กลายเป็นศัตรูของทั้งมหาลัย?
เห็นได้ชัดว่าทุกคนไม่ใช่แค่ตกใจ แต่ถึงกับช็อก
นี่ต้องเป็นข่าวใหญ่ที่ดังระเบิดอย่างแน่นอน และมันถึงขั้นสร้างเสียงฮือฮาให้กับคนทั้งมหาลัย!
นี่คือ ซู หนิงซวง ผู้หญิงที่สวยที่สุดในมหาวิทยาลัยที่มีผู้ชายไล่ตามนับไม่ถ้วน!
ตลอดช่วงเวลาที่เรียนในมหาวิทยาลัย ซู หนิงซวง ปฏิเสธผู้ชายมาไม่รู้กี่คนต่อคน
ไม่ว่าใครจะยอดเยี่ยมแค่ไหน ซู หนิงซวง ก็ไม่เคยตอบตกลง
ในเรื่องนี้ ซู หนิงซวง ไม่เคยมีข่าวฉาวกับผู้ชายคนไหนมาก่อนเลย
แต่วันนี้ ดอกไม้งาม ซู กลับลงมาจากรถของผู้ชาย..คนหนึ่ง
แถมเธอยังลงมาจากรถ Ferrari ในตอนเช้า
มันอธิบายได้ยากจริงๆ
“โอ้พระเจ้า ฉันเห็นอะไรอยู่?”
“บ้าไปแล้ว นี่มันต้องบ้าไปแล้ว!”
หลายคนที่เดินผ่านมามองดูฉากนี้แบบงงๆ หัวแทบหมุน
โดยเฉพาะผู้ชายบางคนที่อยู่ในที่นั้น ถึงกับรู้สึกเจ็บปวดใจอย่างยิ่ง
หญิงสาวสวยผู้เย็นชา ผู้ไม่เคยให้ความสนใจกับผู้ชายคนใดมาก่อน
..ตอนนี้กลับมีเจ้าของแล้ว
มันช่างน่าเศร้าจริงๆ
มีคนที่อุทานอย่างเสียใจ และบางคนถึงกับแอบถ่ายรูป
อีกด้านหนึ่ง.. ซู หนิงซวง ที่ลงมาจากรถ เธอหยุดไปชั่วขณะเพราะเห็นว่ามีคนมุงอยู่มากมายรอบตัวเธอ สิ่งนี้พลันทำให้ ซู หนิงซวง ตกใจเล็กน้อย แต่ไม่นานนักเธอกลับมาสงบสติอารมณ์ของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว
ที่สำคัญกว่านั้น ..เธอไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้ใครฟัง
“ขอบคุณนะคะ คุณควรไปฝึกทหารได้แล้ว ฉันไปก่อนนะ”
หลังจากลงจากรถ ซู หนิงซวง พูดขอบคุณแล้วก็แยกกับ เย่เฉิน
ส่วน เย่เฉิน กลับไปหอพักเพื่อเปลี่ยนชุดฝึกทหาร แล้วรีบไปที่สนามฝึก
ยังดีที่เมื่อ เย่เฉิน มาถึง การฝึกทหารยังไม่เริ่มขึ้น
“เหล่าเย่ เมื่อคืนนายหายไปอยู่ที่ไหนมา?”
“ใช่ ไปไหนมา ทำไมไม่กลับมา?”
เมื่อเห็น เย่เฉิน เพื่อนร่วมห้องหลายคนก็เข้ามารุมถามด้วยความสงสัย
เมื่อคืนตอนตรวจหอพัก พวกเขาต้องหาเรื่องโกหกอย่างยากลำบาก
“เมื่อคืนฉันกลับบ้าน”
เย่เฉิน อธิบาย
ตอนนี้ คฤหาสน์ เลขที่ 8 ในหลิงหยุนเทียนกงเป็นของ เย่เฉิน ก็ถือได้ว่าเป็นบ้านของ เย่เฉิน
หลังจากนี้ เย่เฉิน ตั้งใจจะทำเรื่องขออนุญาตเรียนแบบไปกลับ
ถึงตอนนั้นก็ไม่ต้องกลัวการตรวจหอพักแล้ว
เมื่อเพื่อนบางคนยังอยากถามต่อ ครูฝึกก็มาถึงการฝึกทหารจึงเริ่มขึ้น
ในอีกด้าน เมื่อ เย่เฉิน กำลังฝึกทหาร ภาพที่ ซู หนิงซวง ลงมาจากรถ Ferrari ของ เย่เฉิน
มันก็ได้กลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้งในฟอรั่ม ทั้งนี้ยังมีการเปิดหัวข้อ และการอภิปรายต่างๆ ที่กำลังกลายเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้
“อ๋าาาา เทพธิดาของฉัน”
“ดอกไม้งาม ซู เธอมีแฟนได้ยังไง?”
