คุณรอมานานแค่ไหนแล้ว?

“ในมือฉันมีหลักฐาน! หลักฐานที่มากพอจะทำให้ชื่อเสียงของแกต้องพังพินาศ!!!”

หญิงวัยกลางคนข่มขู่ ฟางเย่

“ถ้าวันนี้แกไม่ช่วยฉัน แล้วเดินจากไปเฉยๆ ล่ะก็..ฉันจะเอาหลักฐานพวกนี้ไปให้ศัตรูของแกทันที!”

ในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา หญิงวัยกลางคนก็เตรียมแผนสำรองเอาไว้อย่างลับๆ เธอเก็บรวบรวมหลักฐานบางอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้ ฟางเย่ หักหลังเธอในวันหนึ่ง

และเมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน วันนี้ก็คือวันที่เธอต้องใช้ไพ่ตายนี้แล้ว!

ตอนที่เห็น ฟางเย่ คุกเข่าต่อหน้าเจ้าเด็กหนุ่มคนนั้น พร้อมกับแสดงความเคารพอย่างที่สุด เธอตกตะลึงจนแทบคิดว่าตัวเองตาฝาดไป…

แม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอมั่นใจมาก – ถ้า ฟางเย่ เดินจากไป เธอจะต้องเจอกับจุดจบที่เลวร้ายแน่นอน!

“หลักฐาน?”

ฟางเย่ หัวเราะออกมาอย่างขบขันเมื่อได้ยินคำพูดของหญิงวัยกลางคน

เจ้าโง่นี่มันกล้าขู่ฉันอย่างนั้นเหรอ?!

พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าหากวันนี้เขาแค่รู้จัก บอสเย่ เฉยๆ ..เขาอาจจะลังเลว่าควรจะเดินจากไปดีหรือไม่

ท้ายที่สุดแล้ว..หากปล่อยให้หลักฐานพวกนั้นตกไปอยู่ในมือของศัตรู มันอาจจะก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมาได้

แต่ปัญหาคือ บอสเย่ ไม่ได้เป็นแค่คนที่เขารู้จักธรรมดาๆ..

บอสเย่ เป็นถึง ‘ประธาน’ ของสโมสรซูเปอร์คาร์ของลูกชายเจ้านายเขา!

เรื่องนี้มันมีผลกระทบต่อ ‘เจ้านายของเขา’ โดยตรง ถ้าหากมีปัญหาเกิดขึ้น เจ้านายของเขาย่อมไม่ปล่อยผ่านเป็นแน่

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ศัตรูของเขาพวกนั้นมันก็แค่ไอ้ตัวกระจ้อยร่อยไม่กี่ตัวเท่านั้น!!!

“จะทำอะไรก็เชิญตามสบายเลย”

ฟางเย่ หัวเราะเย็นชา ก่อนจะโค้งตัวคำนับ เย่เฉิน อย่างเคารพ แล้วรีบพาคนของเขาออกไปจากที่นั่นทันที

เมื่อเห็นว่าแม้แต่คำข่มขู่ของเธอก็ไม่อาจรั้ง ฟางเย่ เอาไว้ได้ หญิงวัยกลางคนรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงต่อหน้า

เธอถึงกับหน้ามืดไปชั่วขณะ ความสิ้นหวังพลันเอ่อล้นในใจอย่างช่วยไม่ได้..

“ว่าไง? ห้าสิบล้านที่ต้องชดใช้ คุณคิดจะจ่ายยังไงดี?”

เย่เฉิน ถามขึ้น

“จ่าย! จ่าย! จ่าย…”

หญิงวัยกลางคนตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

แต่ปัญหาคือ เธอมีเงินเก็บแค่ยี่สิบถึงสามสิบล้านหยวนเท่านั้น สุดท้ายเธอก็ไม่มีทางเลือก ต้องนำโฉนดที่ดิน ทรัพย์สินอื่นๆ และทุกอย่างที่มีมาขายเพื่อหาเงินมาจ่ายชดเชย

หลังจากรวบรวมอยู่นาน เธอก็สามารถจ่ายค่าชดเชยสิบเท่าได้ครบห้าสิบล้านกว่าหยวน

“พาเธอ และพวกนั้นไป ‘พักร้อน’ ที่ไซบีเรียหน่อย..”

