ไอ้แก่?

“จำไม่ได้”

เย่เฉิน ตอบกลับ

คนแปลกหน้าคนหนึ่งที่จู่ๆ ก็โทรมาหาแล้วถามว่าจำเขาได้ไหม? ถามจริง.. ใครบ้าที่ไหนมันจะไปรู้ว่าเขาเป็นใครกันล่ะ? ถ้าไม่ใช่คนที่คุ้นเคยกันจริงๆ

ในแต่ละวัน เย่เฉิน จำต้องพบเจอกับผู้คนมากมาย จะให้เขาจดจำเสียงของผู้คนทั้งหมดได้อย่างไร?

ไอ้หมอนี่หากไม่บ้าก็คงพวกโรคจิตแน่ๆ?!

มัน... มัน... มัน... กล้าลืมไปแล้วว่าฉันเป็นใคร?!!!

หลังจากได้ยินคำตอบของ เย่เฉิน หลิว ห่าวเวย แทบจะระเบิดด้วยความโกรธ

ไอ้เด็กนี่กล้าล่วงเกินผู้เชี่ยวชาญระดับสูงอย่างเขา แล้วยังไม่คิดจะใส่ใจเรื่องนี้เลย

นี่มันเป็นการดูถูกกันเกินไปแล้ว!

ตอนแรกเขายังคิดว่า ไอ้เด็กนี่น่าจะกลัวว่าตัวเองจะถูกแก้แค้น จนตัวสั่นงันงกแทบไม่กล้าหายใจเสียอีก

แต่ผลที่ออกมากลับเป็น…

“ไอ้หนู ตอนนี้ไม่ใช่ช่วงเวลากลางวันที่บริษัท ซันฮุงไค พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ปอีกแล้ว ตอนที่อยู่ที่นั่น แกมีคนหนุนหลัง ฉันเลยทำอะไรไม่ได้ แต่ตอนนี้อยู่นอกบริษัท ทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”

หลิว ห่าวเวย ข่มขู่ เย่เฉิน ตรงๆ

“ฉันได้ขอให้ ท่านสวี่ ลงมือแล้ว ถ้าแกยังอยากอยู่ในเมืองเซี่ยงไฮ้แห่งนี้ต่อไป ก็จงรีบมาขอโทษฉันซะดีๆ”

“แต่ถ้าแกไม่รู้จักเจียมตัว แล้วให้ ท่านสวี่ ต้องเป็นคนลงมือเองล่ะก็ ก็ได้! พวกเราจะเป็นฝ่ายไปหาแกเอง แต่ถึงตอนนั้น มันจะไม่ใช่แค่เรื่องขอโทษง่ายๆ อีกต่อไปแล้ว”

“โอ้? พวกแกจะมาหาฉันเองงั้นเหรอ? ดีเลย!”

ขณะที่ หลิว ห่าวเวย คิดว่า เย่เฉิน คงจะร้องขอชีวิตอย่างหวาดกลัว และรีบมาไถ่โทษด้วยตัวเอง คำตอบของ เย่เฉิน กลับทำให้เขามึนงงอย่างมาก

“ตอนนี้ฉันอยู่ที่ร้านอาหารเฟยหลิน” (菲林餐厅, Feilin Restaurant and Bar)

เย่เฉิน บอกตำแหน่งของตัวเองตรงๆ กับ หลิว ห่าวเวย ว่าเขาอยู่ที่ไหนตอนนี้

หลังจากที่พูดจบ เย่เฉิน ก็ตัดสายทิ้งทันที ไม่รั้งรอให้ หลิว ห่าวเวย พูดอะไรต่อ

หลังจากถูกตัดสาย หลิว ห่าวเวย ถึงกับยืนนิ่งอึ้ง

ไอ้เด็กนี่กลับเลือกทางที่สองอย่างไม่ลังเล แถมยังไม่ต้องให้เขาขู่ หรือสืบหาด้วยซ้ำ แต่กลับเป็นฝ่ายบอกเองว่าอยู่ที่ไหน นี่มันทำให้ หลิว ห่าวเวย ตั้งตัวไม่ทันจริงๆ

ไอ้เด็กนั่นช่างไม่เห็นหัวเขาเลยสักนิด!

ตอนนี้กะอีแค่เด็กฝึกงานคนหนึ่ง ยังกล้าทำตัวแบบนี้กับเขาแล้ว!

