เศรษฐีลึกลับคนนี้คือใคร?

“ทั้งสองชิ้นนี้เป็นของจริง”

เหล่าฟาง พยักหน้า

ทั้งสองเป็นของจริงอย่างนั้น ..หรือ?

“แต่ว่า...”

หลังจากได้ยินคำพูดประโยคถัดมาของ เหล่าฟาง หลายคนก็เริ่มไม่สบายใจ

เห็นได้ชัดว่ามีจุดพลิกผัน

“ภาพ ‘ต้นไผ่ และหินในม่านหมอก’ นี้มีปัญหาไม่น้อย”

เหล่าฟาง กล่าวถึงภาพ ‘ต้นไผ่ และหินในม่านหมอก’ ของ โล้วฉี่ ก่อน

หมายความว่าอย่างไร?

เหล่าฟาง ไม่ได้บอกหรือว่าทั้งสองภาพของ เหวิน เจิ้งหมิง นี้เป็นของจริง? ..ถ้าเป็นของจริงแล้วจะมีปัญหาได้อย่างไร?

“เหล่าฟาง ภาพวาดของฉันมีปัญหาอย่างไร?”

โล้วฉี่ หัวใจเต้นรัวขึ้นมาทันที

“ภาพวาดของคุณน่าเสียดายที่มีการซ่อมแซมในภายหลัง”

เหล่าฟาง เปิดเผยตรงๆ

“ภาพวาดนี้ ‘ต้นไผ่ และหินในม่านหมอก’ เคยมีส่วนที่เสียหายไม่น้อยจากการเก็บรักษาไม่ดี”

เหล่าฟาง อธิบาย

“ดูที่ตรงจุดนี้สิ”

เหล่าฟาง ชี้ไปที่จุดต่างๆ สองสามจุดให้เห็นความต่าง

“จุดเหล่านี้น่าจะเคยเสียหายมาก่อน และถูกซ่อมแซมหลังจากนั้น โดยรวมทำให้เสน่ห์(ความงาม) สะท้อนถึงอารมณ์ได้ไม่ต่อเนื่องกัน..”

“หลังจากซ่อมแซมเสร็จแล้ว ยังวางแมลงมอดไว้เพื่อให้มันกัดแทะ เพื่อให้ดูมีอายุ และความเก่าแก่…”

ตุ๊บ!

หัวใจของ โล้วฉี่ ในเวลานี้รู้สึกราวกับตกลงไปในหุบเหวลึก

“เหล่าฟาง... มูลค่าของภาพนี้ของฉัน...”

โล้วฉี่ ถาม

“เป็นเช่นนี้ มูลค่าของภาพนี้ลดลงไปมาก มูลค่าจริงน่าจะลดลงถึง 4-5 เท่า ตอนนี้ประเมินแล้ว น่าจะมีมูลค่าประมาณ 3-4 ล้าน”

เหล่าฟาง คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วให้ผลสรุป

3-4 ล้าน?

โล้วฉี่ เกือบจะเป็นลมล้มพับไป

ภาพวาดนี้เขาซื้อมาด้วยเงินกว่าสามสิบล้านหยวน

แต่ เหล่าฟาง บอกว่าแม้จะไม่ได้ถูกซ่อมแซม มันก็คงมีมูลค่าเพียง 10-20 ล้านหยวนเท่านั้น

แบบนี้ แสดงว่าเขาขาดทุนมากมาย!

โล้วฉี่ จับหน้าอกตัวเอง หัวใจของเขาพลันเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก

“เหล่าฟาง แล้วภาพเขียนนี้ล่ะ?”

หลังจากพักครู่หนึ่ง โล้วฉี่ ก็ชี้ไปที่ภาพเขียนที่ เย่เฉิน นำมาให้ เหล่าฟาง ดู

เงินที่ใช้ไป ..สูญเสียไปแล้ว, 30 กว่าล้านเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์

เงิน.. เสียไปแล้วก็ไม่เป็นไร

แต่หน้าตา ย่อมไม่อาจเสียได้..

เมื่อครู่ เขายืนยันว่าภาพวาดนี้ของเขานั้นเป็นของจริง แต่ภาพเขียนที่ เย่เฉิน นำมานั้นไม่แน่

ตอนนี้ เหล่าฟาง พิสูจน์แล้วว่าทั้งสองภาพนั้นเป็นของจริง

ในขณะนี้ โล้วฉี่ กลับอยากรู้ว่าภาพเขียนของ เย่เฉิน นั้นมีการซ่อมแซมในภายหลังหรือไม่

ถ้าไม่มี วันนี้เขาคงเสียหน้ามาก..

“ภาพเขียนชิ้นนี้ ไม่มีปัญหา ค่อนข้างยอดเยี่ยมมาก..”