เย่เฉิน หันไปสั่งบอดี้การ์ดของเขา

ใครก็ตามที่กล้าทำร้าย ซู หนิงซวง จะต้องได้รับบทเรียนอย่างสาสม!

เนื่องจากพวกเขากล้าที่จะโจมตี หนิงซวง เย่เฉิน จึงยอมให้หญิงวัยกลางคน และลูกน้องของเธอได้มี ‘วันหยุด’ ที่ดี..

ไม่ทันที่หญิงวัยกลางคน และลูกน้องของเธอจะตอบสนอง พวกเธอก็ถูกพาตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อจัดการเรื่องร้านหยกเรียบร้อยแล้ว เย่เฉิน ก็พา ซู หนิงซวง และซู หลิงเอ๋อร์ ออกจากที่นั่น

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งบ่ายสามโมง เย่เฉิน ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง จากนั้น เขาก็พา ซู หนิงซวง และซู หลิงเอ๋อร์ ไปยังสนามบินเมืองหลินไห่ที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเขาอยู่มากนัก

ครั้งนี้ที่ เย่เฉิน ไปสนามบิน ไม่เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา

เพราะคราวนี้ เขาไม่ได้ไปขึ้นเครื่องบินออกจากเมืองหลินไห่ แต่ไปสนามบินเพื่อรับของบางอย่างแทน

รถ Rolls-Royce Boat Tail ที่ เย่เฉิน ได้รับจากเกม ถูกขนส่งทางอากาศมาถึงแล้ว

เดิมทีรถคันนี้สามารถจัดส่งให้ เย่เฉิน ถึงที่ได้

แต่เนื่องจากต้องเตรียมรถบรรทุก และกระบวนการขนส่งต่างๆ ซึ่งค่อนข้างยุ่งยาก ถ้าจะรอให้จัดส่งถึงมือ อาจต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง

เนื่องจาก เย่เฉิน ที่รู้สึกตื่นเต้นจนแทบรอไม่ไหวที่จะเห็นรถสุดหรูเพียงหนึ่งเดียวในประเทศคันนี้กับตาตัวเอง

และไหนๆ สนามบินก็ไม่ได้อยู่ไกลจากเขานัก ดังนั้น เย่เฉิน จึงแจ้งกับทางบริษัทว่าจะเดินทางมารับรถด้วยตัวเองที่สนามบิน

หลังจากขับรถมาราว 20 นาที เย่เฉิน ก็มาถึงสนามบินเมืองหลินไห่พร้อมกับสองพี่น้อง ซู หนิงซวง และซู หลิงเอ๋อร์

ภายใต้การนำทางของเจ้าหน้าที่ พวกเขามุ่งหน้าไปยังบริเวณเครื่องบินขนส่งสินค้าของ Rolls-Royce

เนื่องจากเครื่องบินลำนี้ ไม่ได้ขนส่งแค่ Boat Tail ของ เย่เฉิน เท่านั้น แต่ยังบรรทุกรถยนต์ Rolls-Royce รุ่นอื่นๆ ที่ถูกส่งไปยังตัวแทนจำหน่ายทั่วมณฑลจงไห่อีกด้วย

ตอนที่ เย่เฉิน มาถึง รถที่อยู่บนเครื่องบินถูกขนลงไปแล้วกว่าครึ่ง แต่ Rolls-Royce Boat Tail ของเขายังอยู่ในเครื่องบิน

ทำให้ เย่เฉิน และคนอื่นๆ ต้องรออีกสักครู่หนึ่ง

“หืม?”