“ผู้ชายคนนี้เป็นใคร บอกฉันมาทีสิ ฉันจะไปพูดคุยกับเขาเอง!”
เมื่อมองภาพที่ ซู หนิงซวง ลงมาจากรถของ เย่เฉิน ผู้ชายหลายคนก็เกิดความอิจฉา และความเกลียดชังอย่างมาก
บางคนถึงขั้นรวมกลุ่มจะไปหา เย่เฉิน เพื่อ ‘สนทนา’ อย่างเป็นมิตร
ถ้า เย่เฉิน รู้เรื่องนี้ เขาคงจะยิ่งมั่นใจในการขออนุญาตเรียนแบบไปกลับ
หลังจากเรื่องนี้ เขาอาจจะไม่สามารถอยู่ในมหาวิทยาลัยได้อีกต่อไป
เวลาผ่านไป ช่วงเช้าการฝึกทหารดำเนินไปได้ครึ่งทางแล้ว ในระหว่างช่วงพักการฝึก
เย่เฉิน และเพื่อนร่วมชั้นของเขาได้มาพักในที่ร่ม
ตอนที่ เย่เฉิน พักอยู่ ผู้ชายคนหนึ่งสังเกตเห็นนาฬิกา Patek Philippe บนข้อมือของ เย่เฉิน และดวงตาพลันเป็นประกายขึ้นมา
“เย่เฉิน นาฬิกาของนายดูเท่มาก”
ผู้ชายคนนั้นพูดขึ้นด้วยความอิจฉา
เมื่อได้ยินเช่นนี้ คนที่อยู่ข้างๆ ก็หันมามองด้วยความสงสัย
จริงด้วย..
ตอนแรกพวกเขาไม่ทันสังเกต แต่นาฬิกาของ เย่เฉิน นั้นดูเท่จริงๆ
“เหล่าเย่ นาฬิกานายราคาเท่าไหร่?”
มีคนถามด้วยความสงสัย
“500 กว่าได้มั้ง” เย่เฉิน เช็ดเหงื่อแล้วตอบไปตามปกติ
500 กว่า?
ไม่แพง พวกเขายังพอจ่ายไหว
ตอนนี้ ผู้ชายผอมคนหนึ่งจากห้องข้างๆ เดินผ่านมาพอดี ได้ยินพวกเขาคุยกัน เลยหันมามอง
ในตอนแรกเขาคิดว่านาฬิกาของ เย่เฉิน ต้องมีราคาสูง ดังนั้นเขาจึงไม่พูดอะไร
แต่เมื่อเขารู้ว่านาฬิกาของ เย่เฉิน มีราคาเพียง 500 กว่าหยวนเท่านั้น เขาจึงหัวเราะออกมาทันที
เขาคิดว่ามันเป็นนาฬิกาหรูอะไร ที่แท้ก็เป็นนาฬิกาธรรมดาๆ นี่เอง
“เท่อะไร นาฬิกา Rolex Yacht-Master m268622 ของฉันดูเท่กว่าเยอะเห็นมั้ย?”
ผู้ชายผอมคนนั้นพูดด้วยความอวดดี
พร้อมกับโบกมือที่ใส่นาฬิกา Rolex ของเขาอยู่ให้ทุกคนได้เห็น
เขาซื้อนาฬิกา Rolex นี้มาในราคา 80,000 กว่าหยวนเลยนะ?!
และแน่นอนว่ามันแพงกว่านาฬิกาขยะของ เย่เฉิน มากกว่าร้อยเท่าเลยล่ะ?
Rolex?
เมื่อได้ยินว่าผู้ชายผอมคนนั้นใส่นาฬิกา Rolex ในตำนานจริงๆ พวกเขาก็หันมามอง
Rolex สำหรับพวกเขาแล้ว ถือเป็นสินค้าหรูหรา
พวกเขาเคยเห็นมันแค่ในภาพยนตร์ และละครโทรทัศน์เท่านั้น ยังไม่เคยเห็นของจริงเลย..
