คนกลาง(กิน)กำไรส่วนต่าง?
ก็แค่สองคำ – ป้ายทะเบียน!(车牌)
พ่อของ รุ่นพี่จาง สังเกตเห็นเป็นพิเศษว่า รถ Rolls-Royce Cullinan ของ เย่เฉิน มีป้ายทะเบียนที่ราคาเพียงอย่างเดียวอาจไม่แพ้ตัวรถเลยทีเดียว
อย่าว่าแต่เขาเลย แม้แต่เศรษฐีหลายคนในมณฑลจงไห่ ก็อาจไม่สามารถหาป้ายทะเบียนรถที่เรียกว่า ‘ทรงอิทธิพล’ แบบนี้มาได้
ดังนั้นระหว่างทางมา พ่อของ รุ่นพี่จาง ยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าเขาต้องช่วย เย่เฉิน ขอแค่ เย่เฉิน ให้ราคาที่ไม่ต่ำเกินไป
ไม่ใช่แค่เพื่อขายสิทธิบัตร และได้ส่วนแบ่ง แต่ยังเพื่ออนาคตของลูกสาวตัวเองอีกด้วย
ลูกสาวของเขากำลังจะเรียนจบ และหางานทำ การที่เธอรู้จักรุ่นน้องที่เก่งกาจขนาดนี้ และความสัมพันธ์ก็ไม่ได้แย่..หากช่วยเหลือกันหน่อย การหาตำแหน่งงานดีๆ ก็คงไม่ใช่เรื่องยาก
ตำแหน่งงานที่ดี ..ย่อมส่งผลดีต่อทั้งชีวิต
“เหล่าหลิน...”
เมื่อเห็นว่า หลิน อันเหวิน กำลังจะตอบตกลงกับ หลัว จวิ้นห่ง พ่อของ รุ่นพี่จาง รีบเข้าไปกระซิบข้างหูเขาเบาๆ
ครึ่งนาทีต่อมา หลิน อันเหวิน กัดฟันแล้วพูดว่า :
“ตกลง”
“คุณเย่ ฉันยินดีขายสิทธิบัตรนี้ให้คุณ”
หลิน อันเหวิน เองก็คิดจะลองเสี่ยงดู เพราะส่วนต่างที่ต่างกันถึงห้าพันล้านหยวน
ในเมื่อ เหล่าจาง บอกว่า คุณเย่ คนนี้มีภูมิหลังที่แข็งแกร่งไม่แพ้ หลัว จวิ้นห่ง งั้นเขาก็ขอลองเดิมพันดูสักครั้ง
ถ้าชนะ เขาจะได้กำไรเพิ่มอีกหลายพันล้าน
แต่หากถ้าแพ้ ล่ะก็...
เย่เฉิน พยักหน้า
ดูเหมือนว่าการไปพบกับ คุณลุงจาง ก่อนหน้านี้เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดมากจริงๆ
“หวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันอย่างมีความสุข”
เย่เฉิน จับมือกับ หลิน อันเหวิน
เห็นฉากดังกล่าวนี้ หลัว จวิ้นห่ง ถึงกับอยู่เฉยไม่ไหวอีกต่อไป
“ไอ้แซ่หลิน แกคิดดีแล้วเหรอ? แกแน่ใจนะว่าจะขายสิทธิบัตรให้กับไอ้เด็กนี่?!”
หลัว จวิ้นห่ง หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เตรียมขู่ หลิน อันเหวิน ทันที
ถ้า หลิน อันเหวิน กล้าขายสิทธิบัตรให้ไอ้เด็กนี่ ฉันจะโทรหาคนของฉันให้เข้ามาอายัดบริษัทของ หลิน อันเหวิน ทันที!!!
“ใช่”
หลิน อันเหวิน พยักหน้า เผชิญหน้ากับ หลัว จวิ้นห่ง อย่างไม่เกรงกลัวโดยตรง
“ดี! บ้ากันหมดไปแล้ว พวกแกมันบ้ากันหมดเลย!”
“พวกแกกล้าหักหน้าฉันงั้นเหรอ? ได้!!!”
