ไม่รังเกียจที่จะฟันกำไรก้อนโต
ก่อนการแข่งขัน ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้แล้วว่าผู้แพ้จะต้องรับโทษที่กำหนดไว้ และเมื่อ เซี่ยง รุ่ยผิง ยอมรับข้อตกลง เขาก็ต้องทำตามข้อตกลง!
คิดจะใช้ชื่อเสียงของ ตระกูลเซี่ยง มาข่มขู่ เย่เฉิน เพื่อให้ตัวเองหนีไปง่ายๆ นั้น เซี่ยง รุ่ยผิง ประเมินตัวเองสูงเกินไปแล้ว
เมื่อได้ยินสิ่งที่ เย่เฉิน พูด บรรยากาศในสนามแข่งเต็มไปด้วยความตะลึงงัน
พวกเขาไม่คิดว่า เย่เฉิน จะกล้าถึงขนาดนี้ ที่ถึงขั้นไม่ไว้หน้าตระกูลเซี่ยง
สุดยอด! สุดยอดมาก!
ในใจของทุกคนต่างพากันยกย่อง
“แก…!”
เซี่ยง รุ่ยผิง ชี้นิ้วไปที่ เย่เฉิน ร่างกายสั่นไปด้วยความโกรธ
“แกกล้าให้คนตระกูลเซี่ยงกลิ้งออกไปแบบนี้? ไม่กลัวว่าตระกูลเซี่ยงจะเอาคืนหรือไง?!”
เซี่ยง รุ่ยผิง ตะคอกเสียงดัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
เมื่อครู่เขายังคิดว่าจะใช้มุกทำเป็นลืมข้อตกลงเพื่อกลบเกลื่อน
อีกทั้งเขายังมั่นใจว่าแม้ เย่เฉิน จะจำได้ แต่เขาก็คงจะไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ เพราะเบื้องหลังเขาคือ ตระกูลเซี่ยง อันทรงอิทธิพล
คิดแบบนี้เขาก็จะสามารถรักษาหน้าตาของตัวเองเอาไว้ได้
แต่ใครมันจะไปคิดว่า เย่เฉิน จะไม่ยอมจบง่ายๆ และยังยืนกรานที่จะให้เขากลิ้งออกไปจากสนามแข่ง
เย่เฉิน มันบ้าไปแล้วหรือไง?!
สำหรับเขา.. การกลิ้งออกจากสนามแข่งนั้นเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด มันคือความอับอายที่เขาไม่อาจแบกรับได้
ไม่.. ฉันจะมาเสียหน้าแบบนี้ไปไม่ได้!
“ทำไม? ไม่อยากทำเหรอ?”
เย่เฉิน ยิ้มเยาะ คิดจะเล่นตุกติกกับฉันเหรอ?
เย่เฉิน เพียงโบกมือเบาๆ
ทันใดนั้น หลิน เป่ยซั่ว ที่พาลูกทีมจากบริษัท หยิงหลง ซีเคียวริตี้ กรุ๊ปมาด้วย ก็ก้าวออกมาด้วยท่าทางขึงขัง สายตาดุดันจ้องไปที่ เซี่ยง รุ่ยผิง และลูกน้องของเขา
“ประธานเย่ เรื่องนี้ปล่อยผ่านไปเถอะครับ”
“ประธานเย่ ผมขอร้องล่ะ!”