“นี่คือ Rolex เหรอ?”
“มันดูเท่มาก”
หลายคนจ้องมองนาฬิกาของผู้ชายผอมอยู่สักพัก และต่างพากันถอนหายใจ
แม้จะมีคนที่รู้สึกว่ามันก็ธรรมดาๆ พอใช้ได้ แต่แบรนด์ และราคาของมันทำให้ต้องยอมรับว่ามันดูเท่ไม่เบา
“พี่ชาย นาฬิกา Rolex ของคุณราคาเท่าไหร่นะ?”
“ฉันคิดว่าอย่างน้อยก็ต้องหนึ่งหรือสองหมื่นหยวน”
“ไม่ๆ ฉันเคยเห็น Rolex ที่ราคาเป็นหมื่น แต่มันไม่สวยเท่าเรือนนี้ ฉันว่าน่าจะอย่างน้อยสามหมื่น”
มีคนเดา
“30,000?”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ผู้ชายผอมคนนั้นพลันหัวเราะขึ้นอย่างดูถูกเหยียดหยาม
“พูดเป็นเล่นเปล่า นาฬิกาเรือนนี้ของฉัน ราคามากกว่า 80,000 เกือบจะ 90,000 หยวน”
ผู้ชายผอมพูดขึ้นอย่างหยิ่งผยอง
อะไรนะ?!
ได้ยินอย่างนั้น หลายคนที่ยืนล้อมรอบต่างตกตะลึง
80,000 กว่า.. เกือบจะ 90,000 หยวน?
โอ้.. พระเจ้าช่วย?!
นั่นมันแพงกว่าค่าใช้จ่ายสี่ปีของพวกเขาหลายเท่า
นี่หรือลูกคนรวย นี่หรือคือการใช้ชีวิตอู้ฟู่?
เมื่อเห็นสายตาที่ตกตะลึง และอิจฉาของทุกคน ผู้ชายผอมพลันรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจไม่น้อย
“ทำไม..ฉันรู้สึกว่านาฬิกา Rolex เรือนนี้ สู้เรือนของ เย่เฉิน ไม่ได้เลยล่ะ?”
มีคนพูดราวกับกระซิบขึ้น
“อา.. ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
อีกคนข้างๆ กล่าวสนับสนุน
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ผู้ชายผอมก็เริ่มไม่พอใจทันที
นาฬิกา Rolex ของฉันเรือนนี้ราคากว่า 80,000 หยวน กลับไม่ดีเท่านาฬิกาขยะที่มีราคาแค่ 500 กว่าหยวน?
สายตาของคนพวกนี้มีปัญหาหรือเปล่า?
“เย่เฉิน นาฬิกาเรือนนี้ของคุณคือ...Patek Philippe ใช่หรือเปล่า?”
ตอนนั้นเอง หญิงสาวคนหนึ่งถามขึ้นอย่างสงสัย
พ่อของเธอเป็นคนที่ชื่นชอบนาฬิกาแบรนด์ดังมาก และด้วยเหตุนี้เธอจึงมีความรู้เกี่ยวกับนาฬิกาแบรนด์ดังอยู่บ้าง
เธอได้ยินคนพูดถึงนาฬิกาแบรนด์ดังจึงเข้ามาด้วยความสนใจ
เพียงแค่เห็นครั้งแรก เธอก็มั่นใจแล้วว่านาฬิกาของ เย่เฉิน ไม่ใช่นาฬิกาธรรมดาแน่นอน
ชิ้นงานปราณีตละเอียดแบบนี้ไม่ใช่นาฬิกาธรรมดาจะเทียบได้
แม้แต่ Rolex ก็เทียบไม่ได้
ด้วยความอยากรู้ หญิงสาวคนนี้จึงเข้ามาถาม
เธอไม่แน่ใจว่านาฬิกาของ เย่เฉิน คือ Patek Philippe หรือ Vacheron Constantin
แต่เธอไม่สามารถถามโดยตรงๆ ได้จึงเลือก Patek Philippe
“ใช่”
เย่เฉิน พยักหน้า ไม่ได้ปิดบังอะไร
หืม?