เหล่าฟาง พูดด้วยความตื่นเต้นเมื่อดูภาพเขียนที่ เย่เฉิน นำมา

วันนี้ได้มาเห็นภาพเขียนของ เหวิน เจิ้งหมิง ..ภาพนี้ เหล่าฟาง ถือว่าเขาไม่ได้มาเสียเที่ยวแล้ว

ภาพเขียนชิ้นนี้นับว่าเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดที่เขาได้เห็น ..ในปีนี้จริงๆ

“ภาพเขียนชิ้นนี้งดงาม แข็งแกร่ง มีความกลมกล่อมละเอียดอ่อน ภาพรวมภายในผลงานชิ้นนี้สื่อถึงความสง่างามของวิญญูชน อย่างแน่นอนว่านี้เป็นผลงานชิ้นเอกอันยอดเยี่ยมของ เหวิน เจิ้งหมิง”

เหล่าฟาง ให้การประเมินที่สูงมาก

“ฉันคิดว่า ..ภาพนี้ถ้าเปิดขายในการประมูลน่าจะได้ประมาณ 60-70 ล้านหยวน”

เมื่อได้ยินคำพูดของ เหล่าฟาง ไฟในดวงตาของ โล้วฉี่ แทบมอดดับลงทันที

โล้วฉี่ พลันทรุดตัวนั่งลงอยู่ที่นั่นอย่างหมดอาลัยตายอยาก

60-70 ล้านหยวน?

ภาพเขียนชิ้นนี้ของ เย่เฉิน มีมูลค่า 60-70 ล้านหยวน?

โล้วฉี่ ยังตกตะลึงไม่หาย

เมื่อเปรียบเทียบกับภาพเขียนของ เย่เฉิน ภาพวาดของเขาที่มีมูลค่าเพียง 3-4 ล้านหยวนก็ดูเหมือนขยะไปเลย..

แม้แต่ภาพวาด ‘ต้นไผ่ และหินในม่านหมอก’ ที่สมบูรณ์ของเขาก็ยังมีมูลค่าไม่ถึงครึ่งของภาพเขียนของ เย่เฉิน

เฮ้ออ..

วันนี้เขาเสียทั้งเงิน เสียทั้งหน้า

ช่างน่าอับอายจริงๆ

สำหรับ โม่ หงหรู และเฝิง หย่งเอี๋ยน เองต่างก็ตกใจไม่หายเช่นกัน เมื่อได้ยินเช่นนี้

ภาพเขียนของ เย่เฉิน กลับเป็นผลงานชิ้นเอกอันยอดเยี่ยมของ เหวิน เจิ้งหมิง อีกทั้งมูลค่าของมันยังสูงมาก..

ถ้าเป็นของขวัญที่คนอื่นนำมามอบให้ โม่ หงหรู ก็คงปฏิเสธไปอย่างสุภาพ

แต่เขาไม่ได้มอง เย่เฉิน เป็นคนนอก เขาถือว่าเขาเป็นเพื่อนที่คบหากันมานานหลายสิบปี

หากมีโอกาสในอนาคต เขาจะต้องหาทางตอบแทนบุญคุณนี้ด้วยตัวเอง

“เสี่ยวเฉิน เธอสุภาพเกินไปแล้ว…”

โม่ หงหรู กล่าวขอบคุณเขา

“แต่ฉันมีข้อสงสัยหนึ่ง ทำไมภาพเขียนชิ้นนี้ถึงได้มีฝุ่นเยอะ?”

จู่ๆ เหล่าฟาง ก็เกิดข้อสงสัย

ตามหลักแล้ว ภาพเขียนเช่นนี้ควรเก็บรักษาไว้อย่างดี ทำไมถึงมีฝุ่นเยอะเช่นนี้ไปได้?

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เย่เฉิน ก็พลันรู้สึกอึดอัด

ภาพเขียนชิ้นนี้ก่อนหน้านี้เคยถูกแขวนไว้ในห้องนั่งเล่นของ เย่เฉิน

เย่เฉิน คิดว่าเก็บไว้ในตู้เซฟก็ดูจะเก็บไว้เฉยๆ การนำไปแขวนไว้ในห้องนั่งเล่นดูจะดีกว่า เพราะถือเป็นของตกแต่งได้ และมันมีราคาไม่แพงอยู่แล้ว

การที่เขานำมามอบให้ โม่ หงหรู ครั้งนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับ โม่ หงหรู

แต่เพราะมาอย่างเร่งรีบ และเขาไม่ได้เตรียมของอย่างอื่นเลย เย่เฉิน คิดว่าคนวัยกลางคนอย่าง โม่ หงหรู น่าจะชอบของเก่าโบราณ หรือสิ่งที่คล้ายๆ กัน

ดังนั้น เย่เฉิน จึงตัดสินใจนำมันมามอบให้เป็นของขวัญ

ครั้งหน้าดูเหมือนเขาจะต้องเตรียมตัวให้ดีกว่านี้..

เมื่อ เหล่าฟาง ถามแบบนี้ เย่เฉิน ตอบไม่ถูกจริงๆ

เขาได้แต่แสร้งไอเบาๆ ทำเหมือนไม่ได้ยินอะไรเลย

เหล่าฟาง พูดว่าอะไรนะ?

ทำไม ..เขาไม่ได้ยินเลย?

