วยชีวิตผู้อาวุโสตระกูลซูเอาไว้? ยิ่งไปกว่านั้น คุณซูยังเอ่ยปากชื่นชมว่าลูกมีทักษะทางการแพทย์อันยอดเยี่ยมอีก?"
ทั้งสองคนต่างมีข้อสงสัย เย่เฟยเพียงหัวเราะกลบเกลื่อน
อันที่จริง เย่เฟยเองก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เขาคงไม่สามารถบอกพ่อแม่ได้ว่าเย่เฟยคนเก่าเหาะขึ้นสวรรค์ไปรับใช้เง็กเซียนฮ่องเต้แล้วได้ใช่ไหมล่ะ?
สุดท้าย เย่เหอก็โบกมืออย่างจนใจ"ช่างเถอะๆ ถ้าลูกไม่อยากตอบ ก็ช่างเถอะ สั้นๆก็แล้วกัน ลูกต้องใส่ใจเย่กรุ๊ปให้มาก เพราะในอนาคตมันจะเป็นของลูก"
แม่พยักหน้าอีกครั้งและพูดเบาๆ "ถ้าลูกขัดสนเรื่องเงินทอง บอกแม่ได้..."
เย่เหอเอนตัวไปกระซิบเบาๆบอกว่า แม่จะตามใจลูกเกินไปแล้ว แต่แม่เย่ถลึงตามองเขา เขาจึงไม่กล้าพูดอะไรอีก
เย่เฟยเผยรอยยิ้มที่ดูเห็นใจออกมา นี่ก็คือความทุกข์ตรมของเหล่าพ่อบ้าน
หลังจากนั้น เย่เฟยก็เขียนรายชื่อและส่งให้เย่เหอ
รายชื่อนี้มีคนอยู่ประมาณสิบคนเท่านั้น และเขาจำได้แค่ว่าในนิยายนั้นพวกเขามีปัญหา ท้ายที่สุดแล้ว คนเหล่านี้ก็ไม่ได้มีบทบาทสำคัญใดๆ
หลังจากที่เย่เฟยเขียนรายชื่อเสร็จแล้ว เขาก็พูดคุยกับพ่อแม่ของเขาสั้นๆ สักพักก่อนจะจากไป
....
หลังจากนั้นก็เหตุการณ์ก็เงียบสงบอยู่หลายวัน
เฉินหลัวเองก็เงียบหายไปสักพักเช่นกัน
ในขณะเดียวกัน เย่เฟยมักจะไปหาลั่วเว่ยหยูทุกวันตามปกติ และไปที่บริษัทเพื่อควบคุมดูแลเป็นครั้งคราว
ชีวิตของเขาดำเนินไปอย่างสบายใจเช่นนี้
ในวันที่แสนธรรมดาวันหนึ่ง เย่เฟยกำลังไถหน้าจอโทรศัพท์มือถือไปเรื่อยเปื่อย ดูหุ้นของบริษัทฮุยหวงเอนเตอร์เทนเมนท์ และเล่นเกมมือถือสองสามเกมอยู่สักพัก
เย่เฟยชนะเกมโดดร่ม ดังนั้นจึงอารมณ์ดีมาก
ขณะที่เขากำลังจะเปลี่ยนไปเล่นเกมอื่น เย่เฟยก็ได้รับคำเชิญวิดีโอคอลผ่าน WeChat อย่างไม่คาดคิด
เมื่อเย่เฟยมองดูชื่อผู้ใช้ WeChat ก็พบว่าเป็น 'เหวินเสี่ยวถิง'
เหวินเสี่ยวถิง?
ตั้งแต่เกิดคดีปล้น เหวินเสี่ยวถิงก็ทักมาพูดคุยกับเย่เฟยอยู่บ่อยครั้ง
หญิงสาวคนนี้มีบุคลิกที่ร่าเริงและไร้กังวล ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก และเย่เฟยก็มักจะคุยกับเธออยู่เสมอ
ในส่วนของมู่จื่อจินนั้น เย่เฟยได้พูดคุยกับเธอเพียงสองครั้งเท่านั้น
ไม่รู้ว่าเหวินเสี่ยวถิงต้องการอะไร
ด้วยความอยากรู้ เย่เฟยจึงยอมรับคำเชิญวิดีโอคอล
เมื่อเชื่อมต่อวิดีโอคอลแล้ว เหวินเสี่ยวถิงก็เผยยิ้มสดใสและเอ่ยทักทายเย่เฟย "คุณชายเย่ คุณกำลังทำอะไรอยู่เหรอ?"