เมื่อเห็น เย่เฉิน พยักหน้า หญิงสาวคนนั้นก็ตกใจ
นี่เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน
นาฬิกาของ เย่เฉิน เป็นนาฬิกาแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Patek Philippe ไปจริงๆ
สิ่งที่น่าประหลาดใจกว่านั้นคือ เย่เฉิน กลับยอมรับอย่างตรงไปตรงมา
Patek Philippe?
นาฬิกาของ เย่เฉิน คือ Patek Philippe?!
เมื่อได้ยินการสนทนาระหว่างหญิงสาวคนนั้น กับเย่เฉิน คนที่ยืนอยู่โดยเฉพาะผู้ชายผอมคนนั้นต่างก็ตกตะลึง
พวกเขาแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน
มันจะเป็นไปได้ยังไง?
เย่เฉิน พูดว่านาฬิกาเรือนนี้ราคาแค่ 500 กว่าหยวน แล้วมันจะกลายเป็น Patek Philippe ไปได้ยังไง?
แล้ว Patek Philippe ไม่ใช่นาฬิกาแบรนด์ดังระดับโลกเหรอ?
มันจะไปมีราคาแค่ 500 กว่าหยวนได้อย่างไร?
เดี๋ยวก่อน ไม่ถูก ไม่ถูกแล้ว?
เย่เฉิน พูดแค่ว่า 500 กว่า หลังจากนั้นเหมือนจะไม่ได้บอกหน่วย
พวกเขาเข้าใจผิดเองที่คิดว่า 500 กว่าหลังหน่วยคือ …หยวน
คิดอย่างนั้นแล้ว หลายคนก็ปิดปากตัวเอง แทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิด
หรือว่าสิ่งที่ เย่เฉิน พูดว่า 500 กว่า หน่วยที่อยู่หลังจากนั้นไม่ใช่หยวน?!
แต่สิ่งที่ เย่เฉิน พูด 500 กว่า.. หน่วยตามหลังนั่นคือ หมื่น? (万, วั่น)
เช่นนั้นแล้ว.. นาฬิกาเรือนนี้ของ เย่เฉิน ราคามากกว่า 5 ล้านเหรอ?
หลายคนตกใจกับการคาดเดาของตัวเองจนร่างกายอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านเล็กน้อย
เป็นไปได้ยังไง?
แค่นาฬิกาเรือนหนึ่ง มันจะไปมีราคาแพงขนาดนั้นได้ยังไง?!
แต่ถ้านาฬิกาของ เย่เฉิน คือ Patek Philippe จริงๆ
มันก็อาจจะเป็นไปได้ เพราะไม่มีทางที่ Patek Philippe จะมีราคาแค่ 500 กว่าหยวน
แม้แต่นาฬิกาปลอมของ Patek Philippe ก็ยังมีราคาแพงกว่านี้
กว่า 5 ล้านหยวน ดูเหมือนจะเหมาะสมกับแบรนด์ Patek Philippe..
“เย่เฉิน นาฬิกาเรือนนี้ของนาย 500 กว่า...หรือ 5 ล้านกว่า?”
สุดท้าย ก็มีคนอดไม่ได้ที่จะถามด้วยเสียงสั่นเทา
“ใช่ แล้วทำไมเหรอ?”
เย่เฉิน ถามด้วยความไม่เข้าใจ
ใช่.. งั้นเหรอ?
เย่เฉิน ตอบว่า ใช่
นาฬิกาเรือนนี้ของเขามีมูลค่าจริงๆ 5 ล้านกว่างั้นเหรอ?!
ด้วยเงิน 5 ล้านกว่านี้ สามารถซื้อบ้านในใจกลางเมืองเจียงโจวได้ถึงสองหลังเลยนะ
นาฬิกาที่ เย่เฉิน ใส่อยู่มันไม่ใช่นาฬิกาแล้ว มันคือบ้านสองหลังชัดๆ
พวกเขาจ้องนาฬิกา Patek Philippe ของ เย่เฉิน ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนอย่างที่สุด
โดยเฉพาะผู้ชายผอมที่เพิ่งอวดนาฬิกา Rolex ของตัวเองเมื่อกี้นี้ ที่เวลานี้กลับรู้สึกอับอายมากที่สุด
เขาใช้นาฬิกา Rolex เรือนละ 80,000 หยวนมาอวด ต่อหน้า Patek Philippe ที่มูลค่ากว่า 5 ล้านหยวน
ถ้าเขาไม่ใช่ตัวตลก แล้วจะเป็นอะไรไปล่ะ?