“ต่อไปต้องเก็บรักษาให้ดีๆ”

เหล่าฟาง ตักเตือน

หลังจากชื่นชมภาพเขียนชิ้นนี้เสร็จ โม่ หงหรู ก็เก็บภาพเขียนที่ เย่เฉิน ให้ไว้อย่างระมัดระวัง

หลังจากนั้นทุกคนพลางนั่งดื่มชา ขณะพูดคุยกันไป

ทันใดนั้น เฝิง หย่งเอี๋ยน ขณะที่กำลังดูโทรศัพท์ เข้าพลางมองไปที่ข้อความหนึ่งแล้วแทบตกใจตาค้าง

“พวกคุณรู้หรือเปล่า.. วันนี้เมื่อเช้าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น”

เฝิง หย่งเอี๋ยน พูดกับพวกเขาด้วยท่าทีลึกลับ

“เรื่องใหญ่อะไร?”

“เมื่อเช้านี้ เจียง หย่งหยวน ประธานบริษัท ต้าเซี่ย เรียล เอสเตท กรุ๊ป ถูกปลดออกจากตำแหน่ง”

วินาทีต่อมา เฝิง หย่งเอี๋ยน ได้กล่าวสิ่งที่น่าตกใจ

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ แม้แต่ โล้วฉี่ ที่กำลังหมดอาลัยตายอยากยังตกใจ

อะไรนะ?

เจียง หย่งหยวน ถูกปลดออกจากตำแหน่ง?

เป็นไปได้อย่างไร?

บริษัท ต้าเซี่ย เรียล เอสเตท กรุ๊ป ในฐานะยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงในเจียงโจว พวกเขาย่อมรู้จัก..ดี

เจียง หย่งหยวน เป็นถึงประธานของบริษัท ต้าเซี่ย เรียล เอสเตท กรุ๊ป และถือหุ้น 20% ของกลุ่ม

เขาจะถูกปลดออกจากตำแหน่งได้อย่างไร?

“ข่าวปลอมมั้ง?”

โล้วฉี่ ตั้งคำถาม

“ไม่ ข่าวจริง มีผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ต้าเซี่ย เรียล เอสเตท กรุ๊ป ออกมาพูดด้วยตัวเอง”

เฝิง หย่งเอี๋ยน ส่ายศีรษะ

หลังจากได้ยินเช่นนี้ หลายคนก็เริ่มสงสัย

เรื่องนี้มัน ..อย่างไรกันแน่?

“ได้ยินว่ามีเศรษฐีลึกลับคนหนึ่ง เข้าซื้อหุ้น 26% ของกลุ่มบริษัท ต้าเซี่ย ในคราวเดียว และควบคุมสิทธิ์การลงคะแนนทั้งหมดอย่างสมบูรณ์”

“แล้วปลด เจียง หย่งหยวน ออกจากตำแหน่งโดยตรงในการประชุมผู้บริหาร”

“อะไรนะ?!!”

“ซื้อหุ้น 26% ของกลุ่มบริษัท ต้าเซี่ย ในคราวเดียว นี่มันเกินไปแล้ว!”

โม่ หงหรู และโล้วฉี่ ทั้งคู่ตกใจมาก

คุณต้องรู้ก่อนว่าทรัพย์สินรวมของบริษัท ต้าเซี่ย เรียล เอสเตท กรุ๊ป มีประมาณสองแสนล้าน

และการเข้าซื้อหุ้น 26% ในคราวเดียวนั้น ต้องใช้เงินออกไปมากกว่า 5 หมื่นล้านหยวน

แม้แต่พวกเขาก็ไม่สามารถใช้เงินมากขนาดนั้นออกไปในคราวเดียวได้

นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!

“เศรษฐีลึกลับคนนี้คือใคร?”

“ใช่แล้ว คนที่สามารถซื้อหุ้นของบริษัท ต้าเซี่ย เรียล เอสเตท กรุ๊ปถึง 26% ได้ ต้องเป็นคนใหญ่โตมาก หากมีโอกาสได้รู้จักคงดีไม่น้อย”

โล้วฉี่ พลันครุ่นคิด และอุทานออกมา

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน”

โม่ หงหรู กล่าว

ต้องมีทรัพยากรทางการเงินมหาศาลขนาดไหนถึงจะสามารถซื้อหุ้นของบริษัท ต้าเซี่ย เรียล เอสเตท กรุ๊ปได้ถึง 26% ในคราวเดียว ช่างน่ากลัวจนแม้แต่ โล้วฉี่ ก็ต้องเงยหน้าขึ้นมอง…

หลายคนในที่นั้น แม้แต่ เหล่าฟาง ก็อยากรู้อยากเห็นมากเช่นกัน

เศรษฐีลึกลับ ..คนใหญ่คนนี้คือใครกันแน่?

เนื่องจากเห็นว่า ..โม่ หงหรู อยากรู้ เย่เฉิน ก็ไม่อยากปิดบัง

“ความจริงแล้ว…”

เย่เฉิน เริ่มเปิดปากพูดแล้ว…

ตอนก่อน

จบบทที่ เศรษฐีลึกลับคนนี้คือใคร?

ตอนถัดไป