ในระยะประมาณ 8-9 เมตร จากจุดที่ เย่เฉิน ยืนอยู่ มีรถ Lamborghini จอดอยู่คันหนึ่ง ชายหนุ่มสวมแว่นกันแดด อายุประมาณ 28-29 ปี กำลังยืนพิงรถของเขา

เมื่อเขาหันศีรษะมาเห็น เย่เฉิน และสองพี่น้อง ซู หนิงซวง และซู หลิงเอ๋อร์ โดยบังเอิญ ชายหนุ่มสวมแว่นกันแดด ก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

หลังจากลังเลอยู่ชั่วครู่ ชายหนุ่มสวมแว่นกันแดดก็ตัดสินใจเดินเข้ามาหา เย่เฉิน

“พี่ชาย มารอรับ Rolls-Royce เหมือนกันเหรอ?”

ชายหนุ่มสวมแว่นกันแดด ทักทาย เย่เฉิน

“อืม”

เย่เฉิน พยักหน้าตอบ

“ช่างบังเอิญจริงๆ! ฉันก็มาที่นี่เพื่อรอรับ Rolls-Royce เหมือนกัน”

ชายหนุ่มสวมแว่นกันแดดพูดคุยอย่างสนิทสนม

“คันที่ฉันสั่งไว้ รอมา 3-4 เดือนได้แล้ว วันนี้ในที่สุดก็มาถึง รอนานขนาดนี้ ไม่ง่ายเลยจริงๆ”

ชายหนุ่มสวมแว่นกันแดด พูดพร้อมกับเผยสีหน้าภาคภูมิใจเล็กน้อย

คุณต้องรู้ไว้ก่อนว่าโดยปกติ Rolls-Royce ถ้าสั่งจอง อาจต้องรอนาน 6 เดือน หรือ 8 เดือนกว่าจะได้รับรถ

แต่เขารอแค่ 3-4 เดือน ก็ได้มาแล้ว นี่ถือว่า เร็วมาก และเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจไม่น้อย

แม้ว่าการอวดนี้จะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย แต่จริงๆ แล้ว ชายหนุ่มสวมแว่นกันแดดคนนี้เข้ามาทัก เย่เฉิน ด้วยจุดประสงค์อื่น

“3-5 เดือน... ปกติต้องรอนานขนาดนี้เลยเหรอ?”

เย่เฉิน พูดขึ้นด้วยความแปลกใจ

เพราะ Rolls-Royce ทุกคันที่เขาเป็นเจ้าของ ส่วนใหญ่ได้มาจากเกม

ส่วนรถที่ซื้อเอง เขาก็ใช้ เส้นสาย และอิทธิพลของเขา ทำให้สามารถหารถที่มีอยู่แล้ว มาขับได้เลย โดยไม่ต้องรอ

ดังนั้น นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ เย่เฉิน ได้ยินว่าคนธรรมดาซื้อ Rolls-Royce แล้วต้องรอเป็นเดือนๆ

“หืม?”

ชายหนุ่มสวมแว่นกันแดดได้ยินเสียงประหลาดใจของ เย่เฉิน ก็งุนงงเล็กน้อย

ในมุมมองของเขา เขาคิดว่า..เมื่อรู้เวลาที่ต้องรอแล้ว เย่เฉิน ควรจะทึ่ง หรือตื่นเต้นแทนที่จะประหลาดใจสิ.. ถึงจะถูก!

แต่ทำไมเขากลับฟังดูเหมือน เย่เฉิน...ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรอนานขนาดนั้น?

หรือว่าการที่เขาได้รับรถมาในเวลาเพียงสามถึงสี่เดือน มันไม่น่าทึ่งตรงไหนเลยอย่างนั้นเหรอ?!

ชายหนุ่มสวมแว่นกันแดดเริ่มสงสัย ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะถามออกไปว่า :

“พี่ชาย... แล้วคุณล่ะ รอมานานแค่ไหน?”

ตอนก่อน

จบบทที่ คุณรอมานานแค่ไหนแล้ว?

ตอนถัดไป