แบบนี้มันช่างน่าอับอายเกินไปแล้ว?
ใบหน้าของผู้ชายผอมเปลี่ยนเป็นแดงก่ำทันที
เขานิ่งไปนานก่อนจะตั้งสติได้
ไม่ไม่ แบบนี้ไม่ถูกสิ
เรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ เหมือนจะเป็น เย่เฉิน ที่พูดทั้งนั้น
เย่เฉิน บอกว่านาฬิกาของเขาคือ Patek Philippe และมีมูลค่ากว่า 5 ล้านหรือเปล่าล่ะ?
ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องนี้เขาไม่ได้เอาหลักฐานใดๆ ออกมาเลย
นักศึกษาปีหนึ่งธรรมดาๆ จะไปใส่นาฬิกา Patek Philippe ที่มีมูลค่าหลายล้านได้เหรอ?
มันเป็นไปได้เหรอไง?
เย่เฉิน อาจจะแค่อวดทำเป็นคุยโม้ก็ได้ โดยไม่ต้องยกหลักฐานใดๆ มาพิสูจน์
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ผู้ชายผอมก็พลันรู้สึกโล่งใจ
เขาแน่ใจว่า เย่เฉิน คงพูดโอ้อวดเพื่อกู้หน้าคืน
“5 ล้านกว่า นายจะพิสูจน์ได้ยังไง?”
ผู้ชายผอมหัวเราะเยาะอย่างมั่นใจ และถามไปอย่างหนักแน่นว่า :
“ฉันกล้าพนันเลยว่านาฬิกาของ เย่เฉิน นี่ไม่มีทางมีมูลค่ากว่า 5 ล้านแน่นอน”
แต่ยังไม่ทันที่คำพูดของผู้ชายผอมจะจบลง ก็มีคนข้างๆ อุทานขึ้นมา
“ดูที่โพสต์บอร์ดสารภาพ(Confession wall)ในฟอรั่มเร็ว มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้ว”
ดูที่บอร์ดสารภาพ?
ดูที่โพสต์?
มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นเหรอ?
มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น?
ด้วยความสงสัย พวกเขาเปิดเข้าไปดูบอร์ดสารภาพ
วินาทีถัดมา พวกเขาก็อ้าปากค้างเมื่อเห็นรูปภาพที่ปรากฏอยู่ด้านบน
พวกเขาที่เพิ่งเข้ามา ภาพแรกที่เห็นคือภาพ เย่เฉิน และซู หนิงซวง กำลังลงจากรถ Ferrari..
และคนที่ลงมาจากที่นั่งคนขับก็คือ เย่เฉิน ..ชัดๆ
นั่นหมายความว่ารถของ เย่เฉิน คือ Ferrari!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ พวกเขาก็เชื่ออย่างสนิทใจ
นาฬิกา Patek Philippe ของ เย่เฉิน แน่นอนว่าต้องเป็นของจริง
อย่างไรก็ตาม คนที่ขับ Ferrari มาเรียนจะเป็นคนจนไปได้อย่างไร?
พอมองไปที่โพสต์ ภาพของ เย่เฉิน ที่ลงจาก Ferrari ทำให้ผู้ชายผอมคนนั้นรู้สึกละอายจนแทบอยากจะมุดดินหนี
เขาเดาผิด
และเย่เฉิน ขับรถ Ferrari จริงๆ ..งั้นเหรอ?
ในตอนนี้ เขาหมดหวังอย่างที่สุด
ในขณะที่คนอื่นกำลังดูบอร์ดสารภาพในฟอรั่ม ผู้ชายผอมคนนั้นก็รีบชิ่งหนีไปทันทีด้วยความสิ้นหวัง
เมื่อพวกเขาเลื่อนลงมาอีก พบว่ามีวิดีโอด้วย
ถึงแม้ในภาพจะเป็นเพียงใบหน้าด้านข้างของ เย่เฉิน เท่านั้น
แต่ใครก็ตามที่เคยเห็น เย่เฉิน ก็สามารถยืนยันได้ว่า นี่คือ เย่เฉิน แน่นอน
โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงการฝึกทหารเมื่อวาน ที่ ดอกไม้งาม ซู มาส่งน้ำให้กับ เย่เฉิน ด้วยตัวเอง
เมื่อวาน เย่เฉิน บอกว่าเขา และดอกไม้งาม ซู ไม่ได้มีความสัมพันธ์พิเศษอะไรกัน
แต่มาวันนี้ เขากลับลงมาจากรถ Ferrari พร้อมกับ ดอกไม้งาม ซู
ดูเหมือนว่าจะเป็นเมื่อตอนเช้านี้ด้วย?
