ไม่เป็นไร แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ตอนนี้ขี้ขลาดถึงขีดสุด ตัดกับภาพลักษณ์ตอนแรกที่มั่นอกมั่นใจ จนถึงกับประกาศกร้าวว่า เย่เฉิน ต้องเรียนรู้จากเขาไปอีกหลายปี
“เฮ้อ ฉันนึกว่าเขาจะเป็นฮีโร่อะไรซะอีก?”
“แค่นี้เองเหรอ? เดินไปแค่สามก้าวก็ไม่กล้าไปต่อแล้ว?”
“เมื่อกี้มันมั่นใจซะขนาดนั้น ฉันนึกว่าเป็นยอดฝีมือที่ซ่อนตัวอยู่ ที่แท้ก็แค่พวกขี้โม้เท่านั้นเอง”
เมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ขี้ขลาดขนาดนี้ นักท่องเที่ยวที่เฝ้าดูอยู่ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ พวกเขาให้ค่าชายหนุ่มคนนี้สูงเกินไป
โดยเฉพาะกลุ่มที่ก่อนหน้านี้เชียร์เขาว่าจะเป็นฝ่ายชนะ ตอนนี้รู้สึกเสียหน้าไปหมด คิดว่าตัวเองตาบอด มองคนผิดไปจริงๆ
ส่วนแฟนสาวของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ตอนนี้ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปด้วยความอับอาย เธอโมโหสุดๆ กับพฤติกรรมขี้ขลาดของแฟนตัวเอง
“โอ๊ย โมโหจริงๆ!”
เธอกระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิด ใบหน้าบูดบึ้งเต็มไปด้วยความผิดหวัง
ถ้าชนะไม่ได้ อย่างน้อยก็เดินไปให้ถึงอีกฝั่งช้าหน่อยก็ยังดี
แย่ที่สุดก็คือเดินไปครึ่งทางแล้วถอยกลับมาเองยังพอรับได้
แต่ไอ้การเดินไปได้แค่สามก้าว แล้วดันไปนั่งตัวสั่นเป็นลูกแมวขี้กลัว แถมยังร้องเรียกหาแม่ แง่วๆ อีก แบบนี้มันขายขี้หน้าสุดๆ!
ก่อนหน้านี้เธอเพิ่งจะโอ้อวดแฟนหนุ่มของตัวเองต่อหน้าคนอื่นๆ คิดว่าเขาเก่ง และกล้าหาญมาก แต่ตอนนี้เธออายจนแทบอยากมุดดินหนี ไม่กล้าบอกใครเลยว่าเป็นแฟนของไอ้ขี้ขลาดนี่
“พอเถอะ กลับมาได้แล้ว”
เจ้าหน้าที่เห็นว่าเขาหมดสภาพไปต่อไม่ไหว จึงเอ่ยปากให้ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ถอยกลับมาเอง
แต่น่าเสียดาย ไม่ว่าเจ้าหน้าที่จะพูดอะไรอย่างไร ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็ยังคงนั่งตัวสั่นงกๆ ไม่กล้าขยับแม้แต่นิดเดียว
ในที่สุด เจ้าหน้าที่อีกคนต้องสวมชุดนิรภัย ก่อนจะผูกเชือกแล้วเดินไปช่วยพาเขากลับมา หลังจากใช้ความพยายามอยู่นาน ในที่สุดก็ลากตัวเขากลับมาได้
ตุบ!
ทันทีที่เท้าแตะถึงพื้น ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นเหมือนหมดแรง ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มราวกับไร้เรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง
เย่เฉิน อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเบาๆ แม้แต่เขาเองก็ยังคาดไม่ถึงว่าชายหนุ่มคนนี้จะอ่อนแอขนาดนี้
ตอนแรกเจ้าหมอนี่มั่นใจขนาดนั้น ท่าทางสงบนิ่งสุดๆ เย่เฉิน ยังคิดเลยว่า ต่อให้เขาจะขี้ขลาดบ้าง อย่างแย่ที่สุดก็คงใช้เวลานานหน่อยแล้วผ่านไปได้
แต่ดูเหมือนว่า เย่เฉิน จะประเมินชายหนุ่มคนนี้สูงเกินไป เขาเดินไปได้แค่สามก้าวเท่านั้น ไม่ใช่แค่ครึ่งทาง แต่แค่หนึ่งในสามของกิจกรรมท้าทายอย่าง ‘ปู้ปู้จิงซิน’ นี้ก็ยังไม่ถึงเลยด้วยซ้ำ
“ผมไปเอง”
เย่เฉิน เดินออกมาพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
หลังจากซื้อตั๋วสำหรับเล่นกิจกรรม ‘ปู้ปู้จิงซิน’ แล้ว เย่เฉิน ก็เริ่มให้เจ้าหน้าที่ช่วยรัดสายเชือกนิรภัยให้เขา
“หมอนี่จะลองท้าทายแล้ว”
“พวกนายคิดว่าเขาจะทำสำเร็จไหม?”
“ฉันว่าไม่น่าไหวหรอก อย่างเก่งก็เดินไปได้ครึ่งทางแล้วกลับมา”
“ฉันก็คิดว่าโอกาสสำเร็จต่ำมาก”
ไม่ไกลนัก เหล่านักท่องเที่ยวที่ยืนดูอยู่พากันซุบซิบพูดคุยกัน
ทุกคนต่างรอดูว่า เย่เฉิน จะสามารถผ่านกิจกรรมนี้ไปได้หรือไม่…หลังจากได้เห็นบทเรียนจากชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เมื่อครู่ นักท่องเที่ยวที่ชมอยู่ก็ไม่ได้เดาว่า เย่เฉิน จะใช้เวลานานเท่าไรในการผ่านกิจกรรมท้าทายอย่าง ‘ปู้ปู้จิงซิน’ แต่กลับเปลี่ยนไปคาดเดาว่าเขาจะถอดใจเร็วแค่ไหนแทน
ไม่กี่นาทีต่อมา เชือกนิรภัยของ เย่เฉิน ก็ถูกผูกเรียบร้อย
“เย่เฉิน ระวังตัวด้วยนะ!”