หลัว จวิ้นห่ง กัดฟันแน่นจนแทบแตก
ในขณะที่ หลัว จวิ้นห่ง กำลังพูด เขาก็กดเปิดรายชื่อติดต่อในโทรศัพท์ และโทรออกไปหาคนคนหนึ่ง
ในขณะนั้น หลิน อันเหวิน เริ่มรู้สึกกังวล เขาจึงรีบหันไปขอความช่วยเหลือจาก เย่เฉิน
เย่เฉิน โบกมือให้ บอกเป็นนัยๆ ว่าไม่จำเป็นต้องกังวล
หลังจากนั้น เย่เฉิน ก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เปิดกลุ่มแชตของสโมสรซูเปอร์คาร์ ‘YSWD’ สาขามณฑลจงไห่
เย่เฉิน เพียงส่งข้อความง่ายๆ สองสามข้อความลงในกลุ่ม ก่อนจะปิดโทรศัพท์ของเขา
ตอนนี้ก็เหลือแค่รอดูว่า หลัว จวิ้นห่ง จะแน่แค่ไหน หรือ เย่เฉิน จะแน่กว่ากัน..
ทางฝั่ง หลัว จวิ้นห่ง เองก็โทรแจ้งเรื่องนี้ให้เพื่อนของพ่อเขาฟัง ซึ่งเป็นคนใหญ่คนโตในระดับไม่ธรรมดา
“ตกลง”
ด้วยความเกรงใจพ่อของ หลัว จวิ้นห่ง คนใหญ่คนโตคนนั้นจึงตอบรับ
“ขอบคุณมากครับ ลุงเฉียน หลังเรื่องนี้เรียบร้อย ผมจะไปขอบคุณถึงที่เลยครับ”
หลังจากได้ยินคำพูดอีกฝ่าย หลัว จวิ้นห่ง รู้สึกดีใจสุดขีด
ถึงเวลานั้น ขอแค่ ลุงเฉียน โทรศัพท์ไปเพียงสายเดียว ไม่กี่นาที บริษัทของ หลิน อันเหวิน ก็จะถูกตรวจสอบ และอายัดทันที
การจัดการกับบริษัทเล็กๆ สักแห่ง สำหรับพวกเขาเป็นเรื่องง่ายดายเพียงพริบตาเดียวเท่านั้น
ก็แค่บริษัทเล็กๆ ไม่ใช่องค์กรยักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลอะไร เพียงไม่กี่นาทีก็เรียบร้อยแล้ว
นี่แหละคืออำนาจของ ลุงเฉียน! และนี่แหละคือเครือข่ายความสัมพันธ์ของครอบครัวพวกเขาในมณฑลจงไห่!!!
“แกก็รอให้บริษัทโดนตรวจสอบไปเถอะ!”
หลังจากวางสายโทรศัพท์ หลัว จวิ้นห่ง มองไปที่ หลิน อันเหวิน และเย่เฉิน ด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
หลิน อันเหวิน เริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมาอีกครั้ง
แต่ในสถานการณ์นี้ มีเพียง เย่เฉิน และซู หนิงซวง เท่านั้นที่ยังคงสงบนิ่ง
เย่เฉิน กำลังส่งข้อความไปให้พนักงานของอีกบริษัทหนึ่งของเขา ให้ช่วยร่างสัญญาการโอนสิทธิบัตร อีกไม่นาน สัญญาจะถูกส่งมาทางโทรศัพท์มือถือ
เย่เฉิน สังเกตเห็นว่าห้องทำงานของ หลิน อันเหวิน มีเครื่องพิมพ์อยู่ แค่รอให้สัญญาถูกส่งมา พิมพ์ออกมา แล้วทั้งสองเซ็นลงนาม ทุกอย่างก็เรียบร้อย
เขาใช้เงินเพียง 1.5 หมื่นล้านหยวน ใช่…แถมยังมากกว่าของอีกฝ่าย 1 หยวน เพื่อซื้อสิทธิบัตร และขัดขวางแผนการของ ตระกูลเย่ ไปได้สำเร็จ
นอกจากนี้ เย่เฉิน ยังทำภารกิจท้าทายในเกมสำเร็จ ได้กำไรเพิ่มอย่างมหาศาลอีกกว่า 20,000-30,000 หมื่นล้าน รวมถึงคะแนนค่าประสบการณ์ และคะแนนสะสม(ร้านค้า)อีกไม่น้อย
นี่คือผลตอบแทนที่คุ้มค่ามาก!!!
เย่เฉิน รู้สึกอารมณ์ดีสุดๆ
ขณะที่พนักงานของ เย่เฉิน กำลังร่างสัญญา หลัว จวิ้นห่ง เริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจ
เวลาผ่านไปหลายสิบนาทีแล้ว แต่ ลุงเฉียน ก็ยังไม่มีข่าวกลับมา
นี่มันไม่ปกติแล้ว!!!