ถ้าคุณบอกว่าพวกเขาทั้งสองคนไม่มีความสัมพันธ์พิเศษกัน แม้แต่ผีก็ยังไม่เชื่อ
ความสัมพันธ์ระหว่าง เย่เฉิน กับดอกไม้งาม ซู.. ต้องไม่ง่ายอย่างแน่นอน
หรืออาจจะเป็นไปได้ว่า เย่เฉิน ได้คว้า ดอกไม้งาม ซู ไปแล้ว..
ไม่อย่างนั้น ดอกไม้งาม ซู จะมาส่งน้ำให้กับเขาด้วยตัวเองได้อย่างไร?
พอคิดมาถึงตรงนี้ เพื่อนร่วมชั้นของ เย่เฉิน ต่างก็อิจฉา เย่เฉิน อย่างมาก
พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่า ในหมู่พวกเขาจะมีเทพ(สุลต่าน)เช่นนี้อยู่ด้วย
ในหมู่พวกเขาบางคนก็อิจฉาความสัมพันธ์ระหว่าง เย่เฉิน กับดอกไม้งาม ซู ในขณะที่บางคนก็อิจฉาที่ เย่เฉิน ขับ Ferrari
“เหล่าเย่ พูดตามตรงนะ เมื่อคืนแกอยู่กับ ดอกไม้งาม ซู ใช่มั้ย?”
“บอกความจริงกับพี่น้องเรามาซะ เหล่าเย่”
“เมื่อวานนายบอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างนายกับ ดอกไม้งาม ซู เป็นแค่เพื่อนกันธรรมดา วันนี้กลับลงมาจากรถคันเดียวกัน อืม...คงเพื่อนกันเนอะ”
เพื่อนร่วมชั้นของ เย่เฉิน หลายคนเข้ามารุมล้อม เพื่ออยากรู้ว่าเขา และดอกไม้งาม ซู มีความสัมพันธ์อะไรกันแน่
เย่เฉิน ไม่ได้ตอบอะไร แต่ดูที่ความคิดเห็นใต้ล่างโพสต์แทน
โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่ามีคนรวมกลุ่มกันจะมาคุยกับเขา เย่เฉิน ก็ได้แต่ถอนหายใจ
ความสัมพันธ์ระหว่างเขา กับดอกไม้งาม ซู นั้นบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่มีจุดด่างพร้อย โอเคนะ?
อย่างน้อยๆ ตอนนี้เราต่างก็บริสุทธิ์ใจ
แต่อนาคตนั้นก็ไม่แน่..