ซู หนิงซวง ตะโกนเตือนด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไร แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว”
เย่เฉิน พยักหน้าให้ หนิงซวง เบาๆ บ่งบอกว่าไม่ต้องกังวล
หลังจากนั้น เขาก็เดินไปที่ขอบหน้าผาท่ามกลางสายตาของนักท่องเที่ยวมากมาย
จากนั้น เย่เฉิน ก้าวเท้าลงไปบนแผ่นไม้แผ่นแรกโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว
ขณะที่ทุกคนคิดว่า เย่เฉิน อาจจะหยุดพัก หรือปรับตัวเล็กน้อยก่อนก้าวต่อไป เขากลับไม่หยุดเลยแม้แต่วินาทีเดียว และก้าวลงบนแผ่นไม้แผ่นที่สองทันที
จากนั้นก็ก้าวที่สาม... ที่สี่... ที่ห้า…
เย่เฉิน เคลื่อนที่เดินข้ามสะพานไปได้อย่างสบายๆ เหมือนเดินเล่นอยู่บนพื้นราบ!
ทุกการเคลื่อนไหวลื่นไหลอย่างไร้ที่ติ ไม่มีแม้แต่ความลังเล หรือความกลัวเลยแม้แต่น้อย
ฝูงชนที่มุงดูอยู่แต่ไกลพากันตะลึงตาค้าง
นี่มันอะไรกัน?!
หมอนี่โคตรเทพเลย!
นี่เขากำลังเล่นกิจกรรมที่อยู่บนความสูงเสียดฟ้า หรือแค่เดินเล่นอยู่ในสวนสาธารณะกันแน่?!
ทั้งนิ่ง ทั้งใจกล้า! น่าทึ่งจริงๆ!
ขณะเดียวกัน แฟนสาวของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็หันไปมองแฟนตัวเองที่ยังนั่งหน้าซีดเผือกอยู่บนพื้น พลันรู้สึกโมโหขึ้นมาอีกครั้ง
ดูผู้ชายคนนั้นสิ แล้วลองมองดูแฟนฉัน...
นี่แหละคือความแตกต่างที่แท้จริง!
สุดท้าย ภายใต้สายตาตกตะลึงของทุกคน เย่เฉิน ก็เดินข้ามไปถึงอีกฝั่งได้อย่างง่ายดาย และผ่านกิจกรรมท้าทายอย่าง ‘ปู้ปู้จิงซิน’ ไปได้สำเร็จ
“ใช้เวลาทั้งหมด สี่สิบสามวินาที!!!”
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเวลา และประกาศออกมาเสียงดังๆ
ใช้เวลาไปไม่ถึงหนึ่งนาที! ความเร็วนี้นับว่าโคตรเร็วแล้ว เพราะกิจกรรม ‘ปู้ปู้จิงซิน’ ของพวกเขาบนภูเขาไป๋หลัว ดูจะไกลกว่าที่อื่นด้วยซ้ำ!
“โว้ยยย! โคตรสุดยอด!”
“แค่สี่สิบสามวินาทีเองเหรอ? บ้าไปแล้ว!”
“พี่ชาย ฉันยอมแล้ว คุณคือคนที่ใจนิ่งที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นตอนเล่นกิจกรรมนี้เลย!”
หลังจากรู้ว่า เย่เฉิน ใช้เวลาแค่สี่สิบสามวินาที นักท่องเที่ยวต่างก็ตะลึงจนแทบลืมหายใจ ก่อนพวกเขาจะต่างพากันตะโกนอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ
แม้ว่า เย่เฉิน จะผ่านมันไปได้อย่างง่ายดายเมื่อสักครู่ แต่นี่เป็นครั้งแรกของเขาที่ได้ลองเล่นกิจกรรมท้าทายอย่าง ‘ปู้ปู้จิงซิน’ เมื่อ เย่เฉิน ลองท้าทายมันดู เขาก็ยังคงระมัดระวังพอสมควร และไม่ได้เคลื่อนที่เร็วมากนัก จึงทำให้เวลาดูจะช้าไปนิดหน่อยสำหรับเขา
แต่ในขณะที่ทุกคนยังคงตื่นเต้น เย่เฉิน กลับพูดขึ้นมาเบาๆ
“สี่สิบสามวินาที... ช้าไปหน่อยแฮะ”
เสียงบ่นพึมพำไร้สาระของเขา พลันตกเข้าไปในหูของนักท่องเที่ยวโดยรอบข้างราวกับฟ้าผ่า!
“ช้าไปหน่อย?”
“นี่เรียกว่าช้าเหรอ?! ความเร็วขนาดนี้แทบจะบินแล้วนะโว้ย!!!”
“ฉันเคยเห็นคนที่เร็วที่สุดใช้เวลาราวๆ หนึ่งนาที แต่นี่แค่สี่สิบกว่าวิ แล้วเขายังบอกว่าช้าอีกเหรอ?!”
ขณะที่ทุกคนกำลังแตกตื่นกับคำพูดของ เย่เฉิน เขากลับกล่าวต่อไปอีกประโยค...และมันก็ทำให้ทุกคนอ้าปากค้างจนแทบพูดอะไรไม่ออก!!!