“เล่นเกมฆ่าเวลา” เย่เฟยตอบ
“จิ๊จิ๊ คุณคงสบายดีมากเลยสินะ วันนี้อากาศดี จื่อจินกับฉันจะไปว่ายน้ำที่คลับเฮาส์ปาล์มไอส์แลนด์ คุณไปด้วยกันไหม?” เหวินเสี่ยวถิงถามด้วยรอยยิ้มน่ารัก
Palm Island Club เป็นคลับส่วนตัวที่มีชื่อเสียงในเหยียนจิง คลับแห่งนี้เปิดให้บริการเฉพาะชนชั้นสูงในเหยียนจิงเท่านั้น โดยค่าสมาชิกเริ่มต้นที่ 100,000 หยวน (15,726 ดอลลาร์)
หัวใจของเย่เฟยรู้สึกอบอุ่นเมื่อเหวินเสี่ยวถิงชักชวนเขา
เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่ความคิดของมู่จื่อจิน แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น เหวินเสี่ยวถิงก็โทรมาชวน
เมื่อเห็นว่าเย่เฟยประหลาดใจ เหวินเสี่ยวถิงก็ลดเสียงลงและหัวเราะ “ที่นี่มีแค่ฉันกับจื่อจินเท่านั้น คุณจะมาไหม นี่เป็นโอกาสอันหายากที่จะได้อยู่ตามลำพังกับจื่อจินเลยนะ ถ้าพลาดก็อย่าโทษว่าฉันไม่ช่วยคุณล่ะ”
“คุณใจดีขนาดนี้เชียว?” ปากของเย่เฟยยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
เมื่อเห็นสีหน้าของเขา ใบหน้าของเหวินเสี่ยวถิงก็ร้อนผะผ่าว เธอร่ำร้องในใจว่าผู้ชายคนนี้หล่อมาก จากนั้นเหวินเสี่ยวถิงก็ตอบว่า "ใช่แล้ว คนสวยคนนี้ชอบช่วยคน! น่าสนใจไหมล่ะ?"
“แต่ว่าจื่อจินยังไม่รู้ว่าคุณจะมา” เหวินเสี่ยวถิงแลบลิ้นออกมา
ถือเป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่งที่จะได้พบปะกับมู่จื่อจิน
เย่เฟยตอบว่า “เอาล่ะ เดี๋ยวผมไป ว่าแต่ทำไมคุณถึงช่วยผมกันล่ะ?”
‘ฉันดีไม่พอสำหรับเขา’ นั่นคือสิ่งที่เธอคิด ดังนั้นเธอจึง ‘ทรยศ’ มู่จื่อจินต่อไป
เหวินเสี่ยวถิงยิ้มเจ้าเล่ห์ "ใครใช้ให้คุณหล่อขนาดนี้กันล่ะ? ถ้าคุณเป็นแฟนกับจื่อจิน ฉันก็จะได้มองคุณทุกวัน ถึงจะได้แต่มองก็เถอะ แต่แค่ได้มองคุณ ฉันก็พอใจแล้ว"
คำพูดของเหวินเสี่ยวถิงนั้นกล้าหาญและรุกแรงมาก เธอไม่คิดจะปกปิดใดๆเลย
เป็นผู้หญิงที่น่าสนใจจริงๆ
“เอาล่ะ อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้เลย จื่อจินเดินมาแล้ว คุณชายเย่ คุณติดค้างฉันอยู่หนึ่งอย่าง ตอนนี้รีบมาที่นี่เดี๋ยวนี้!”
“ตู๊ดๆ…” เสียงโทรศัพท์ถูกตัดสายไป
เย่เฟยหัวเราะ จากนั้นก็จัดแจงเสื้อผ้าของเขาให้เรียบร้อย นำอุปกรณ์ว่ายน้ำมา และออกจากห้องของเขาไปอย่างช้าๆ