แปลกมาก ปกติแล้วด้วยสถานะของ ลุงเฉียน การทำให้บริษัทเล็กๆ ถูกตรวจสอบ มันควรจะเป็นแค่เรื่องการโทรศัพท์สายเดียวเท่านั้น
ปกติแค่โทรศัพท์หนึ่ง หรือสองนาทีก็เพียงพอแล้ว แต่ตอนนี้เกือบสิบนาทีแล้ว ทำไมยังไม่มีข่าวคราวใดๆ เกิดขึ้นเลย?!
เขาทนรอไม่ไหวแล้ว หลัว จวิ้นห่ง จึงโทรออกไปหา ลุงเฉียน อีกครั้ง
“เสี่ยวหลัว เรื่องนี้ทำไม่ได้”
“ในเรื่องนี้ ..ลุงไม่มีอำนาจพอ”
ทันทีที่สายเชื่อมต่อ ฝั่งตรงข้ามก็ตอบกลับมาด้วยเสียงที่จนปัญญา
หลังจากพูดจบ ลุงเฉียน ก็ตัดสายไปทันที ไม่รั้งรอให้ หลัว จวิ้นห่ง ซักถามอะไรเพิ่มเติมไปราวกับตัดขาดไม่ต้องการมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กันอีก
หลัว จวิ้นห่ง ตกใจ รีบโทรกลับไปใหม่ แต่พบว่า ลุงเฉียน ได้บล็อกเบอร์เขาไปแล้ว!
หลัว จวิ้นห่ง เริ่มลนลาน รีบติดต่อคนใหญ่คนโตคนอื่นๆ โดยหวังให้พวกเขาช่วยเหลือ
แต่ผลลัพธ์กลับเหมือนเดิม คนพวกนั้นตอนแรกก็ตกลงอย่างดี แต่พอเริ่มดำเนินการ กลับพากันตอบมากันว่า ‘ทำไม่ได้’
หลัว จวิ้นห่ง ถึงกับอึ้งไป
นั่นไม่ใช่แล้ว! ไอ้เด็กตรงหน้าฉันนี่มันเป็นใครกันแน่?!
คนตั้งมามายขนาดนี้ทำไมถึงไม่มีใครสู้มันได้เลยวะ?!!!
ขณะที่ เย่เฉิน และหลิน อันเหวิน กำลังจะเซ็นสัญญา หลัว จวิ้นห่ง ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องใช้ไม้ตายสุดท้าย..
หลัว จวิ้นห่ง รีบโทรออกไปหา เกา หย่งไท่ แทบจะทันที
อำนาจ และอิทธิพลของเขาไม่มากพอ ตอนนี้มีแต่ต้องให้ คุณชายเกา เป็นคนออกหน้าเท่านั้น
“คุณชายเกา มีปัญหาแล้ว มีไอ้เด็กคนหนึ่งเสนอราคามาแข่งกับพวกเรา แถมให้ราคาสูงกว่าพวกเราอีก!”
ทันทีที่สายเชื่อมต่อ หลัว จวิ้นห่ง ก็รีบพูดทันที
“ว่าอะไรนะ?!”
“ให้ราคาสูงกว่าเรา?”
“หมื่นล้านนั่นยังไม่พออีกเหรอ?”
เกา หย่งไท่ ถามกลับด้วยความไม่มั่นใจ
ที่จริงแล้ว ก่อนมา คุณชายเย่ สั่งให้เขาถือเงินมาสองหมื่นล้าน
แต่เขาคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะใช้เงินมากขนาดนั้นเลย ดังนั้น เกา หย่งไท่ จึงเล่นบท ‘พ่อค้าคนกลาง’ แอบเก็บเงินครึ่งหนึ่งไว้เป็นกำไร และส่วนต่างค่าดำเนินการของตัวเอง
เกา หย่งไท่ มั่นใจว่าลูกน้องของเขาในมณฑลจงไห่ แต่ละคนเป็นมีอำนาจมากพอ และพวกเขาก็มีสายสัมพันธ์ และสถานะที่เข้มแข็งในมณฑลนี้ การจัดการเรื่องนี้ได้.. คงไม่ยาก แค่หมื่นล้านก็เกินพอแล้ว
เขาไม่ได้เอาเงินแค่พันล้านมาเสนอในเรื่องนี้ ก็ถือว่ายังให้เกียรติอีกฝ่ายมากพอแล้ว
แต่ในขณะที่ เกา หย่งไท่ กำลังคิดอะไรเพลินๆ หลัว จวิ้นห่ง ก็พูดอีกเรื่องที่ทำให้เขาต้องตกตะลึงขึ้นมาอีก!!!