เพียงแต่ตอนนี้เขา กับดอกไม้งาม ซู ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย
ดูเหมือนว่าการตัดสินใจที่จะขออนุญาตเรียนแบบไปกลับนั้น.. มันจะถูกต้องแล้ว
ตอนนี้เขา กับดอกไม้งาม ซู ยังไม่เป็นอะไรกัน แต่ตัวเขาเองดันกลายเป็นศัตรูสาธารณะของผู้ชายทั้งมหาลัยแล้ว
เผื่อว่าถ้าอนาคตเขาเกี่ยวข้อง กับดอกไม้งาม ซู ไปจริงๆ
เกรงว่าเขาคงไม่กล้าอยู่ที่มหาลัยนี้แน่
ยังไม่ทันที่ เย่เฉิน จะตอบคำถามของพวกเขา การฝึกทหารก็ดำเนินต่อไป
เที่ยงวันหลังจากการฝึกทหารเสร็จ เย่เฉิน ไม่ได้ไปโรงอาหารกับคนอื่นๆ แต่ขับรถออกไปกินข้าวข้างนอกแทน
เย่เฉิน คิดว่า หลังจากเกิดเรื่องนี้ขึ้น ถ้าเขายังไปปรากฏตัวที่โรงอาหารอีกล่ะก็…
คงจะไม่ปลอดภัย
ช่วงนี้เขาคงต้องตัดสินใจกินข้าวข้างนอกไปก่อนดีกว่า
บังเอิญพอดี ในของขวัญผู้เล่นใหม่ เขายังมีการ์ดคืนเงินพันเท่าอยู่
และการ์ดนี้จะหมดอายุในอีกสามวัน
ตอนนี้เขาสามารถใช้มันได้แล้ว
เย่เฉิน แค่ต้องใช้เงินเพียง 5,000 หยวน เขาก็จะได้เงินคืน 5 ล้านหยวน
หากไม่ใช่เพราะมีข้อจำกัดของการ์ดนี้ เย่เฉิน คงสามารถกลายเป็นมหาเศรษฐีของโลกได้ด้วยการ์ดใบนี้ในวันนี้เลย
แต่น่าเสียดายที่เกมไม่ให้ เย่เฉิน ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้
ตอนกลางวัน เย่เฉิน ใช้เงินหนึ่งพันกว่าที่เขามีอยู่ในตอนแรก
ในเมื่อเขาไม่มีเงิน 5,000 หยวนในมือชั่วคราว
ดังนั้นเขาจึงได้เงินคืนมากว่าหนึ่งล้านหยวน
หลังจากนั้น เย่เฉิน ใช้เงินอีกสามพันกว่า และได้รับเงินคืนมาสามล้านกว่าหยวน
ในที่สุด เย่เฉิน ก็ได้ใช้การ์ดคืนเงินพันเท่าจนหมด
ตอนนี้ บัญชีธนาคารของ เย่เฉิน จากเดิมที่มีเลขสี่หลัก ก็กลายเป็นเลขเจ็ดหลักแล้ว
เย่เฉิน พอใจมาก
ช่วงบ่าย การฝึกทหารยังดำเนินต่อไป หลังจากฝึกทหารเสร็จ เย่เฉิน ไปหาอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการขอเรียนแบบไปกลับ
ท้ายที่สุด การอยู่หอพักนั้นไม่ดีเท่ากับการอยู่ในคฤหาสน์ของตัวเอง
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ในฐานะศัตรูสาธารณะของผู้ชายทั้งมหาลัย เย่เฉิน รู้ดีว่าการอยู่หอพักคงไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
คืนวันนั้น เย่เฉิน จึงตัดสินใจกลับไปที่คฤหาสน์
เมื่อถึงตอนเที่ยงคืน เย่เฉิน ใช้เงิน 0.2 หยวน ซื้อรถ Bentley Continental ซึ่งมีมูลค่า 4 ถึง 5 ล้านหยวน
Bentley Continental เป็นรถสไตล์คูเป้(Coupe)ที่มีสองประตูสี่ที่นั่งซึ่งหรูหราอย่างมาก
[ยินดีด้วย คุณได้ซื้อ Bentley Continental สำเร็จแล้ว ขณะนี้จอดอยู่ในโรงจอดรถของคุณ โปรดตรวจสอบ]
เย่เฉิน ไม่รู้สึกง่วงในขณะนี้ จึงเดินตรงไปที่โรงรถของคฤหาสน์ทันที
ขณะนี้ ในโรงรถที่กว้างใหญ่ นอกจากรถ Ferrari ของ เย่เฉิน แล้ว
ยังมีรถยนต์หรูสีดำคันใหญ่เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งคัน
ซึ่งก็คือ Bentley Continental ที่ เย่เฉิน เพิ่งซื้อมา
เย่เฉิน พอใจกับ Bentley Continental คันนี้มาก
แม้ว่า Ferrari จะดี แต่ท้ายที่สุดมันสามารถรองรับได้เพียงแค่สองคนเท่านั้น
หากมีคนมากกว่านั้น ..คงไม่สะดวก
แต่ตอนนี้ มี Bentley Continental แล้ว หลายๆ อย่างก็จะสะดวกสบายมากขึ้น
วันรุ่งขึ้น เพราะเพิ่งได้ Bentley Continental มา เย่เฉิน จึงขับรถคันนี้ไปมหาลัย
ระหว่างทาง เย่เฉิน ก็ได้รับสายที่ไม่คาดคิด…