เขาในฐานะที่เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญระดับสูงขนาดนี้ เคยถูกดูหมิ่นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!!!

ความเคียดแค้นของ หลิว ห่าวเวย ที่มีต่อ เย่เฉิน ยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก

“เรื่องเป็นยังไงบ้าง?”

ชายสูงวัยที่นั่งเอนหลังอยู่บนโซฟา สูบซิการ์อย่างสบายอารมณ์ถามขึ้น

เขาคิดว่า เมื่อครู่ หลิว ห่าวเวย ได้เอ่ยชื่อเขาออกไปแล้ว ไอ้เด็กนั่นคงจะหวาดกลัวหัวหด รีบมาขอโทษ หลิว ห่าวเวย อย่างว่าง่าย

และเราเพียงแค่รออยู่ที่นี่ ..ก็พอแล้ว

“ท่านสวี่ ไอ้เด็กนั่นเลือกทางที่สองครับ แถมยังบอกเองด้วยว่าตอนนี้มันอยู่ที่ไหน”

หลิว ห่าวเวย ตอบกลับ

“อะไรนะ?!”

ใบหน้าของ ท่านสวี่ พลันแข็งกระด้าง เปลี่ยนเป็นสีหน้าถมึงทึงทันที

ไอ้เด็กนั่นไม่เห็นหัว หลิว ห่าวเวย ผู้เชี่ยวชาญอย่างเขาไปก็แล้วไปเถอะ เพราะถึงอย่างไร หลิว ห่าวเวย ก็ไม่มีอำนาจอะไรมากมายอยู่แล้ว

แต่มันกล้าถึงขนาดไม่เห็นหัว ‘ท่านสวี่’ อย่างฉันเลยงั้นหรือ?

นี่มันชัดเจนว่า ‘ให้หน้ามันแล้วแต่มันไม่เอา!’ แบบนี้ มันก็มากเกินไปแล้ว!

“ในเมื่อไอ้เด็กนั่นไม่อยากอยู่ในเซี่ยงไฮ้แห่งนี้ต่อไป งั้นฉันจะจัดให้มันสมใจเอง!!!”

ท่านสวี่ ลุกพรวดขึ้น และสั่งการเสียงดังว่า :

“พ่อบ้าน! เรียกคนมา! เตรียมรถ!!!”

เมื่อเห็นว่า ท่านสวี่ จะลงมือเอง หลิว ห่าวเวย ก็มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมทันที

ในเมื่อ ท่านสวี่ ออกโรงเอง ต่อให้ไอ้เด็กนั่นมีภูมิหลังอย่างไรก็ไม่สำคัญอีกต่อไป

เขาอดใจรอไม่ไหวแล้ว อยากรู้ว่าอีกเดี๋ยวไอ้เด็กนั่นจะทำหน้าอย่างไรเมื่อพบกัน ท่านสวี่

จะตัวสั่นเป็นลูกนก? จะคุกเข่าขอชีวิตกับพื้นด้วยความหวาดกลัว? หรือจะเป็นอย่างไรกันนั้น มันช่างน่าสนุกจริงๆ?!

รอตามชมได้เลย!

หลังจากนั้นไม่นาน การเตรียมการทุกอย่างก็เสร็จสิ้น ท่านสวี่ พากลุ่มบอดี้การ์ด พร้อมกับ หลิว ห่าวเวย เดินทางไปยังร้านอาหารเฟยหลิน พร้อมกับขบวนรถอย่างยิ่งใหญ่

ยี่สิบกว่านาทีต่อมา ขบวนรถของ ท่านสวี่ และหลิว ห่าวเวย ได้มาถึงที่หมาย – ร้านอาหารเฟยหลิน หนึ่งในร้านอาหารระดับท็อปของเซี่ยงไฮ้

“ไอ้เด็กนี่กินดีไม่เบานี่หว่า! อยากรู้จริงๆ ว่าอีกเดี๋ยวมันจะยังกินลงอีกไหม?!”