ลูกน้องของ เซี่ยง รุ่ยผิง พากันเสียขวัญ และยอมแพ้ทันที ต่างรีบกล่าวขอโทษ เย่เฉิน กันเป็นแถว
“สาม…”
เย่เฉิน ไม่พูดอะไรมาก เพียงเริ่มนับถอยหลัง
ตั้งแต่ เซี่ยง รุ่ยผิง มาถึง เขาก็วางอำนาจถึงขั้นให้ เย่เฉิน ‘ไสหัว(กลิ้ง)ออกมา’ เย่เฉิน จึงไม่มีทางปล่อยเขาไปง่ายๆ
เมื่อได้ยินคำว่า ‘สาม’ สีหน้าของ เซี่ยง รุ่ยผิง ก็เปลี่ยนไปทันที
“สอง…”
เย่เฉิน ยังคงนับต่อไป
เมื่อถึง ‘สอง’ เซี่ยง รุ่ยผิง แอบมอง หลิน เป่ยซั่ว และลูกทีมที่ดูพร้อมจะลงมือ แววตาเฉียบคมนั้นทำให้ร่างกายพวกเขาอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านไปตามกัน
“หนึ่ง…”
ทันทีที่ เย่เฉิน นับถึง ‘หนึ่ง’ เซี่ยง รุ่ยผิง ก็พลันล้มตัวลงนอนกับพื้นอย่างรวดเร็ว
แม้ในใจเขาจะไม่เต็มใจ แต่เขาไม่กล้าขัดคำสั่งของ เย่เฉิน
เขาปลอบใจตัวเองว่า นี่เรียกว่าคนฉลาดที่รู้จักประเมินสถานการณ์ อยู่ใต้ชายคาบ้านคนอื่น ก็ต้องยอมก้มหัวให้เป็นธรรมดา..
เมื่อเห็น เซี่ยง รุ่ยผิง นอนลงกับพื้น คนที่มุงดูอยู่ต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
ใครจะไปคิดว่าลูกหลานตระกูลเซี่ยงผู้ยิ่งใหญ่จะต้องมาถึงจุดที่น่าอับอายขนาดนี้
กลิ้ง... กลิ้ง...
เซี่ยง รุ่ยผิง หลับตาปี๋ กัดฟันกลิ้งออกไปทางประตูทางออกของสนามแข่ง
ลูกน้องของเขาเห็นพี่ใหญ่ทำเช่นนั้นก็ไม่กล้าจะยืนดูเฉยๆ กลัวว่าจะโดนโทษย้อนหลัง ดังนั้นพวกเขาจึงพากันลงไปนอนกลิ้งตามพี่ใหญ่กันไปทีละคน
มีคนประมาณสามสิบกว่าคนกำลังกลิ้งไปบนพื้นพร้อมกัน ทำให้ภาพที่ปรากฏออกมาดูอลังการมาก
ในสถานที่นั้น มีบางคนอดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายวิดีโอ
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ มีโดรนบันทึกวิดีโอลำเล็กๆ บินมาลอยอยู่เหนือหัวของ เซี่ยง รุ่ยผิง และพรรคพวก
โดรนใช้มุมมองจากด้านบนบันทึกภาพเหตุการณ์อันน่าอับอายของ เซี่ยง รุ่ยผิง ไว้ได้อย่างครบถ้วน
แม้ เซี่ยง รุ่ยผิง จะหลับตา แต่เขาก็ยังต้องลืมตามองทางเป็นบางครั้ง
ระหว่างที่กลิ้งไปข้างหน้า เขาแอบลืมตาเพื่อดูเส้นทาง ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงโดรน ทำให้ความสนใจของเขาเปลี่ยนไป
ปัง!
ด้วยความไม่ทันระวัง เซี่ยง รุ่ยผิง กลิ้งไปชนกำแพงอย่างจังจนหัวกระแทกเข้าเต็มๆ
“อ๊ากก!”
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่น ทำให้เขาดูน่าเวทนายิ่งกว่าเดิม
หน้าผากของ เซี่ยง รุ่ยผิง บวมปูดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ส่วนโดรนที่บินอยู่ด้านบนก็สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์นี้ได้อย่างสมบูรณ์ชัดเจนเช่นกัน
เวลาผ่านไปสักพัก ภายใต้การจับตามองของ เย่เฉิน และพรรคพวกในที่สุด เซี่ยง รุ่ยผิง ก็กลิ้งออกจากสนามแข่งไปจนได้
หลังจากกลิ้งมานาน ไม่เพียงแต่เขาจะเต็มไปด้วยฝุ่นดินจนดูเหมือนคนที่เพิ่งหนีภัยสงคราม
เสื้อยืดแบรนด์เนมสุดหรูที่เขาสวมใส่ก็ดูขาดวิ่นเต็มไปด้วยรูพรุน
จากคุณชายผู้สง่างามในอดีต เซี่ยง รุ่ยผิง ในตอนนี้ดูไม่ต่างอะไรกับคนจรจัด
แม้แต่คำว่า ‘น่าเวทนา’ ยังดูเหมือนจะไม่พอที่จะมาบรรยายภาพลักษณ์ของเขาในเวลานี้
เมื่อกลิ้งออกมาพ้นสนาม เซี่ยง รุ่ยผิง ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองหน้า เย่เฉิน หรือพูดคำขู่ใดๆ อีกต่อไป
เขารีบพุ่งตรงไปที่รถของตัวเอง เปิดประตู สตาร์ทรถ และขับออกไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานหลังจากนั้น ลูกน้องของเขาก็รีบตามไปด้วยความอับอาย
“ท่านประธานสุดยอด!”
“พี่เฉิน สุดยอด!”
“พี่เฉิน ยอดเยี่ยมมาก!”
เสียงโห่ร้อง และเสียงชื่นชม เย่เฉิน ดังลั่นจากผู้คนในสนาม ทุกคนต่างชื่นชมในความเด็ดเดี่ยวของเขา
“พี่เฉิน.. หลังจากนี้พี่ต้องระวังตระกูลเซี่ยงหน่อยนะครับ”
เถียน ปั๋วเฟิง เดินเข้ามากระซิบเตือนด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ต้องห่วง”
เย่เฉิน โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ เพียงแค่ตระกูลใหญ่หน่อยเท่านั้นเอง
ถึงแม้ ตระกูลเซี่ยง จะทรงอิทธิพลแค่ไหน แต่สำหรับ เย่เฉิน ที่มีเกม [ด้วยเงินเดือนแค่สามพัน ฉันก็กลายเป็นมหาเศรษฐีของโลกได้] อยู่ในมือ เขาไม่เคยหวั่น!
แม้ตอนนี้ความมั่งคั่งของ ตระกูลเซี่ยง จะมากกว่าเขา
แต่ใครจะไปรู้ว่าภายในหนึ่ง หรือสองเดือนข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น?
ด้วยเกม [ด้วยเงินเดือนแค่สามพัน ฉันก็กลายเป็นมหาเศรษฐีของโลกได้] ทุกสิ่งย่อมเป็นไปได้เสมอ!
ถ้า ตระกูลเซี่ยง ฉลาด และรู้จักถอย ก็คงจบเรื่องไปได้..
แต่ถ้าพวกเขาเลือกเดินทางที่ผิด.. เย่เฉิน ก็ไม่ลังเลที่จะทำกำไรก้อนโตจากการล่มสลายของพวกเขา
ผลประโยชน์มหาศาลที่เกิดขึ้นจากการล่มสลายของตระกูลใหญ่นั้นย่อมมหาศาล
ครั้งหนึ่งที่ ตระกูลจ้าว ในหางโจวล้มละลาย เย่เฉิน ก็ได้รับผลประโยชน์มหาศาล
แม้ตอนนั้นเขาจะยอมแบ่งผลประโยชน์ส่วนใหญ่ให้ ตระกูลซู เพื่อให้เกียรติว่าที่พ่อตาในอนาคต
แต่เขาก็ยังได้กำไรไม่น้อยเลย..
อย่างไรก็ตาม พ่อของ หนิงซวง ก็คือพ่อตาของเขาในอนาคต
เงินเหล่านั้นเองจะตกเป็นของ หนิงซวง ในภายหลัง ดังนั้น เย่เฉิน จึงไม่คิดอะไรมาก
แต่ครั้งนี้ หาก ตระกูลเซี่ยง เลือกที่จะเผชิญหน้ากับเขา
เย่เฉิน ก็ไม่ลังเลที่จะใช้โอกาสนี้ ‘กวาดล้าง’ และกอบโกยผลประโยชน์อีกครั้ง
และแน่นอนว่า ผลประโยชน์ที่ได้จากการล้มยักษ์อย่าง ตระกูลเซี่ยง นั้น ..ย่อมมหาศาลกว่า ตระกูลจ้าว หลายเท่า!