หลิว ห่าวเวย แค่นเสียงเยาะเบาๆ

แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่า เย่เฉิน อยู่ที่นี่ แต่ หลิว ห่าวเวย ก็ไม่รู้ว่า เย่เฉิน อยู่ส่วนไหนของร้านอาหาร

ดังนั้น หลิว ห่าวเวย และบอดี้การ์ดของ ท่านสวี่ จึงแยกย้ายกันค้นหา ส่วน ท่านสวี่ เองก็นั่งรออยู่ด้านนอก รอฟังข่าว

เนื่องจากร้านอาหารแห่งนี้เต็มไปด้วยห้อง VIP หลิว ห่าวเวย จึงต้องไล่เปิดหาทีละห้องทีละห้อง

จนในที่สุด หลิว ห่าวเวย ก็เจอ เย่เฉิน ในห้องหนึ่ง!

ในขณะนั้น เย่เฉิน กำลังนั่งทานอาหารร่วมกับชายชราอายุประมาณ 60 ปี ที่ดูทรงอำนาจ แต่จู่ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดออกโดยไม่มีการเคาะประตู

“โอ้โห ไอ้หนูนี่ แก..กินดีจังเลยนี่หว่า!”

หลิว ห่าวเวย เดินเข้ามาด้วยท่าทางใหญ่โต พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

“พวกเราต้องอดทนหิวอยู่ข้างนอก เสียเวลาออกตามหาแกแทบแย่ ส่วนแกกลับมานั่งกินของอร่อยอยู่ที่นี่เนี่ยนะ?!”

ชายชราที่นั่งข้าง เย่เฉิน ขมวดคิ้ว ก่อนเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“คุณเย่ คนๆ นี้เป็นใคร?”

เย่เฉิน ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจว่า :

“ก็แค่คนบ้า”

ทันทีที่ เย่เฉิน พูดจบ หลิว ห่าวเวย ก็ทำหน้าหงุดหงิด พร้อมพูดออกมาอย่างไม่ไยดี

“ไอ้แก่! ถามมากทำไมวะ?!”

หลิว ห่าวเวย เห็นว่าคนที่มากินข้าว กับไอ้เด็กนี่ มันจะเป็นคนดีๆ ไปได้อย่างไร หลิว ห่าวเวย จึงไม่คิดจะให้ความเคารพชายชราคนนี้แม้แต่น้อย

ไอ้แก่?!!!

เมื่อได้ยินคำพูดของ หลิว ห่าวเวย ที่พูดกับชายชราที่ดูทรงอำนาจที่นั่งอยู่ข้างๆ เขา เย่เฉิน ถึงกับส่ายหน้าทันที เขาเองก็ไม่คิดว่าไอ้หมอนี่ ‘จะบ้าได้ถึงขนาดนี้’!!!

สวรรค์มีทางให้เดินกลับไม่ไป นรกไม่มีประตูดันเสาะแสวงหามันได้เอง’ ถ้าคิดจะ ‘รนหาที่ตาย’ เอง..ใครก็ช่วยไม่ได้หรอก

ทั่วทั้งมหานครเซี่ยงไฮ้แห่งนี้ คนที่กล้าด่าว่า ‘ไอ้แก่’ ใส่ หัวหน้าตระกูลเซวีย เห็นทีเกรงว่าคงจะมีไม่กี่คน…

แต่ หลิว ห่าวเวย ไอ้หมอนี่กลับกล้าทำ!

วันนี้ หัวหน้าตระกูลเซวีย หนึ่งในตระกูลใหญ่ในเซี่ยงไฮ้ เชิญ เย่เฉิน มากินข้าวด้วยตัวเอง

ก่อนหน้านี้ หัวหน้าตระกูลเซวีย เคยให้เกียรติเข้าร่วมงาน ‘นิทรรศการศิลปะอูถงโจ่วอิ๋น’ ของ เย่เฉิน และให้ความเคารพ เย่เฉิน เป็นอย่างมาก ครั้งนี้เขาจึงเชิญ เย่เฉิน มากินข้าวด้วยกัน ซึ่ง เย่เฉิน ก็ตอบรับคำเชิญนี้

แต่ไม่คิดว่า แค่กินไปได้ครึ่งทางเท่านั้นเอง ก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

“ไอ้แก่! อีกเดี๋ยวพวกเราจะสั่งสอนไอ้เด็กนี่สักหน่อย ถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็รีบไสหัวออกไปซะ!”

หลิว ห่าวเวย โบกมือออกคำสั่งไล่ หัวหน้าตระกูลเซวีย ด้วยท่าทางโอหังสุดๆ…

ตอนก่อน

จบบทที่ ไอ้แก่?

ตอนถัดไป